*/
  • สายลมที่ผ่านมา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-10-06
  • จำนวนเรื่อง : 1294
  • จำนวนผู้ชม : 2480900
  • จำนวนผู้โหวต : 543
  • ส่ง msg :
  • โหวต 543 คน
<< พฤษภาคม 2012 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤษภาคม 2555
Posted by สายลมที่ผ่านมา , ผู้อ่าน : 2927 , 11:20:28 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน BlueHill , hayyana และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

หลังจากชุธาตุที่วัดอนแก้ว และนมัสการพระเจ้าทรงทิพย์ที่วัดสวนตาลเรียบร้อย ด้วยควาที่ชำนาญในเส้นทางอย่างมากมาย รวมทั้งดูแผนที่เมืองน่านไม่ค่อยจะเข้าใจเท่าใดนัก จึงต้องขอใช้ตัวช่วยด้วยการถามน้อง ๆ มัคคุเทศน์น้อยที่ต้อยไว้ด้วยการเลี้ยงไอศครีม

น้อง ๆ ดูกระตืดรือร้นในการบอกเส้นทาง ห้าคนห้าทาง ห้าความคิด ฉันได้แต่ยิ้มเยือนในไมตรีจิตและความตั้งใจของเด็ก ๆ จนสุดท้ายก็ยังหาวัดที่จะไปไม่เจอก็เลยล้มเลิกแผนการที่ได้ลำดับการเดินทางเอาไว้ เอาเป็นว่า เจอวัดไหน ก็เข้าวัดนั้นก่อนก็แล้วกัน

ดังนั้น วัดแรกที่ฉันได้เจอหลังจากออกจากวัดดอนตาลก็คือ "วัดพญาภู" ซึ่งเป็นวัดไม่ใหญ่นัก และตั้งอยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดน่านไปเพียง 500 เมตร ภายในพระอุโบสถมีพระพุทธปฎิมา พระประธานที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดน่านปางมารวิชัย สมัยเชียงแสน (หน้าตักกว้าง 11 ศอก) 

นอกจากนั้น ยังมีพระพุทธเจ้าปางลีลา 2 ใน 5 องค์ที่พระเจ้าฬารผาสุม ปรารถนาให้คงไว้ในพุทธศาสนา 5,000 ปี  เพื่อให้ได้เห็นพระศรีอริยเมตรัย ฉันแวะนมัสการ หรือ ชุธาตุวัดพญาภูเป็นที่เรียบร้อยก็ออกเดินทางต่อไปยังวัดแรกที่พบเจอ นั่นก็คือ "วัดกู่คำ"

วัดกูคำตั้งอยู่บนหัวมุมสีแยก ฉันแทบจะขับเลยทางเข้าไปจึงหักรถเข้ามันตรงทางออกเสียอย่างนั้น ดีที่ว่า ไม่ได้มีรถรามากมายจนทำให้เกิดอุบัติเหตุใด ๆ เมื่อเลี้ยวเขาไปก็แลเห็น พระธาตุกู่คำ ตั้งเดินเป็นสง่าอยู่ภายในบริเวณวัด

พระธาตุกู่คำ หรือ  “กู้คำ” ตามตำนานเล่าว่า หลังจากที่พระพุทธเจ้าเสด็จจากเขาน้อยแล้ว พระองค์ก็เสด็จไปถึงริมน้ำห้วยไคร้ (แม่น้ำน่าน) ทอดพระเนตรเห็นน้ำใสสะอาด จึงปรารภเพื่อจะสรงน้ำนั้น

ในกาลนั้น เจ้าเมืองนันทบุรีก็ได้เสด็จมาสรงน้ำพร้อมกับพระราชเทวี ทอดพระเนตรเห็นพระพุทธเจ้าก็ตกพระทัยกลัวมาก คิดว่าชะรอยจะเป็นพระอินทร์หรือพระพรหมเป็นแน่จึงเสด็จเข้าไป ไหว้แล้วทูลถามว่า ท่านมีชื่อว่าอะไรถึงได้มาที่นี้ องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า

“เราได้ชื่อว่าตถาคต คือ พระพุทธเจ้า เป็นครูแก่โลกทั้งสาม...”

พระบาทท้าวเธอเมื่อทรงทราบว่าเป็นพระพุทธเจ้า ก็มีความปีติเบิกบานยินดีมากนักจึงเอาผ้าขาวถวายพระพุทธเจ้าแล้วพระพุทธองค์จึงรับเอาผ้าผืนนั้นด้วยพระมหากรุณา  เมื่อทรงสรงน้ำห้วยไคร้แล้วก็เปลี่ยนผ้าอาบผืนนั้นให้พระอานนท์ เพื่อเอาผ้าไปบิดตากบนก้อนหินลูกหนึ่ง

ในเวลานั้น พระพุทธเจ้าเสด็จประทับยืนอยู่ใต้ต้นมะเดื่อ พระอานนท์จึงเอาอาสนะปูให้พระพุทธองค์ประทับนั่งที่ใกล้ต้นมะเดื่อนั้น ส่วนพระยามลราชเจ้าเมืองนันทบุรี ทรงรับสั่งพระนางสัณฐมิตราชเทวีกับคนใช้ไปนำเอาอาสนะที่วังหลวงมาปูถวายให้พระพุทธเจ้า นางผู้นั้นไปเอาอาสนะนานเหลือเกิน จนเจ้าเมืองทรงพิโรธเสด็จไปเอาอาสนะมาปูถวายพระพุทธเจ้าเอง พร้อมกับนำ ผลสมอแห้ง ๗ ลูก แช่เอาไว้

ฝ่ายองค์สมเด็จพระบรมศาสดาได้ตรัสกับพระอานนท์ว่า พระองค์จะเสด็จต่อไปข้างหน้า พระเถระ จึงไปเก็บผ้าอาบน้ำผืนนั้นซึ่งแห้งดีแล้ว ในขณะที่ไปเก็บผ้าอาบนั้น ผ้าก็กลับกลายเป็นแผ่นทองคำมีวรรณะเหมือนสุพรรณอันเหลืองเข้มรัศมีผ้าแผ่นทองคำนี้ได้ส่องไปทั่วทั้งป่าไผ่มองแล้วเหลืองงามไปทั่วบริเวณนั้น

พระอานนท์เห็นอัศจรรย์ดังนั้น จึงทูลขอให้ไว้พระศาสนาที่นี้ เพื่อโปรดมนุษย์และเทวดาต่อไปภายหน้าพระองค์จึงประทานพระเกศา ๑ เส้นบรรจุไว้ที่นั้น โดยพระอินทร์ได้ทรงเนรมิตอุโมงค์ได้ลูกหินนั้นลึกได้ ๗ วา แล้วอาราธนาพระเกศาธาตุและผ้าอาบน้ำทั้งสำเภาทองคำลงไว้ เอาหินทับถมขึ้นมาแล้ว เอาก้อนหินใหญ่ที่ตากผ้านั้นขึ้นทับไว้ข้างบนให้เป็นปกติธรรมดาตามเดิมแล้วพระองค์ได้ตรัสพยากรณ์

“สถานที่พระตถาคตสรงน้ำที่ห้วยไคร้ที่พระอานนท์เอาผ้าไปตากแล้วกู้กลายเป็นแผ่นทองคำไปนั้น ต่อไปภายหน้าจะมีพระยาตนหนึ่งชื่อ มงคลวรยศ จะมายกยอสร้างพระเจดีย์ให้สูงใหญ่ขึ้น จักได้ชื่อว่า "พระธาตุกู่คำ"ตามนิมิตกู้ผ้าแผ่นทองคำนั้น และในป่าไผ่ที่รัศมีผ้าแผ่นทองคำส่องไปนั้น ต่อไปคนทั้งหลายจะมาสร้างขึ้นเป็นที่วัด จักได้ชื่อว่า วัดไผ่เหลือง”

วัดกู่คำเป็นวัดเล็ก ๆ เรียบง่าย แต่มีความสวยงามและโดดเด่นในด้านสถาปัตย์กรรม พระอุโบสถหลังเล็กไม่มีฐานรองรับ ด้านหน้านอกจากสิงห์แล้ว ยังมีเทวดา และยักษ์ตั้งเด่นเป็นทวารบาลด้านหน้า พร้อมทั้งประตูด้านในลงรักปิดทองชาดแดงอร่ามสวยงาม พระธานในพระอุโบสถก็ดูแปลกตา แต่สุดจากปัญญาจะรู้ได้ว่ามีพระนามว่ากระไร แต่ดูแล้วน่าจะเป็นศิลปผสมแบบพม่า

หลังจากที่ชมวัดและชุธาตุเป็นที่เรียบร้อย เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ฉันจึงขับเจ้าสองล้อหาวัดอันดับต่อไปแบบไม่พึ่งแผนที่เสียแล้ว

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

รวม Link "เดินเดี่ยวเที่ยวน่าน" เที่ยววัดในจังหวัดน่าน
http://www.oknation.net/blog/swongviggit/2012/05/19/entry-1



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
khunphai วันที่ : 17/05/2012 เวลา : 17.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khunphai
<<<.ตัวคนเดียว สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องเที่ยวไป...ตามใจเรา>>>

สวัสดีคะพี่สายลม
อยากบอกว่าแม้ไม่ได้มาเยี่ยมเที่ยวน่านของพี่ทุกตอน
แต่แอบเก็บลิงค์ไว้
จะตามรอยพี่ไป อิอิ
ปีนี้ละ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
cm_coffee วันที่ : 17/05/2012 เวลา : 14.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cm-arabica
"ลุงรภ"

ปีนี้น่านขายดีจังครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
BlueHill วันที่ : 17/05/2012 เวลา : 13.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

วัดเยอะจริงๆ ครับที่น่าน
แต่ละวัดก็มีตำนานและเอกลักษณ์เป็นของตนเอง

นอกจากไปไหว้พระแล้ว คุณสายลมฯไปชมสถานที่อื่น ๆ บ้างไหมครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน