*/
  • สายลมที่ผ่านมา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-10-06
  • จำนวนเรื่อง : 1289
  • จำนวนผู้ชม : 2459549
  • จำนวนผู้โหวต : 543
  • ส่ง msg :
  • โหวต 543 คน
<< มกราคม 2012 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 6 มกราคม 2555
Posted by สายลมที่ผ่านมา , ผู้อ่าน : 3379 , 11:42:55 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน sunsmile , สายลมที่ผ่านมา โหวตเรื่องนี้

ประสบความสำเร็จและได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก เมื่อสำนักพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ กรมศิลปากร คัดเลือกอัญเชิญพระพุทธมงคลโบราณให้ประชาชนได้เข้าสักการะโดยใกล้ชิดในเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ในวาระศุภฤกษ์ขึ้นปีใหม่ ๑ ปี ๑ ครั้ง ที่กำลังจะมาถึงนี้ ทางพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ จึงได้เปิด พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พระราชวังบวรสถานมงคล หรือ  หอพระ วังหน้า ให้ประชาชนได้เข้าสักการะพระพุทธปฏิมาแห่งแผ่นดินอีกครั้ง

พระหายโศก พระปฏิมาศิลปะล้านนา พุทธศตวรรษที่ ๒๑ เป็นพระพุทธรูปของหลวงพระราชทาน มีนามเป็นมงคลพิเศษ จากจารึกฐานพระพุทธรูปกล่าวว่าส่งมาถึงกรุงเทพฯ ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ.๒๓๙๙ เดิมคงใช้ในพระราชพิธีหลวง จนกระทั่งกรมพระราชพิธี ส่งมาเก็บรักษาในพิพิธภัณฑสถานเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๔ เชื่อกันว่าเป็นพระพุทธรูปอำนวยความสุข สวัสดี

พระไภษัชยคุรุ ศิลปะลพบุรี พุทธศตวรรษที่ ๑๗-๑๘ แสดงปางสมาธินาคปรก ทรงเครื่อง มีผอบบรรจุพระโอสถอยู่ในพระหัตถ์ เป็นพระพุทธปฏิมาที่สร้างขึ้นตามคติพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน นับถือกันว่าเป็นพระพุทธเจ้าแพทย์ผู้ช่วยสัตว์โลกทั้งปวงให้พ้นทุกข์อันเกิดจากโรคทางกายและโรคทางใจ ตลอดจนช่วยให้มีชีวิตยืนยาว เนื่องจากทรงบำเพ็ญพระบารมีโดยอธิษฐานความปราศจากโรคภัยของผู้คนในกาลสมัยของพระองค์ เชื่อกันว่าผู้ปฏิบัติบูชาพระไภษัชยคุรุ สามารถหายจากอาการเจ็บป่วยทางกายและใจ ด้วยการสวดบูชาออกพระนาม และสัมผัสรูปพระปฏิมา สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ แห่งกรุงกัมพูชา สร้างพระราชทานเป็นพระปฏิมาประธานในอโรคยาศาล เพื่อผู้ป่วยและประชาชนบูชา เพื่อพ้นจากโรคภัยไข้เจ็บ

พระพุทธรูปปางโปรดมหิศรเทพบุตร ศิลปะรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕ พระพุทธรูปจงกรมเหนือเศียรมหิศรเทพบุตร หรือ พระศิวะ ทรงโคนนทิ สร้างตามคติพระพุทธองค์ทรงทรมานมหิศรเทพบุตร ซึ่งปรากฏอยู่ในคัมภีร์โลกบัญญัติ คัมภีร์โลกสัณฐานโชตรตนคัณฐี และคัมภีร์ไตรภูมิโลกวินิจฉยกถา

มีความกล่าวว่า มหิศรเทพบุตรมีความไม่พอใจที่เทวดาทั้งหลายไปนอบนอมต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงไปท้าประลองฤทธานุภาพด้วยการซ่อนหา มหิศรเทพบุตรไม่อาจซ่อนตนจากพระญาณของพระพุทธองค์ได้ ครั้งพระพุทธเจ้าทรงเนรมิตองค์เป็นปรมาณูประทับยืนใกล้กับทิพยจักษุของมหิศรเทพบุตร มหิศรเทพบุตรหาไม่พบ จึงยอมจำนน

พระบรมศาสดาได้ตรัสเทศนาจนมหิศรเทพบุตรบรรลุธรรม ภายหลังพุทธปรินิพพานมหิศรเทพบุตรได้เนรมิตพระพุทธปฏิมาเทินไว้เหนือเศียร อัญเชิญไปประดิษฐานยังพระมหาวิหารบนเขามันทคีรี มหิศรเทพบุตรจึงเป็นผู้ทรงพระพุทธองค์ไว้เหนือเศียรเกล้า บูชาเพื่อขจัดมิจฉาทิฐิ หรือความเห็นผิด

พระชัย ศิลปะรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๔-๒๕ ตามพระราชประเพณีแต่โบราณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรางสร้างพระชัย หรือพระชัยวัฒน์ ประจำรัชกาลสำหรับบูชาในหอพระ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่พระองค์เอง รวมทั้งอัญเชิญไปในการศึกสงคราม การเสด็จประพาส และตั้งในการพระราชพิธีต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสวัสดิมงคล ขจัดอุปสรรคป้องกันภยันตรายจากสิ่งชั่วร้ายอัปมงคลต่าง ๆ

พระชัยวัฒน์ของหลวงสมัยรัตนโกสินทร์ นิยมสร้างเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ประทับขัดสมาธิเพชร พระหัตถ์ซ้ายถือพัด พระชัยวัฒน์องค์นี้ พระรัศมีทองคำลงยาฝังเพชร พระนลาฏฝังเพชร มีสังวาลทองคำ พัดทองคำฝังพลอย ฐานสิงห์ผ้าทิพย์สลักลายฝังพลอย เป็นพระพุทธรูปบูชาเพื่อชัยชนะ

พระพุทธรูปประทับรอยพระพุทธบาท ศิลปะล้านนา พุทธศตวรรษที่ ๒๑ พระพุทธเจ้าประทับรอยพระพุทธบาท ปรากฏในตำนานพระเจ้าเลียบโลกของล้านนา กล่าวว่า ครั้งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จจาริกประกาศธรรมโดยเหาะมาทางอากาศ ครั้งถึงสถานที่แห่งใดซึ่งจะเกิดบ้านเมืองเป็นที่สถิตสถาวรของพระศาสนารุ่งเรืองขึ้นในอนาคตกาล ได้ตรัสพยากรณ์ และเหยียบรอยพระบาทไว้ เป็นเครื่องหมายแห่งการหยั่งรากลงของพระพุทธศาสนา ซึ่งจะประดิษฐานมั่นคงยั่งยืนเป็นแก่นหลักที่ยึดเหนี่ยวของประชาชนบ้านเมืองแห่งนั้น

พระพุทธเจ้าในอดีตและอนาคตทุกพระองค์ทรงบำเพ็ญพระจริยวัตรเป็นพุทธประเพณีอย่างเดียวกันทั้งสิ้น พระพุทธรูปประทับรอยพระพุทธบาท จึงทำเป็นพระพุทธรูปยืนกดรอยพระบาท ภายในรอยพระบาท ๓ รอย รวมเป็นพระบาท ๔ รอย หมายถึง รอยพระบาทของพระพุทธเจ้าที่ทรงถือกำเนิดแล้วในภัทรกัลป์ปัจจุบันนี้ ๔ พระองค์ คือ พระกกุสันโธ พระโกนาคม พระกัสสป และ พระโคตมะ การสักการบูชาพระพุทธรูปประทับรอยพระบาทจึงเสมือนการถวายอภิวาทพระพุทธเจ้าพร้อมกัน ๔ พระองค์ คติการบูชาเพื่อความมั่นคงในพระพุทธศาสนา

พระพุทธรูปห้ามสมุทร ศิลปะอยุธยา พุทธศตวรรษที่ ๒๒ - ๒๓ เป็นพระพุทธรูปยืน ทรงเครื่องน้อย แสดงปางประทานอภัยทั้งสองพระหัตถ์ คือ หงายฝ่าพระหัตถ์ทั้งสองตั้งขึ้นยกในระดับเสมอกับพระอุระ (อก) มีความหมายถึงการป้องกันภัยอันตราย ตำราพระพุทธรูปไทยใช้แสดงพระพุทธประวัติครั้งทรงทำปาฏิหาริย์ห้ามน้ำหลากท่วม

เมื่อเสด็จไปโปรดอุรุเวลกัสสปและเหล่าชฎิลในสำนัก ยังตำบลอุรุเวลาเสนานิคม แคว้นมคธ ยังเหล่าชฎิลให้เลื่อมใสยอมรับในอานุภาพของพระองค์ และขออุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา พระพุทธรูปห้ามสมุทรปรากฏหลักฐานการสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา สมัยรัตนโกสินทร์อัญเชิญใช้ในพระราชพิธีไล่เรือ หรือพิธีไล่น้ำในเดือนอ้าย เพื่อให้น้ำลด รวมถึงประดิษฐานเป็นสิริมงคลในพิธีขจัดภัยอันตรายต่าง ๆ เช่น พิธิอาพาธ พิธีสัมพัจฉรฉินท์ บูชาเพื่อปกป้องอันตรายทั้งปวง

พระพุทธรูปทรงเครื่อง ปางมารวิชัย ศิลปะล้านนา พุทธศตวรรษที่ ๒๑ สร้างขึ้นตามคติเรื่องชมพูบดีสูตร หรือพระพุทธเจ้าทรงทรมาณพระยาชมพูบดี โดยทรงบันดาลพระเวฬุวันวิหารประดุจเมืองสวรรค์และเนรมิตพระองค์ทรงเครื่องพระจักรพรรดิราช แสดงบุญญานุภาพเหนือพระยามหากษัตริย์ทั้งปวง เพื่อคลายทิฐิแห่งพระยามหาชมพูกษัตริย์ผู้ทรงอานุภาพ และทรงแสดงธรรมจนกระทั้งพระยามหาชมพูสิ้นมานะ ขอบวชเป็นพระสาวกในพระพุทธศาสนา

พระพุทธรูปทรงเครื่องพระมหาจักรพรรดิจึงหมายถึงอำนาจและธรรมอันเป็นแก่นสารยิ่งกว่าอำนาจแห่งทรัรพย์สมบัติทั้งหลาย พระพุทธรูปทรงเครื่องยังอาจหมายถึงพระโพธิสัตว์ศรีอาริยเมตไตรย พระอนาคตพระพุทธเจ้า คือ พระพุทธเจ้าพระองค์ที่ ๕ ในภัทรกัลป์ ที่จะมาบังเกิดเมื่อสิ้นสุดยุคของพระพุทธเจ้าโคตมะ บูชาเพื่อยศศักดิ์อำนาจ และเพื่อได้พบพระพุทธเจ้าศรีอาริยเมตไตรยในอนาคตกาล

พระพุทธรูปหลวงพ่อนาก ศิลปะล้านนา พุทธศตวรรษที่ ๒๐ เป็นพระพุทธรูปมงคลด้วยวัตถุพิเศษ พระองค์สีนาก เนื่องจากเนื้อสัมฤทธิ์มีส่วนผสมของทองคำจำนวนมาก พระเนตรฝังนิล ประทับขัดสมาธิเพชร พระบาททั้งสองข้างจำหลักลวดลายมงคล จารึกฐานพระพุทธรูประบุว่า พระยายุธิษฐิระ เจ้าเมืองพะเยา สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๐๑๙

เดิมคนร้ายขุดค้นพบในเจดีย์โบราณที่วัดป่าแดง หลวงดอนไชยบุนนาค จังหวัดพะเยา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมได้พร้อมของกลางที่จังหวัดลำปาง ต่อมาหลวงอุดลยธารณ์ปรีชาไวย์ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดเชียงราย ได้ทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งเสด็จประพาสมณฑลฝ่ายเหนือ พ.ศ. ๒๔๖๙ จึงพระราชทานให้เก็บรักษาในพิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร พระพุทธรูปแสดงปางสมาธิ หมายถึงการตรัสรู้ธรรม บูชาเพื่อความสุขสงบ เป็นสิริมงคล โชคลาภ และความมีทรัพย์

พระพุทธสิหิงค์  พระปฏิมาแบบสุโขทัย - ล้านนา อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๒๑ นับถือเป็นพระพุทธปฏิมาศักดิ์สิทธิ์ทรงอานุภาพตามตำนานพระพุทธสิหิงค์ จึงได้รับการอัญเชิญไปประดิษฐานเป็นสิริยังพระนครหลวง และเมืองสำคัญแต่โบราญของไทยหลายแห่ง คือ นครศรีธรรมราช สุโขทัย กำแพงเพชร เชียงราย เชียงใหม่ พระนครศรีอยุธยา และกรุงเทพมหานคร

สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท พระมหาอุปราชในรัชกาลที่ ๑ ได้อัญเชิญมาประดิษฐานเป็นพระพุทธรูปสำคัญประจำพระราชวังบวรสถานมงคล พระพุทธสิหิงค์นับเป็นพระพุทธรูปอำนวยความอุดมสมบูรณ์ ได้รับการอัญเชิญออกให้ประชาชนถวายน้ำสงกรานต์เป็นประจำทุกปี คติดการบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคลและความบริบูรณ์ของบ้านเมืองและผู้สักการบูชา

พระพุทธรัตนมหามุนี (พระแก้วน้อย) ศิลปะล้านนา พุทธศตวรรษที่ ๒๑ เป็นพระพุทธรูปมงคลด้วยวัตถุพิเศษ มีความหมายถึงสวัสดิมงคลและสินทรัพย์ องค์พระพุทธรูปจำหลักจากอัญมณีแก้วสีเขียวอ่อน น้ำแตงกวา พุทธศิลป์ล้านนาสมัยหลัง ทรงเครื่องทองและอัญมณี เดิมพบแตกเป็น ๒ ส่วน เจ้าของเดิมได้มาคนละคราว นำมาต่อเป็นเนื้อเดียวกันได้เป็นอัศจรรย์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี รับถวายจาก พ.ต.อ.อานนท์ อาขุบุตรและครอบครัว พระราชทานแก่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เมื่อพ.ศ.๒๕๓๔

โดยในปีนี้ ได้สลับสับเปลื่ยนเวียนพระพุทธรูปสำคัญบางองค์ ให้แตกต่างจากปีก่อน แต่ก็ยังเป็นที่สนใจของประชาชนทั่วไปที่แวะเวียนไปนมัสการกันอย่างไม่ขาดสาย  หากเพื่อน ๆ ท่านใดยังไม่ได้แวะไปกราบนมัสการขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ ทางพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติจะจัดแสดงอยู่จนถึงอังคารที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๕ ยังพอมีเวลาแวะไปนะค่ะ หากไม่ได้แวะไปกราบนมัสการขอพร ด้วยเหตุมิได้นับถือพุทธศาสนา เพียงแต่ได้เข้าชมโบราญวัตถุอันทรงคุณค่าของแผ่นดินก็ถือว่าคุ้มค่าแล้วหละค่ะ หาเวลาแวะไปนะค่ะ

อ้างอิง :: เอกสารเผยแพร่จากพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พระนคร



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
BlueHill วันที่ : 07/01/2012 เวลา : 11.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

มีเวลาถึงสิ้นเดือนมกราคมนะครับ
ไม่น่าพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 07/01/2012 เวลา : 10.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


ดอกกุหลาบเอาไว้ทดสอบศรัทธาค่ะ

หอพระอยู่ข้าง ๆ ธรรมศาสตร์ สนามหลวง แม่นแล๊ววว

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 07/01/2012 เวลา : 10.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


สวัสดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
sunsmile วันที่ : 06/01/2012 เวลา : 19.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

พระไภษัชยคุรุ ช่วงปีที่ผ่านมาได้สัมผัสชื่อบ่อยครั้งแต่รู้สึกตัวอักษรจะแตกต่างกันบ้างกับตำราแพทย์แผนโบราณ นำรูปมาฝากแล้วยังมีประวัติเรื่องราวให้อ่านอีก บล็อกเกอร์ชั้นเยี่ยมเป็นอย่างนี้นี่เอง เราเองก็ทำได้บ้างแต่ไม่ขยัน(ก็ขี้เกียจนะหละ)

ถ้ามีวาสนา...คงได้แวะไปบ้าง แต่อายจังที่จะบอกว่านึกทางไปไม่ถูก อยู่ข้างมธ.ใช่หรือเปล่า

เห็นพระพุทธรูปเกิดศรัทธา แต่พอมาเม้นท์เห็นกุหลาบ.......ก็ยังเกิดศรัทธาอยู่ดี

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ปรัชญาชนบท วันที่ : 06/01/2012 เวลา : 12.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/j-direk

ธรรมะสวัสดี

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน