*/
  • วิสุทธิญาณรังสี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jessadakorn_w@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-11
  • จำนวนเรื่อง : 57
  • จำนวนผู้ชม : 131394
  • จำนวนผู้โหวต : 69
  • ส่ง msg :
  • โหวต 69 คน
วันศุกร์ ที่ 10 ตุลาคม 2551
Posted by วิสุทธิญาณรังสี , ผู้อ่าน : 2895 , 16:41:26 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ขอฝากบทความในวันวานมาอ่านกัน มันสะท้อนกับ

เหตุการณ์วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑

ขุนทอง เจ้าจะกลับเมื่อฟ้าสาง

อัศศิริ ธรรมโชติ

ร่ำลือกันมาตั้งแต่ต้นฝนเข้าพรรษา ว่าเจ้าขุนทองมันจะได้กลับมาบ้าน มาเป็นผู้

คนพลเมืองอย่างถูกต้อง อย่างเพื่อนบ้านคนอื่นได้ก็เห็นจะคราวนี้แหละ ! ถึง

แม้ผนจะยังไม่มาทุ่งนาจะยังแล้ง น้ำในหัวใจของแม่อันเคยเหือดแห้ง ก็กลับ

ฉ่ำชุ่มขึ้นอย่างประหลาดล้นเหลือ...

แม่กระวีกระวาดตระเตรียมตัวไปรอรับการกลับมาของเจ้าขุนทอง...

เจ้าขุนทอง มันสะพายย่อม ทิ้งเรือนหายลับไปนับแต่กลางฤดูฝนปีที่แล้ว โดย

ไม่ร่ำลาอาลัยและโดยไม่บอกให้ใครแม้แต่แม่รู้ ข่าวว่ามีคนเห็นมันกลั้นสะอื้น

ไปคนเดียวด้วยสองมือว่างเปล่า เข้าไปในป่าอันอ้างว้าง-มืดมน

"ดาบล่ะ ! เอ็งไม่เอาไปด้วยหรือ?"

คนสวนทางทักถาม

"ไม่ต้อง ข้าไปหาเอาข้างหน้าได้"

เจ้าขุนทองมันว่าอย่างนั้น ก่อนจะสะบัดหน้าแล้วเดินหายเข้าป่าไป!"

แม่ลงเรือพาย ทวนกระแสน้ำในลำคลองที่ไหลระเรื่อย อ่อนรา ด้วยน้ำน้อย ฝน

แล้งนั้นไปอย่างช้าๆเมื่อฟ้าสาง ตรงข้ามกับหัวใจที่ร้อนรนรีบเร่ง ล่วงไปแล้ว

ข้างหน้า คือศาลากลางเมืองที่เขาจัดไว้ รอรับให้เจ้าขุนทองมันกลับมา...ใย

จะไม่ดีใจ ใยไม่อยากเห็นหน้า ก็มันร่วมปีแล้วละนี่ ที่มันได้จากบ้านไป แม่วาด

ภาพลูกชายในห้วงคิดคำนึง พลางหันหน้าบอกบ่าวให้เร่งฝีพายมันเร็วขึ้น

"ถ้าขุนทองไม่กลับมาล่ะ แม่เฒ่า?" บ่าวฝีพายเอ่ยถาม

"กลับซี ! มันต้องกลับ...มันต้องคิดถึงแม่ ข้ารู้ใจ"

แม่ยืนยันถ้อยคำกับบ่าวในบ้านอย่างแข็งขัน แต่สีหน้าปีตีผันแปรเปลี่ยนเป็น

สลดซีดลงอย่งสังเกตเห็นได้ชัด

"ถ้าขุนทองไม่กลับมา!"คำนี้สะดุดหัวใจนักแล้ว

ยิ่งนึกถึงตอนที่ขุนทองมันร้องไห้ ในวันเกิดเหตุใหญ่ แล้วแม่ยิ่งใจหายนัก!"

 ยังจะได้ว่าก่อนมันจะหายหน้าไป มันนอนร้องไห้รำพันอยู่ในเรือนจนดึกดื่น

แม่รู้ว่า ขุนทองมันโกรธ มันน้อยใจ-แต่มันน้อยใจใคร โกรธใครจนป่านนี้ แม่

ไม่รู้

อดนึกย้อน สะท้อนใจ สงสัยไปถึงความโกรธ ความน้อยใจของเจ้าขุนทองมัน

ไม่ได้ว่า ทำไมหนอมันถึงได้มากมาย ถึงกับมันต้องตัดใจ ทิ้งถิ่นฐาน บ้านช่อง

และทิ้งไม่ไปได้-ทิ้งความสุขใจชายคาบ้านไปเคว้งคว้างอยู่กลางป่า เป็น

ปฏิปักษ์ต่อบ้านเมืองให้กฎหมายลงทัณฑ์

และนี่ขุนทองมันจะแลกบ้านแลกแม่ เพียงเท่านั้นแหละหรือ...? ไม่น่าเป็น

ไปได้! แม่ร้องค้านอยู่ในใจ

แสงเรื่อราง สว่างสลัว พ้นขอบฟ้าเหนือเวิ้งคลอง เห็นรำไรข้างหน้า สุมทุมพุ่ม

ไม้สองฟากฝั่งมองอับเฉามัวหม่นอยู่ในความวิเวกกระท่อมทับ โรจนา และ

เรือนไม้ที่เรือพายผ่านไป ซ่อนอยู่ในเงาไม้เป็นเงาตะคุ่ม แลทะมึนเปล่า

เปลี่ยวและเหงาเหมือนกับเรือนร้าง ในฉับพลันช่วงนั้นและในเรือนหัวใจที่หวั่น

ไหวไม่เป็นส่ำ แม่แว่วเสียงขุนทองมันเจื้อยแจ้งขึ้นเหนือสุมทุมพุ่มไม้รายคลอง

อันวิเวกนั้น

"ฉันมั่นใจนะแม่ ว่าสองมือเปล่าๆนี้จะเอาชนะมันได้"

"มันน่ะใครล่ะ ?"

ขุนทองไม่ตอบแม่ในตอนนั้น แต่ออกท่าทางเกรี้ยวกราดเหมือนโกรธแค้นใคร

มา เมื่อรำคาญนักแม่ก็ว่า "เอาเถอะ! อย่าฆ่าฟันกันก็แล้วกัน" ขุนทองมัน

ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะ ประกายตาสดใสอยู่ด้วยร่องรอยของวัยเด็ก

แม่ไม่เคยนึกสักนิด ว่าในกาลต่อมา มันจะไปถือดาบเที่ยวคลุกอยู่กับเลือดและ

ความตายท่องอยู่ตามป่าเขาและดงดิบกันดารไกล ทั้งที่ก็ไม่เคยเห็นมันจับ

ดาบ นอกจากหนังสือหนังหาที่มันรักของมัน!

นกสองฝั่งคลองส่งเสียงเพรียกเหมือนเรียกภวังค์อันหวั่นไหวของแม่ให้กลับ

คืนมา ฟ้าสางอย่างเต็มที่ จนแลเห็นควันไฟลอยว่องอยู่เหนือ ณ แมกไม้ไกล

ลิบ-สีขาวมัว อ้อยอิ่งตัดกับแสงมลังเมลือง ณ ขอบฟ้าโพ้นไกล

"แกว่า ขุนทอง มันจะไม่กลับมางั้นรึ?" แม่หันถามบ่าวฝีพาย เมื่อเห็นมันนั่ง

ใบ้จ้ำพายอยู่เหมือนหุ่น

"แล้วแม่เฒ่าว่าจะกลับมั้ยล่ะ ?" บ่าวฝีพายย้อนถาม

"ข้าว่ามันต้องกลับ ข้ามั่นใจ ! "

บ่าวฝีพายมันพยักหน้า แล้วจ้ำพายเร็วแรงขี้น...

ขุนทองมันหายลับ เข้าป่าไปนับแต่ปลายพรรษาปีก่อนปล่อยความทุกข์เข้า

ครองเรือนครองหัวใจของแม่มันมาแล้วก็นานนักหนา...ณ บัดนี้ ถึงอย่างไร

แม่ก็ยังปลงใจเชื่อว่ามันจักต้องหวนกลับมาสู่ความสุขแห่งครอบครัว และความ

รักความอบอุ่นอันเป็นของมารดาที่เที่ยงแท้ แน่นอน

ความโกรธแค้นนั้นแม้นมาก ก็จะต้องหายไปได้ด้วยกาลเวลาลบเลือน ความสุข

แต่หนหลังจะเรียกหา ภยันตรายในป่าใหญ่จะผลักดันให้มันกลับ-เจ้าขุนทอง

จะต้องทิ้งดาบออกจากป่ามาบ้น และฟ้าสางวันนี้-มีหรือจะไม่มีมัน?

แม่เตรียมด้ายมาผูกมือรับขวัญและตรียมข้าวของเครื่องใช้มาให้ขุนทองแล้ว

วันนี้ !

บ่าวเหเรือเข้าท่า เมื่อตะวันสายพราวแสงเป็นตัวเต้นระริกจับผิวน้ำในลำคลอง

แล้วสองคนกับบ่าว แม่ก็เร่งฝีเท้าออกเดินดุ่ม มุ่งมั่นไปยังศาลากลางเมือง

"เขาตายแล้วล่ะ ! เด็กหนุ่มคนหนึ่งบอกแม่

แม่ร้องไห้.....ขุนทองตายเสียแล้ว !

"เจ้าพบศพเขารึ?" แม่ถาม

"ไม่-ไม่ใช่ศพเขา พบตัวเขานั่นแหละ เขาให้บอกเม่ว่าเขาตายแล้ว" เด็ก

หนุ่มคนนั้นว่า

"เขาอยู่กับใคร?" แม่ถามอีก

"เขาอยุ่กับดาบนะซี! ดาบเปื้อนเลือด....รอยคราบของความชิงชัง!"

 เด็กหนุ่มตอบ

เรือของแม่ล่องตามน้ำกลับบ้านเมื่อตะวันตรงหัว พร้อมด้วยข้าวของเครื่องใช้

กองเต็มลำเรือเหมือนเก่าเจ้าขุนทองมันโกรธใคร แรงแค้นมากมายถึงป่านนี้

ถึงสู้ตายไปจากแม่และเหย้าเรือนของตนโดยไม่กลับมาอีก และจนป่านนี้แม่ก็

ไม่รู้ หาคำตอบไม่ได้

เสียงพายกระทบน้ำเป็นจังหวะอยู่ในความเงียบ แม่เริ่มร้องไห้ออกมาอีก เมื่อ

นึกถึงความเงียบความว้าเหว่ภายในเรือนของแม่ที่ยืนรออยู่ข้างหน้า และนาน

นับขวบปีแล้วที่ขาดร่างขาดเงาของเจ้าขุนทองเหมือนก่อนเคย.

(ขุนทอง เจ้าจะกลับมาเมื่อฟ้าสาง : รวมเรื่องสั้นของอัศศิริ ธรรมโชติ. สำนักพิมพ์ พี.พี. ,พิมพ์ครั้งแรก มิถุนายน 2521.)

ดอกไม้...ที่เธอถือมา

อัศศิริ ธรรมโชติ

ด้วยลักษณาการ และศรัทธาอันพิสุทธิ์...เธอมุ่งหน้าออกจากบ้าน

เธอว่า

"แม่จ๋า ฉันจะกลับมาพร้อมด้วยชัยชนะ"

เธอผินหน้าไปทางสวนดอกไม้ ที่ชุช่อล้อลมอยุ่กลางแสงสีหม่นของยามเช้า

ประกายดาวจากแววตาของเฑอระวาววับด้วยความเชื่อมั่น ดอกไม้นานาพันธุ์

นั้นคือสัญญาของการต่อสู้

"จะเป็นไปได้อย่างไรนะ ?" แม่ว่า

เธอตีหน้าสงสัย

"ดอกไม้จะทำอะไรได้ การต่อสู้ไม่ใช่เรื่องดอกไม้ ดอกไม้มีแต่ประดับโลก

อ่อนโยน ไร้เดียงสา"

"ไม่จริง ! ไม่จริงดอก" เธอคัดค้าน

"- แม่จะห้ามฉันหรือ?"

"เปล่า.... ไม่ห้าม"

"งั้นฉันไป"

แม่ยิ้ม เมื่อเธอสบนัยน์ตาแม่แล้วทำท่าฉงน นัยน์ตาของแม่มีทั้งปิติและซ่อน

ความทุกข์กังวล..

เธอออกจากบ้านมาโดยมีนัยน์ตาแม่และตามหลัง ไม่ต้องหันกลับไปดูเธอก็รู้ว่า

 แม่ทั้งภาคภูมิใจและห่วงใยในตัวเธอ]

"ฉันคงไม่เป็นไรหรอกแม่ เพราะฉันมีดอกไม้อยู่ในมอ"

ด้วยลักษณาการและศรัทธาอันพิสุทธิ์ เธอเชื่อด้วยหัวใจและสำนึกว่าเธอจะ

ประสบชัยชนะได้ด้วยดอกไม้ในมือเธอ

มือเล็กๆและรูปเรียวสวยสง่า....

ใบไม้ร่วงลงดคนต้นเมื่อยามลมรำเพย ลมพริ้วผ่านแม่น้ำเป็นละลอกระริ้วไหว

แม่น้ำใหญ่ไหลเอื่อยเหมือนคนชราทอดอาลัย สีแดงขุ่นข้นเหมือนคนตกอยู่ใน

ความเศร้า เธอหยุดอยุ่ริมแม่น้ำนั้นมองไปที่ฝั่งตรงข้าม เสียงเพลงที่เธอรัก

ครวญคราวก้องกระหึ่มขึ้นใจกลางนคร

"เธอจะไปที่นั่น?" เขาชี้มือ

เธอพยักหน้าและถาม

"ไม่ไปบ้างหรือ?"

เขายิ้มและส่ายหน้า

"ไม่ละ ฉันไม่ใช่นักการเมือง"

"-ฉันเป็นข้าราชการ ต้องทำงาน"

"ฉันก็เป็นนักเรียน เพียงแต่ว่าวันนี้ไม่เรียน" เธอว่าบ้าง

เขายิ้มและส่ายหน้าอีกครั้ง

"เอาเถอะ ฉันจะเอาใจช่วย"

ระลอกน้ำปะท่าเรือเพยิบขึ้นจนเธอเซถลา เธอจ้องมองเรือลำเลียงสินค้าลำ

มหึมาถูกเรือเล็กลำหน้าลากแล่นลิ่วอยุ่กลางน้ำ เธอคิดถึงครูที่โรงเรียน....

"คนเราจะต้องต่อสู้ และการต่อสู้ที่ถูกต้องจะเป็นฝ่ายชนะ"

"จะต้องมีอาวุธด้วยหรือเปล่า?" ใครคนหนึ่งถาม

"อาวุธมีหลายอย่าง ถ้ารู้วิธีใช้ บางครั้งดอกไม้ก็เป็นอาวุธได้" ครูว่า

สะพานข้ามแม่น้ำมองเห็นอยู่ไกลลิบมีวัตถุเคลื่อนไหวผ่านราวสะพานไปมา

อย่างสับสนท้องฟ้าอับแดดมืดมนไปด้วยเมฆหนา เสียงเพลงอันหนักแน่นลอย

ข้ามฝั่งมาไม่ขาดระยะ ด้วยท่วงทำนองต่างกันในบทเพลงเหล่านั้นเธอฟังเป็น

เสียงเรียกร้องอ้อนวอนหวนหา และทั้งโกรธแค้นขุ่นเคือง

"เขาจะชนะหรือเปล่าหนอ?" คนบนท่าเรือวิตก

"ชนะซี! พวกเขาต้องชนะ เขาไม่เคยยอมแพ้ง่ายๆ" อีกคนหนึ่งว่า

"แต่คราวนี้ ไม่เหมือนคราวก่อน"

"ขอให้ชนะเถิด เขาต่อสู้เพื่อพวกเราด้วยรู้ไหม?"

"ไปดูกันไหมล่ะ?"

"ไม่ล่ะ ฉันมีงานต้องทำ"....

เมื่อดอกไม้บานสะพรั่งแลสล้างรวมกันแล้วเหลือคณาจะนับได้ ดูอ่อนพริ้วไหว

เหมือนดวงดอกไม้ในความฝันบรรเจิดจ้าอยู่กลางแสงตะวัน และเปลวแดดร้อน

แรงบรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยความหวังการต้อนรับสนับสนุน มีแต่รอยยิ้ม

อันอบอุ่นและความเมตตาปรานีในแววตาจับจ้อง

บนถนนที่ปราศจากละไอควัน ทั้งวัตถุน้ำใจไหลเทมาให้เธอไม่ขาดสายเธอถือ

ดอกไม้ผ่านไป ครั้งแล้วครั้งเล่า เหมือนแม่น้ำไหลผ่านเมือง

"ดอกไม้ในมือเรา จะยื่นให้ทุกคน!"

เสียงโห่ร้องพร้อมเพรียง

เธอนึกถึงพ่อ ที่บ้าน

พ่อขอบดอกไม้เหมือนกันหรือ?"

พ่อพยักหน้า แล้วเอื้อมมือมารับ

"ปีนกับดอกไม้ พ่อชอบอย่างไหนมากกว่า?"

พ่อดึงเธอกอดไว้ และยิ้มเศร้า

"ทหารก็รักดอกไม้ และอาวุธที่เขาเป็นเจ้าของพอๆกัน"

เธอยังถือดอกไม้ไปข้างหน้าในท่ามกลางรอยยิ้ม และความเมตตาปรานีในแวว

ตาจับจ้อง แต่เธอยังไม่ลืมถึงนัยน์ตาของแม่ที่มีทั้งแววปิติ และซ่อนความทุกข์

กังวล...

กลางกลิ่นธูปควันไฟ มีมาลาดอกไม้จริงกลิ่นลอยละล่องอยู่เหนือสิทธิ์เสรีที่

เธอปรารถนา อยู่เหนือกาลเวลา และเหนือน้ำตาอาลัย

เธอคือดอกไม้อนรรฆค่า เกิดจากความรัก ความศรัทธา ความเชื่อมั่นจากหัวใจ

อันบริสุทธิ์ และรูปลักษณ์อันละมุนละไม เธอได้นำมาร้อยเรียงไว้อยู่ในหัวใจ

ของทุกคน ตราบจนนิจนิรันดร์

ดอกไม้จ๋า....ใครเลยจะรู้ว่า เธอต้องมาหักล้มตกเกลื่อนกลิ้งกลางดิน

กลางกลิ่นเลือด ควันปืน

เธอผู้ถือดอกไม้ และเป็นส่วนหนึ่งของดอกไม้นั้น...เธอจะตายไปจากความ

ทรงจำของใครได้หรือ?

(ตีพิมพ์ครั้งแรกใน นิสิตนักศึกษา ฉบับธันวาคม 2516.)


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
plsforgiveme วันที่ : 10/10/2008 เวลา : 21.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plsforgiveme
@#@# อ ย า ก ม า ก ทุ ก ข์ ม า ก #@#@

กราบนมัสการหลวงพี่
ขอแปะไว้ก่อนเจ้าค่ะ

ลูกยังไม่ยอมนอนเลย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน