*/
  • สายลมที่ผ่านมา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-10-06
  • จำนวนเรื่อง : 1294
  • จำนวนผู้ชม : 2480286
  • จำนวนผู้โหวต : 543
  • ส่ง msg :
  • โหวต 543 คน
<< มีนาคม 2012 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 11 มีนาคม 2555
Posted by สายลมที่ผ่านมา , ผู้อ่าน : 2907 , 14:13:56 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน ฟ้าน่าน , BlueHill และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

หลังจากออกจากวัดกลาง เชียงกลาง และเช็คกิโลเมตรที่หลักกีโลเมตรที่ใกล้ที่สุดจึงได้รู้ว่าจริง ๆ แล้ว เราเดินทางมากว่า 85 กิโลเมตร จุดหมายต่อไปที่เราได้วางไว้นั่นคือ วัดหนองแดง เชียงกลาง ซึ่งต้องขับรถกลับออกมาอีกกว่า สิบกิโล

วัดหนองแดง สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2330 โดยชาวไทลื้อร่วมกับไทพวน องค์พระประธานสร้างโดยครูบาสิทธิการ พระวิหารบูรณะครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2492 และบูรณะต่อมาในปี พ.ศ. 2538 แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2539 ภายในวัดมีลานกว้างร่มรื่น

ช่อฟ้า มีความเป็นเอกลักษณ์ที่น่ายกย่องของชาวไทลื้อ ลักษณะของช่อฟ้าจะเกิดจากความนับถือหงส์และช้างที่ชาวไทลื้อถือว่าเป็นสัตว์ชั้นสูงมาจากสรวงสวรรค์ ช่างจึงนำเอาลักษณะรูปแบบของช้างและหงส์มารวมเป็นตัวเดียวกัน โดยให้ส่วนศีรษะเป็นช้างส่วนตัวเป็นหงส์ แกะด้วยไม้สักทอง มีชื่อเรียกว่า ช่อฟ้าพระอุโบสถสลักรูปนกหัสดีลิงค์ (ศีรษะเป็นช้าง ตัวเป็นหงส์) ซึ่งชาวไทลื้อเชื่อว่าเป็นสัตว์ชั้นสูงจากสวรรค์

ใบระกา เป็นลักษณะพิเศษที่ช่างฝีมือท้องถิ่นได้ทำขึ้นโดยทำเป็นแผ่นไม้เรียบๆ แต่ฉลุลวดลายอ่อนช้อยต่อเนื่องกันลงกลางแผ่นไม้ด้านนอก เชิงชายมีลวดลายฉลุเป็นแผ่นไม้นำมาเรียงต่อเนื่องกันเป็นแบบลวดลายน้ำหยาด มีลักษณะสวยงาม ซึ่งเป็นลวดลายเฉพาะของชาวไทลื้อ

วัสดุมุง มุงด้วยกระเบื้องไม้ที่เรียกว่า แป้นเกล็ด ทั้งนี้เพราะไม้เป็นวัสดุท้องถิ่นหาได้ง่ายราคาถูก และช่างมีความชำนาญในการทำโดยตัดไม้เป็นแผ่นๆ ด้านบนเป็นแนวตรง ด้านล่างเป็นทางมน วัสดุที่ใช้ยึดกระเบื้องไม้ติดกับไม้ระแนงคือ เดือยไม้ มีหลังคาที่ชันมาก เพื่อระบายน้ำฝนได้อย่างรวดเร็ว

หน้าบัน ออกแบบเป็นลวดลายไม้ที่มาจากลายดอกธรรมชาติแล้วนำมาจัดเว้นช่องไฟ จัดระยะได้อย่างเหมาะสม งดงาม โดยจัดเป็นช่องเท่า ๆ กัน มีดอกไม้กำลังบานอยู่ตรงกลาง และมีแผ่นกระจกเงาติดอยู่ตรงกลางหน้าบันพอดี ซึ่งเชื่อว่าคือสิ่งสะท้อนความชั่วร้ายไม่ให้กล้ำกรายเข้ามาภายใน และใช้ประดับตกแต่งเพื่อให้เกิดความสวยงาม

ฝ้าเพดาน แต่เดิมทางภาคเหนือจะไม่มีฝ้าเพดาน แต่ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ ได้มีการใช้ฝ้าเพดานเข้ามาเป็นส่วนตกแต่งภายในให้ดูสง่างามขึ้น ฝ้าเพดานจะมีลวดลายจากธรรมชาตินำมาตกแต่งเป็นช่อง ๆ เว้นระยะช่องไฟได้อย่างถูกต้อง และลวดลายยังกลมกลืนกับลายเสา ซึ่งเมื่อดูแล้วทำให้เกิดความศรัทธาและศักดิ์สิทธิ์

ธรรมาสน์ ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสก่อสร้างติดกับพื้นเคลื่อนที่ไม่ได้ สร้างด้วยอิฐถือปูนมีลวดลายปูนปั้นทั้ง 4 ด้าน ส่วนกลางโล่งมีฝาปิดสามด้าน อีกด้านเป็นประตูให้พระสงฆ์ขึ้นไปนั่งเทศน์ แกะสลักเป็นลายดอกไม้เครือเถาประดับหลังคาของธรรมาสน์จะทำเป็นชั้น ๆ ตามความเชื่อและการนับถือ เปรียบเสมือนวิมานที่เป็นชั้น ๆ

นอกจากนั้นยังลดความรู้สึกอึดอัดและความหนักลงส่งผลไม้เกิดความงดงามตามมา หลังคาซ้อนกันนี้ยังสามารถป้องกันเสียงสะท้อนโดยสร้างหลังคาให้สูง มีช่องอากาศตรงกลางระหว่างฝ้าเพดานกับหลังคา ซึ่งจะช่วยการระบายถ่ายเทความร้อนได้ดี

สัตตภัณฑ์ เป็นแบบชั้นบันได ราวบันไดจะทำเป็นรูปนาค สลักลายข้าง และประดับด้วยกระจกที่ชั้นบันไดอย่างวิจิตร ตรงผนังด้านบนสุดสลักลายเครือเถาสวยงาม

หน้าต่าง เดิมช่องหน้าต่างจะเจาะช่องเล็ก ๆ แคบมากเพราะผนังอิฐก่อแบบโบราณไม่มีเสารับน้ำหนัก แต่น้ำหนักทั้งหมดลงที่ฐานด้วยผนังหนานี้ เรียกว่า “ระบบผนังรับน้ำหนัก” ซึ่งเป็นวิธีเก่าแก่ดั้งเดิมของช่างชาวล้านนา จึงเจาะผนังกว้าง ๆ ไม่ได้ เพราะจะเสียกำลังในการรับน้ำหนัก การปล่อยให้แสงสว่างเข้ามายังองค์พระประธานแต่น้อย เป็นความรู้สึกอย่างหนึ่งที่ผู้สร้างต้องการให้แสงสว่างลอดส่องเข้ามาพุ่งตรงไปที่พระประธานเท่านั้น เพื่อเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์แก่องค์พระปฏิมาจะได้เกิดสมาธิที่แน่วแน่แก่ผู้ที่เข้าไปกราบไหว้ เคารพบูชา

ประตู ประตูมีขนาดกว้าง 1.50 เมตร มีบานเปิด ปิด ที่บานประตูจะใช้บายพับยึดแต่จะใช้เดือยไม้ที่ติดกับบานสวมเข้าไปในวงกบทั้งบนและล่าง ลักษณะวงกลเป็นแผ่นไม้ขนาดใหญ่หนา 3 นิ้ว กว้าง 50 เซนติเมตร แกะสลักเป็นลวดลายดอก

ผนัง ก่อด้วยอิฐหนา 0.50 เมตร เพื่อให้ทำหน้าที่เป็นกำแพงรับน้ำหนักโครงสร้างของหลังคาให้มีความมั่นคง แข็งแรงทนทาน อันหมายถึงความเจริญทางศาสนาพุทธที่มั่นคง รวมทั้งทำให้บรรยากาศภายในอุโบสถอบอุ่น

เสา บริเวณผนังจะไม่มีเสา เพราะอาศัยกำแพงรับน้ำหนักขึ้นมาแทน แต่จะก่อเสาหรอกขึ้นเพื่อจะทำให้ดูแล้วผนังไม่เรียบไม่ขัดสายตาของผู้ดู ส่วนภายในจะมีเสาไม้ขนาด 0.50 เมตร ซึ่งเป็นเสากลมที่มีขนาดใหญ่ขึ้นไปรับโครงหลังคาที่อยู่สูงที่กำแพงรับน้ำหนักไม่สามารถขึ้นไปรับได้ และตกแต่งให้ดูสวยงาม ด้วยลวดลายจากธรรมชาติเป็นเครือเถาและดอกไม้ต่าง ๆ

ลวดลายประดับ ตกแต่งที่ฐานชุกชี ธรรมาสน์ อาสนสงฆ์ หน้าบัน ปั้นลม และเชิงชายต่าง ๆ เป็นการทำงานของช่างไทลื้อแบบดั้งเดิม ผสมผสานกับความเชื่อและตำนานพื้นบ้านลายพื้นบ้านเดิมมักจะได้มาจากธรรมชาติ และพิธีกรรมพื้นบ้าน เช่น ลายหัวเสาประตูทางเข้าที่ได้มาจากการประดับตกแต่งพิธีบายศรีรับขวัญ เป็นรูปกระทงใบตองซ้อน ๆ กันหลาย ๆ ชั้น โดยจะเอามาเพียงชั้นเดียวทำเป็นรูปแบบลายหัวเสาที่กำแพงเตี้ยทางเข้าหน้าวัด เป็นต้น

คันทวย มีการแกะสลักจิตนาการลวดลายเถาวัลย์ รูปสัตว์ในป่าหิมพานต์ด้วยปริศนาธรรมอย่างน่าสนใจ อันแสดงให้เห็นถึงความเจริญทางด้านคุณธรรม จริยธรรมของคนโบราณ

รูปทรง จะมีลักษณะที่ดูเตี้ยทึบหลังคาทรงสูง แต่ทั้งนี้เมื่อได้เข้าไปในวิหารจะรู้สึกว่าอากาศถ่ายเทดี อากาศเย็น มีแสงสว่างเข้ามาสะท้อนกับพระประธาน และลวดลายต่างๆ ที่เป็นสีทอง ทำให้เกิดแสงสะท้อนเกิดความขลังศักดิ์สิทธิ์และความศรัทธาของผู้ที่ได้พบเห็น

องค์พระประดิษฐานบนฐานชุกชี เรียกว่า "นาคบัลลังก์" เพราะเลื้อยพันรอบองค์พระประธานตวัดหางสู่เบื้องบน ดูงดงามตามฝีมือของช่างชาวบ้านจากความเชื่อที่ว่านาคเป็นเครื่องหมายแห่งความสง่างาม ความดี และเป็นอารักษ์แห่งพุทธศาสนา

จิตรกรรมฝาผนัง ด้านหลังของฐานชุกชีที่ก่อเป็นอิฐเรียงทรงสูงเป็นผนัง จะมีรูปเขียนเป็นจิตรกรรมเกี่ยวกับเรื่องพระโพธิสัตว์ และเรื่องทศชาติชาดก น่าศึกษาติดตาม เพราะเป็นลักษณะพิเศษของงานสถาปัตยกรรมพื้นบ้านแบบไทลื้อที่น่าสนใจ

เนื่องจากวันที่เข้าไปชมเป็นวันที่ทางวัดจะรับผ้าป่าเนื่องในวันฉลองพัดยศของท่านเจ้าอาวาส จึงมีการกางเต้น และจัดบายสีสู่ขวัญภายในบริเวณวัดด้วย ชาวบ้านที่มาช่วยงานรวมทั้งพ่อแก่แม่เฒ่า ให้การต้อนรับ ยิ้มแย้มพูดคุยอย่างอบอุ่น สอบถาม (กันแทบทุกคนที่เจอหน้า) ว่ามาจากไหน จะไปไหน ใช่คณะผ้าป่าหรือเปล่า ต้องปฏิเสธกันอย่างพัลวัล

ทำให้เราได้มีโอกาสนมัสการท่านเจ้าอาวาสของวัดหนองแดงแห่งนี้ ก่อนที่จะพาเจ้าสองล้อปีนขึ้นเขาทางขึ้น ซึ่งค่อนข้างชันขึ้นไปยังถนนใหญ่ เพื่อเดินทางไปยังที่หมายใหม่ต่อไป

 เรื่องที่เกี่ยวข้อง

รวม Link "เดินเดี่ยวเที่ยวน่าน" เที่ยววัดในจังหวัดน่าน
http://www.oknation.net/blog/swongviggit/2012/05/19/entry-1



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ฟ้าน่าน วันที่ : 11/10/2012 เวลา : 16.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NamnanFanan

งดงาม บรรยายเยี่ยมเลยครับ วัดที่บ้านผมเองพลาดเรื่องนี้ ได้อย่างไรกันนะครับ
กลับมาอ่าน เพิ่งมาเจอครับ ขอบคุณครับผม โหวตสามเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
BlueHill วันที่ : 12/03/2012 เวลา : 12.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เป็นบล้อกแนะนำวัดที่น่านได้ดีจริง ๆ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 11/03/2012 เวลา : 17.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

วิหารวัดไทลื้องามเชียวค่ะ
แม่มดมักจะอ่อนไหวไปกับวัดเก่าๆสวยๆ ไม่ได้สนใจจะตัดกิเลส
ชอบที่ตัวเองยังมองเห็นความงดงายของสรรพสิ่ง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
kruhnoi วันที่ : 11/03/2012 เวลา : 14.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kruhnoi
You're my destiny !!!.        (kruhnoi ครูหน่อย)...


ดนตรีเข้ากับบรรยกาศของเรื่องราวและภาพค่ะ โหวตค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน