*/
  • สายลมที่ผ่านมา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-10-06
  • จำนวนเรื่อง : 1297
  • จำนวนผู้ชม : 2486015
  • จำนวนผู้โหวต : 543
  • ส่ง msg :
  • โหวต 543 คน
<< กรกฎาคม 2009 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 4 กรกฎาคม 2552
Posted by สายลมที่ผ่านมา , ผู้อ่าน : 3375 , 00:13:07 น.  
หมวด : กล้อง/ถ่ายภาพ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เราออกเดินทางไปบนเส้นทางคดเคี้ยวของทางหลวงอินเดียอีกครั้งหนึ่งเพื่อไปเยี่ยมชมโปรแกรมสุดท้ายของวันนี้ ซึ่งแตกต่างจากโปรแกรมอื่น ๆ ที่ผ่านมาเราได้แต่เยี่ยมชมวัดฮินดูในแผ่นดินอินเดีย แต่ครั้งนี้เราจะไปเยี่ยมชมวัดชาวพุทธในประเทศอินเดียกันบ้าง

ย่าน Gadhan Thekchoking Gompa ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง Manali เป็นย่านที่อยู่ของชาวธิเบตใน Kullu ซึ่งชาวธิเบตเหล่านี้อพยพหลบหนีลี้ภายทางการเมืองจากการบุกเข้ายึดครองของรัฐบาลจีน ทั้งทางด้านการปกครองตลอดถึงการกลืนกินวัฒนธรรม และมาตั้งบ้านเรือนอยู่ในถิ่นนี้

ธิเบตนั้นเคยเป็นประเทศเอกราชไม่ขึ้นกับใครเป็นเวลากว่า ๒๐๐๐ ปี และมีกฎหมายเป็นของตนเอง ก่อนที่จะมีการบุกรุกของจีนในปี ค.ศ.๑๙๔๙ ธิเบตมีคุณสมบัติของรัฐอิสระ ที่ถูกมองว่าอยู่ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ธิเบตมีอาณาเขตที่ชัดเจน มีประชากรอาศัยอยู่ มีรัฐบาล และมีความสามารถในการเข้าสู่ความสัมพันธ์ระดับนานาชาติ

การเปลี่ยนแปลงในประวัติศาสตร์ของธิเบตเกิดขึ้นในปี ค.ศ.๑๙๔๙ เมื่อกลุ่มกองทหารปลดแอกประชาชนของจีนได้เข้ามาที่ธิเบตเป็นครั้งแรก โดยเอาชนะกองกำลังทหารของธิเบตและยึดครองครึ่งหนึ่งของประเทศ

จากนั้นรัฐบาลจีนจึงได้กำหนด "ข้อตกลง ๑๗ ข้อ สำหรับอิสรภาพอันสงบสุขของธิเบต" ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ.๑๙๕๑ เนื่องจากเป็นการเซนต์สัญญาตกลงกันภายใต้การข่มขู่ ข้อตกลงนี้จึงขาดความถูกต้องและเห็นชอบภายในกฎหมายระหว่างประเทศ

การยึดครองของจีนได้ก่อให้เกิดการต่อต้านมากมายและเพิ่มขึ้นเรือย ๆ โดยเฉพาะทางด้านธิเบตตะวันออก เนื่องจากมีทั้งการกดขี่จากจีนรวมถึงการทำลายอาคารต่าง ๆ ทางศาสนา การจำคุกพระภิกษุและผู้นำชุมชนอื่น ๆ ได้เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ

ในปี ค.ศ.๑๙๕๙ ประชาชนจึงลุกขึ้นก่อจราจลมากถึงขีดสุดอย่างเป็นกลุ่มเป็นก้อนที่เมืองลาซา และเมื่อจีนได้ปราบปรามพวกจราจลเหล่านี้ ชาวธิเบตประมาณ ๘๗,๐๐๐ คนได้ถูกฆ่าตายในเมืองลาซา และองค์ทะไล ลามะจึงจำต้องเดินทางออกจากธิเบตไป

ความสัมพันธ์ของธิเบตที่มีต่ออินเดีย โดยตลอดมาในประวัติศาสตร์ เป็นความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด และเป็นมิตรต่อกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาสนาพุทธจากอินเดียได้ไปเผยแผ่ที่ธิเบตในศตวรรษที่ ๗ ตั้งแต่นั้นมา ประชาชนธิเบต ก็จะมองอินเดียเป็นผู้นำด้านจิตวิญญาณ และด้านปัญญา

หนังสือของชาวธิเบตโบราณหลายเล่มได้อ้างถึงอินเดียว่าเป็น Arya Bhumi ซึ่งหมายถึงผืนแผ่นดินแห่งความสูงส่ง การพูดถึงความสัมพันธ์ที่ธิเบตมีต่ออินเดียนั้น Dr. Ram Manohar Lohia ได้พูดไว้ว่า

"ธิเบตมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับอินเดียมากกว่าจีน เป็นความสัมพันธ์ที่แนบแน่นของการใช้ภาษา การค้าขายและวัฒนธรรม ไม่ใช่ความสัมพันธ์ทางยุทธศาสตร์"

เป็นเวลาหลายศตวรรษที่ธิเบตได้ทำหน้าที่เป็น "ประเทศกันชน" ซึ่งมีประสิทธิภาพระหว่างอินเดียกับจีน แต่ทั้งหมดนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปในปี ค.ศ.๑๙๕๐ เมื่อเมืองชามโด ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเขตธิเบตตะวันออกได้ตกเป็นของจีน

กงศุลอินเดียในเมืองลาซา หรือเมืองหลวงของธิเบตได้ส่งสารด่วนไปที่กรุงนิวเดลลี ซึ่งได้กล่าวเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในลักษณะพยากรณ์ไว้ว่า

"อาณาเขตเทือกเขาหิมาลัยได้ถูกทำให้สิ้นไปแล้ว จีนได้บุกรุกธิเบต"

ความหมายของเขาคือ เขตพรมแดนทางเหนือของอินเดีย จะไม่ปลอดภัยจากการบุกรุกจากภายนอกประเทศ อีกต่อไปแล้ว

ในการอภิปรายเมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ค.ศ.๑๙๕๙ นั้น Acharya Kriplani ได้กล่าวไว้ว่า

"เรารู้สึกเป็นห่วงเป็นใยอย่างสุดซึ้ง เพราะเหตุว่าจีนได้ทำลายประเทศกันชนลงไปแล้ว และในการเมืองระดับชาติ ถือว่า เมื่อประเทศที่เป็นกันชน ได้ถูกทำลายโดยประเทศมหาอำนาจหนึ่ง ประเทศมหาอำนาจนั้น ก็จะถูกมองว่า ได้ประกาศตนเป็นศัตรูต่อต้านประเทศเพื่อนบ้าน"

อินเดียเคยให้การยอมรับแก่จีนในปี ค.ศ.๑๙๔๙ แต่ในปี ค.ศ.๑๙๕๔ ในขณะที่กำลังถกปัญหาเกี่ยวกับข้อตกลง Panchsheel กับจีนในสภา Dr.B.R.Ambedkar ปรารภว่าอินเดียน่าจะให้การยอมรับแก่ธิเบตมากกว่าที่จะไปให้กับจีน ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วก็จะไม่มีข้อขัดแย้งเกี่ยวกับเขตแดนของจีน - อินเดียเป็นแน่

ด้วยการยึดครองของจีนในธิเบต กองทัพชาวอินเดียและชาวจีน ต้องเผชิญหน้ากันบนเขตแดนของเทือกเขาหิมาลัย เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สงครามที่ต้องเสียเลือดเสียเนื้อระหว่าง ๒ ประเทศนี้ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ.๑๙๖๒

เมื่อครั้งที่ธิเบตยังมีอิสรภาพ อินเดียเคยใช้กำลังทหารเพียง ๑,๕๐๐ คนในการดูแลความสงบ ณ รอยต่อเขตพรมแดนกับธิเบต แต่ทุกวันนี้อินเดียได้ประมาณการใช้จ่ายไว้ถึง ๕๕๐ - ๖๕๐ ล้านรูปีต่อวัน ในการที่จะคุ้มกันเขตพรมแดนแห่งเดียวกันนี้จากกองทหารจีนกว่า ๓๐๐,๐๐๐ กอง ซึ่งตั้งอยู่ในที่ ๆ ชาวจีนเรียกว่า "เขตปกครองตนเองธิเบต" (Tibet Autonomous Region)

ซึ่งพื้นที่แห่งนี้ประกอบด้วยอาณาเขตของธิเบตที่เหลือเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น ส่วนอีกครึ่งหนึ่งกำลังถูกกลืนไปกับหลาย ๆจังหวัดของจีนในบริเวณนั้น

การทำลายล้างเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม และศาสนาอย่างเป็นระบบ

อำนาจการยึดครองธิเบตโดยจีน ได้พยายามทำลายความเป็นหนึ่งเดียวของชาวธิเบตอย่างเป็นระบบ โดยการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง การทำลายล้างอาคารบ้านเรือน ทางศาสนา และประวัติศาสตร์

วัตถุทางศาสนาถูกทำลายและผู้นำท้องถิ่นต่าง ๆ ได้ถูกทรมานและฆ่าฟัน วัดวาอารามของชาวพุทธมากว่า ๖,๐๐๐ แห่งได้ถูกทำลาย รูปปั้นและวัตถุศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาทั้งหมด ถ้าไม่ถูกทำลายก็จะถูกขโมยไปขายทอดตลาด นโยบายของรัฐบาลจีนในลักษณะนี้มีจุดมุ่งหมายไปที่การค่อย ๆ นำมาซึ่งความตายทางวัฒนธรรมและศาสนาของชาวธิเบต แบบค่อยเป็นค่อยไปและเป็นธรรมชาติมากที่สุด

การโยกย้ายประชากร

สิ่งน่ากลัวที่ชาวธิเบตเผชิญ ที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดคือ การไหลบ่าของพลเมืองจีนอย่างเป็นกลุ่มเป็นก้อนเข้าไปในธิเบต การไหลบ่าของประชากรซึ่งมีรากฐานความเป็นคอมมิวนิสต์โดยตรงนี้ กำลังค่อย ๆ ซึมซับเข้าไปในประเทศธิเบต และประชนชาวธิเบตได้เอาอย่างจีน

ในขณะนี้เริ่มเห็นความแตกต่างของความเป็นชาวธิเบตในปัจจุบัน และอารยธรรมของชาวธิเบตสมัยโบราณ ซึ่งกำลังถูกครอบงำ และยังแสดงถึงจุดอันตรายของความเป็นอยู่ที่แบ่งแยกอย่างต่อเนื่องอีกด้วย ทุกวันนี้ประชากรชาวธิเบต ๖ ล้านคน ถูกข่มโดยจำนวนชาวจีนที่อพยพเข้ามาอยู่ใหม่ ๗.๕ ล้านคน

ในเมืองลาซา ก่อนปี ค.ศ.๑๙๕๐ แทบจะไม่มีชาวจีนอาศัยอยู่เลย แต่ทุกวันนี้สัดส่วนอย่างคร่าว ๆ ระหว่างชาวจีนและชาวธิเบตจะเป็น ๓:๑ ในห้างร้านจำนวน ๑๒,๘๒๗ แห่งรวมถึงร้านอาหาร มีน้อยกว่า ๓๐๐ ร้านที่มีเจ้าของเป็นชาวธิเบต

ในจังหวัดอัมโด ภาคตะวันออกของธิเบต ซึ่งตอนนี้ได้กลายเป็นจังหวัดของจีนชื่อ Qinghai นั้น มีประชากรทั้งหมด ๔.๔๕ ล้านคนในปี ค.ศ.๑๙๙๐ แต่มีเพียงยี่สิบเปอร์เซนต์ ที่เป็นชาวธิเบต ประชากรที่เหลือเป็นชาวจีน (ตามข้อมูลทางสถิติของจีน)

ผลจาการโยกย้ายประชากรโดยทั่วไปแล้ว แทบจะเรียกได้ว่า ชาวธิเบตสูญเสีย ทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง การปกครองรวมทั้งวงจรของสังคม อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่รุนแรงที่สุด น่าจะเป็นความเป็นหนึ่งเดียวของชาวธิเบตในระยะยาวที่กำลังสูญไป ซึ่งหมายถึงได้เกิดความแตกต่างของประชาชน และวัฒนธรรมขึ้นแล้ว

นอกจากนี้นโยบายของจีน เกี่ยวกับการบังคับให้คุมกำเนิดของชาวธิเบต เป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวมากเช่นกัน จนถึงขณะนี้ผู้หญิงชาวธิเบตหลายพันคน ถูกบังคับให้ทำแท้งและทำหมัน ความเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย

ด้านความสมดุลย์ของประชากร ทำให้เกิดผลกระทบตามมาอย่างรุนแรง ต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในภูมิภาคนี้ นอกจากนี้รัฐบาลจีนยังได้มีการทำลายล้างสิ่งแวดล้อมของธิเบตอย่างเป็นระบบ ความสมดุลย์ทางนิเวศวิทยาที่เปราะบาง กำลังถูกรบกวนอย่างรุนแรง

การวิจัยในปลายปี ค.ศ.๑๙๘๕ ได้บ่งชี้ว่ามีการตัดทำลายท่อนไม้จำนวนมากมายซึ่งตีค่าได้ประมาณ ๕,๔๐๐ ล้านเหรียญ จากป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ในจังหวัดอัมโด ต้นไม้เกือบ ๕๐ ล้านต้นได้ถูกโค่นลงตั้งแต่ปี ค.ศ.๑๙๕๕ และที่ดินหลายล้านเอเคอร์ของพื้นที่ป่าอย่างน้อย ๗๐% ถูกทำให้ว่างเปล่าโล่งเตียนไป เหตุการณ์ใกล้เคียงแบบนี้ได้เกิดขึ้นในส่วนอื่น ๆ ของธิเบตเช่นกัน โดยเฉพาะในธิเบตตะวันออกและธิเบตใต้

ประเทศธิเบตเป็นแหล่งของแม่น้ำสายหลัก ๆ ในทวีปเอเซีย ดังนั้นการทำลายล้างป่าไม้ในธิเบตทำให้นำไปสู่การตื้นเขินของแม่น้ำเหล่านี้ เป็นสาเหตุให้เกิดน้ำท่วมในประเทศเพื่อนบ้านโดยตรง รวมทั้งในประเทศจีนเองด้วย ในปี ค.ศ.๑๙๘๗-๑๙๘๘ แม่น้ำพรหมบุตร เป็นต้นเหตุของอุทกภัยในอินเดียประมาณ ๓๕ %หรือมากกว่านี้

นอกจากนี้การทำลายป่าในธิเบต ยังเพิ่มความเสี่ยงของการเสียสมดุลย์ของลมมรสุมในฤดูฝน ทั้งนี้อาจนำมาซึ่งความหายนะของการเกษตรในอินเดียและจีนอีกด้วย

ด้วยเหตุนานาประการเหล่านี้จึงทำให้ชาวธิเบตที่ต้องการดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์ ศิลปและวัฒนธรรมของตนเอง จึงได้อพยพมาอาศัยอยู่ในประเทศอินเดียเป็นจำนวนมาก แต่ถึงกระนั้นก็ยังก่อให้เกิดปัญหาชาวธิเบตพลัดถิ่น

วัด Himalaya Nyinmaba Buddhist Temple นี้ก็เกิดจากการรวบรวมเงินบริจาคและนำมาจัดสร้างเป็นวันของชาวพุทธเชื้อสายธิเบตที่ Manali แห่งนี้

ดังนั้น เพื่อให้มีการดำรงอยู่ของศิลปและวัฒธรรมของชาวธิเบตใน Manali จึงได้มีการรวบรวมเงินบริจาค เพื่อนำมาสร้างวัด Himalaya Nyinmaba ซึ่งเป็นวัดที่ออกแบบตกแต่งด้วยศิลปวัฒนธรรมพื้นเมืองของชาวธิเบต

โดยมีการรวบรวมวรรณกรรม และการดำรงคฺ์ไว้ซึ่ง ศิลปวัฒนธรรมของธิเบตใน Manali ประเทศอินเดีย นอกจากนี้ยังไได้มีการเผยแผ่วัฒนธรรมทางด้านหัตถกรรม โดยกาาจำหน่ายงานหัตถกรรม เช่น พรมต่าง ๆ ในบริเวณวัดอีกด้วย

แม้นว่า วัด Himalaya Nyinmaba แห่งนี้จะออกแบบให้ดูทันสมัยกว่าศิลปแบบเก่าของธิเบต แต่ก็ยังคงความสวยงามทางด้านสถาปัตยกรรมเป็นธิเบตอย่างเต็มเปี่ยม โดยเฉพาะเมื่อดอกทานตะวันที่ปลูกไว้ภายนอกวัดเติบโตและผลิบานจะดูสวยงามราวกับเป็นการสักการะพระพุทธรูปภายในวิหารของวัด ร่วมกับกลิ่นธูปกำยานที่จะให้กลิ่นขจรขยายรายรอบวิหารอยู่เกือบตลอดเวลา

เราก้าวเข้าไปในวิหารของวัดและพบกับโต๊ะที่ตั้งไว้ด้านข้างซึ่งมีลามะธิเบตนั่งประจำอยู่ เพื่อรับบริจาคเงินบำรุงวัด วิหารแห่งนี้เคยเป็นที่ให้การพักพิงแดาไลลามะ เมื่อครั้งเสด็จเยือนประเทศอินเดีย และปัจจุบันท่านได้เสด็จไปพำนักยังที่ประทับ ณ. ดาลัมซาลา (หรือที่คนไทยรู้จักกันในนาม ธรรมศาลา) ของประเทศอินเดีย

วิหารนั้นออกแบบให้เป็นโถงขนาดใหญ่คล้ายกับที่เราเห็นในวัดจีนในไทยทั่ว ๆ ไป ออกแบบให้มีสองชั้น แต่ที่พิเศษกว่านั้นคือ พระพุทธรูปที่ตั้งอยู่กลางวิหารนั้นมีขนาดใหญ่

แม้นจะไม่เท่ากับหลวงพ่อโตที่วัดหลวงพ่อโต อยุธยา แต่ก็ถือว่ามีองค์ใหญ่โตจนช่วงอกนั้นต้องทะลุช่องกลางวิหารขึ้นไปบนชั้นสองของตัววิหาร

ที่ด้านข้างภายในตัววิหารซึ่งเป็นระเบียงก่อนที่จะเข้าไปยังห้องที่เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปองค์ใหญ่นั้นมีบันไดที่สามารถขึ้นไปบนชั้น 2 ได้ และเมื่อขึ้นไปบนชั้นสองของวิหาร จะเป็นส่วนอกและเศียรขององค์พระ

ที่บนชั้นสองนี้เราจะเห็นว่าด้านซ้ายและด้านขวาขององค์พระมีเทพที่ผู้ยิ่งใหญ่ประดิษฐ์อยู่นั้นคือ พระยม ซึ่งมีองค์กายสีแดงชาติถือคฑารูปหัวกระโหลก และประดับมงกุฏและสายประคดรัดเอวด้วยหัวกระโหลก ที่เท้าทั้งสองข้างเหยียบมนุษย์เอาไว้ทั้งชายหญิงประทับที่ด้านซ้ายขององค์พระ

ที่ด้านขวานั้นเป็นเทพองค์ใดก็ไม่สามารถทราบได้ แต่องค์กายเป็นสีทองในมือขวาถือตรีที่ใช้สำหรับการสวดมนต์ของพระสงฆ์ในหินยานนิกาย ที่ด้านข้างของเทพทั้งสองมีเทวรูปเทพและเทพธิดาองค์เล็กพิทักทั้งซ้ายขวา

ถัดออกมาเป็นโต๊ะหมู่ซึ่งตั้งวางภาพพระพุทธประวัติและเทวรูปต่าง ๆ และที่โถงของชั้นสองนั้นใช้เป็นห้องเรียนหรือห้องทำพิธีทางศาสนา นอกจากนี้ยังมีห้องเล็ก ๆ ที่ด้านหน้าของชั้นสอง ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นห้องสำหรับฉันท์อาหารของพระลามะ

บันดาเสาและผนังรวมทังคานต่าง ๆ ของวิหารแห่งนี้ล้วนประดับตกแต่งลงสีจนสดใสไปเสียทุกแห่ง เราเดินลงมาจากชั้นสองและเดินไปดูภายนอกบริเวณของตัววัด ซึ่งมีสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ เช่น พระพุทธรูปที่ตั้งอยู่กลางลาน ที่ขณะนี้ไม่ได้มีดอกทานตะวันแต่อย่างใด แต่เป็นพื้นดินทรายและมีการปลูกดอกไม้ไว้รายรอบตัววิหาร

ด้านนอกของตัววิหารนั้นถูกรายล้อมไปด้วยแท่นสวดมนต์ ซึ่งว่ากันว่าการหมุนแท่นสวดมนต์นี้หนึ่งรอบ ถือว่าเป็นการสวดมนต์แล้วหนึ่งจบ ทั้งนี้ เนื่องจากชาวธิเบตนั้นเป็นผู้มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก ดังเราจะเห็นได้จากพิธีกรรมทางศาสนาที่หลากหลาย การสวดมนต์ถือเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมทางศาสนา

เนืองจากชาวธิเบตบางส่วนไม่สามารถอ่านหนังสือได้ หรือในบางสถานที่ไม่สามารถทำการสวดมนต์ได้ ดังนั้น จึงได้มีการประดิษฐ์แท่นสำหรับการสวดมนต์นี้ขึ้น ต่อมาได้พัฒนามาเป็นก้านสำหรับใช้มือหมุนในเวลาที่เดินทางออกนอกบ้าน เพื่อให้สามารถทำการสวดมนต์ได้ด้วย

เราเดินออกจากวัด Himalaya Nyinmaba และมาเที่ยวชมตลาดย่อย ๆ ซึ่งขายของที่ระลึกประเภทศิลปหัตถกรรม และศาสนวัตถุ รวมถึงสัญญาลักษณ์ต่าง ๆ ที่ใช้แทนและแสดงถึงความเป็นธิเบต ไม่ว่าจะเป็นธงที่ประดับประดาตามวัด หรือแม้นกระทั้ง บทสวดและพระพุทธรูปต่าง ๆ

หลังจากที่เดินกันจนเกือบจะเลยเวลาอาหารเที่ยงไปมากโขแล้วเราจึงได้เดินหาร้านอาหารเพื่อจัดการกับมื้อกลางวันที่ท้องเริ่มร้องกิ่ว

เอกสารแจกจากแผนกข้อมูลข่าวสาร และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
(Department of Information and International Relationship)
เมืองธรรมศาลา - ๑๗๖๒๑๕ เมืองหิมาจัลประเทศ ประเทศอินเดีย

http://www.khonnaruk.com/



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 44 (0)
ศณีรา วันที่ : 24/09/2009 เวลา : 23.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ทำไมจีนทำกับธิเบต มนุษณ์ร่วมโลกได้ขนาดนี้ เศร้าจัง

ความคิดเห็นที่ 43 (0)
เสือจุ่น วันที่ : 08/07/2009 เวลา : 11.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tigerjun
สู่ฝัน กรุงเทพฯ เมืองจักรยาน ติดตามข่าวได้ที่ Bangkok Bicycle Campaign

สีสัน ได้ใจจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 42 (0)
jjh วันที่ : 08/07/2009 เวลา : 09.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaijjh
tuktuk  ..บ้าเท่าที่จำเป็น..

อยากไป ทัชมาฮาล ค่ะ คงสวยมาก

ความคิดเห็นที่ 41 (0)
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 07/07/2009 เวลา : 23.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/derreiser
เพื่อชาติ และเป็นคนดีของชาติ

ชอบจัง ครับสีสัน แปลกตาดีครับ

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
kate วันที่ : 06/07/2009 เวลา : 17.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kate2007
I Know This is Love

พระพุทธรูปน่ากลัวอ่ะค่ะ oh help me please

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
สายฟ้าขี้สงสัย วันที่ : 06/07/2009 เวลา : 17.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ligthning
มีบางอย่างอยู่ในสายฟ้า ที่มักจะออกมาถามคุณเพื่อคลายสงสัย

วัดพุทธ สไตล์ธิเบต ไม่คุ้นตา ไม่คุ้นตา

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
ส.สนสอาดจิต วันที่ : 05/07/2009 เวลา : 14.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dreamup
ส.สนสอาดจิต

ไปอินเดีย หรือ ไปวัดแขกมาเนี่ย


ความคิดเห็นที่ 37 (0)
คมเย็น วันที่ : 05/07/2009 เวลา : 09.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/komyen


ความคิดเห็นที่ 36 (0)
กู่ วันที่ : 05/07/2009 เวลา : 08.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
 ขอบคุณค่ะสำหรับทุกถ้อยคำแห่งน้ำมิตร ขอบคุณจริงๆ   

ภาพสวย เนื้อหาเยี่ยม

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
tuty วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 19.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tuty

ไม่ชอบจีนเป็นอย่างมาก
ที่ยุคนี้แล้วยังรุกรานประเทศอื่นอีก
โดยเอาข้ออ้างเหล่านั้นมา
. . .
อย่างเจ๊นี่ ต้องเรียกคุณโคตรละเอียด
ข้อมูลพรึ๊บ นี่แค่10วัน 1 ประเทศนะ
ดูคนอื่นเขาเที่ยวกัน เราคงไม่ต้องไปแร่ะ 555+
ว่างๆ ไปจีนสิ

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
redribbons07 วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 19.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07



ความคิดเห็นที่ 33 (0)
nilsamai วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 19.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nilsamai
.

สวยๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
ญาธร วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 19.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yathorn
The world is a fine place and worth fighting for.

เป็นการผสมผสานอารยธรมแต่ยังคงเอกลักษณ์เอาไว้ได้ดีครับ


ภาพถ่ายคมมาก

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
singlemom99 วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 19.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/MotherandSon

คุ้มมากๆเลยนะไปอินเดียเที่ยวนี้ยัยสายลม
มีอะไรมาเล่ามาฝากเพียบเลย

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 17.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


ความคิดเห็นที่ 28
Dogstar วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 16.57 น.
http://www.oknation.net/blog/dogstar


พระพุทธรูปหน้าดุ จริงๆ สีสรรของศิลปวัตถุทางศาสนานี่
สีเข้มจัดนะคะคล้ายทางอินเดียมากกว่าทางพุทธแบบจีนแต่ก็ สวยงามไปอีกแบบ
วันนี้ไม่มีเรื่องกินเหรอ
********************************************
เคยได้ยินว่าพระพุทธรูปในแต่ละยุคแต่ละสมัยจะสะท้อนความเป็นไป และสารทุกข์สุขดิบของประชาชนในประเทศ

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ๆ พระพุทธรุปธิเบตที่หน้าดุนี่คงไม่แปลกมั้งค่ะ เพราะประเทศต้องผ่านภัยร้ายนานามาจนปัจจุบัน หนูว่าไม่ใช่หน้าดุอย่างเดียวนะค่ะ "หน้าเครียด" ด้วย

ตอนนี้แอบกิน โมโม่ อยู่อีกเอนทรี่นึงค่ะพี่

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 17.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

ทั้ง สีสัน ศิลปกรรม ดูคล้าย มอญ หรือ พม่า นะครับ หรือว่ามอญและพม่ามีเชื้อสายมาจากธิเบต...

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
Dogstar วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 16.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dogstar

พระพุทธรูปหน้าดุ จริงๆ สีสรรของศิลปวัตถุทางศาสนานี่
สีเข้มจัดนะคะคล้ายทางอินเดียมากกว่าทางพุทธแบบจีนแต่ก็ สวยงามไปอีกแบบ
วันนี้ไม่มีเรื่องกินเหรอ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 16.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


ความคิดเห็นที่ 20
ting วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 15.12 น.
http://www.oknation.net/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม


จีนก็ยังอยากได้ธิเบตเพราะมีของดีเยอะอยุ่ดีนะ
***********************************************************
อันนี้เห็นด้วยอย่างมากมายค่ะ :4:

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 16.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


ความคิดเห็นที่ 20
ting วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 15.12 น.
http://www.oknation.net/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม


จีนก็ยังอยากได้ธิเบตเพราะมีของดีเยอะอยุ่ดีนะ
***********************************************************
อันนี้เห็นด้วยอย่างมากมายค่ะ :4:

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 16.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


ความคิดเห็นที่ 14
สอนสุพรรณ วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 05.13 น.
http://www.oknation.net/blog/phaen
ส่งเสริม สืบสาน สร้างสรรค์ ศิลปวัฒนธรรม


วัดธิเบต จะตั้งอยู่ในที่แห่งใดก็ตาม ก็ยังคงความงดงามด้วยอัตลักษณ์ของตนเองไว้เสมอ...

น่าศึกษาอย่างเจาะลึกมาก ๆ ครับ
***********************************************************
ใช่ค่ะศิลปที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว น่าศึกษามากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 16.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


ความคิดเห็นที่ 13
อะหนึ่ง วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 03.27 น.
http://www.oknation.net/blog/mindhand
..อนึ่ง....คิดถึงพอสังเขป.. ..อะหนึ่ง..


เหมือนไปทำวิทยานิพนธ์ที่อินตะระเดีย เลยนะครับ

ส่วนตัว ผมคิดว่า จีน น่าจะปลดปล่อย ธิเบต ได้แล้วล่ะ

ก๊าก GRAFFITI คห.1


อ้อ จิ๊กรูปไป 1 นานแล้ว
คงเห็นแล้วนะ รูปไร Thank
***********************************************************
เห็นด้วยที่ว่า จีนควรปลดปล่อยธิเบตได้แล้ว

ว่าแต่ว่า "รูปไหนหละ" ที่จิ๊กไปอ่ะ :4:

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 16.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


ความคิดเห็นที่ 18
theeratatt วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 12.15 น.


ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ ครับ กำลังศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับธิเบตอยู่พอดี อ่านตั้งแต่ต้นจนจบอย่างมีความสุขเลยครับ

มีความสุขกับชีวิตนะครับ
***********************************************************
ยินดีค่ะ :4:

มีความสุขทุกวันเช่นกันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 16.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


ความคิดเห็นที่ 15
komyos วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 07.43 น.
http://www.oknation.net/blog/youngmomy
อยู่กับสิ่งที่มี..ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน..


โตยมาแอ่ววัดทิเบตเจ้า

สวัสดีวันเสาร์วันสบายๆเจ้าคุณสายลมฯ
***********************************************************
สุขสันต์วันเสาร์เช่นกันค่ะพี่น้อย :4:

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 16.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


ความคิดเห็นที่ 17
Supawan วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 09.29 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan


วัดสวยค่ะ ... น่าไปเดินถ่ายรูป
***********************************************************
ค่ะ สีสนฉูดฉาดบาดตาทีเดียวค่ะ :4:

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ting วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 15.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม

จีนก็ยังอยากได้ธิเบตเพราะมีของดีเยอะอยุ่ดีนะ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
srdtrue วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 12.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/srdtrue


ความคิดเห็นที่ 18 (0)
theeratatt วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 12.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebier

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ ครับ กำลังศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับธิเบตอยู่พอดี อ่านตั้งแต่ต้นจนจบอย่างมีความสุขเลยครับ

มีความสุขกับชีวิตนะครับ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
Supawan วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 09.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

วัดสวยค่ะ ... น่าไปเดินถ่ายรูป

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
เจ้านกน้อย วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 08.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Le-Petit-Prince

ขอโปรโมตนิสนึง

ยายมีเกลล่าทำหัวใจแทบวาย

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
komyos วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 07.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/youngmomy
อยู่กับสิ่งที่มี..ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน..

โตยมาแอ่ววัดทิเบตเจ้า

สวัสดีวันเสาร์วันสบายๆเจ้าคุณสายลมฯ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
สอนสุพรรณ วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 05.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phaen


วัดธิเบต จะตั้งอยู่ในที่แห่งใดก็ตาม ก็ยังคงความงดงามด้วยอัตลักษณ์ของตนเองไว้เสมอ...

น่าศึกษาอย่างเจาะลึกมาก ๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
อะหนึ่ง วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 03.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

เหมือนไปทำวิทยานิพนธ์ที่อินตะระเดีย เลยนะครับ

ส่วนตัว ผมคิดว่า จีน น่าจะปลดปล่อย ธิเบต ได้แล้วล่ะ

ก๊าก GRAFFITI คห.1


อ้อ จิ๊กรูปไป 1 นานแล้ว
คงเห็นแล้วนะ รูปไร Thank

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 02.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


ฝันดีค่ะพี่

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 02.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


555+

เชื่อแล้วจ๊ะ ว่ามันส์จริง

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
สายธาร วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 01.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cyberfrogy
 http://www.facebook.com/groups/dhammayatrahttps://www.facebook.com/BAAN.RAI.SAITHARN http://www.oknation.net/blog/DigitalTour

มาสวดมนต์..ที่วัดทิเบต ก่อนนอนครับ...

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
เจ้านกน้อย วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 01.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Le-Petit-Prince

วันนี้ไปดูทรานฟอเมอร์ รอบที่สองมา

ยังมันส์เหมือนเดิม

ฮ่าๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 00.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


อยากไป .......ต้องไปค่ะพี่

เดี๋ยวหนูตามไปค่ะ

จริง ๆ แล้วไม่อยากไป

หวานกันจัด หนูนั่ง "ตาร้อน" ค่ะพี่

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 00.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


ยินดีค่ะ และขอบคุณเช่นกัน

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Cat@ วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 00.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

ตอกย้ำ อยากไปจัง

...
มาแหระ
มาเชิญ
แม่แคทลงตอนต่อไปแหระ
บ้านกลางทุ่ง ออร์แกนิคโฮม ตอน โลกทั่งใบมอบให้เธอคนเดี่ยว

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 00.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


ไม่ได้ดูอะหิว อิอิอิ

เห็นมีพวกเครื่องไม้นะ แต่ด้านใน ๆ ไม่ได้เดินเข้าไปดู

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
aree วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 00.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/areejang


ยังไม่เคยไปเลยคะ ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ นะคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 00.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  




เอามาหยามกันถึงนี่

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ต้นฝ้าย วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 00.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/123shoot
“If we are to teach real peace in this world, and if we are to carry on a real war against war, we shall have to begin with the children.” Mahatma Gandhi

สวยวุ้ย... แล้วเค้ามีภาพเขียนที่ใช้ทรายโรยบนพื้นขายมั้ยพี่...แบบว่าอยากได้...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เจ้านกน้อย วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 00.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Le-Petit-Prince


เจิมก่อนนะ เด๋วมา

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน