*/
  • สายลมที่ผ่านมา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-10-06
  • จำนวนเรื่อง : 1289
  • จำนวนผู้ชม : 2460071
  • จำนวนผู้โหวต : 543
  • ส่ง msg :
  • โหวต 543 คน
<< มิถุนายน 2012 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 28 มิถุนายน 2555
Posted by สายลมที่ผ่านมา , ผู้อ่าน : 5907 , 04:57:03 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน พันธุ์สังหยด , BlueHill โหวตเรื่องนี้

สงวนโอสถ ร้านยาไทย เก่าแก่ในชุมชน

เดินจากวัดสุวรรณรามออกมาไม่ไกลนัก ก็เป็นชุมชนเก่าแก่ที่มาตั้งรกรากกันตั้งแต่ปลายสมัยอยุธยาเป็นราชธานี นั่นคือ ชุมชน "บ้านบุ" ที่ยึดอาชีพ "บุขันลงหิน" กันจนได้ถือเป็นชื่อชุมชน "บุ" คือ คำที่แสดงออกถึงกริยาการ ขึ้นรูปภาชนะอย่างหนึ่ง

ขันลงหิน ใส่น้ำยาอุทัย เย็นชื่นใจ

เพราแต่ก่อนบุราณมา อาชีพ "บุขันลงหิน" นั้นเป็นที่นิยมกันมาก แต่ต่อมาก็เสื่อมความนิยมลงไปเพราะมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาจนอาชีพ "บุ" ไม่เป็นที่นิยม สุดท้ายทั้งชุมชนที่ทำงาน "บุ" จนกลายเป็นชื่อเรียกก็หดหายจนเหลือเพียงครัวเรือนเดียวในย่านนี้ นั่นคือ โรงงานขันลงหินบ้านบุ “เจียมแสงสัจจา” เป็นผู้ผลิตงานมรดกชิ้นนี้ เพียงรายเดียวในประเทศไทย ที่ผ่านวิกฤตการณ์ไฟไหม้โรงงาน และฟื้นฟูต่อสู้เพื่อรักษาอาชีพอันเป็นการสืบทอดมาจากรุ่นพ่อรุ่นแม่ได้อย่างสง่างาม

หรูหราสวยงาม

กว่าจะมาเป็นเครื่องลงหิน

เครื่องทองลงหินบ้านบุ ได้รับคัดสรรเป็นสินค้าโอทอป ระดับ 5 ดาว จุดเด่น คือ ความสวยงาม ผิวเงางาม ดูสูงค่า เนื้อภาชนะเหนียว แข็งแกร่ง ไม่ขุ่นมัวได้ง่าย มีน้ำหนัก ผิวเย็น และเมื่อเคาะจะเกิดเสียงกังวานใส คล้ายเสียงระฆัง แต่ข้อเสีย คือ ดูแลรักษายาก หลังใช้งานเสร็จ ต้องล้างทำความสะอาด และเช็ดให้แห้ง ไม่เช่นนั้นจะเกิดด่าง แต่ในความเป็นจริง ทุกวันนี้ ผู้ซื้อจะนำไปเป็นของตกแต่งบ้าน หรือของที่ระลึก มากกว่านำไปใช้งานจริง

ช่างตี

ทำงานกับไฟร้อน ๆ

ในส่วนของรูปแบบ มีการพัฒนาให้หลากหลายยิ่งขึ้น จากโบราณที่มีแค่ขันน้ำ พานรอง และจอกลอย ได้สร้างสรรค์เป็นรูปแบบใหม่ๆ เปิดตลาดให้กว้างยิ่งขึ้น เช่น ชามสลัด ชามผลไม้ ชุดกาแฟ ที่เขี่ยบุหรี่ ฯลฯ ราคาเริ่มต้นที่ชิ้นละ 600 บาท ถึง 9,000 บาท แม้จะค่อนข้างสูง แต่เมื่อดูขั้นตอน และความยากในการทำ ต้องยอมรับว่า สมควรแก่ราคา โดยตลาดจะเน้นผลิตตามคำสั่งซื้อ ส่งไปต่างประเทศ ทั้งทวีปยุโรป เอเชีย และอเมริกา ส่วนในประเทศส่งขายใน “คิง เพาเวอร์” ร้าน “นารายณ์ภัณฑ์” และโรงแรมระดับ 5 ดาวต่างๆ มีรายได้เฉลี่ยหลักแสนบาทต่อเดือน

เบื้องหลังความหรูหรา สวยงาม

การทำเครื่องทองลงหิน มีขั้นตอนค่อนข้างยาก ต้องใช้ความอดทนสูง ช่างต้องทำงานอยู่หน้าเตาไฟร้อนระอุ โดยการทำแบ่งตามการทำงานของช่างเป็น 6 ขั้นตอน ได้แก่

1. ช่างตี ถือเป็นหัวใจ ต้องใช้ความเชี่ยวชาญความแม่นยำ และประณีตในการปฏิบัติงานอย่างมาก เริ่มตั้งแต่นำวัตถุดิบ ซึ่งประกอบด้วย ทองแดง 7 ส่วน ดีบุก 2 ส่วน และเศษสำริด 1 ส่วน มาย่อยลงเบ้าหลอมบนเตาตี ที่โหมด้วยไฟแรงสูงต่อเนื่อง จนโลหะหลอมละลายเข้าเป็นน้ำทองเนื้อเดียวกัน ทิ้งให้เย็นเป็นก้อน จากนั้นนำมาเผาไฟแดงแล้วตี และดัด จนได้เป็นรูปทรงตามต้องการ

ช่างลาย

ช่างกลึง

2. ช่างลาย ทำหน้าที่ตีเก็บรอยค้อนทำให้เนื้อภาชนะเรียบเสมอกัน ก่อนตีลายต้องทาดินหม้อให้ทั่วภาชนะ เพื่อให้ผิวมีความลื่น ไม่ฝืดเวลาตี

3. ช่างกลึง ทำหน้าที่กลึงผิวภาชนะให้เรียบเสมอกัน

4. ช่างกรอ เดิมเรียกกว่า ช่างตะไบ เพราะช่างใช้ตะไบเป็นเครื่องมือตกแต่งผิว

งานที่ทำเสร็จแล้ว

5. ช่างเจีย เป็นขั้นตอนที่เพิ่มขึ้นมาจากโบราณ ใช้เครื่องเจียไฟฟ้า เพื่อตกแต่งตำหนิต่าง ๆ

6. ช่างขัด ใช้หินเนื้อละเอียดขัดภาชนะให้ขึ้นเงา ต่อชิ้นใช้เวลารวม 4 วันนอกจากนั้น บางชิ้นมีการเพิ่มขั้นตอนแกะสลักลายบนภาชนะเข้าไปด้วย เพิ่มความแปลกใหม่มากขึ้น

จากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ทำให้เครื่องทองลงหินมีปัญหาขาดช่างสืบทอดฝีมือ เพราะเป็นงานที่อาศัยความอดทนสูง ต้องทำงานหนักตีเหล็กหน้าเตาไฟร้อน แม้รายได้จะค่อนข้างสูง ช่างมีฝีมือ รายได้ไม่น้อยกว่าวันละพันบาท แต่คนรุ่นใหม่ไม่สนใจจะศึกษา ขณะเดียวกัน ช่างรุ่นเก่า ก็ไม่สนับสนุนให้ลูกหลานมาทำงานนี้ เพราะไม่ต้องการให้ลำบากเหมือนตัวเอง ดังนั้น ช่างฝีมือนับวันจะลดน้อยลง

เดิมชุมชนบ้านบุที่มีกว่า 100 หลังคาเรือนจะทำเครื่องทองลงหินทุกบ้าน แต่เวลานี้ เหลือช่างแค่ 24 คน อยู่ในโรงงานเท่านั้น ดังนั้น พยายามประคับประคองธุรกิจนี้ให้อยู่รอดไปให้ได้ พร้อมกับการสร้างช่างรุ่นใหม่มาทดแทน ไม่เช่นนั้น เครื่องทองลงหินบ้านบุจะกลายเป็นเพียงตำนานที่เล่าขานกันเท่านั้น

งานสแตนเลส ที่บ้านช่างหล่อ

หรูหรา สวยงามไม่แพ้กัน

เราแวะดูการสาธิตวิธีการผลิต "ขันลงหิน" และเครื่องทองลงหินอื่น ๆ รวมถึงทดลองดื่มน้ำที่ใส่ในขันลงหินด้วย จึงรู้ว่ามันเย็นชื่นใจจริง ๆ ไม่ใช่เย็นจากน้ำแข็ง แต่เป็นความเย็นเยียบของภาชนะที่บรรจุ อดเสียดายไม่ได้ หากงานช่างบุ ณ บ้านบุแห่งนี้จะสูญหายไป หากไม่มีใครสืบทอด

นอกจากงาน "บุขันลงหิน" ย่าน "บ้านบุ" แล้ว ย่านใกล้ ๆ กันที่ "บ้านช่างหล่อ" ยังมีงานช่างหล่อ "สแตนเลส" สวยงามเป็นสินค้า OTOP อีกด้วย



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
อโรคยา วันที่ : 30/06/2012 เวลา : 00.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health108

สวัสดีครับ
ได้ความรู้ ดีมากครับ
ขอเป็นเพื่อนบ้านด้วยคนครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
khunphai วันที่ : 29/06/2012 เวลา : 16.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khunphai
<<<.ตัวคนเดียว สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องเที่ยวไป...ตามใจเรา>>>

น่าไปชมนะคะ
น่าสนใจทีเดียวละ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 29/06/2012 เวลา : 15.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

เรื่องดีครับ วิถีชีวิตดั้งเดิมของคนไทยที่นับวันจะสูญหายไป

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
BlueHill วันที่ : 29/06/2012 เวลา : 08.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

บางกอกน้อย เฟสติวัล
นำเสนอเรื่องได้ดีมากๆ เลยครับ
อย่างเรื่องชุนชนทำขันโบราณเช่นนี้
ผมเชื่อเลยว่า หลายคนคงไม่รู้ว่ายังคงมีอยู่ในกรุงเทพมหานคร

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ย่าดา วันที่ : 28/06/2012 เวลา : 22.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

น่าไปชมจริงๆ
ดูแล้วเป็นงานที่หนักเหนื่อย ต้องใช้ความอดทนสูงจริงๆ
น่าเป็นห่วงหากไม่มีใครสืบทอด

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ราษีไศล วันที่ : 28/06/2012 เวลา : 21.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/motorcyrubjang
ณ บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ twitter : @motorcyrubjang / facebook.com/motorcyrubjang  

น่าไปเยือนครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
iamcraft วันที่ : 28/06/2012 เวลา : 20.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/amcraft

สวัสดีค่ะ

เครื่องทองลงหินบ้านบุ สวยงามมาก สมควรที่จะอนุรักษ์ไว้ โดยที่รัฐบาลควรให้การสนับสนุนนะคะ กว่่าจะได้แต่ละชิ้นคงเหนื่อยมาก

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ชายสามหยด วันที่ : 28/06/2012 เวลา : 07.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chartsiam
เรื่องเล่าธรรมด๊า...ธรรมดา ของผู้ชายธรรมดา

กว่าจะได้แต่ละใบ ช่างตีต้องอดทนกับความร้อนของไฟมากๆเลยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 28/06/2012 เวลา : 06.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ตามมาเที่ยวต่อค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน