*/
  • สายลมที่ผ่านมา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-10-06
  • จำนวนเรื่อง : 1289
  • จำนวนผู้ชม : 2471340
  • จำนวนผู้โหวต : 543
  • ส่ง msg :
  • โหวต 543 คน
<< กันยายน 2013 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 30 กันยายน 2556
Posted by สายลมที่ผ่านมา , ผู้อ่าน : 3271 , 11:34:53 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 8 คน wansuk , TuaYai และอีก 6 คนโหวตเรื่องนี้

ภาพจากภาพยนต์ Bollywood เรื่อง Jeb we met

เป็นเพราะ Jeb we met หรือชื่อไทยว่า สวรรค์ลิขิต สลับขั้วหัวใจ ภาพยนต์ดังของ Bollywood ที่ยกกองถ่ายขึ้นไปถ่ายทำฉากรักหวานแหววกันบน Rohtang Pass 1 ใน 10 สถานที่ถ่ายทำภาพยนต์ที่อันตรายที่สุด เพราะตั้งอยู่ใระดับความสูงกว่า 13,000 เมตร ท่ามกลางหิมะขาวโพลน และความไม่แน่นอนของสภาวะอากาศบนเทือกเขาหิมาลัย ที่อาจจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่าง หิมะถล่ม ลมแรงจัดขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้

ทำให้เราต้องระบุ Rohtang Pass เป็นอีกหนึ่งแห่งที่เราจะต้องไปเยือนใน Trip India ครั้งนี้ ยิ่งเมื่อน้องหนิง 1 ในผู้ร่วมเดินทางของเรา ซึ่งเป็นนักศึกษาอยูที่เมือง บังกาลอร์ ของอินเดีย ยืนยันการตอบรับจากเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยที่มีบ้านอยู่ในเมือง Manali อันเป็นที่ตั้งของถนนสายเสียดฟ้า Rohtang Pass แห่งนี้ และยินดีที่จะเป็นเจ้าบ้าน พาเราเที่ยวใน Manali ซึ่งร่วมถึง Rohtang Pass หนึ่งใน Highlight ของเมือง Manali แห่งนี้ด้วยแล้ว ยิ่งเป็นโปรแกรมที่ปฏิเสธไม่ได้เลยทีเดียว

 

โรงแรมที่พักในเมือง Manali ของพวกเรา

"เฟรนด้า" เพื่อนนักศึกษาของหนึ่งในคณะเดินทางของเรา ที่จะมาเป็นสมาชิกใหม่ในการเดินทาง

รถโดยสารพาเราไปตามเส้นทางเลียบแม่น้ำ Beas เข้าไปยังตัวเมือง Manali ซึ่งถือเป็นอำเภอเหนือสุดของจังหวัด Kullu จังหวัดทางเหนือของรัฐ Himachal Pradesh ที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 1,950 เมตร และเป็นเส้นทางการค้าโบราญของอินเดีย ทั้ง Manali และบริเวณโดยรอบ เป็นชุมชนมรดกทางวัฒนธรรมของอินเดีย นอกจากความเชื่อว่าสถานที่แห่งนี้เป็นที่พำนักของ Saptarshi หรือ Seven sages ซึ่งเป็นเทพเจ้าเก่าแก่ของอินเดียแล้ว และยังเป็นที่ตั้งของวิหารของ มนุมหาฤษี (Manu Maharishi) Manali เป็นชื่อที่ได้มาจาก พราหมณ์ผู้บัญญัติกฏ โดยมีความหมายว่า "ที่พำนักของมนุ" (The abode of Manu) จากตำนานน้ำท่วมโลกและมีการสร้าง "ชีวิตมนุษย์" หลังจากนั้น (เชื่อว่า "มนุษย์" คนแรก เกิดขึ้นที่นี่ และถูกเรียกว่า "มนุ") ทำให้ Manali เป็นที่รู้จักกันในอีกนามของ "Valley of the Gods" เพราะมีวิหารศักสิทธิ์ที่ใช้ใน "การพิทักษ์วิญญาณของมนุ" อยู่ด้วยเช่นกัน

ส่วนหนึ่งของ เมือง Manali จากมุมสูง

ป้ายเตือนการใช้ความเร็วบนเขตภูเขา บนถนนขึ้นสู่ Rohtang Pass

น้ำตก  Rahla Falls ต้นสายของแม่น้ำ Beas ซึ่งไหลพาดผ่านในเมือง Manali

ทันทีที่รถโดยสารจอดที่สถานีรถประจำเมือง Manali น้องหนิงก็พาเราและผู้ร่วมเดินทางจากเมืองไทย ฝ่ากองทัพนายหน้าโรงแรมและบริษัทรถเช่าที่มารอรับราวกับเป็นญาติสนิทออกมาพบกับชายหนุ่มเชื้อสายอินเดีย รูปร่างสันทัดที่ยืนยิ้มแผละรออยู่ หลังจากทักทายกันแล้ว น้องหนิงก็แนะนำให้เรารู้จักกับเพื่อนหนุ่มของเธอ "เฟรนด้า" เป็นชื่อของสมาชิกใหม่ที่จะร่วมทริปเดินทางขึ้น Rohtang Pass กับเรา

เฟรนด้าเป็นหนุ่มอินเดียลูกชายของเจ้าของกิจการทัวร์และรถเช่าเล็ก ๆ ในเมือง Manali ที่จากบ้านไปเรียนบริหารธุรกิจในมหาวิทยาลัยในเมืองบังกาลอร์ เช่นเดียวกับน้องหนิง และคบหาเป็นเพื่อนสนิทกันจนถึงขนาดจะชวนให้พวกเราเข้าพักกันที่บ้านของเขา แต่ด้วยความเกรงใจพวกเราจึงขอผ่าน แต่ขอให้ช่วยหาโรงแรมดี ๆ ใน Manali ให้ดีกว่า

ทิวทัศน์สองข้างทางระหว่างทางขึ้น Rohtang Pass

ถนนเลาะเหลี่ยมเขา ที่ไม่มีที่กั่นขอบทางป้องกันการตกลงไปข้างล่างตลอดเส้นทาง

เฟรนด้าพาเราขึ้นรถจีฟ ยี่ห้อคู่บ้านคู่เมืองอินเดียอย่าง TATA ที่ถึงแม้นสภาพจะกลางเก่ากลางใหม่เพราะเป็นรถใช้งาน แต่เจ้าตัวก็ยืนยันแน่นหนักว่า รถคันนี้เป็นรถคู่ใจที่ดีที่สุด และคุ้นเคยที่สุด จากทั้งหมดในบรรดารถเช่าของพ่อของเขา และถึงแม้นสภาพจะเป็นอย่างที่เห็น แต่ด้วยเครื่องยนต์ที่ได้รับการดูแลรักษาให้พร้อมใช้อยู่ตลอดเวลา เขาให้สัญญากับเราเลยว่า Trip นี้เขาจะพาเราขึ้น Rohtang Pass ได้อย่างสนุกสนานและปลอดภัยแน่นอน

เฟรนด้าพาเราไปเข้าพักที่โรงแรมในเมือง Manali ซึ่งอยู่ในย่านเมืองเก่า ริมฝั่งแม่น้ำ Beas เมื่อนำสัมภาระเข้าเก็บในห้องเรียบร้อยแล้ว เขาก็พาเราไปตระเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อมกับที่จะขึ้นไปเยือน Rohtang Pass ถนนสายเสียดฟ้าที่เยียบเย็นด้วยหิมะที่ปกคลุมไปทั่ว อย่างเสื้อโค๊ด ถุงมือและถุงเท้าหนา ๆ รวมถึงรองเท้าสำหรับลุยหิมะที่มีร้านให้เช่าอยู่ทั่วไปในเมือง Manali เมื่อเลือกชุดได้เหมาะสมทั้งแบบและขนาดแล้วพวกเราก็แบกสัมภาระทั้งหลายทั้งปวงใส่ท้ายรถจีฟของเฟรนด้าเพิ่อเริ่มต้นการออกเดินทางขึ้นสู่ Rohtang Pass กันเลยในเช้าวันนี้ เพราะพวกเรานั้นค่อนข้างมีเวลาจำกัดในการมาเยือน Manali

เฟรนด้าขับเลยเขตเมือง Manali ออกมาจนถึงเขตภูเขา รถจีฟที่เรานั่งวิ่งไต่เขาขึ้นไปบนเทือกเขาหิมาลัย ธรรมชาติได้แสดงตัวให้เราเห็นถึงความงามพิสุทธิ์ที่ไม่มีใครสร้างขึ้น และไม่มีใครเป็นเจ้าของ หุบเขาที่หลืบเล้นแฝงกายอยู่ในพื่นที่ทุรกันดาน ความงามที่ซ้อนเร้น แต่ก็ไม่เคยได้เล็ดรอดไปจากสายตาของมนุษย์ผู้แสวงหา Manali เปลียนแปลงไปตามกระแสชนเหล่านั้น เมื่องเล็ก ๆ ที่สงบเงียบ ได้เปลียนเป็นเมืองพี่พลุกพล่านไปด้วยนักท่องเที่ยว จากทั้งชาวอินเดียเอง และชาวต่างประเทศอื่น ๆ

ตลอดเวลาที่รถวิ่งไต่เขาขึ้นไป ความสูงก็ค่อย ๆ เพิ่มระดับขึ้นเรื่อย ๆ ความเย็นก็ค่อย ๆ เริ่มปกคลุมตัวและแทรกกายเข้ามาในรถ เราเปิดกระจกรับอากาศบริสุทธิท่ามกลางสภาพแวดล้อมทีเปลียนไป จาดพื้นราบ ผ่านเนินเขา ผ่านฝายกั้นน้ำ เพิงพักอาศัย และร้านค้า ถึงแม้นจะมีความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางอยู่บ้าง ธรรมชาติสองข้างทางก็ทำให้เราเพลิดเพลินจนแทบจะลืมความเหน็ดเหนื่อย

เมฆลอยต่ำละสันเขา จากมุมมองบนจุดพักรถ Marhi

จากริมฝั่งแม่น้ำ Beas เข้าสู่ที่ราบเลี้ยงสัตว์ ผ่านสวนแอ๊บเปิ้ล ซึ่งเป็นสินค้าขึ้นชื่อของ Manali มานานนับตั้งแต่อังกฤษเจ้าอาณานิคมนำเข้ามาเริ่มปลูก  ขึ้นไปจนถึงดินแดนที่กันดารไม่มีแม้นต้นไม้ปกคลุม ถนนที่ลัดลดคดเคี้ยวเต็มไปด้วยหุบผา ทุ่งหญ้าเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ เปลียนตัวเองไปเป็นหลืบหินและในที่สุดก็เป็นเนินที่ถูกหิมะปกคลุมจนขาวโพลน เฟรนด้าหยุดรถบนสันเขาที่จุดพักรถแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นครึ่งทางพอดีระหว่างพื้นราบและ Rohtang Pass ที่ทุกคนจะรู้จักกันในนามของ Marhi

Marhi นั้นอยู่ห่างจากตัวเมือง Manali เพียง 35 กิโลเมตร แต่ด้วยต้องไต่สันเขาบนเส้นทางที่สูงชันทำให้รถแล่นได้ไม่เร็วนัก Marhi นั้นขึ้นชื่อด้านความสวยงามของธรรมชาติ จึงเป็นที่ ๆ โรงแรมต่าง ๆ มาจับจองพื้นที่ให้บริการนักท่องเทียวกันอย่างมากมาย เช่นเดียวกับร้านอาหารต่าง ๆ ที่ตั้งเรียงรายติด ๆ กัน ใช้เวลาไม่นานเลยอาหารก็ถูกส่งมาเสิร์ฟยังโต๊ะ พวกเราทำเวลาในการจัดการอาหารอินเดียแบบต้นตำรับทางตอนเหนือ อย่างข้าวผัดผัก หมี่ผัดผัก และไก่คลุกเครื่องแกง หรือ Chicken tikka masala ได้อย่างรวดเร็วและเอร็ดอร่อย

ร้านอาหารหลากหลาย บนจุดพักรถ Marhi

ข้าวผัดผัก และไก่คลุกเครื่องแกง หรือ Chicken tikka masala

ร้านขายของ และมินิมาร์ท บริเวณจุดพักรถ Marhi

เมื่อเรากำจัดความหิวออกไปจากความคิดคำนึงได้แล้ว เราก็เริ่มมองไปรอบ ๆ ตัวเราพบว่าเรานั่งอยู่บนภัตตาคารที่มีหลังคาเป็นท้องฟ้าสีฟ้าคราม มีเพียงแค่แผ่นพลาสติกกรองแสงแรง ๆ ของพระอาทิตย์ไว้นิดหน่อย มีกระแสลมเย็นแทนแอร์คอนดิชั่น มีทุ่งหญ้าสีเขียวแทนพื้นพรม หากต้องการคาเฟ่ที่คล้ายกับคาเฟ่ในยุโรป เราก็สามารถย้ายตัวเองขึ้นไปบนดาดฟ้าของร้านค้าแห่งหนึ่งที่เปิดเป็นคาเฟ่กลางแจ้งพร้อมด้วยร่มสีสรรสดใส

วิหารฮินดู ที่จุดพักรถ 

สิ่งที่ดูเหมือนจะทำให้เราสำนึกได้ว่าเราอยู่ในอินเดียนั่นก็คือ "วิหารฮินดู" ที่อยู่บนเนินเขาฝั่งตรงข้ามกับร้านอาหารที่เรานั่งกันอยู่ เพียงแต่เดินข้ามถนนและเดินขึ้นเนินไปบนบันไดที่ทอดตัวลงมา เจดีย์แบบฮินดูสีขาวตั้งเด่นตัดกับผืนฟ้าสีคราม และมีฉากหลังเป็นภูเขาเขียวเข้มที่ปลายยอดถูกประดับไปด้วยหิมะขาวโพลน ธงหลากสีติดประดับประดาอยู่รายรอบวิหารราวกับมีเทศกาลยินดีเกิดขึ้น ณ บนยอดเขาในวิหารแห่งนั้น หลังคาสีเหลืองเข้มของวิหารตัดกับสีของท้องฟ้าได้อย่างลงตัว ทำให้วิหารฮินดูแห่งนี้ดูโดดเด่น และข่มความสวยงามของสิ่งก่อสร้างโดยรอบไปเสียเกือบหมด

เส้นทางที่แคบ และแออัดไปด้วยรถ เพื่อขึ้นไปบน Rohtang Pass

ร่องรอยของหิมะที่ไหลลงมาจากยอดเขา สู่ถนน

เส้นทางใต้ขอบเขาสูงเสียดฟ้า

รถจีฟของเฟรนด้าพาเราข้ามเขาลูกแล้วลูกเล่าขึ้นมาบนเทือกเขาหิมาลัยที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ ถึงแม้นบางส่วนจะละลายไปเนื่องจากเริ่มเข้าหน้าร้อนแล้ว แต่ช่วงนี้เป็นช่วงที่ดีที่สุด และเป็นเพียงช่วงสั้น ๆ ที่ Rohtang Pass จะเปิดเส้นทางให้นักท่องเที่ยวได้ชึ้นไปชมความงามแห่งหิมาลัยได้ (Rohtang Pass จะเปิดให้เข้าชมได้ประมาณช่วงเดือนเมษายน - พฤษภาคมของทุกปี ขึ้นอยู่กับสภาวะอากาศ) ท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ และขุนเขาที่สูงชัน เรากำลังก้าวขึ้นไปสัมผัส Rohtang Pass หนึ่งในธรรมชาติยิ่งใหญ่ ที่นักเดินทางต่างแสวงหาโอกาสที่จะได้มาเยี่ยมชม

อุโมงค์น้ำแข็ง ที่ถือว่าเป็น Hightlight ของเส้นทางขึ้นสู่ Rohtang Pass

ถนนที่ชุ่มน้ำจากหิมะที่ละลาย และหลุมบ่อที่เกิดจากการใช้งานหนัก

ทั้งเปียก ลื่น และเป็นหลุมเป็นบ่อ

Rohtang Pass นั้นเป็นที่โล่งบนยอดเขาที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 3,978 เมตร มีอากาศหนาวเย็นแม้นจะเป็นในช่วงหน้าร้อน และเป็นจุดสูงที่สุดใน Manali - Kaylong สามารถมองเห็นยอดเขาที่อยู่ใน Manali ได้ทั้งหมด  นอกจากนี้ยังสามารถมองเห็นทะเลสาป Dassaur ซึ่งเป็นต้นน้ำของแม่น้ำ Beas ในบางครั้งที่เมฆลอยต่ำ เราอาจจะแทบจะหยิบเมฆที่ลอยอยู่เหนือยอดเขานั้นได้ทีเดียว ดังนั้น ในฤดูหนาวที่เยือกเย็น Rohtang Pass จะถูกปิดไม่ให้ผ่านเข้าไป ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยจากหิมะถล่ม และลมแรง

หิมะถูกตัดเป็นโพรง เพื่อให้รถสามารถแล่นผ่านขึ้นไปยัง Rohtang Pass ได้

เส้นทางในฉากสำคัญของภาพยนต์ Jeb we met

เส้นทางที่ขึ้นสู่ Rohtang Pass นั้นเป็นเส้นทางเลียบเขาที่สลับซับซ้อนและคดเคี้ยว เรียบริมไปกับหน้าผาที่สูงชัน ซึ่งไม่มีมาตรการป้องกันอุบัติเหตุแต่อย่างใด ในบางโค้งเราสามารถเห็นล่องลอยของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นแล้ว อันได้แก่ ซากรถลงไปนอนแอ้งแม้งใต้หุบเขาในก้นเหวอยู่ประปราย ซึ่งสภาพหากได้เห็นแล้วแทบเดาไม่ออกว่าเป็นรถประเภทอะไรและยี่ห้ออะไรอีกต่อไป

รถที่จอดเสียระหว่างทาง

เฟรนด้านั้น ดูท่าจะมีความมั่นใจและความเชื่อมั่นในฝีมือการขับรถของตัวเองมาก เพราะบอกเราอยู่ตลอดเวลาที่พวกเรานั่งอกสั่นขวัญแขวนกับฝีมือขับรถราวกับเหาะของเขาว่า "เขาขับรถมาตั้งแต่อายุ 15 เพื่อช่วยกิจการของพ่อในยามว่าง ก่อนที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยและได้ไปเรียนต่อที่บังกาลอร์"

คันนี้หละ รถคู่ใจของ เฟรนด้า เขาหละ

ถึงแล้ว Rohtang Pass

เฟรนด้าขับรถซ้ายย้ายขวาไปตามเส้นทางที่คดเคี้ยวอย่างคล่องแคล้ว แต่สิ่งที่ไม่คล่องแคล้วคือลมหายใจของพวกเราที่พาลจะขาดช่วงอยู่บ่อย ๆ ในหลาย ๆ โค้ง เราถามเฟรนด้าถึงความยากในการขับรถบนภูเขาหิมะ เขาหัวเราะและบอกว่าสำหรับเขาแล้วมันไม่ยาก เพราะเขาโตมากับมัน และมีความชำนาญในการใช้เส้นทางสายนี้เป็นอย่างดี แต่สำหรับมือใหม่ หรือผู้ไม่ชำนาญแล้ว ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูง โดยเฉพาะเมื่อสภาพอากาศแปรปรวนกระทันหัน เช่น มีลมกระโชกแรง หรือแม้นกระทั้งพายุหิมะหลงเข้ามาอย่างไม่คาดฝัน เพราะฉะนั้นในรถของเขาและรถของพ่อที่ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวทุกคันจึงต้องมีวิทยุสื่อสารติดไว้ประจำรถ เพราะบนเทือกเขาหิมาลัยนี้ ไม่มีที่สำหรับสัญญาณโทรศัพท์

บนยอดเขาหิมะ ที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 3,900 เมตร

ตกแต่งหิมะ เพื่อใช้เป็นฉากถ่ายภาพ

นอกจากจะต้องมีวิทยุสื่อสารไว้เผื่อตัวเองประสบเหตุแล้ว ยังต้องมีไว้เผื่อพบผู้อื่นประสบภัยด้วย เพราะต้องแจ้งและประเมินสภาพอุบัติเหตุเบื่องต้นให้หน่วยกู้ภัยที่มีอยู่ประจำจุดพักต่าง ๆ ได้เดินทางมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที พอพูดถึงพายุหิมะ ลมแรงบนเขา ก็ยิ่งพาลให้ฉันสงสัยมากขึ้นแบบปนกลัว ๆ จึงถามเฟรนด้าไปว่า ถ้าเกิดเหตการณ์ดังกล่าว จะต้องทำอย่างไรบ้าง เฟรนด้าจึงให้ความมั่นใจแก่พวกเรามากขึ้น ด้วยรอยยิ้มและอธิบายให้ฟังว่า

นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยว Rohtang Pass อย่างสนุกสนาน

ที่จอดรถบน Rohtang Pass

หากเกิดลมกระโชกแรง ให้พยายามประคองพวงมาลัยรถให้มั่นเพื่อประคองรถไม่ให้เสียหลักล่วงลงเหว และค่อย ๆ ลดความเร็ว ขับช้า ๆ เพื่อไปยังจุดหมาย หรือจุดพักในแต่ละจุด เพื่อรอให้ลมสงบ หรือจนกว่ารถจะสามารถวิ่งต่อไปได้ อย่าพยายามหยุดรถพักกลางทาง เพราะมีความเสี่ยงที่หิมะจะถล่มลงมาทับเอาได้ แต่ถ้าหากมีหิมะล่วงลงมา หรือถล่มลงมาขวางถนน หรือต้องขับรถบนหิมะ ก็มีอุปกรณ์สำหรับร้อยเข้ากับล้อรถเพื่อตะกุยไปบนหิมะ หรือเส้นทางที่เละ นิ่มแฉะเป็นโคลน หรือทรงตัวได้ยากอย่าง "โซ่" ที่จะทำให้รถสามารถวิ่งต่อไปได้อย่างปลอดภัย แต่ข้อเสียของมันคือ ทำให้พื้นถนนเสีย ซึ่งเรามองจากสภาพถนนบน Rohtang Pass แล้วจึงพอเข้าใจได้ว่าทำไมถนนถึงเป็นหลุมเป็นบ่อได้อย่างน่าอัศจรรย์เช่นนี้

เฟรนด้ายังบอกต่ออีกว่าเวลาที่ขับรถบนทางลื่น ๆ เรามักจะป้องกันรถหมุนได้ด้วยการใช้คันเร่งช่วยเลี้ยว แทนที่จะใช้พวงมาลัยเพียงอย่างเดียว แต่นั่นจะทำได้กับรถที่ขับเคลื่อนล้อหลังเท่านั้น แต่สำหรับเจ้าจีฟคันโปรดคันนี้ของเขาแล้วไม่ต้องเป็นห่วงเพราะนอกจากจะมีน้ำหนักมากพอที่จะช่วยให้รถทรงตัวได้ดีแล้ว พวกเรายังได้คนขับที่เก่งมาก ที่รู้ว่าควรจะขับอย่างไรบนเส้นทางสายเสียดฟ้าเส้นนี้อีกด้วย

ชุดนี้ถอยมาจาก Manali

น้องหนิง กับพี่ไผ่ อีกสองผู้ร่วมเดินทาง Trip นี้

ฉันมองไปบนถนนข้างหน้าที่ทั้งสองข้างทางเต็มไปด้วยหิมะ ความสงสัยใหม่ ๆ เกิดขึ้นจึงถามเฟรนด้าต่อไปเพื่อเป็นการชวนคุยให้รู้สึกคุ้นเคยกันยิ่งขึ้น อีกส่วนหนึ่งด้วยความอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว "ถ้ารถติดหล่มหิมะ ต้องทำอย่างไร" เฟรนด้ามองหน้าฉันและหัวเราะเบา ๆ พร้อมกับย้อนถามฉันว่า "บ้านคุณมีหิมะเหรอ" ทำให้ฉันต้องยิ้มแก้เก้อและบอกไปว่า "ไม่มีหรอก แต่มันคงใช้ได้กับการขับรถไปติดหล่มแถวบ้านฉันหละ"

เฟรนด้ายิ้มอย่างคุ้นเคย และแก้ข้อสงสัยของฉันด้วยการอธิบายว่า "ถ้ารถติดหล่ม ต้องไม่เร่งคันเร่งเพราะจะทำให้ล้อจมลงไปในหิมะมากขึ้นไปอีก แต่ให้ลองหมุนพวงมาลัยไปมา ซ้ายขวาก่อนจะค่อย ๆ ออกตัวอย่างช้า ๆ ทีละนิด แต่หากยังไม่สำเร็จคงต้องออกแรงให้มากขึ้นด้วยการโยกรถช่วย และให้ออกตัวในช่วงที่รถจะเขยื่อนไปข้างหน้า แต่ถ้าไม่พ้น แและรถจะไหลกลับลงไปในหล่มอีก จังหวะนั้นให้ออกตัวใหม่ ทำไปเรื่อย ๆ รถจะได้ Momentum จากการโยกซึ่งจะช่วยทำให้รถขึ้นมาจากหล่มได้ แต่ต้องระวังว่าหากเปลียนเกียร์ไม่สัมพันธ์กับจังหวะการเคลื่อนตัวของรถ อาจทำให้เกิดปัญหากับรถได้ ดังนั้น ถ้าไม่ไหวจริง ๆ จึงต้องมีวิทยุสื่อสารไว้ตามให้คนอื่นมาช่วยไง" พูดจบเฟรนด้าก็เรียกเสียงหัวเราะจากพวกเราและเสียงประท้วงจากน้องหนิงที่ลอยมาจากด้านหลังว่า "คุยอะไรกันไม่เห็นจะรู้เรื่อง"

นกบินกันเต็มยอดเขา ตัดกับสีฟ้าสดของท้องฟ้าบนยอดเขา 

ในช่วงเดือนเมษายน - พฤษภาคมเป็นช่วง Hight Season ของการเที่ยว Rohtang Pass ดังนั้นจึงมีนักท่องเทียวชาวอินเดีย และชาวต่างชาติมาเยี่ยมเยือน Rohtang Pass อย่างไม่ขาดสาย และเมื่อมีนักท่องเที่ยว ย่อมมีการเสนอขายสินค้าและบริการ ไม่ว่าจะเป็นบริการม้าให้เช่าขึ้นสู่ยอดเขา บริการเลื่อนที่ใช้คนลากขึ้นไปแล้วปล่อยให้ไหลลงมาเป็นที่สนุกสนาน บริการถ้ำหิมะประดับตัวอักษรสีสันสดใสไว้สำหรับเป็นฉากถ่ายรูป หรือแม้นกระทั้งบริการไม้เท้าเพื่อค้ำยันขึ้นไปบนยอดเขา 

แขกขายยำถั่ว อาหารยอดนิยมของชาวอินเดีย ไปที่ไหนก็เจอ

เช่นเดียวกับ ข้าวโพดปื้ง ที่เดินเท้ามาขายถึงบน Rohtang Pass

ในที่สุดเราก็มาถึงยอดเขาที่เรียกว่า Rohtang Pass ฉันเลือกที่จะหยิบไม้เท้าที่ใครบางคนที่กลับไปแล้วทิ้งเอาไว้ใช้ค้ำยันไปตลอดทาง เพราะนอกจากจะต้องต่อสู้กับความหนาว และความเบาบางของอากาศที่ทำให้ร่างกายเราได้รับอ๊อกซิเจนน้อยกว่าปกติแล้ว เรายังเหนื่อยได้อย่างง่ายดาย จนแทบจะเรียกได้ว่าเดินสามก้าวพักก้าวหนึ่งเลยทีเดียว

หิมะที่เราเดินย้ำขึ้นไปบนยอดเขานั้นไม่ได้ขาวนวลตาเหมือนหิมะทางยุโรปในครั้งแรกเราก็ไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใด เพราะในขณะที่หิมะตามทางนั้นเราพอที่จะเข้าใจได้เพราะโดนน้ำโคลนจากรถที่แล่นผ่านไปมาจนดำคล้ำไปหมด แต่หิมะบนยอดเขานี่สิทำไมถึงกระดำกระด่าง และแล้วเราก็ถึงบางอ้อเมื่อหันไปเห็นม้าตัวหนึ่งกำลังถ่ายปฏิกูลอยู่บนหิมะ แหม๋ หายคล่องใจเลยทีเดียว เพราะสีของสิงปฏิกูลที่เราเห็นนั้น ช่างไม่ต่างอะไรกับสีที่แปลกปลอมไปจนทำให้หิมะบนยอดเขาไม่ได้กลายเป็นสีขาวเพียว ๆ อีกต่อไป

วัยรุ่นชาวอินเดีย ที่มาเล่นหิมะกันอย่างสนุก

จุดสูงที่สุดใน Manali - Kaylong สามารถมองเห็นยอดเขาที่อยู่ใน Manali ได้ทั้งหมด

ชายผู้มีอาชีพให้เช่าม้าขี้บน Rohtang Pass

เรานึกถึงคำน้องหนิงที่พูดขำ ๆ ก่อนที่จะขึ้นมาบน Rohtang Pass นี้ว่า "คอยดูนะ หนิงจะขึ้นไปฉี่บนยอดหิมาลัย พี่เอสรู้มั้ยว่าทำไมหนิงถึงอยากไปฉี่บนนั้น"

"ก็จะรู้ได้อย่างไรหละแม่คุณ" ฉันตอบน้องสาวไปขำไปในความคิดพิเรน

"หนิงจะไปฉี่บนนั้นเพราะหิมะบนเทือกเขาหิมาลัยนี่เป็นต้นน้ำของแม่น้ำคงคา ซึ่งพวกฤษีถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์และใช้อาบกินเป็นสิริมงคล รวมความได้ว่า หนิงจะไปฉี่ให้พวกฤษีกิน ฮาฮาฮา" ฮืมมมมมม หล่อนช่างคิดได้!!! ไม่รู้เหล่าฤษี ไปสร้างความแค้นเป็นการส่วนตัวอะไรไว้กับหล่อน

วัวภูเขา ที่ไม่ค่อยได้เห็นกันมากนัก

แต่พอขึ้นไปจนถึงยอดเขาหิมาลัยตามความประสงค์จริง ๆ แล้วน้องหนิงกลับไม่ได้ทำตามเจตนารมย์ที่ตั้งไว้ในทีแรก จนเราเกิดความสงสัยและต้องไถ่ถามว่าเหตุใดทำให้น้องเปลียนใจ "ไม่ไหวค่ะพี่เอส หนิงพยายามแล้วแต่ทำไม่ได้ค่ะ"

"ทำไมอะอายเหรอ หรือไม่มีมุมอับให้ปฏิบัติการ"

"เปล่าค่ะพี่เอส มันเต็มไปหมดเลยค่ะ เต็มไปหมด จนหนิงหดหมดเลยค่ะ"

"อะไรหละะที่ว่าเต็มไปหมด" น้องหนิงทำหน้าเป้ และบอกว่า "อาวุธชีวภาพค่ะพี่ ไม่รู้ของใครต่อใคร กระจัดกระจายอยู่เต็มยอดเขา ฮาฮ่าฮ่า หนิงก็ว่าหนิงแน่แล้วนะค่ะ เจอแบบนี้หดหมดเลยค่ะพี่ หนีลงมาแทบไม่ทัน" 
 
ปกติน้องหนิงจะเป็นคนพูดจาสุภาพน่ารัก แต่ครั้งนี้น้องคงมองแล้วว่า ภาษาสุภาพธรรมดาอาจจะไม่ทำให้พี่มันเห็นภาพมากนัก เราได้แต่ขำคำสารภาพของน้องและก็เปลียนใจไม่ขึ้นไปบนจุดที่น้องหนิงเพิ่งเดินคอตกลงมา หนุ่มสาวชาวอินเดียกลับไม่ได้นึกรังเกียจบรรดาขี้ม้าเหล่านั้น เพราะเห็นกลุ่มวัยรุ่นหลาย ๆ คนต่างใช้เสื้อคลุมของตัวเองเป็นเบาะรองและปล่อยให้ตัวเองไหลลงมาจากเนินเขาเป็นที่สนุกสนาน อากาศบน Rohtang Pass นั้นถึงจะเจือปนกลิ่นขี้ม้าไปบ้าง แต่ก็สดชื่น และหายใจได้คล่องปอดเป็นอย่างมาก จนพวกเราบางคนถึงขนาดไปนั่งฝึกโยคะอยู่บนก้อนหินแถว ๆ นั้น (แหม๋ !!! มันน่าพาไปนั่งกลางดงระเบิดที่น้องหนิงลงมาเหลือเกิน) 

เส้นทางถนนบนเทือกเขาหิมาลัย 

เส้นทางโล่ง ๆ ที่เสี่ยงต่อการเกิดกระแสลมแรง กรรโชก 

สิ่งที่ไม่เคยขาดหายไปจากชีวิตของชาวอินเดีย และเราก็สามารถมาพบได้บน Rohtang Pass แห่งนี้นั้นก็คือ แขกขายยำถั่ว ข้าวโพดปิ้ง และ จัย เครื่องดืมและอาหารยอดฮิตของชาวอินเดีย ถึงแม้น Rothang Pass จะสูงถึง 3,900 กว่าเมตรเหนือน้ำทะเล ก็ไม่ได้ทำให้ความพยายามที่จะทำมาหากินของพ่อค้าแม่ขายลดลงได้เลย กลับมีความพยายามอย่างสูงที่จะทำมาหากิน แม้นบางคนต้องเดินขึ้นมาพร้อมสัมภาระด้วยสองเท้าก็ตาม

รถไต่ไหลเขา เพื่อเดินทางลงจาก Rohtang Pass ในขณะที่มีคนเดินเท้าสวนขึ้นมา 

เส้นทางเสียดฟ้า บนเทือกเขาที่มีหิมะปกคลุม

เราถ่ายรูปและซึมซับบรรยากาศบนยอดเขาที่สูงที่สุดใน Manali อยู่นานพอสมควร จนกระทั้งเฟรนด้ามาชวนให้พวกเราได้เล่นสนุกแบบเดียวกับหนุ่มสาวชาวอินเดียที่เราเห็น โดยการนั่งลงและเอาสัมภาระทั้งหมดไว้ที่ตักเหยียดขาตรง และเอนตัวหงายให้ราบไปกับพื้นให้มากที่สุด และในเมื่อโลกมีแรงโน้มถ่วงพลังงานกลจึงได้เกิดขึ้น ร่างของเราก็เลื่อนตัวลงไปกับพื้นหิมะลงไปสู่พื้นราบ โดยใช้การเอนตัวเป็นการบังคับความเร็วของเลื่อนมนุษย์ ในที่สุดร่างของเราก็ลงถึงพื้นได้อย่างปลอดภัยถึงแม้นจะไม่สง่างามบ้างก็ตาม

ทั้งถนนชำรุด ทั้งรถราคราคร่ำ และถนนที่ลื่นเพราะหิมะละลาย

เราสนุกสนานกันอยู่พักใหญ่ จนถึงเวลาที่จะต้องตัดใจลงจาก Rohtang Pass และเดินตามเฟรนด้าไปขึ้นรถจีฟคันโปรดของเขา ที่พาเราขึ้นมาบนถนนสายเสียดฟ้าแห่งนี้ และจะพาเรากลับลงไปอย่างปลอดภัยไร้กังวลตามคำรับรองของสารถีกิตติมศักดิ์ ที่ยืนยันมั่นเหมาะว่า "เขาขับรถเก่งมาก" เหลียวมองปุยเมฆที่ลอยลงต่ำละเรื่อยไปบนหลังคารถอย่างเฉี่อยช้า เราได้แต่เก็บภาพและความทรงจำเกี่ยวกับ Rohtang Pass ที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,978 เมตรในขณะที่ "ทิเบต" ซึ่งถูกขนาดนามว่า "หลังคาโลก" มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 5,000 เมตร อย่างน้อยที่สุดมันก็เป็นจุดสูงที่สุดในโลกที่เราเคยไปเหยียบมา

พวกเราลงกลับไปยังเส้นทางเดิม ซึ่งขณะนี้รถหลาย ๆ คันก็ต่างพากันทยอยกลับลงจากยอดเขาเช่นเดียวกับเรา Rohtang Pass นั้นเหมาะในการท่องเที่ยวในช่วงเช้ามากกว่าช่วงบ่าย ด้วยความร้อนและแสงสว่างอันเจิดจ้าของพระอาทิตย์ ที่จะสะท้อนกับหิมะและทำอันตรายต่อสายตาของเรา และนอกจากจุดชมวิว Rani Nala ที่จะมีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี หรือจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมา Picnic และถ่ายรูปเพราะเป็นทุ่งดอกไม้ที่สวยงามอย่าง Gulaba Camp แล้ว ระหว่างเส้นทางขึ้นสู่ Rohtang Pass นั้นยังมีน้ำตกที่สวยงามอีกหลายจุด เช่น Rahla Falls ซึ่งเป็นต้นสายของแม่น้ำ Beas ซึ่งไหลพาดผ่านในเมือง Manali อีกด้วย

มีทั้งฝูงสัตว์เลี้ยงของชาวบ้านที่มาใช้เส้นทางร่วมกับเรา

เฟรนด้าพาเราขับรถไต่สันเขาลงมาเรื่อย ๆ แต่ด้วยรถที่ลงมาพร้อมกันเป็นจำนวนมากและรถที่กำลังจะขับขึ้นไปยัง Rohtang Pass บนถนนสายเล็ก ๆ ที่รถแทบจะไม่สามารถสวนกันได้ ทำให้การจราจรบนทางขึ้น-ลง Rohtang Pass ติดขัดเกือบ 20 นาที หากจะพลิกวิกฤตเป็นโอกาสกันแล้ว ก็นับว่าเป็นเรื่องอันดีที่เราจะได้ลงจากรถจีฟไปถ่ายภาพทิวทัศน์ที่งดงามของเทือกเขาหิมาลัยในระดับที่ต่ำลงไปจาก Rohtang Pass

เส้นทางสู่พื้นราบ

บนพื้นราบ ริมแม่น้ำ Beas ในเมือง Manali

รถแล่นลงจากยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ ผ่านเส้นทางอันหลากหลาย ลงไปจนถึงพื้นที่ที่เป็นทุ่งหญ้าสลับกับสวนผลไม้ ให้เห็นถึงความสวยงามและอุดมสมบูรณ์ของ Manali เมืองของ "มนุ" มนุษย์คนแรกตามความเชื่อของอินเดียโบราณ ทำให้เราต้องย้อนกลับมาสำรวจตัวเองทั้งร่างกาย และจิตใจว่า เราไมได้เก็บอะไรกลับมานอกจากภาพถ่ายและไม่ทิ้งอะไรไว้ นอกจากความทรงจำว่า ครั้งหนึ่ง เราเคยขึ้นไปแหวกฟ้า คว้าเมฆ บนเส้นทางสายเสียดฟ้า Rohtang Pass บนเทือกเขาหิมาลัยแห่งนี้



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 07/10/2013 เวลา : 12.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


ไม่เกรงใจว่าจะก่อไฟและ

ความคิดเห็นที่ 14 สายลมที่ผ่านมา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 03/10/2013 เวลา : 08.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เห็นภาพแล้วหนาวมาก

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 03/10/2013 เวลา : 00.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


จริง ๆ แล้วอยากบินทุกวัน แต่ปัจจัยมันไม่อำนวย

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 03/10/2013 เวลา : 00.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


แม่หมีค่ะ ที่สุดยอดกว่า ยำถั่วแขก กับข้าวโพดปื้ง คือ แม่ค้า พ่อค้าค่ะ เพราะเขาเดินเท้าขึ้นเขา ขึ้นไปขายค่ะ สุดย๊อดดดดดดดดด สุดยอดดดด ขอบอก

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 03/10/2013 เวลา : 00.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


ขอบคุณมากค่ะ ลองหาโอกาสไปสักครั้งสิค่ะ จะติดใจ

ความคิดเห็นที่ 10 สายลมที่ผ่านมา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wansuk วันที่ : 02/10/2013 เวลา : 09.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

หัวใจของคนเดินทางโบยบิน

ความคิดเห็นที่ 9 สายลมที่ผ่านมา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 01/10/2013 เวลา : 14.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

เพลงประกอบชอบจังเลย

แปลไม่ออก....แต่เพราะดี

แต่นึกภาพพระเอกนางเอกจีบกัน วิ่งข้ามเขาหลายลูกกว่าจะลงเอยกันได้....สุดยอดอ่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 สายลมที่ผ่านมา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 01/10/2013 เวลา : 14.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

สวยมาก...

แต่การเดินทางทรหดมาก.....

ขอบคุณเฟรนด้า นักขับมือหนึ่งสมกับที่เขาคุย

สงสารน้องหนิงที่ไม่ได้ทำอย่างที่ตั้งใจ

ไม่ว่าจะสูงเสียดฟ้า จะแหวกฟ้าไปคว้าเมฆ....

ถั่วและข้าวโพดปิ้งจะตามเราไปให้ได้ลิ้มลอง(อันนี้สุดยอดฝุดๆ)

ความคิดเห็นที่ 7 สายลมที่ผ่านมา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
hayyana วันที่ : 01/10/2013 เวลา : 13.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

เยี่ยมยอด
ดูเปิดโลกดี
สวยงามน่าไปมากครับ

ความคิดเห็นที่ 6 ครูทิพย์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 30/09/2013 เวลา : 21.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


หมดกันเลยค่ะครูทิพย์ ความลับ ถูกเปิดเผย 5555+ เป็นคนชอบกินเครื่องเทศค่ะครูทิพย์ แต่ต้องไม่เผ็ด อาหารอินเดียที่กินกันนี่ก็คล้าย ๆ กับไก่ในข้าวหมกไก่อ่ะค่ะ อร่อยมากเลย

จริง ๆ แล้วอินเดียมีอะไรหลาย ๆ อย่างให้เที่ยว และค้นหานะค่ะ ดังนั้น ถ้าเราหลับตาเสียข้างนึง อินเดียก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลวร้ายนักค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 สายลมที่ผ่านมา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ครูทิพย์ วันที่ : 30/09/2013 เวลา : 21.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Tip2
Every minute is precious if every minute I have you. ทุกนาทีจะมีค่า หากทุกเวลาฉันมีเธอ 

โห! เที่ยวไกลนะคะ...แต่อินเดียเป็นประเทศที่ครูได้ยินกิตติศัพท์เรื่อง "อาวุธชีวภาพ" ที่เกลื่อนกล่น จากการบอกเล่าของลูกศิษย์ที่ไปเรียนต่อที่นั่น ทำให้ครูไม่นึกอยากไปเยือนเลยค่ะ...

เดี๋ยวนี้คุณซอสทานอาหารอย่างอื่นนอกจาก "ไข่เจียว" ได้แล้วหรือคะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 30/09/2013 เวลา : 20.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


สวยจริง ๆ ค่ะ อยากให้ไปเห็นด้วยตา ถ่ายรูปมายังสวยไม่ได้ครึ่งของของจริงเลย

ความคิดเห็นที่ 3 สายลมที่ผ่านมา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 30/09/2013 เวลา : 19.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

เมือง Manali จากมุมสูงสวยงามมากครับคุณสายลม ฯ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 30/09/2013 เวลา : 15.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


ต้องหาโอกาสค่ะ อย่ารอให้โอกาสมาหาเรา

ความคิดเห็นที่ 1 สายลมที่ผ่านมา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
เกสรมาเฟีย วันที่ : 30/09/2013 เวลา : 14.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ipammo

พี่ค่ะภาพสวยมาก ๆ เกสรอยากไปบ้าง แง๊ ๆๆ

ใน youtube bookmark ไว้แล้ว .. คืนนี้จะกลับไปดู

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน