*/
  • สายลมที่ผ่านมา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-10-06
  • จำนวนเรื่อง : 1289
  • จำนวนผู้ชม : 2458946
  • จำนวนผู้โหวต : 543
  • ส่ง msg :
  • โหวต 543 คน
<< พฤศจิกายน 2012 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 13 พฤศจิกายน 2555
Posted by สายลมที่ผ่านมา , ผู้อ่าน : 2936 , 15:01:55 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน คนชั้นล่าง , นายยั้งคิด และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช

ช่วงบ่ายของวันศุกร์ที่ ๙ พฤศจิกายน อากาศค่อนข้างอ้าวฝน เมฆค่อนข้างมาก ทำให้ไม่ค่อยมีแสงในการบันทึกภาพเท่าที่ควร ทันทีที่แตรฝรั่งให้สัญญาณ เรือทั้ง ๕๒ ลำ ก็เข้าประจำทีโดยพร้อมเพรียง อากาศสลับร้อน สลับฝน ฝนโปรยเม็ดลงมาเป็นระยะ ฝีพายทุกนาย เริ่มต้นพายกันอย่างพร้อมเพรียงตามสัญญาณการให้จังหวะของกาพย์เห่เรือประพันธ์โดย นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554

เรือแตงโม

เรือทั้งหลายตั้งขบวนและก็เริ่มเคลื่อนตัวตามขบวนแล้ว ตั้งแต่ เรือดั้ง เรือแซง เรืออีเหลือง เรือแตงโม จนถึงเรือรูปสัตว์ต่าง ๆ ตามมาด้วยเรือพระที่นั่ง

เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช

ท่าพายนกบิน

เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เป็นเรือพระที่นั่งกิ่ง ซึ่งมีโขนเรือเป็นรูปพญานาค ๗ เศียรนั้น สร้างขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์นั้นสร้างขึ้นใน สมัยรัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงพระราชดำริว่าพระที่นั่งครุฑของเดิมก็มีอยู่แล้ว แต่พระที่นั่งนาคยังหามีไม่ จึงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนราชสีหวิกรม เอามาดเส้น ๔ ศอก (มาดเส้น มาจากคำว่า “มาดเหลา” ซึ่งหมายถึงเรือไม้ขุดทั้งลำเรือ เกลาแต่ผิวให้เรียบ เรือที่มีขนาดใหญ่ที่ยาวเกิน ๑ เส้น หรือ ๔๐ เมตร ขึ้นไปเรียกว่ามาดเหลาเส้น เป็นการเรียกขนาดเรือไปด้วย) ทำเป็นเรือพระที่นั่งนาค ๗ เศียร ชื่อว่า เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช
 
ในสมัยรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดใช้เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เป็นเรือพระที่นั่งลำทรง ซึ่งจะตั้งบุษบก ผูกม่านทำด้วย ผ้าตาดมีนักสราชประจำทั้งด้านหน้าและด้านหลังที่หัวเรือ ตั้งปืนจ่ารงคร่ำเงิน หน้าบุษบกจะตั้งเครื่องสูง ด้านหน้ามีฉัตร ๗ ชั้น ๑ องค์ ฉัตร ๕ ชั้น ๓ องค์ ด้านหลังบุษบกเป็นฉัตร ๗ ชั้น ๑ องค์ ๕ ชั้น ๒ องค์ และมีพระกลด พัดโบก บังพระสูรย์ บังแทรก(บังดั้น)

ด้านหน้าพระแท่นมีอาวุธผูกติด คือ ปืนนกสับ พระแสงง้าวนากถมเงิน ด้านท้ายพระแท่นมีทวน ๑ คู่ ขุนนางที่อยู่ประจำเรือ มีจมื่นมหาดเล็กข้างละ ๒ ท่าน สำหรับเชิญพระแสงตีนตอง มีจางวางปลัดทูลฉลองและหุ้มแพรอยู่หน้าพระที่ พวกพลเลวอยู่ท้าย ๒ คน พลพายใช้พายทองและฝีพายจะพายท่านกบิน เช่นเดียวกับเรือพระที่นั่ง สุพรรณหงส์

สำหรับเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช ลำปัจจุบันนี้สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ สำเร็จเมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๗ แทนลำเดิมที่ได้สร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ เป็นเรือพื้นเขียว น้ำหนัก ๑๕.๓๖ ตัน กว้าง ๒.๙๕ เมตร ยาว ๔๒.๙๕ เมตร ลึก ๐.๗๖ เมตร กินน้ำลึก ๐.๓๑ เมตร ฝีพาย ๕๔ นาย นายท้าย ๒ นาย มีการซ่อมทำใหม่ พ.ศ. ๒๕๑๒ อาจทำให้น้ำหนักเปลี่ยนไป

พ.ศ. ๒๕๑๐ ซ่อมแซมเพื่อใช้ชั่วคราวให้ทันใช้ในการเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน โดยมี บริษัท สหายสันต์ จำกัด เป็นผู้รับเหมาการซ่อม ทำชั่วคราว ให้แล้วเสร็จภายใน ๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๐

พ.ศ. ๒๕๑๒ ซ่อมใหญ่ โดยซ่อมทำตัวเรือใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่วันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๒ จนถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๓ ต่อจากนั้น ได้ทำการซ่อมลวดลายเรือและเครื่องตกแต่งประกอบเรือตั้งแต่วันที่ ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๓ จนถึงวันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๕

พ.ศ. ๒๕๒๔ ซ่อมใหญ่ เปลี่ยนไม้ตัวเรือที่ผุชำรุดบางส่วน ตกแต่งลวดลาย ลงรักปิดทอง ทาสีตัวเรือใหม่ และอื่น ๆ เพื่อให้ทันใช้ในงานสมโภชกรุง รัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี ในวันที่ ๕ เมษายน พ.ศ.๒๕๒๕ เริ่มซ่อมทำตั้งแต่ ๔ กันยายน พ.ศ.๒๕๒๔ จนถึงวันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ.๒๕๒๕ โดยมีบริษัท สหายสันต์ จำกัด เป็นผู้รับเหมาซ่อมทำ

กาพย์เห่เรือประพันธ์โดย นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554

๏ อนันตนาคราช
เจ็ดเศียรสาดสายสินธุ์ถกล
เล่นน้ำฉ่ำชื่นชล
ยลหงอนปากอย่างนาคเป็น

เรือพระที่นั่งกิ่ง เป็นเรือชั้นสูงสุดของเรือพระที่นั่ง ซึ่งจะสวยงามเป็นพิเศษ มีความเป็นมาว่ากษัตริย์ไทยในสมัยอยุธยา พระองค์หนึ่งได้รับชัย ชนะกลับจากสงคราม มีผู้หักกิ่งไม้มาปักเข้าที่หัวเรือ นับแต่นั้นมาก็มีการเขียนลายกิ่งไม้ประดับที่หัวเรือด้วยและโปรดเกล้าฯให้เรียกว่า “เรือพระที่นั่งกิ่ง”

เรือสุครีพครองเมือง 

เรือสุครีพครองเมือง ลำเดิมเป็นเรือพื้นดำ น้ำหนัก ๖.๕๖ ตัน ยาว ๑๔ วา กว้าง ๓ ศอก ๑ คืบ ๑๐ นิ้ว ลึก ๑ ศอก ๓ นิ้ว กำลัง ๕ ศอก ๔ นิ้ว หรือยาว ๒๗.๔๕ เมตร กว้าง ๑.๓๙ เมตร ลึก ๐.๕๙ เมตร กินน้ำลึก ๐.๓๑ เมตร หัวเรือ กว้างมี รูกลมโผล่ไปทางหัวเรือสำหรับติดตั้งปืนใหญ่บรรจุทางปากกระบอกได้ ๑ กระบอก ขนาดปากกระบอก ๖๕ มม.

เหนือช่องปืนแกะเป็นรูปขุน กระบี่สีแดง ซ่อมทำเครื่องตกแต่งเรือตั้งแต่วันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๑๔ จนถึงวันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ.๒๕๑๔ โดยมีบริษัท สำนักงานเกษรดอกประดู่ เป็น ผู้จัดทำ

พ.ศ. ๒๕๒๔ ซ่อมใหญ่เปลี่ยนไม้ตัวเรือที่ชำรุด ลงรักปิดทองใหม่ ทาสีตัวเรือใหม่และอื่น ๆ ให้ทันใช้ในงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี ใน วันที่ ๕ เมษายน พ.ศ.๒๕๒๕ เริ่มซ่อมทำตั้งแต่วันที่ ๔ กันยายน พ.ศ.๒๕๒๔ จนถึงวันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ.๒๕๒๕ โดยมีบริษัทสหายสันต์ จำกัดเป็นผู้รับ เหมาซ่อมทำ

นายลำ สวมมาลา เสื้อตาดอย่างน้อย ทนายหมอบหน้า สวมเสื้ออัตลัด โพกแพรสี ฝีพายสวมกางเกงมัสรู่

บัลลังค์กัญญา

สีดำด้านหลัง เรือพาลีรั้งทวีป

เรือพาลีรั้งทวีป ลำเดิมเป็นเรือพื้นดำ น้ำหนัก ๖.๙๗ ตัน ยาว ๑๓ วา ๓ ศอก กว้าง ๔ ศอก ลึก ๑ ศอก ๒ นิ้ว กำลัง ๕ ศอก ๕ นิ้ว หรือยาว ๒๗.๕๔ เมตร กว้าง ๑.๙๙ เมตร ลึก ๐.๕๙ เมตร กินน้ำลึก ๐.๓๑ เมตร

หัวเรือกว้างมีรูกลมโผล่ไปทางหัวเรือ สำหรับติดตั้งปืนใหญ่บรรจุทางปากกระบอก ได้ ๑ กระบอก ขนาดปากกระบอก ๖๕ มม. เหนือช่องปืนแกะเป็นรูปขุนกระบี่สีเขียว ฝีพาย ๓๔ คน นายท้าย ๒ คน

ซ่อมทำเครื่องตกแต่งเรือตั้งแต่วันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๑๔ จนถึงวันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ.๒๕๑๔ โดยมีบริษัท สำนักงานเกษรดอกประดู่ เป็น ผู้จัดทำ

สีแดงซ้าย เรือสุครีฟครองเมือง สีดำขวา เรือพาลีรั้งทวีป

พ.ศ. ๒๕๒๔ ซ่อมใหญ่เปลี่ยนไม้ตัวเรือที่ชำรุด ลงรักปิดทองใหม่ ทาสีตัวเรือใหม่และอื่น ๆ ให้ทันใช้ในงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี ใน วันที่ ๕ เมษายน พ.ศ.๒๕๒๕ เริ่มซ่อมทำตั้งแต่วันที่ ๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๔ จนถึงวันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ โดยมีบริษัทสหายสันต์ จำกัดเป็นผู้รับ เ หมาซ่อมทำ

การแต่งกายของผู้ประจำเรือ นายลำแต่งตัวสวมมาลา สวมเสื้อตาดอย่างน้อยทนายหมอบหน้า สวมเสื้ออัตลัค โพกแพรสี ฝีพาย สวมกางเกงมัสรู่

เรือครุฑเตร็จไตรจักร

เรือครุฑเตร็จไตรจักร ลำเดิมเป็นเรือพื้นดำยาว ๑๓ วา ๑ ศอก ๑ คืบ กว้าง ๓ ศอก ๑ คืบ ๖ นิ้ว ลึก ๑ ศอก ๙ นิ้ว กำลัง ๕ ศอก ๑ คืบ ๗ นิ้ว

ลำเก่าถูกระเบิดชำรุด กรมศิลปากรเก็บหัวเรือและท้ายเรือไว้ ลำปัจจุบันสร้างใหม่ เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๑ น้ำหนัก ๕.๙๗ ตัน กว้าง ๑.๙๐ เมตร ยาว ๒๗.๑๐ เมตร ลึก ๐.๕๒ เมตร กินน้ำลึก ๐.๒๙ เมตร ฝีพาย ๓๔ คน นายท้าย ๒ คน

การแต่งกายของผู้ประจำเรือ นายลำนุ่งปูม สวมเสื้อเข้มขาบ โพกขลิบทอง

เรือครุฑเหินเห็จ

เรือครุฑเหินเห็จ ลำเดิมสร้างขึ้นในรัชกาลที่ ๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นเรือรูปสัตว์พื้นดำ ยาว ๑๓ วา ๑ ศอก ๑ คืบ กว้าง ๔ ศอก ลึก ๑ ศอก ๑๐ นิ้ว กำลัง ๕ ศอก ๑ คืบ ๑๑ นิ้ว แต่ได้ถูกระเบิดเสียหายในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ กรมศิลปากรได้เก็บหัวเรือและท้ายเรือไว้ และสร้างขึ้นใหม่ เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๕ น้ำหนัก ๗ ตัน กว้าง ๑.๕๙ เมตร ยาว ๒๗.๕๐ เมตร ลึก ๐.๕๙ เมตร กินน้ำลึก ๐.๓๒ เมตร ฝี พาย ๓๘ คน นายท้าย ๒ คน

เรือครุฑเหินเห็จ ลำปัจจุบันสร้างใหม่เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๑ โดยใช้หัวเรือเดิมนำมาซ่อมแซม ท้ายเรือทำใหม่เริ่มสร้างเมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๑ แล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๑ แล้วช่างแกะสลักลวดลายทำงานประมาณ ๑๘ เดือน ช่างรักทำงาน ๖ เดือน ช่างเขียนลวดลายรดน้ำทำ งานประมาณ ๖ เดือน ช่างปิดทองและประดับกระจกทำงานประมาณ ๔ เดือน

ทำเครื่องตกแต่งเรือใหม่ตั้งแต่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๔ จนถึง ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๔ โดยมีบริษัท สำนักงานเกษรดอกประดู่ เป็นผู้ทำ

ปี พ.ศ. ๒๕๒๔ ซ่อมใหญ่เปลี่ยนไม้ตัวเรือที่ผุชำรุดบางส่วน ลงรักปิดทองทาสีใหม่ ๆ และอื่น ๆ เพื่อให้ทันใช้ในงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี ในวันที่ ๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๕ ซึ่งซ่อมทำตั้งแต่ ๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๔ จนถึงวันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ โดยมีบริษัทสหายสันต์ จำกัด เป็นผู้ รับเหมาซ่อมทำเรือ ครุฑเหินเห็จครุฑ (เช่นเดียวกับเรือครุฑเตร็จไตรจักร )

การแต่งกายของผู้ประจำเรือ นายลำนุ่งปูม สวมเสื้อเข้มขาบ โพกขลิบทอง

เรือดั้งปิดทอง

เรือดั้งปิดทอง คือ เรือที่ทำหน้าที่ป้องกันกระบวนหน้า เพราะคำว่า “ดั้ง” หมายถึง “หน้า” เรือดั้งเป็นเรือที่มีส่วนหัวตั้งสูงงอนขึ้นไปเป็นเรือไม้ก็มี เป็น เรือปิดทองก็มี

นายท้ายเรือที่มีอยู่ลำละ ๒ นาย รวมแล้ว ๑๐๔ นาย จะใช้ชุดเหมือนกันหมด คือ ใช้หมวกทรงประพาส โหมดเทศยอดเกี้ยว เสื้ออัตลัดสีเขียว รัดประคดโหมดเทศ ผ้าเกี้ยวลาย

เจ้าหน้าที่ฝีพาย

นายท้ายเรือ

เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เคยมีกล่าวถึงครั้งแรก ในชื่อว่า เรือพระที่นั่งศรีสุพรรณหงส์ เป็นเรือที่แกะสลักโขนเรือเป็นรูปหงส์ สำหรับลำปัจจุบันนี้สร้าง ขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๖ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งโปรดให้สร้างขึ้นแทนลำเดิมที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า จุฬาโลกมหาราช แต่ความจริงแล้วเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์มีมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาแล้ว ดังทราบได้จากบทเห่เรือของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ฯ ที่ว่า

"สุพรรณหงส์ทรงพู่ห้อย งามชดช้อยลอยหลังสินธุ์
เพียงหงส์ทรงพรหมิน ลินลาสเลื่อนเตือนตาชม"

สำหรับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ลำปัจจุบันนี้สร้างขึ้น ในช่วงปลายสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เพื่อทดแทนเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ลำเดิม ที่ได้สร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ แล้วเสร็จในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้า อยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ซึ่งได้ประกอบพิธีลงน้ำเมื่อ วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๔ เป็นเรือพื้นดำ น้ำหนัก ๑๕.๖ ตัน กว้าง ๓.๑๕ เมตร ยาว ๔๔.๗๐ เมตร กินน้ำลึก ๐.๔๑ เมตร ฝีพาย ๕๐ นาย นายท้าย ๒ นาย นายเรือ ๒ นาย พายที่ใช้เป็นพายทอง พลพายจะพายท่านกบินและถือเป็นธรรมเนียมว่า ถ้าจะเปลี่ยนท่าพายเป็นพายท่าธรรมดาหรือพายกระเดียด จะต้องรับพระราชทานพระบรมราชานุญาตเสียก่อนจึงเปลี่ยนท่าพายได้

ท่าพายนกบิน ท่าพายเรือพระที่นั่ง หากจะเปลี่ยนท่าพาย ต้องขอพระบรมราชานุญาต

เครื่องประกอบของเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ พู่ห้อยที่หัวเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ทำด้วยขนของสัตว์ชื่อ จามรี (ลักษณะเหมือนม้าอยู่ในป่า) ลักษณะขนสีขาว นุ่มละเอียด นำมาประกอบทำเป็นชั้น ๆ ตามทรงของพุ่มท่เป็นแบบอยู่ข้างใน แล้วจึงติดชนวนโดยรอบและตกแต่งให้สวยงาม ซึ่งนำมาจากเนปาล

บัลลังค์กัญญาที่ประทับ ของพระบรมโอรสาธิราช สยามมงกุฏราชกุมาร

บัลลังก์กัญญา เรือพระที่นั่งจะทอดบัลลังก์กัญญา เป็นที่ประทับกลางลำ ตกแต่งด้วยม่าน

ยกพายสี่สิบห้าองศา ท่าพายนกบิน

สำหรับการแต่งกายของฝีพายเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ฝีพายเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ จะสวมเสื้อสักหลาดสีแดงติดลูกไม้ใบข้าว กางเกงผ้าเสิร์จสีดำ คาดผ้ารัดประคดโหมดเทศดาบฝักไม้ ด้ามไม้กลึง สาย สะพายดาบสักหลาดสีแดงติดแถบลูกไม้ สวมหมวกทรงประพาสสักหลาดแดงติดลูกไม้ใบข้าว สวมถุงเท้ายาวสีขาว รองเท้าหนังสีดำ

นอกจากความงดงามในด้านศิลปกรรมที่ประกอบขึ้นเป็นเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ประกอบกับเป็นเรือที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติไทย แล้ว ยังมีความสำคัญในการเป็นมรดกของโลกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกไกลอย่างยิ่งลำหนึ่ง ที่แสดงถึงความเป็นมีอัจฉริยะในการต่อเรือของช่างไทยโบราณ ที่สามารถแสดงออกถึงความเป็นเอกลักษณ์ของชาติได้อย่างดียิ่ง

นอกจากนี้ยังเป็นงานศิลปกรรมที่รัฐบาลไทยได้ตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญ จึงได้ให้การทะนุบำรุงรักษาเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เป็นอย่างดี จนสามารถนำมารับใช้เบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการ พระราชพิธีต่าง ๆ มาจนปัจจุบันนี้ อันถือได้ว่าเป็นการสืบต่อความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในการต่อเรือ การเดินเรือ และการค้าขายทางทะเลในภูมิภาค เอเชียตะวันออกไกลซึ่งกำเนิดขึ้นมาเป็นเวลาหลายร้อยปีมาแล้ว

ด้วยความสำคัญของเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ดังกล่าวมาแล้ว จึงทำให้องค์การเรือโลกแห่งสหราชอาณาจักรให้ความสนใจส่งผู้แทนมาพิจาณามอบรางวัลเรือโลกแก่เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ต่อมาในวันที่ ๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๕ (ค.ศ. ๑๙๙๒) คณะกรรมการองค์การ WORLD SHIP TRUST ซึ่งประกอบด้วยนายอีเวน เซาท์บี-เทลยัวร์ (MR. EWEN SOUTHBY - TAILYOUR) ประธานองค์การเรือโลก นายไมเคิล ไทยแนน (MR. MICHAEL TYNAN) นักกฏหมายประจำองค์การ ฯ และนายเจมส์ ฟอร์โซธ์ (MR. JAMES FORSYTHE) ได้เดินทางมายังราชอาณาจักรไทยและได้เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทูลเกล้า ฯ ถวายเหรียญรางวัลเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ คือ เหรียญรางวัลมรดกทางทะเลขององค์การเรือโลก ประจำปี ค.ศ. ๑๙๙๒ ( THE WORLD SHIP TRUST MARITIAGE AWARD "SUPHANNAHONG ROYAL BRAGE")

จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานเหรียญรางวัลดังกล่าวแก่อธิบดีกรมศิลปากรครั้งนั้น คือ นายสุวิชญ์ รัศมีภูติ ซึ่งเป็นกรมที่รับผิดชอบดูแลรักษาเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ซึ่งจัดแสดงอยู่ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธีในคลองบางกอกน้อย

องค์การเรือโลก WORLD SHIP TRUST แห่งสหราชอาณาจักรเป็นองค์การที่ได้รับการจดทะเบียนเป็นองค์กรการกุศลอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ค.ศ. ๑๙๗๙ (พ.ศ. ๒๕๒๒) มี ดยุก แห่งเอดินเบอระ (DUKE OF EDINBURGH) เป็นองค์อุปถัมภ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการศึกษาและความรู้ของสาธารณชนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การเดินเรือ การต่อเรือ ส่งเสริมทะนุบำรุงรักษาเรือสมัยโบราณที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ทั้งต่อโลกและมนุษยชาติ เพื่อให้เป็นมรดกที่ล้ำค่าที่สาธารณชนรุ่นหลังจะได้มีโอกาสได้ชื่นชมต่อไป รวมทั้งดำเนินการสำรวจและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ เรือต่าง ๆ เพื่อบันทึกไว้เป็นหลักฐานและเป็นประโยชน์ในการทะนุบำรุงเรือนั้น ๆ

องค์การเรือโลก ได้เคยมอบรางวัลแก่ องค์กร บุคคลและเรือต่าง ๆ แล้ว ๑๒ เหรียญ ที่สำคัญมี เรือวาซา (VASA) ของสวีเดน เรือแมรี่โรส (MARY ROSE) ของอังกฤษ เรือจิลแลนด์ (JYLLAND) ของเดนมาร์ก เรือยู เอส เอส คอนสติติวชั่น (USS CONSTITUTION) ของสหรัฐอเมริกาและในปีเดียวกับที่มอบเหรียญรางวัลให้เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์แห่งราชอาณาจักรไทยนั้น ก็ได้มอบรางวัลให้กับเรือมิกาซา (MIKASA) แห่งประเทศญี่ปุ่นด้วย

สำหรับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ นอกจากจะได้รับเหรียญรางวัลแล้ว ยังได้รับสาสน์แสดงความยินดีจาก เจ้าชายฟิลิป ดยุก แห่ง เอดินเบอระ อีกด้วย

อ้างถึง ข้อมูลเรือพระราชพิธีของกรมอู่ ทหารเรือ 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
คนชั้นล่าง วันที่ : 14/11/2012 เวลา : 13.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/culminate
JACk

ขอบคุณครับเนื้อหาดีมากเลยอ่านเข้าใจง่ายภาพประกอบก็สวย

แถบด้วยการแอบอิจฉาคนบ้านติดน้ำ (อิจฉาเฉพาะตอนนี้นะตอนน้ำท่วมไม่นับ)

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 14/11/2012 เวลา : 13.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

สุดยอดข้อมูลเลยครับ และตั้งจิตอธิษฐานว่า ขอให้พระราชพิธีเสด็จทางชลมารคนี้ อยู่ยั้งยืนยงให้นานเท่านานทีเดียว

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
flyrhino วันที่ : 14/11/2012 เวลา : 11.33 น.



อิ่มข้อมูล และภาพจริงๆ

ขออนุญาต mem เก็บไว้น่ะครับ


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ฟ้าน่าน วันที่ : 13/11/2012 เวลา : 17.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NamnanFanan

ด้วยความชื่นชมและขอบคุณสำหรับภาพประวัติศาสตร์ อันสวยงามครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 13/11/2012 เวลา : 17.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

เป็นบุญแล้วครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน