*/
  • สายลมที่ผ่านมา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-10-06
  • จำนวนเรื่อง : 1207
  • จำนวนผู้ชม : 2264382
  • จำนวนผู้โหวต : 522
  • ส่ง msg :
  • โหวต 522 คน
<< มิถุนายน 2011 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 6 มิถุนายน 2554
Posted by สายลมที่ผ่านมา , ผู้อ่าน : 10199 , 14:41:47 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 16 คน Phong013 , เตาะแตะ และอีก 14 คนโหวตเรื่องนี้

เจ้าพระยายามเช้าในวันที่หมองมัว

หลายสัปดาห์ก่อนเคยคุยกับพ่อเกี่ยวกับพันธุ์ปลาในแม่น้ำเจ้าพระยาที่เคยเห็นแต่เด็ก แต่เล็ก แต่น้อย ว่าปลาที่เคยเห็นนั้น บัดนี้ ไม่สามารถหาดูได้แล้วในลำน้ำสายใหญ่ที่ไหลผ่านหน้าบ้านสายนี้ ไล่กันมาตั้งแต่ ปลาหมูสีเขียวสดใส ปลาหลด ปลากระทิง ที่คล้าย ๆ กันเพียงแต่ปลากระทิงมีดอกที่หางคล้ายปลากราย เพียงแต่มีสีส้มอมดำ ไม่ใช่สีดำเพียงสีเดียว

ปูที่ไวต่อน้ำมากกว่าสัตว์อื่น สังเกตุได้ว่า หากปูคลานขึ้นมาเกาะสันเขื่อน
แสดงว่าน้ำเริ่มเน่าเสีย

ปลาลิ้นหมา ที่ลอยเด่นเป็นสง่าอยู่เต็มแม่น้ำ

ปลากระโห้ที่เคยเห็นตัวเท่ากะละมังที่พ่อบอกว่า ยังตัวเล็กนะนั้น เพราะสมัยเมื่อพ่อเป็นหนุ่มที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบน เคยเห็นปลากะโห้ที่ตัวเดียวต้องเอาใส่ท้ายรถกระบะมาแล้ว เกล็ดแต่ละเกล็ดนั้นเท่าชามใส่แกง

เจ้าหอยยังทนไม่ไหว หนีขึ้นมาเกาะที่ตีนกระไดหนีน้ำเน่า

กรี๊ดดดดดดด กุ้งยังมีอยู่ที่หน้าบ้าน และมันก็โผล่มาให้เห็น

ปลาหมอที่หายไปจากลำน้ำเพราะมีการกั้นเขือนทำให้ปลาหมอที่อาศัยอยู่บริเวณชายเลนไม่สามารถอยู่ได้ นอกจากจะลึกเข้ามาด้านในเขื่อน ถึงจะหาเห็นกัน กุ้งก้ามกรามที่เคยเกาะตามแพไม้ไผ่ และบรรไดท่าน้ำ เดี่ยวนี้อย่าว่าแต่กุ้งก้ามกรามเลย แม้นแต่กุ้งนางตัวน้อย ก็หาดูไม่ได้แล้ว

ปูว่ายน้ำไปไม่ถึงเขื่อน เกาะเชือกหนีก็เอา

หอยเริ่มมาเกาะกันหลายตัว

ปลากด ปลาอุบ หรือปลากดหนู ปลากา หรือปลาเพี้ยะ ที่ไม่ได้เห็นมานาน พ่อว่ายังพอมีอยู่แต่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่กับแถว ๆ รอยต่ออยุธยาปทุมธานี และอีกทีก็ที่ทางกรมประมง โดยเสด็จพระราชดำเนินมาปล่อยในเทศกาลต่าง ๆ

สังฆวาสข้างเหลือ และปลาแป้น เมาน้ำลอยขึ้นมาบนผิวน้ำ

ปลาลิ้นหมาแผ่หรา ลอยน้ำ

ปลาแป้นที่ไม่ได้เห็นนานพอ ๆ กับปลาเสือพ่นน้ำ พ่อก็ว่ายังหาดูได้แถว ๆ สวนจตุจักร เพราะเดี๋ยวนี้กลายเป็นปลาตู้ หาไม่เห็นในแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงที่ผ่านกรุงเทพฯ ไปเสียแล้ว  ปลาเข็มและปลาซิว ก็กลายเป็นปลาหายากไปในช่วงเพียง 10 กว่าปีที่ผ่านมา นี่ยังไม่รวมปลาชะโด ปลาคัง ปลาแดง หรือปลาเนื้ออ่อน ปลาน้ำเงินหรือปลาเค้า ปลากระพงขาวน้ำจืด หรือปลาม้า ที่ไม่ได้เห็นมายาวนานจนเกือบลืม

บนขวา และล่างซ้าย :: ปลาลิ้นหมาลอยตามน้ำ
บนซ้าย :: ปลาสายยูขึ้นมาฮุบน้ำ
ล่างขวา :: ซากปลาสวายที่ลอยน้ำตายไปซะแล้ว

หลายตัวจัดเกาะไม่ไหว สุดท้ายต้องลอยตามน้ำไปทั้งยวง

จวบจนหลายวันผ่านไปข่าวคราวของเรือน้ำตาลที่ล่มลงเพราะชนกับตอม้อสะพานที่คุ้งน้ำหน้าวัดการ้อง ที่เคยเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันนี้มาแล้ว เมื่อปีกลายเพียงแต่เป็นเรือบรรทุกข้าวเปลือกจำนวนมากมายที่ล่มจมลงที่เดิม

ปลาใหญ่น้อยลอยริมเขือนหากอ๊อกซิเจนหายใจ

โผล่หัวมาพ้นน้ำเพื่อหายใจ

จากความเห็นของผู้สันทัดกรณีที่นั่งบ่นอยู่ที่บ้าน ก็จะใครที่ไหน เสด็จพ่อนั่นเอง พ่อให้ความเห็นตั้งแต่ที่ตั้งของตัวสะพานว่า "มีที่ไหนใครเขาสร้างสะพานคร่อมคุ้งน้ำ" เพราะนอกจากจะสร้างยากเพราะมีแรงปะทะของน้ำจำนวนมาหาศาลแล้ว ยังยากแต่การสันจรผ่าน เพราะช่วงที่น้ำเชี่ยวแรงนั้น แม้นจะไม่มีอะไรไปขวาง การเดินเรือผ่านโค้งน้ำเชี่ยวนั้นก็ยากเย็นอยู่แล้วที่จะบังคับไม่ให้เรือเข้าไปปะทะฝั่ง

ลูกปลาน้อยที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ก็พลอยไปด้วยจะรอดยันโตมั้ยว๊า !!!

แต่นี่ต้องบังคับเรือผ่านคุ้มน้ำที่มีตอหม้อปูนตั้งขวางอยู่ และเมือเหล็กกับปูนมาเจอกัน เหล็กก็ยู่ไปตามลำบาก ต้องล่มจมขวางลำน้ำไปอย่างที่เห็น ยิ่งที่แถบนั้นเรือก็จมอยู่บ่อย ๆ แต่กลับไม่เคยมีการเอายางไปหุ้มตอหม้อเพื่อกันการกระแทก หรือลดแรงกระแทกที่อาจเกิดขึ้นจากการปะทะของเรือกับตอหม้อสะพาน

ปลากดตัวเขือง ขนาดแขนอันมีกล้ามแข็งแรงของฉันเลยทีเดียว

ปลาลิ้นหมาในกระแป๋งที่ตักมาพักไว้

นอกจากนี้ พ่อยังสันนิฐานว่า การลากเรือผ่านคุ้งน้ำในครั้งนี้ คงเป็นการล่องเรือตามน้ำ ซึ่งจะยากกว่าการล่องเรือทวนน้ำ ที่ว่ายากกว่านั้นเพราะการบังคับเรือตามแรงเหวี่ยงของธรรมชาติ โดยเรือที่มีกำลังไม่เพียงพอย่อมทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

สายยู กับสังขวาดวัง ตัวเท่าแขนเหมือนกัน ที่หมดหนทางเยียวยา
คงต้องพาไปปล่อยในป่า ...ป่าหน่อไม้ดองอ่ะ

สังฆวาสแกลบ นี่ยังไม่ตายนะ แต่คงเลี้ยงไม่โต

ดังนั้น การล่องเรือตามน้ำ แม้นจะเป็นการทุ่นแรงลากจูง แต่ควรจะมีเรือลากอีกลำไว้ด้านท้าย อย่างที่ชาวเรือเรียกว่า การโตงเรือ หรือคือการมีเรือลากอีกลำค่อยรั้งไว้ด้านหลัง เพื่อป้องกันการพาด หรือกระแทกของลำเรือกับตอหม้อของสะพานจนเรือจม

ไอ้ตัวเล็กนี่สงสัยจะปลาตำรวจ ขึ้นมาดูศพเพื่อนสวายที่ลอยตายตามน้ำมา

สังฆวาสวัง

ทั้งหมดนี่คือความเห็นของผู้สันทัดกรณีที่บ้าน ที่นั่งมองเรือมองแม่น้ำมาก่อนที่ฉันจะเกิด จะเชื่อได้หรือเชื่อไม่ได้ก็แล้วแต่วิจารณญาณของท่าน ๆ ก็แล้วกัน (อ้อ ลืมบอกไป เสด็จพ่อของดิฉันท่านสอบได้บัตรนายท้ายมาประดับบารมีด้วย แม้นจะไม่ได้มีอเอาไว้ประกอบอาชีพใด ๆ ก็ตาม ทุกวันนี้แค่พายเรือหาปลาอีฉันก็บ่นเป็นหมีกินผึ้งแล้ว)

สังฆวาสแกลบ (ข้างเหลือง)

มันหายใจยังไง น้ำเป็นฟองฟอดดด

จวบจนเมื่อ 5-6 วันก่อนหลังจากที่เรือน้ำตาลล่มลงกลางแม่น้ำเจ้าพระยา พ่อก็ยังว่า สงสัยปลาจะตายกันเป็นเบื่อ เพราะน้ำตาลนั้น เมื่อละลายกับน้ำแล้ว จะทำให้น้ำมีความเข้มข้นสูง ทำให้ออกซิเจนไม่สามารถละลายลงมาในน้ำได้ และจะทำให้เกิดภาวะน้ำเสีย ปลาก็จะตาย

ปลาตะโกก กับฝูงปลาน้อย

การกู้เรือนั้น ทำได้ไม่ยากหากมีการสูบน้ำตาลออกหมด และเอาถุง (พ่อเรียกอะไรจำไม่ได้) ไปวางไว้รอบ ๆ ลำเรือ จากนั้นปั๊มลมเข้าไปและดูดน้ำจากลำเรือออก แต่ที่จะยากนั้นก็เป็นเพราะว่าบริเวณนั้นเป็นคุ้งน้ำ มีความเชียวแรงของน้ำอยู่ ยิ่ง 2-3 วันนี้ระดับน้ำค่อนข้างสูง การกู้เรือคงจะยากขึ้น เพราะเรือนั้นลำค่อนข้างใหญ่

พวกนี้ส่วนใหญ่เสียชีวิตแล้ว ไหลล่องลอยมาตามน้ำ

โว๊ววว โว๊ววว โว๊ววว โว๊วววว กุ้งก้ามกราม และแม่ปลาปู่

ฉันถามพ่อว่าใหญ่พอ ๆ กับเรือทรายมั้ย เพราะเรือทรายจากประสบการณ์ที่เคยถูกมันชนเรือหาปลาของพ่อ และฉันนั่งเสนอหน้าอยู่หัวเรือไม่ยอมหลบก็รู้สึกว่าเรือเปล่า ๆ ของมันสูงมากราวตึก 2 - 3 ชั้นเลยทีเดียว แต่พอบอกว่า เรือน้ำตาลที่จมลงนี้สูงและใหญ่กว่า ความใหญ่โตของมันน่าจะกว้างกว่าสนามบาสเลยทีเดียว (ไม่งั้นมันจะบรรทุกน้ำตาลได้ 7-8 ร้อยตันเร้อไอ้บ้า อันนี้พ่อด่าฉันซะงั้น)

ตะเพียนก็เมากับเขาด้วย

ปลาตะเพียงฝูงนี้มาเป็นฝูงเลย

พ่อบอกว่า เดี๋ยวปลาจะตายไม่นานนักปลาก็ตายจริง ๆ (ไม่เกินความคาดหมายใคร ๆ ก็รู้อะพ่อ) ปลาไล่ตายมาตั้งแต่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไล่มาปทุมธานี นนทบุรี พ่อว่าน้ำมันไม่ได้ไหลเอื่อย ค่อย ๆ มาค่อย ๆ เจือจางอย่างที่หลายคนคิด

อยุธยา

ฝูงปลากระแหทอง ที่ใคร ๆ เรียกว่า ปลาตะเพียนทอง จริง ๆ แล้วไม่ใช่ กระแหทองจะมีคลีบสีส้มอมทอง เกล็ดสีเงินเหมือนปลาตะเพียนทั่วไป แต่ตะเพียนทองจะมีเกล็ดเป็นสีทองทั้งตัว และคลีบสีส้มอมทอง (รู้ไว้นะจ๊ะเด็ก ๆ)

อันนี้ถึงจะตัวน้อยน่ารัก แต่ก็รักตัวกลัวตาย ฝูงปลาซิว

น้ำนั้นเวลามันเคลื่อนที่มา มันจะมาเป็นลูก ๆ มาเป็นก้อน ๆ ก้อนของน้ำที่มีขนาดใหญ่ จะค่อย ๆ ไหลลงมาจากอยุธยามาจนถึงกรุงเทพฯ จะใช้เวลาประมาณ 3 วัน เหมือนกับที่ตอนเราคาดคะเนว่าน้ำจะเหนือจะมาท่วมบ้านเราเมื่อไหร่ เมื่อฟังขาวจากวิทยุและทีวี นั่นคือสิ่งที่เรารู้และพอจะกะประมาณได้

ปลาที่พ่อจับมาพักไว้ในอ่างผสมปูน ทั้งปลากระพงขาวน้ำจืดหรือปลาม้า
ทั้งสังฆวาสวัง แต่หนักไปทางปลาลิ้นหมา

เออออ !!! สงสารแต่แม่ปลาบู่ อาศัยอยู่ในฝั่งคงคา เจอพิษน้ำตาลเมาหละทีนี้

คืนวันศุกร์ฉันนั่งคุยกับพ่อระหว่างดูละครหลังข่าว หน้าบ้านมีเสียงคนพูดคุยกันจนต้องออกมาดู ปรากฏว่าเป็นเรือของวัยรุ่น 2-3 คนพร้อมสวิงครบมือลอยเรือส่องปลาอยู่หน้าบ้าน จนต้องตะโกนปราม ๆ กันไปบ้างว่าให้ระวังหมาดุ (แต่กูน่ะดุกว่าหมา) อย่าพายเรือมาใกล้บ้าน หากหมากัดจะไม่รับผิดชอบ

ปลากระพงขาวน้ำจืด หรือปลาม้า สวยเน้อ

ปลาอุบ หรือปลากดหนู ที่พ่อว่า สบตากับพระอาทิตย์มันก็ตายแล้ว
ที่ไหนได้ วันนี้ไม่เห็นพระอาทิตย์ซักดวงมันยังตายเลย

พ่อเปรย ๆ ออกไปว่า "คืนนี้ไม่มีหรอกมึง พรุ่งนี้โน้น" ว่าแล้วเราก็แยกย้ายกันไปตัวใครตัวมัน และเป็นไปตามคาด เช้าวันเสาร์ซึ่งปกติแล้ว ช่วงเช้าในวันหยุดของฉันมักจะไม่มี แต่เสาร์ที่ผ่านมานั้น ฉันตื่นแต่เช้ามาก และมายืนเกาะสันเขื่อนดูแม่น้ำ ซึ่งบัดนี้ไม่ว่าปลาเล็ก หรือปลาใหญ่ จำนวนมาก ต่างโผล่หัวให้พ้นน้ำขึ้นมาฮุบอากาศเบื่องบนกันถ้วนหน้า

บรรดากุ้งปลาในอ่างของท่านพ่อ เฉพาะในช่วงเช้า

ปลาแป้น หรือปลาตาโต ที่เน้อตัวจะใส ๆ สวยทีเดียวเชียว
จนหลัง ๆ กลายเป็นปลาตู้ไปซะอย่างนั้น

พ่อยืนโวยวายอยู่ที่หัวบันไดที่ยื่นออกนอกเขื่อนไปในแม่น้ำ ตะโกนคุยกับเด็ก ๆ วัยรุ่นที่โป๊ะท่าน้ำถามไถ่กันสนุกสนาน ปลาหลากหลายสายพันธุ์ลอยขึ้นเหนือน้ำมุ่งเข้าสู่ชายตลิ่ง ที่เห็นลอยมากที่สุดเห็นจะเป็น "ปลาลิ้นหมา" หรือที่ทางราชาศัพท์เรียกว่า "ปลาใบไม้"

กุ้งก้ามกรามตัวไม่เล็กไม่ใหญ่ขาดสองนิ้ว (หมายถึงตัวกว้างสองนิ้วมือ)

ฉันถามพ่อว่า พ่อไม่เอาเรือออกไปช้อนปลาเหรอ พ่อว่า ไม่ต้องหรอกเดี๋ยวมันก็ลอยเข้ามา อีกอย่างช้อนเล่นสนุก ๆ ไม่ได้จะเอาจริงเอาจังอะไร ปลาน้อยปลาใหญ่ยังคงทยอยกันลอยขึ้นเหนือน้ำ ทั้งปลาหนังและปลาเกล็ด ปลาลอยขึ้นมากตลอดเวลาในช่วงเช้า ยิ่งสายเข้าปลายิ่งตัวใหญ่ขึ้น พ่อเปรย ๆ ว่า ถ้ามีแดดปลาพวกนี้จะฟื้น แต่ถ้าไม่มีก็เตรียมตัวล้างบาง

ปลากดคัง หรือปลาคังที่นิยมบริโภคลวกจิ้มกันนั้นหละ

พ่อนั่งช้อนปลาไป ก็มองน้ำบ่นพรึมพรำไปตามเรือง พ่อว่า สงสัยคงจะมีปลาหลาย ๆ สายพันธุ์ที่จะสูญพันธุ์ไปในครั้งนี้ เช้านี้จวบจนเกือบเพล ท้องฟ้าครึมตลอด ไม่มีแม้นแต่ลมอ่อน ๆ ที่เคยพัดให้ความเย็น พ่อว่า ปลาที่ลอยขึ้นมาด้านบนยังมากขนาดนี้ ปลาใหญ่ใต้น้ำคงล้มตายมากมายกว่านี้ เพราะปลาใหญ่นั้นต้องการออกซิเจนมากกว่าปลาเล็ก และพรุ่งนี้คงมีปลาลอยขึ้นมาตายอีกมากมาย มากกว่าปลาที่ลอยขึ้นผิวน้ำเพราะเมาน้ำอย่างวันนี้

ปลาแก้มช้ำ ที่หาในธรรมชาติแทบไมได้แล้ว

ตกเย็นเรามาดูผลงานปลาใหญ่น้อยที่พ่อช้อนขึ้นมาไว้ในกะละมัง ปลาหลาย ๆ สายพันธุ์ฉันไม่ได้เห็นในรอบยี่สิบปี อย่าง ปลากดคัง ปลากดหนู หรือปลาอุบ ก็โผล่ขึ้นมาตายกับเขาเหมือนกัน กุ้งก้ามกราม ที่คิดว่าสูญพันธุ์ไปแล้วจากหน้าบ้าน ก็ลอยขึ้นมาให้ช้อน (พ่อบอกว่ามันล่องมาจากอยุธยา มันจะมาไกลอะไรขนาดน๊านนนนนน) ขนาดกุ้งนางก็ยังมีให้เห็น ฯลฯ

พ่อว่าในหลวงและราชนิกูลท่านทรงนำมาปล่อยเพื่อแพร่พันธุ์ในลำน้ำเจ้าพระยา
สงสัยอีกหน่อยคงต้องแพร่กันอีกหลายพันธุ์เลยทีเดียว

ปลาแก้มช้ำ ที่พ่อว่ามันไม่ใช่ปลาธรรมชาติ แต่มันเป็นปลาปล่อย ถามไปถามมา พ่อว่าในหลวงและราชนิกูลนำมาปล่อยเพื่อขยายพันธุ์ในแม่น้ำเจ้าพระยา และอีกหลาย ๆ ปลาที่ลอยละล่องขึ้นมาบนผิวน้ำ นอกจากปลาเล็กปลาน้อย ก็ยังมีปลาใหญ่อย่างปลาจีนตัวขนาด 5 กิโลกรัมกว่า ๆ ที่บรรดาลุง ๆ แถวบ้านเขาออกเรือไปลอยข่ายดักปลาที่ลอยเหนือน้ำ บ้างก็เอาสวิงไล่ช้อนเอาดื้อ ๆ

ปลาสังควาสวังที่ช้อนมาและถึงแก่กรรมเรียบร้อยแล้ว

ปลาสายยูตัวกว่า 5 กิโลที่พ่อช้อนขึ้นมาดิ้นสะบัดอย่างแรง ก่อนที่พ่อจะยกมันพ้นขึ้นมาจากผิวน้ำ ทำให้ตาข่ายสวิงที่ทำจากไนล่อน 1 หุนอย่างหนาขาดลงอย่างหาดี

ไม่ได้ พ่อหัวเราะชอบใจ (สงสัยดีใจจะได้ซื้อของใหม่) พ่อว่าน้ำมันเปรี้ยว มันจึงลอยขึ้นมาหาอ๊อกซิเจน ถ้าเราไม่จับมันขึ้นมา ลอยไปซักพักมันก็ตาย เพราะขนาดมีแดดมันยังรอดยาก แล้ววันนี้ไม่มีแดดซักนิด ยังไงก็ไม่รอด

แน๊ !!! นอนตาใสเลยทีเดียว

ฉันเถียงพ่อว่าเรือน้ำตาลล่ม น้ำต้องหวานสิ จะเปรี้ยวได้อย่างไร พ่อเลยว่า ไม่เชื่อแกชิมซิ ฉันวักน้ำจากคลองแตะลิ้น ฉิกไห เปรี้ยวจริงด้วย พ่อว่าเพราะน้ำตาลมันเริ่มเน่าและเริ่มเปลี่ยนสภาพเป็นยีสน้ำมันเลยเปรี้ยว และที่มันเน่า เพราะปฏิกริยาที่เกิดจากการย่อยสลายน้ำตาลให้กลายเป็นยีสนั่นหละ (ไหนว่าจบช่างกลฟระ)

ตัวใหญ่มิใช่น้อย รับประกันว่าเต็มหม้อพอดิบพอดี

พ่อเปิดอ๊อกซิเจนใส่ในถังผสมปูนใบใหญ่ที่จะเอาไว้กักปลาที่หามาได้ ถ้ามันยังไม่ตาย แล้วเอาปลาเล็กปลาน้อยพวกนั้นใส่ลงไปในถังเพื่อให้มันฟื้นตัว ก่อนที่จะปล่อยมันลงน้ำอีกครั้งในวันถัดไป

แต่จนแล้วจนรอดพ่อก็ต้องปล่อยปลาสายยูลงในหม้อต้มหน่อไม้ดอง ปลากระพงขาว หรือปลาม้าลงในหม้อต้มยำ เพราะสุดท้ายมีเพียง "ปลาลิ้นหมา" เท่านั้น ที่รอดข้ามคืนลงสู่แม่น้ำได้อีกครั้งแต่เพียงสายพันธุ์เดียว

เมื่อชันสูตรพลิกศพเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลานำไปปล่อยป่า ....ป่าหน่อไม้ดอง

โดยส่วนตัวแล้ว ข้อดีของเรือน้ำตาลล่มจนเกิดน้ำเน่าในครั้งนี้ ก็คือ ทำให้รู้ว่า ยังมีปลาและสัตว์น้ำอีกหลายสายพันธุ์ที่เราคิดว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว ที่จริงแล้วมันยังคงมีอยู่ถึงแม้นจะน้อยมาก

ข้อเสีย ก็คือ ต่อแต่นี้ไป คงมีพวกมันอีกหลายสายพันธุ์ที่คงจะสูญพันธุ์ไปหมดแล้ว อาเมนนนน !!!



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
เตาะแตะ วันที่ : 08/06/2011 เวลา : 17.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toddle
ไม่ได้มีปลาตัวเดียวในทะเล...Yah.

คงแทบเกลี้ยง แม่น้ำล่ะ
.
ทำไมมันไม่ลอยตามน้ำไปท้ายน้ำเรื่อยๆ เนอะ
.
.
เพราะปลาเป็น มันต้องว่ายทวนน้ำนิเนอะ เลยกลายเป็นปลาตายเสีย
.
.

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
Surakant วันที่ : 08/06/2011 เวลา : 17.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ThailandBest
 อ ยู่ เ มื อ ง ไ ท ย  ส บ า ย ที่ สุ ด ใ น โ ล ก

พึ่งจะรู้ว่าแม่น้ำมีปลาลิ้นหมา
พึ่งจะรู้ว่าแม่น้ำยังมีปลาหลากหลาย
พึ่งจะรู้ว่าแค่เรือน้ำตาลลำเดียวสร้างความเสียหายได้ขนาด
พึ่งจะรู้ว่าแค่เรือคว่ำก็กู้กันไม่เสร็จหลายวันแล้ว

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
พี่ป๋อง วันที่ : 08/06/2011 เวลา : 17.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/teetatfarm
อาชีพอิสระ.. ทุกคนสามารถทำได้        

เข้ามาทักทาย น้องสายลม

ปลาในแม่น้ำเจ้าพระยา ปกติก็มีน้อยอยู่แล้ว

ยิ่งมีปัญหาจากเรือบรรทุกน้ำตาลล่ม ทำให้น้ำเสียความสมดุลย์

อีกนานเท่าไหร่ ถึงจะมีปลาเท่าเดิม


................................................................................
ขอเชิญแวะเข้าไปกด "ถูกใจ" คลิ๊กลิ้งค์ข้างล่างนี้เลยครับ

http://www.facebook.com/pages/Earthworms-THAILAND%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%98%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%9F%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A1-02-870-2828/175839122473554?sk=wall

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
kate วันที่ : 08/06/2011 เวลา : 16.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kate2007
This is Chonburi We are Chonburi

คอมเม้นท์ข้างล่าง น่าจะเปลี่ยน สโกแกน ก่อนเม้นท์นะ

ปลาส่วนใหญ่ก่อนที่มันจะมาเป็นอาหารคน มันก็ออกลูกออกหลานขยายพันธุ์ก่อนแล้วเกือบทั้งนั้น แต่เรื่องนี้นอกจากจะทำให้มันตายแล้วยังตัดวงจรของสิ่งมีชีวิตด้วย

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
losoboy วันที่ : 08/06/2011 เวลา : 15.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/losoboy
เข้มแข็งในหน้าที่ ทำดีเพื่อสังคม


ภาพดอกกุหลาบสวยมากๆ (เอาหนามออกหรือยังไม่รู้)
สงสาร กับ สังหาร หรือ สั่งอาหาร ฟังแล้วคล้ายๆกันแต่
ความหมายต่างกัน จะตกใจกันไปทำไม ถ้าปลาไม่ตายกับเหตูการณ์นี้ อยู่ไปก็ต้องถูกจับมาฆ่า ทำเป็นอาหารอยู่ดี แล้วจะมาสงสารกันทำไม
ชาตินี้เราๆท่านๆโชคดีเกิดเป็นคน(ไทย)
ก็ควรระมัดระวัง กาย วาจา ใจ รักษาสลี ห้าไว้ให้มั่น และ
การคิด พูด ทำ ไว้มากๆ มันเป็นการผูกเวรใหม่ หรือ ถึงเวลาปลาทั้งหลายหมดเวร ไม่มีใครรู้ได้ ใครทำสิ่งใดไว้ ไม่ช้าไม่นาน เขาและคนใก้ลชิดก็ต้องได้รับกรรม
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 08/06/2011 เวลา : 11.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  

เพื่อดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ประกอบการที่เป็นผู้ขออนุญาตขนส่งน้ำตาล ------> ถ้าเป็นพวกเรือลาก เรือพ่วงแล้วเขาจะมีจ่ายเหรอค่ะพี่ ทางที่ดี มันต้องทุกภาคส่วนอ่ะค่ะ แต่ในทางกฏหมายคงทำไม่ได้แน่เลย งานนี้คงมีคนถูกฟ้องล้มละลาย และแน่นอนที่สุด ชักไม่แน่ใจว่า คนหรือแพะแน่ที่ต้องล้มละลาย

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
BlueHill วันที่ : 08/06/2011 เวลา : 09.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ขออนุญาต อัพเดทข่าวความคืบหน้าครับ
“ครม."มีมติให้“คมนาคม”ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากเรือน้ำตาล"ล่ม”

สำนักข่าวเนชั่น

“ครม. “ มีมติ ให้ “ก.คมนาคม” รวบรวมความเสียหาย จาก “เรือน้ำตาลล่ม” เตรียมฟ้องผู้ประกอบการขนส่งน้ำตาล พร้อมช่วยเหลือเกษตรกรเลี้ยงปลา 60% จากต้นทุน

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฎิบิติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าที่ประชุมได้พิจารณาแก้ไขเพื่อปัญหา กรณีเรือบรรทุกน้ำตาลล่มในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณ ตำบลภูเขาทอง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สรุปตั้งวันที่ 31 พ.ค.เวลา 17.00 น. ที่เรือบรรทุกน้ำตาลล่มในแม่นำเจ้าพระยา โดยขณะนี้ได้มีการพยายามกู้เรือ แต่เนื่องจากปริมาณน้ำยังสูงอยู่ จึงให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งการกู้เรือจะใช้ระบบบอลลูนเพื่อที่จะเป็นโป๊ะในการกู้เรือ โดยคาดว่าจะสูบน้ำออกได้ทั้งหมด 5 - 6 ชั่วโมง ซึ่งในวันเสาร์ที่ 11 มิ.ย.นี้จะสามารถกู้เรือได้หากไม่มีการเปลี่ยนแลงในเรื่องของกระแสน้ำ

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมมีมติ คืออนุมัติให้มีการใช้กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตามข้อเสนอของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการเยียวยาในพื้นที่ที่เป็นเขตภัยพิบัติ ซึ่งเป็นไปตามมาตรการ ที่เป็นกรอบของกระทรวงการคลัง ซึ่งเกณฑ์ในการช่วยเหลือ หากเป็นเรื่องของปลา จะมีเกณฑ์คือจะช่วย 60 เปอร์เซ็นต์ ของต้นทุนของผู้ประกอบการ รวมทั้งครม.ยังมีมติให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณาผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อมภายใต้กฎหมาย และให้กระทรวงคมนาคมเป็นหน่วยงานหลักรวบรวมความเสียหายที่เกิดขึ้นจากทุกหน่วยงาน เพื่อดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ประกอบการที่เป็นผู้ขออนุญาตขนส่งน้ำตาล

นายปณิธาน กล่าวต่อว่า ครม.ยังมีมติให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุเรือน้ำตาลล่ม โดยดำเนินการติดตามและฟื้นฟูคุณภาพน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่จุดที่เกิดเหตุบริเวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนถึงปากแม่น้ำบริเวณจังหวัดสมุทรปราการ และให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณาดำเนินการเพื่อปล่อยสัตว์น้ำ ทดแทนสัตว์น้ำที่ตายจากอุบัติเหตุดังกล่าว

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
notbad วันที่ : 08/06/2011 เวลา : 09.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/news35
My World

ชอบตรงปล่อยป่าหน่อไม้ดองนี่แหระครับอร่อยเหาะ555

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
หน่อผุด วันที่ : 07/06/2011 เวลา : 21.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korpai
'ต้นไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า  กระดาษแผ่นเดียวไม่เป็นหนังสือ'

เรื่องใหญ่ที่ดูเหมือนได้รับความสนใจน้อยนะคะ
เห็นปลาลอยหนีตายหายใจอย่างทรมานแล้วเศร้า
ได้ยินทางการประกาศโค้งน้ำเจ้าพระยาอันตราย ผู้ใช้เรือควรระมัดระวัง
ควรต้องมีมาตรการแก้และป้องกันปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมมากกว่านี้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 07/06/2011 เวลา : 20.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

เห็นภาพปลาแต่ละชนิดแล้วสังเวชใจ

ผมเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯปี 2497 อยู่ในวัดโบสถ์ สามเสน

มีคลองคั่นระหว่างวัดกับศรีย่าน

ยังจำได้สมัยนั้นน้ำในคลองสามเสน ไม่ถึงกับใส แต่สะอาดมาก

ปลาที่คุณเขียนถึงมีให้เห็นดาษดื่น

แต่ที่ผมชอบช้อนมาดูเล่นคือ ปลาเสือ (หรือจะเรียกปลาลายเสือก็ไม่ทราบ)

วันนี้คลองสามเสน เหมือนคลองทั่วไปในกรุงเทพฯ

เน่าสนิท...

ผมเรียกร้องให้รัฐบาล ขุดลอกแม่น้ำเจ้าพระยา และลำคลองต่าง ๆ เหมือนสีซอให้ควายฟัง - ฮา

วันนี้ ผมมีข้อเสนอในการกู้เรือน้ำตาลล่ม

อยากรู้ว่าจะมีใครสนใจฟังใหม่

แต่ในฐานะนักดนตรีที่ชอบสีซอ

ผมจะทำหน้าที่สีซอต่อไป - ฮา

ฝากคุณสายลมฯ ด้วยนะครับ

http://www.oknation.net/blog/netmom/2011/06/07/entry-2

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
Sea-Sand-n-Star วันที่ : 07/06/2011 เวลา : 20.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sea-sand-n-star
บ้านหลังแรก "ก็เพราะหัวใจรักการเดินทาง จึงอยากแบ่งปันประสบการณ์ เพื่อเติมฝันให้นักเดินทางผู้ร่วมความฝันเดียวกัน" >>>ขอเชิญเยี่ยม>>> บ้านหลังใหม่ "ร่วมคิด ร่วมสร้าง สังคมดี"   http://www.oknation.net/blog/ssns2

ได้ความรู้มากมาย ขอบคุณ และโหวตค่ะ

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
กำหนัน วันที่ : 07/06/2011 เวลา : 20.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saiyai21

สวัสดีครับ ได้ข่าวว่าจะใช้บอลลุน สี่ลูกนำเรือขึ้นจากเจ้าพระยาช่วยไปดูหน่อยครับ ทำไมไม่ไปช่วยชิวิตปลาก่อนมันลอยหัวละครับ หน่วยงานที่รับผิดชอบไม่มีคนเก่งเลยหรือเมืองไทยโหวดครับ กับชีวิตปลาๆ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
tengpong วันที่ : 07/06/2011 เวลา : 18.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

แล้วเจ้าของเรือบรรทุกน้ำตาลมันรับผิดชอบอะไรบ้างไม๊เนี่ยะ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
keya วันที่ : 07/06/2011 เวลา : 16.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keya

เป็นข่าวที่เศร้ามากกก...โศกนาฎกรรมของสัตว์น้ำลุ่มเจ้าพระยา ขอให้วิฤติผ่านพ้นไปโดยเร็วด้วยเถิด

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
buasawan วันที่ : 07/06/2011 เวลา : 15.48 น.

ฉงฉานปลาจัง วันนี้เห็นข่าวยังกู้เรือไม่สำเร็จ ทหารเพิ่งจะเข้ามาช่วย

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
รักพงษ์ วันที่ : 07/06/2011 เวลา : 15.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rukpong

นั่นสิ ปลาบางพันธ์ไม่น่าจะเห็นแล้ว หรือมันจะเป็นตัวสุดท้ายจริงๆคราวนี้

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 07/06/2011 เวลา : 14.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

งวดนี้เดือดร้อนพี่น้องปลากันถ้วนหน้านะครับ
วันก่อนผ่านไปแล้วว่าจะแวะอยุะยาไปดูเรือล่ม แต่ติดธุระด่วนเลยมิได้แวะ
งวดนี้ใครมีบ่อพักปลาก้อาจจะช่วยทุ่นค่าใช้จ่ายได้เยอะ ช่วยชีวิตปลาที่น่าสงสารจะต้องมาตายอย่างเปล่าประโยชนื ให้มีประโยชนื อิอิ ว่าแต่ ตัวที่แกงส้มหน่อไม้นี่ ขอสักถ้วยได้บ่อ อิอิ
โหวตให้สารคดีปลาที่แสนสะเทือนใจ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
AFMountain วันที่ : 07/06/2011 เวลา : 14.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/AFMountain

วันแรกๆ ที่คว่ำดูข่าวจากโทรทัศน์ เห็นเครื่องสูบน้ำตัวนิดเดียว หวังว่าวันนี้คงมีเครื่องตัวใหญ่ๆ มาสูบแล้ว...

(อยากรู้จังกรมเจ้าท่า มีแผนการปฏิบัติเวลาเกิดอุบุติเหตุบ้างหรือป่าว)

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
ญิ๋งณัฐ วันที่ : 07/06/2011 เวลา : 07.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/uranus
บ้าน ญิ๋งณัฐ ยินดีเป็นมิตร ค่ะ

พี่สาว ฝีมือสุด ๆๆ
..
ขนาดตัวที่ หงายท้อง ยังถ่ายได้ คมชัดลึก
..
ซะขนาดนี้ ....
..

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
OKeel วันที่ : 07/06/2011 เวลา : 04.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keeluaey
เราทำสิ่งดีๆ เพื่อชาติได้เสมอ

ยังจำปลาหลายๆ ชนิดที่แม่น้ำเจ้าพระยาได้ดี เพราะเห็นมาตั้งแต่ยังเด็ก ว่ายน้ำได้ก็เพราะว่ายเล่นในแม่น้ำสายนี้
อ่านจบแล้วก็เศร้าครับ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
Janni_Lee วันที่ : 06/06/2011 เวลา : 23.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mylifeanddogs
Hope, Love, and Joyfulness... It is here on earth and has four legs !

เต็ม ๆ เลยนะคะ ทั้งเรื่องและภาพ
ปลาหลาย ๆ ชนิดปกติก็หาทานกันยากเย็นอยู่แล้ว
หวังว่าจะยังพอมีแพร่พันธุ์กันต่อไปนะคะ อย่าให้สูญพันธุ์กันเล้ย

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
Kibangkok วันที่ : 06/06/2011 เวลา : 22.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaithai
สีน้ำ(มือสมัครเล่น)และเรื่องราวชิวชิวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่     .    ลุงกิ๊..

ชอบประโยคนี้อ่ะ

โดยส่วนตัวแล้ว ข้อดีของเรือน้ำตาลล่มจนเกิดน้ำเน่าในครั้งนี้ ก็คือ ทำให้รู้ว่า ยังมีปลาและสัตว์น้ำอีกหลายสายพันธุ์ที่เราคิดว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว ที่จริงแล้วมันยังคงมีอยู่ถึงแม้นจะน้อยมาก

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
อะหนึ่ง วันที่ : 06/06/2011 เวลา : 20.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

ตอนดูข่าวทีวี ว่าน้ำตาลเปรี้ยว
จะไหลลงสู่ เจ้าพระยาบางกอก
ผมยังนึกถึงคุณสายลมฯ เลยนะครับ
ไม่ผิดหวัง ได้ภาพ ได้เรื่อง จริงๆด้วย
สมเป็นนักข่าวเจ้าพระยา ณ โอเค จริงๆ

อ้าง ความคิดเห็นที่ 7
ปลาลิ้นหมาทะเล ตัวจะเล็กยาวกว่า ครับ
สีน้ำตาลอมดำ ทานได้เช่นกัน
แกงส้ม...อาหย่อยยยย
ตอนเด็กๆ จะจับได้มาก ในทะเลสาบสงขลา
กลับบ้านหลายปีมานี้ ไม่เคยเห็นอีกเลย
คงเหลือน้อย จนเกือบสูญพันธุ์

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 06/06/2011 เวลา : 20.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


นอกจากปลาแล้วยังมีสัตว์สายพันธุ์อื่นอีกมากมายค่ะพี่ ทั้งตะพาบ เต่า ฯลฯ ยังไม่รวมถึงพีชอื่น ๆ ที่จะได้รับผลกระทบไปด้วยนะค่ะ แน่นอนที่สุด ห่วงโซ่อาหารอาจจะเปลียนไปก็ได้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 06/06/2011 เวลา : 20.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


เคยออกมาตั้งแต่คราวเรือข้าวเปลือกล่มแล้วหละค่ะ พอนานไปก็ซักลืม เห้อออ !!!

สื่อก็ไม่นำเสนอข่าวไร้สาระซะงั้น ฮ้วยยย !!!

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 06/06/2011 เวลา : 20.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


บางทีเราเรียกมันว่า "ราหู" ค่ะ ตอนเด็ก ๆ จับได้บ่อยมากในแม่น้ำเจ้าพระยา แถบกรุงเทพฯ เป็นปลาน้ำลึก นี่ยังไม่รวมโดนหางกระเบนหวดจนขาลายนะค่ะ

ตอน นี้หาที่เจ้าพระยาช่วงกรุงเทพฯ ไม่ได้แล้ว ต้องขึ้นไปแถว ๆ ปทุมฯ อยุธยาน่ะค่ะ ถึงจะยังมีอยู่ พวกนี้คนไม่นิยมกินกัน บ้างก็เชื่อว่ามีอาถรรพ์ แต่เวลามันว่ายน้ำสวยมากค่ะ

โคนหางจนถึง ปลายนิยมตัดเอามาทำแส้ ที่เรียกว่า "แส้หางกระเบน" น่ะค่ะ อีกอย่างบริเวณกกหางจะมีเงีื่ยงแหลมคม ถ้าโดนแทงจะปวดมาก ถ้าตัวใหญ่เงี่ยงก็จะใหญ่ตามตัว แทงคนถึงตายได้อย่างทรมานทีเดียว

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ชบาตานี วันที่ : 06/06/2011 เวลา : 20.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

เรื่องใหญ่นะเนี่ย.............แต่ทำไมข่าวมันแว๊บมา..งแล้วเงียบไปเฉยๆ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ภาษาไทย วันที่ : 06/06/2011 เวลา : 19.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/snowy


สวัสดีค่ะคุณสายลมฯ
น่าสงสารกุ้ง หอย ปลา มาก ๆ (ยกเว้นปูตัวแดง ๆ อิอิอิ)

ติดตามข่าวนี้มาหลายวันเหมือนกัน แต่ท่าทางแก้ไขไม่ได้เอาเลย ไม่งั้น สัตว์ต่างๆ คงไม่ตายเยอะแบบนี้

เมื่อวานเห็นภาพ มีปลากระเบนตัวเบ้อเริ่มตายด้วยนะ (ภาพนี้ข่าวว่าเป็นตัวที่ 4 แล้ว)
แปลกจังมีปลากระเบนในเจ้าพระยาซะด้วย

นับว่าสายน้ำเจ้าพระยาอุดมสมบูรณ์กว่าที่คิด

หวังว่า บทเรียนครั้งนี้จะมีคนออกมาแก้ไขซะที อย่าเกิดซ้ำๆ ซาก ๆ อีกเลย

ขอบคุณนะคะที่นำภาพมาให้ดู พร้อมให้ความรู้ด้วย

ชอบปลาลิ้นหมานะ อร่อย มันยังรอดได้ ..แข็งแรงจัง

โหวตขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
จินตกาล วันที่ : 06/06/2011 เวลา : 18.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JINTAKARN

เศร้าใจจริงๆ ทำไมปลามันหลากหลายสายพันธุ์เช่นนี้

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ผู้ใหญ่บ้านนอก วันที่ : 06/06/2011 เวลา : 17.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunphipat


คนทำร้ายธรรมชาติเช่นเคย

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
BlueHill วันที่ : 06/06/2011 เวลา : 16.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ผมว่า ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องออกมาตรการควบคุมการขนส่งทางเรือแล้วครับ
ดูความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นซิครับ ใครจะรับผิดชอบ

ข่าวนี้ สมควรเป็นข่าวใหญ่
หากไม่ถูกทอนความสนใจโดยข่าวการเมืองไป

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ทางแก้ว วันที่ : 06/06/2011 เวลา : 16.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faab
แห่งสี่สายน้ำปิงวังยมน่าน

ไปถึงแถวบางลำพูแล้วหรือครับแย่จัง

วันนี้ไม่ได้ทำงาน ตอนกลางวันไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือใกล้บ้านละแวกเกาะเกร็ดนั่งห้อยขาอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ปกติจะมีเจ้าปลาเสือมาอยู่ใต้ถุนร้านเยอะเลย เราก็จะเอาตะเกียบคีบเนื้อในชามยกชูไว้และเจ้าปลาเสือมันก็จะพ่นน้ำเข้าใส่ เป็นจุดเด่นของที่นี่เวลามีเพื่อนมาบ้านก็จะชวนมาทานเพราะสนุกสนานเพลิดเพลิน แต่วันนี้คนขายบอกว่าปลาตายหมดจากเรือน้ำตาลที่ปทุมธานี จุดเล็กๆที่นี่เป็นภาพให้เราเห็นว่าผลกระทบของความเสียหายทางนิเวศน์มีผลพวงต่อเนื่องมาในวงกว้างทีเดียวครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 06/06/2011 เวลา : 16.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


ลิ้นหมาทะเลก็มี แต่เป็นอีกแบบนึ่ง อันนั้นรู้สึกจะกินไม่ได้ แต่นี่เป็นลิ้นหมาน้ำจืด อร่อย

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
kate วันที่ : 06/06/2011 เวลา : 15.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kate2007
This is Chonburi We are Chonburi

น่าสงสารจัง

หนูคิดว่าปลาลิ้นหมาเป็นปลาทะเลมาตลอดเลยนะเนี่ย

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 06/06/2011 เวลา : 15.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


เขาเรียก "ปลาลิ้นหมา" ค่ะคุณหนูขรา ๆๆๆๆ คุณหนูอย่างคุณน้องคงไม่รู้จัก ผู้รากมากดีก็เงี้ยเน้อ !!!

ขอบอกว่า ขอดเกล็ด ผ่าท้อง ควักไส้ ตากแดดเดียว ทอดกรอบ อร่อยค๊อด ๆ เห็นมั้ยจ๊ะว่า "หนูพลาด" อิอิอิ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 06/06/2011 เวลา : 15.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

เศร้านะเนี่ย..

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
JoyGangster วันที่ : 06/06/2011 เวลา : 15.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gangster-1
Photo Blog...สากกระเบือยันเรือรบ, I Love เมืองไทย I Like Korea, เรื่องกินเรื่องเที่ยวเรื่องเดียวกัน...

โห...เปนคุณลูกที่ดีมาก... คุณพ่อบอกอะไรทำตามหมด...อิอิ

...................

ไอ้ทีอยู่ในรูปนี้...รู้จักแค่ตัวสองตัวเอง....

หวังว่ามันคงไม่สูญพันธุ์หมดแม่น้ำเจ้าพระยานะ..

วันนี้...คงไม่มีปลาลอยหนีตายแล้วมั๊ง..


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ราษีไศล วันที่ : 06/06/2011 เวลา : 15.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/motorcyrubjang
ณ บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ twitter : @motorcyrubjang / facebook.com/motorcyrubjang  

น่าสงสารพวกมันมากนะครับ เจ้าปลาผู้น่าสงสาร

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
mayjune วันที่ : 06/06/2011 เวลา : 14.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/juney
 บ้านหลังที่ ๒ เลขที่ - - http://www.oknation.net/blog/emotions

เจ๊ ปลาแบนๆ นั่นมีในน้ำหน้าบ้านเจ๊ด้วยเหรอ ไม่เคยเห็น

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน