*/
  • สายลมที่ผ่านมา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-10-06
  • จำนวนเรื่อง : 1297
  • จำนวนผู้ชม : 2486018
  • จำนวนผู้โหวต : 543
  • ส่ง msg :
  • โหวต 543 คน
<< มกราคม 2013 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 9 มกราคม 2556
Posted by สายลมที่ผ่านมา , ผู้อ่าน : 1856 , 01:34:52 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน แม่หมี , BlueHill และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

ออกจากวัดอรุณเรือทัวร์พาเราเดินทางต่อไปยังวัดกัลยานมิตรซึ่งเป็นอีกหนึ่งวัดในคตินิยมที่ประชาชนชาวพุทธนิยมมากราบไหว้บูชากันด้วยเชื่อว่า จะทำให้โชคดี มีมิตรที่ดี  และเดินทางปลอดภัย เครื่องสักการะที่ใช้จะเป็น ธูป ๓ ดอก เทียนแดง ๑ คู่ ดอกบัวและพวงมาลัย

วัดกัลยานมิตรวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กัลยาณมิตร) ต้นสกุล "กัลยาณมิตร" ได้อุทิศที่ดินย่านหมู่บ้านกุฏีจีน ซึ่งแต่เดิมเป็นหมู่บ้านที่มีพระภิกษุพำนักอยู่ให้สร้างวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๓๖๘ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ และถวายเป็นพระอารามหลวง ได้รับพระราชทานนามว่า "วัดกัลยาณมิตร" พร้อมกับทรงสร้างพระวิหารหลวง สร้างขึ้นโดยวางรากฐานแบบไม่ได้ตอกเสาเข็มแต่ใช้วิธีขุดพื้นรูปสี่เหลี่ยม  ฐานกว้าง และใช้ไม้ซุงทั้งท่อนเรียงซ้อนทับกัน ๒ - ๓ ชั้น

ลักษณะเป็นแบบสถาปัตยกรรมไทย หลังคามุงกระเบื้องเคลือบ หน้าบันสลักลายดอกไม้ปูนปั้นประดับกระจก ประตูและหน้าต่างเป็นไม้สักเขียนลายรดน้ำรูปธรรมบาล ผนังด้านในเป็นลายดอกไม้ เพื่อเป็นที่ประดิษฐาน "พระพุทธไตรรัตนนายก" (หลวงพ่อโต) ซึ่งเป็นชื่ดที่ได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ ๔ หรือ เรียกตามแบบจีนว่า "ซำปอฮุตกง" หรือ "ซำปอกง"

ด้านหน้าของพระวิหารมีซุ้มประตูหินและตุ๊กตาหินศิลปะแบบจีนด้านข้างมี "หอระฆัง" ลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยม ด้านล่างใช้แขวนระฆังที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑๙๒ เซนติเมตร ด้านบนประดิษฐานพระพุทธรูปปางห้ามญาติ

ภายในวัดยังมีพระอุโบสถสถาปัตยกรรมแบบจีน ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังแสดงพุทธประวัติและวิถีชีวิตผู้คนในรัชกาลที่ ๓ ประดิษฐานพระพุทธรูปปางปาลิไลย์ ซึ่งรัชกาลที่ ๓ ทรงสร้างพระราชทาน และยังมีหอพระธรรมมณเฑียรเถลิงพระเกียรติเป็นที่เก็บพระไตรปิฏกสมัยรัชกาลที่ ๔

ผู้คนภายในพระวิหารเริ่มซาแล้ว อาจจะเป็นเพราะเย็นย่ำเต็มที่ ฉันกราบนมัสการพระพุทธไตรรัตนนายก หรือ หลวงพ่อโต หรือ ซำปอกง พระใหญ่ในวิหาร ตีฆ้อง ตีกลองร้องป่าวให้เทวดาได้ยินว่าฉันมาทำบุญนะจ๊ะ จะได้อนุโมทนาบุญร่วมกัน ก่อนที่จะออกไปทำสังฆทานกับพระสงฆ์ที่อยู่ด้านหน้าวิหาร จากนั้นก็เดินทางผ่านเหล่าขอทานทั้งหลายแหล่เพื่อลงเรือไปยังวัดระฆัง วัดสุดท้ายของเรือทัวร์ที่จะวิ่งพาเราไป

เรือมาส่งที่วัดระฆังเมื่อฟ้ามืดเสียแล้ว แต่พระอุโบสถก็ยังไม่ได้ปิด แม้นผู้คนจะบางตาแล้วก็ตาม วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร นี้ เดิมชื่อว่า วัดบางหว้าใหญ่ เป็นวัดโบราณมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวง สมัยรัชกาลที่ ๑ มีการขุดพบระฆังโบราณในเขตวัด ประชาชนจึงเรียกว่า "วัดระฆัง" ตั้งแต่นั้นมา แต่ตัวระฆังมีเสียงดี รัชกาลที่ ๑ จึงโปรดเกล้าฯ ให้นำไปไว้ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

พระอุโบสถเป็นสถาปัตยกรรมในสมัยรัชกาลที่ ๑ มลายหน้าบันเป็นรูปนารายณ์ทรงครุฑ ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง พระอุโบสถนี้เป็นที่ประดิษฐานของพระประธานที่รัชกาลที่ ๕ ทรงเรียกว่า "พระประธานยิ้มรับฟ้า" นอกจากนี้ยังมีหอพระไตรปิฏกที่เป็นสถาปัตยกรรมไทยที่มีชื่อเสียงเลื่องลือว่างามยิ่ง เดิมอยู่กลางสระที่ขุดขึ้นด้านหลังพระอุโบสถ เป็นรูปเรือนสามหลังแฝด

ภายในมีภาพจิตรกรรมที่สำคัญหลายแห่ง ทั้งบานประตูและฝาผนัง รวมทั้งตู้พระไตรปิฏกสมัยกรุงศรีอยุธยา สร้างขึ้นด้วยไม้ที่รื้อมาจากพระตำหนัก และหอนั่งเดิมของรัชกาลที่ ๑ เมื่อครั้งยังทรงรับราชการอยู่กรุงธนบุรี ฝาฝนั่งด้านนอกทาสีดินแดง ด้านในเขียนภาพฝีมืออาจารย์นาค เป็นภาพกำเนิดพระอินทร์ มีรายละเอียดแสดงวิถีชีวิตประจำวันของคนสมัยนั้น บานประตูตกแต่งด้วยการเขียนลายรดน้ำและแกะสลักอย่างงดงาม

นอกจากนี้ยังมี "ตำหนักทอง" ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี และสมเด็จพระสังฆราช (ศรี)  วัดระฆังฯ เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระพุฒจารย์ (โต พรหมรังสี) สมเด็จพระราชาคณะในสมัยรัชกาลที่ ๔ ซึ่งเป็นพระเถระผู้ทรงเกียรติคุณวิทยาคุณโด่งดังมากตั้งแต่อดีตจน

แต่ด้วยความที่ไปถึงนั่นย้ำค่ำแล้ว เลยไม่ได้แวะชมอะไรมากมายนัก นอกจากกราบบูชาพระด้านนอก และด้านในพระอุโบสถ และเดินกลับมาขึ้นเรือข้ามฟากเพื่อเดินทางกลับมายังฝั่งพระนคร ซึ่งก็ตรงกับ "ท่าช้าง" พอดี

เดินเลาะไปเลาะมาเห็นวัดมหาธาตุยังเปิดอยู่สอบถาม รปภ. ด้านนอกบอกพระอุโบสถยังไม่ปิด จึงเดินตัดเข้าไปผ่านระเบียงคตที่มีพระพุทธรูปมากมายวางเรียงรายไว้ให้สักการะบูชา เมื่อไปถึงพระอุโบสถเห็นแม่ชีกำลังเก็บข้าวของ สอบถามได้ความว่าพระอุโบสถปิดแล้ว แต่ไม่เป็นไร เราถือมงคลไหว้พระหน้าโบสถและที่ระเบียงคตนั่นเป็นอันเสร็จพิธี กลับบ้านสบายใจ แถมเอาบุญมาฝากกันอีกมากมาย สาธุ !!!



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
แม่หมี วันที่ : 09/01/2013 เวลา : 15.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ภาพสวยงามมาก ยามเย็น....

น้องสายลมฯทำสิ่งที่ดีตั้งแต่ต้นปี ปีนี้และต่อๆไปมีความสุข ปราศจากทุกข์ สบายใจตลอดๆนะคะ.....


ความคิดเห็นที่ 3 (0)
BlueHill วันที่ : 09/01/2013 เวลา : 14.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ไหว้นี้เคยไปไหว้พระเมื่อปีก่อน
จิตรกรรมฝาฝนังสวยงามมาก

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
toondee วันที่ : 09/01/2013 เวลา : 08.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toondee
เกษียณแล้ว ไปไหน

ติดตามมาอนุโมทนาบุญด้วยค่ะ คุณสายลมที่ผ่านมา ทุกที่น่าสนใจมากๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
sunsmile วันที่ : 09/01/2013 เวลา : 05.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

อนุโมทนาบุญ

เห็นเจดีย์แล้วคิดว่าวัดแจ้ง
วัดระฆังอยู่ใกล้กวัดแจ้งหรือเปล่าครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน