*/
  • สายลมที่ผ่านมา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-10-06
  • จำนวนเรื่อง : 1373
  • จำนวนผู้ชม : 2581578
  • จำนวนผู้โหวต : 554
  • ส่ง msg :
  • โหวต 554 คน
<< มิถุนายน 2020 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน 2563
Posted by สายลมที่ผ่านมา , ผู้อ่าน : 291 , 12:40:26 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต มอบหมายให้เเพทย์หญิงมธุรดา สุวรรณโพธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล เป็นผู้แทนกรมสุขภาพจิต กล่าวถึง การดูแลสุขภาพจิตในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า การแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและกว้างขวางของไวรัสโควิด-19 ทำให้เกิดความเครียดกังวล การปรับตัวกับวิถีชีวิตใหม่ที่ไม่คุ้นเคยและข้อจำกัดในการทำงานและอาชีพ เกิดความไม่มั่นคงทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจหนักยิ่งขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง กลุ่มที่ถูกกักกันแยกโรค และผู้ติดเชื้ออยู่ในความเครียด ความหวาดกลัว สะสมกลายเป็นความท้อแท้ใจที่นำมาสู่ภาวะซึมเศร้าและการฆ่าตัวตายได้ ส่วนผู้ปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขและบุคลากรทางการแพทย์เองก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน จากภาระงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมากทั้งการป้องกันและการให้บริการผู้ติดเชื้อ ความเสี่ยงที่เพิ่มเป็นเท่าทวี ในฐานะด่านหน้าที่ต้องเผชิญกับโรคโควิด-19 ก่อให้เกิดความเครียด ความเหนื่อยล้าต่อบุคลากรมากยิ่งขึ้น

จากผลการสำรวจสุขภาพจิตในช่วงภาวะวิกฤตโควิด-19 ของกรมสุขภาพจิต โดยการสุ่มตัวอย่างผู้ปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขและบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศตามเขตสุขภาพ ครั้งที่ 1 (12-18 มีนาคม 2563) จำนวน 605 คน และครั้งที่ 2 จำนวน 578 คน (30 มีนาคม – 5 เมษายน 2563) พบว่า ในระยะเวลาสองสัปดาห์ผ่านไประดับความเครียดของบุคลากรเพิ่มขึ้น ความเครียดระดับปานกลางเพิ่มขึ้นจาก 24.0% เป็น 34.8% และความเครียดระดับมากและมากที่สุดเพิ่มขึ้นจาก 6.4% เป็น 7.9% ความเครียดและความรู้สึกด้านลบที่เกิดขึ้นพบได้ในทุกประเทศที่มีการระบาด และไม่ใช่ตัวบ่งบอกถึงความอ่อนแอหรือเป็นภาพสะท้อนว่าบุคลากรเหล่านั้นไม่สามารถทำงานได้ แต่ในช่วงเวลาคับขันเช่นนี้การบริหารจัดการความเครียดและเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางจิตใจมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการเสริมสร้างความแข็งแรงทางร่างกาย

ด้าน พญ.วันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการประสานความร่วมมือกับกรมสุขภาพจิตในการดำเนินการเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาสุขภาพจิตกลุ่มเสี่ยง ที่เป็นกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์นั้นได้ทำการประเมิน จำนวน 142 คน พบว่ามีความเครียดมากจำนวน 2 คน เสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า จำนวน 5 คน มีภาวะเหนื่อยล้าหมดไฟ จำนวน 36 คน คิดเป็นร้อยละ 25.35 ด้วยเหตุนี้จึงได้ใช้มาตรการเชิงรุกโดยร่วมดำเนินตามแผนฟื้นฟูสุขภาพจิตฯอันได้แก่การจัดทำฐานข้อมูลกลุ่มเสี่ยงเพื่อเฝ้าระวังสุขภาพจิตและการคัดกรองสุขภาพจิตเชิงรุก เขตกรุงเทพมหานคร ร่วมรณรงค์และเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพจิตรณรงค์คัดกรองสุขภาพจิตเชิงรุกประชาชน รวมถึงการติดตามเยี่ยมประเมินสุขภาพจิตและการดูแลเยียวยาจิตใจกลุ่มผู้ป่วยติดเชื้อและญาติและการบูรณาการพัฒนาสุขภาพจิตชุมชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด 19

กรมสุขภาพจิตร่วมกับกรุงเทพมหานคร ได้พยายามค้นหาแนวทางการฟื้นฟูจิตใจให้แก่บุคลากรผู้ปฏิบัติงานในสถานการณ์โควิด-19 โดยใช้แหล่งทรัพยากรที่มีในพื้นที่ จึงดำเนินการร่วมกับเสถียรธรรมสถาน โดยท่านแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ใช้แนวทางการเยียวยาและฟื้นฟูจิตใจฯ ด้วยหลักสูตร “ศิลปะการใช้ชีวิตด้วยลมหายใจแห่งสติ” สำหรับผู้ปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขและบุคลากรทางการแพทย์เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจ มีพลังและความหวังที่จะฝ่าข้ามวิกฤตไปได้อย่างมีความสุข และพัฒนาเป็นหลักสูตรต้นแบบในการเสริมสร้างสุขภาพจิตที่ดีสำหรับประชาชนทั่วไป

แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ได้กล่าวถึงการร่วมมือในครั้งนี้ว่า เราอยากให้ทางเสถียรธรรมสถานได้มีส่วนที่จะช่วยสนับสนุนให้เกิด spiritual therapy แก่บุคลากรที่เสียสละทำงานเพื่อผู้ป่วยในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ขึ้น ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในโลกก็ว่าได้ ที่ประเทศไทยให้ความสำคัญในเรื่องของการดูแลด้านจิตใจด้วยการจัดโปรแกรมอบรมแก่บุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเครียดสะสมจากการทำงานในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ทั้งนี้เพื่อให้เกิดแนวคิดและหลักการในการเสริมสร้างสุขภาพจิตที่ดีสำหรับตนเอง และเพื่อพัฒนาบุคลากรของกรมสุขภาพจิตให้เป็นผู้นำทางปัญญาในการพัฒนาชีวิตให้มีความสุขด้วยสติและสุข 3 ขั้น โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาต่อเนื่องเป็นหลักสูตรต้นแบบในการเสริมสร้างสุขภาพจิตที่ดีสำหรับประชาชนทั่วไปโดยไม่จำกัดศาสนาด้วยองค์ความรู้และประสบการณ์ของเสถียรธรรมสถาน การอบรม“ศิลปะการใช้ชีวิตด้วยลมหายใจแห่งสติ”

สำหรับผู้ปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขและบุคลากรทางการแพทย์ครั้งนี้ใช้ระยะเวลา 3 วัน 2 คืน โดยเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่มาจากโรงพยาบาลต่างๆที่ให้บริการแก่ผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 และหน่วยงานของกรมสุขภาพจิต รวมจำนวน 50 คน ส่วนประชาชนทั่วไป เสถียรธรรมสถานได้ร่วมให้การดูแลด้านจิตใจแก่ประชาชนที่เดินทางกลับจากต่างประเทศและต้องเข้ารับการกักตัว 14 วัน ในสถานกักตัวของรัฐ โดยเข้าร่วมกับทีมสหวิชาชีพกรมสุขภาพจิตในการให้การปรึกษา และเพิ่มช่องทาง Line@ d-Chat สำหรับประชาชนที่ประสบภาวะเครียด สามารถส่งข้อความทางไลน์เข้ามาเพื่อขอรับการปรึกษาจากจิตอาสาซึ่งมีประสบการณ์และทักษะในการให้การปรึกษาด้านจิตใจโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ 

นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และเครือข่ายสุขภาวะทางปัญญา ภายใต้แคมเปญ “ภูมิคุ้มใจ” ดำเนินงานโดยความสุขประเทศไทย ธนาคารจิตอาสา และแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน ร่วมผลิตหนังสือภาพเรื่อง “เรายังรักกันทุกวันจ้ะ” ส่งเป็นสื่อแทนความรัก แทนคำขอบคุณมอบให้บุคลากรทางการแพทย์และครอบครัวในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่จำเป็นต้องมีการเว้นระยะห่าง ไม่อาจใกล้ชิดครอบครัวตามปกติได้

โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กเล็กๆ ซึ่งอาจยังไม่เข้าใจ หรือสับสนได้ว่า ทำไมถึงกอดหรือหอมแก้มเหมือนเดิมไม่ได้ การส่งกำลังใจจากคนในครอบครัว เพื่อนๆ คนในชุมชนและสังคมด้วยภาษารักรูปแบบต่างๆจะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นพลังใจ และเป็น “ภูมิคุ้มใจ” แก่บุคลากรทางการแพทย์ให้สามารถปฏิบัติงานในสถานการณ์โควิด – 19 อย่างเข้มแข็ง ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดและติดตามอ่านได้ที่ www.happyreading.in.th


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน