*/
  • วิสุทธิญาณรังสี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jessadakorn_w@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-11
  • จำนวนเรื่อง : 57
  • จำนวนผู้ชม : 131580
  • จำนวนผู้โหวต : 69
  • ส่ง msg :
  • โหวต 69 คน
วันอังคาร ที่ 2 มีนาคม 2553
Posted by วิสุทธิญาณรังสี , ผู้อ่าน : 1300 , 09:38:27 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

นิทานชาดก เรื่อง..เสนาบดีขี้โกง เคยนำมาลงแล้วครั้งที่ อดีตนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช กำลังรุ่งเรืองในตำแหน่ง แต่วันนี้จำต้องนำมาลงใหม่ เพื่อเป็นอนุสสติเตือนใจนักการเมือง ข้าราชการทั้งหลาย

เพลานี้นักการเมือง ที่ได้ชื่อว่าผู้แทนราษฎร ตัวแทนประชาชนไร้ศีลธรรม ไร้คุณะรรม ไม่มีจริยธรรมในการบริหารประเทศ คนทำดีเริ่มท้อแท้...จึงขอให้กำลังใจผู้ที่ศรัทธาความดี ด้วยชาดกจากพระไตรปิฎก...........เรื่อง.....

๒๕๒๒-๒๕๕๑ เสนาบดี (นายก/รัฐมนตรี/ข้าราชการ)ขี้โกง

“ ท่านดูเหมือนจะอยู่เป็นสุขสบายแล้ว

แต่กลับออกจากแว่นแคว้นมาอยู่ป่าที่สงบเงียบ

แล้วนั่งซึมเซาอยู่ผู้เดียวที่โคนต้นไม้

คล้ายคนกำพร้า เป็นเพราะเหตุใดฤา...”

            พระเจ้ายสปาณีแห่งเมืองพาราณสี มีเสนาบดี(รัฐมนตรี)ชื่อ “กาฬกะ” (แปลเป็นภาษาไทยว่า เสนาบดีดำ) และปุโรหิต(องคมนตรี หรือที่ปรึกษาพระเจ้าแผ่นดิน)ชื่อ “ธัมมธัช”  เสนาบดีกาฬกะนอกจากคุมกำลังกองทัพแล้วยังทำหน้าที่ตัดสินคดีความให้แก่ชาวเมืองด้วย ขณะที่ปุโรหิตธัมมธัชทำหน้าที่ถวายรู้และเรื่องการปกครองแก่พระเจ้ายสปาณี

            ชาตินั้น พระพุทธเจ้าของเรา(เสวยพระชาติ)เกิดเป็นบุโรหิตธัมมธัช ซึ่งเสนาบดีกาฬกะถือว่าเป็นคู่แข่งคนสำคัญมากที่ต้องจำกัด

            วันหนึ่ง เสนาบดีกาฬกะได้รับว่าความคดีหนึ่ง ซึ่งฝ่ายผิด....(ไม่รู้เป็นทักษิณ ในปัจจุบันฤาเปล่า ไม่รู้เหมือนกัน)...พยายามวิ่งล้มคดี โดยเสนอเงินตอบแทนเป็นจำนวนมาก เสนาบดีกาฬกะยอมรับข้อเสนอ และเมื่อคดีถึงที่สุดก็ตัดสินให้ฝ่ายที่ติดสินบน ซึ่งเป็นฝ่ายผิดได้ชนะคดี

            “ข้าพเจ้าแพ้ได้อย่างไร” ฝ่ายที่ถูกต้องแต่ถูกตัดสินคดีความให้แพ้ความอุทานออกมาด้วยความเสียใจ ถึงกับร้องไห้คร่ำครวญออกมาเสียงดังลั่นศาลสถิตยุติธรรม

            เขาเดินไปอย่างคนไร้สติ ระหว่างนั้นเองได้มาพบกับปุโรหิตธัมมธัช ซึ่งคนทั่วไปรู้จักท่านดีว่าเป็นผู้มีความยุติธรรมมาก

            “ท่านปุโรหิต...เสนาบดีกาฬกะไม่ซื่อสัตย์เลย รับสินบนเขามาแล้ว มาตัดสินคดีความให้ข้าพเจ้าแพ้ความ เขาทำอย่างนี้ได้อย่างไร ในเมื่อท่านก็พร่ำสอนศีลธรรมอยู่ในราชสำนัก..”ชายผู้นั้นหมอบลงแทบเท้าของท่านปุโรหิตธัมมธัช แล้วชี้แจงความเป็นจริงให้ทราบด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื่น

            ปุโรหิตเห็นเขาและได้ฟังเรื่องราวแล้วก็เข้าใจความจริงได้ดี จึงเกิดความสงสารและบอกให้เขาสบายใจ

            “เอาเถอะท่าน.... ถ้าท่านมั่นใจว่าท่านไม่ใช่คนผิด ฉันจักตัดสินคดีให้ใหม่....”

            ว่าแล้ว ปุโรหิตธัมมธัชกาชายคนนั้นกลับไปยังศาล แล้วสั่งให้รื้อคดีขึ้นมาใหม่ ชาวเมืองที่ได้รับทราบเรื่องการรื้อฟื้นคดีความขึ้นมาพิจารณาใหม่ ชาวเมืองที่ได้รับได้ทราบเรื่องการรื้อฟื้นคดี ต่างพากันมาฟังคำตัดสินอย่างหนาแน่น ปุโรหิตธัมมธัชพิจารณาคดีความตามความเป็นจริง จึงพบว่าเสนาบดีกาฬกะตัดสินคดีความไม่ยุติธรรมอย่างที่ถูกกล่าวหาจริง ดังนั้น เพื่อความเป็นธรรมปุโรหิตจึงกลับคำตัดสินใหม่ให้ชายผู้ที่ถูกตัดสินให้แพ้เป็นชนะตามรูปคดี ชาวเมืองต่างดีใจพากันโห่ร้องแสดงความยินดีกับชายผู้ชนะคดี

            พระเจ้ายสปาณีประทับอยู่ในพระราชวัง ทรงตกพระทัยที่ได้ยินเสียงโห่ร้องนั้น ทรงรับสั่งถามเจ้าหน้าที่ว่า....

            ...นั่นเสียงอะไร....?

            ...เสียงโห่ร้องแสดงความยินดี พระเจ้าข้า..... เจ้าหน้าที่กราบทูล

            ...ยินดีอะไรกัน....?

            ...ยินดีที่คดีได้รับการตัดสินอย่างยุติธรรม พระเจ้าข้า.....

            ...ใครเป็นผู้ตัดสิน...?

            …ปุโรหิตธัมมธัช พระเจ้าข้า..... เจ้าหน้าที่กราบทูลพร้อมทั้งเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้พระเจ้ายสปาณีทรงทราบ

            วันนั้นเอง พระเจ้ายสปาณีทรงรับสั่งให้เชิญปุโรหิตธัมมธัชเข้สเฝ้า แล้วตรัสถามถึงเรื่องราวทั้งหมดด้วยพระองค์เอง

            ...ขอเดชะ ข้าพระองค์เกรงใจเสนาบดีกาฬกะอยู่เหมือนกัน แต่ขณะเดียวกันก็อดสงสารคนถูกไม่ได้ที่ต้องมากลายเป็นคนผิด.... ปุโรหิตกราบทูลพระเจ้ายสปาณีตามความเป็นจริง

            ...ดีแล้วท่านปุโรหิต ขอให้รักษาความยุติธรรมไว้.....  พระเจ้ายสปาณีตรัสให้ปุโรหิตธัมมธัชสบายใจ  ...ตั้งแต่นี้ไปฉันขอมอบหน้าที่ตัดสินคดีความห่านแต่เพียงผู้เดียว เพื่อว่าฉันจะได้สบายหูไม่ต้องฟังเสียงสาปแช่ง และบ้านเมืองของเราจะได้เจริญในเรื่องความยุติธรรมเสียที....

            ...ไม่ได้หรอก พระเจ้าข้า....  ปุโรหิตธัมมธัชรีบทูลปฏิเสธ  ...จะทำให้เสนาบดีกาฬกะบาดหมางใจไปเปล่า ๆ.....

            ...ท่านจะเห็นแก่เสนาบดีกาฬกะเพียงผู้เดียว หรือจะเห็นแก่คนทั้งแว่นแคว้น... พระเจ้ายสปาณีตรัสถามเสียงหนักแน่น

            ปุโรหิตธัมมธัชเมื่อไม่สามารถขัดพระประสงค์ได้ จึงจำใจรับหน้าที่ตัดสินคดีแทนเสนาบดีกาฬกะ ซึ่งบัดนี้ได้ถูกปลดจากหน้าที่นี้แล้ว

            ปุโรหิตธัมมธัชตัดสินคดีความด้วนความยุติธรรม ชาวเมืองต่างพอใจในการตัดสินของท่านมาก ต่างกล่าวสรรเสริญกันทั่วไป

            เสนาบดีกาฬกะไม่ชอบปุโรหิตธัมมธัชเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อมาถูกแย่งหน้าที่ก็ยิ่งทำให้ไม่ชอบมากยิ่งขึ้น เขาแสวงหาหนทางทำลายปุโรหิตอยู่ตลอดเวลา แล้วคราวหนึ่งสบโอกาสเหมาะ จึงเข้าเฝ้าพระเจ้ายสปาณีแล้วยุยงว่า....

            ...ขอเดชะ อาญามิพ้นเกล้า บัดนี้ปุโรหิตธัมมธัชคิดก่อการกบฏ พระเจ้าข้า....

            ...ท่านพูดเหลวไหล.... พระเจ้ายสปาณีไม่ทรงเชื่อคำของเสนาบดีกาฬกะ

            เสนาบดีกาฬกะก็ยังไม่ละความพยายามกราบทูลยุยงเรื่องปุโรหิตธัมมธัชคิดกบฏให้พระเจ้ายสปาณีฟังอยู่ตลอดเวลา

            ...ท่านมีหลักฐานหรือ....  พระเจ้ายสปาณีเริ่มคล้อยตาม

            ...มีพะย่ะค่ะ... เสนาบดีกาฬกะกราบทูล  ...ตอนนี้ปุโรหิตธัมมธัชเกลี้ยกล่อมชาวเมืองไว้ในมือได้หมดแล้ว หากพระองค์ไม่เชื่อแล้วละก็ ลองทอดพระเนตรดูทางหน้าต่างนั่นซิ...

            ขณะนั้นปุโรหิตกำลังเดินมาเข้าเฝ้า ชาวเมืองเมื่อเห็นปุโรหิตธัมมธัชต่างก็เข้ามาทักทาย และแสดงความเคารพรักในฐานะผู้ทรงความยุติธรรมของบ้านเมือง พระเจ้ายสปาณีทอดพระเนตรเห็นภาพนั้นก็ตกพระทัย เพราะทรงนึกไม่ถึงว่ามีผู้คนศรัทธาปุโรหิตธัมมธัชมากมายขนาดนั้น และแล้วก็ทรงเชื่อตามที่เสนาบดีกาฬกะกราบทูล

            ...แล้วเราจะทำอย่างไรกันดี ท่านเสนาบดี...

            พระเจ้ายสปาณีตรัสปรึกษากับเสนาบดีกาฬกะ

            ...มีอยู่ทางเดียวพะย่ะค่ะ...

            เสนาบดีกาฬกะกราบทูลแบบไว้เชิง

            ...ทางอะไรหรือ...

            ...ฆ่าเขาเสีย ไม่อย่างนั้นแล้วพระองค์ก็ไม่สิ้นเสี้ยนหนาม....

            พระเจ้ายสปาณี ทรงเห็นชอบด้วยตามที่เสนาบดีกาฬกะกราบทูล แล้วทั้งพระราชาและเสนาบดีก็ร่วมกันวางแผนกำจัดปุโรหิตผู้ซื่อสัตย์

            ...ท่านปุโรหิต..... พระเจ้ายสปาณีตรัสขึ้นในวันหนึ่งขณะปุโรหิตธัมมธัชเข้าเฝ้า  ...ท่านเป็นคนมีบุญ ชาวเมืองรักใคร่ ฉันอยากจะอาศัยบุญของท่านช่วยให้ฉันได้อุทยานใหม่....

            ...หมายความว่าอย่างไร พระเจ้าข้า... ปุโรหิตธัมมธัชสงสัย

            ...ฉันอยากให้ท่านปุโรหิตสร้างอุทยานให้ฉันใหม่ และสร้างให้เสร็จภายในวันเดียว...  พระเจ้ายสปาณีตรัสย้ำเสียงหนักแน่น  ...หากไม่เสร็จ  ท่านต้องได้รับโทษประหารชีวิต....

            ...ได้พระเจ้าข้า.... ปุโรหิตธัมมธัชทูลรับสนองพระราชดำรัสเสียงหนักแน่นเช่นกัน

            คืนนั้น หลังกลับจากเข้าเฝ้าพระเจ้ายสปาณีแล้ว ปุโรหิตธัมมธัชก็ทุกข์ใจอย่างหนัก เพราะมองไม่เห็นทางจะสร้างอุทยานใหม่ให้เสร็จภายในวันเดียวได้ ขณะนั้นครุ่นคิดหาวิธีอยู่ในห้องนอนของตนเองอยู่นั้น ทันใดนั้นเอง พระอินทร์(เทวดา) ก็มาปรากฏร่างให้เห็นและปลอบโยน

            ...อย่าหนักใจไปเลย บัณฑิต เราจักช่วยเนรมิตอุทยานให้....

            ปุโรหิตธัมมธัชไม่เชื่อตาตัวเอง ท่านพยายามเพ่งพินิจดูรูปที่ยืนสง่าอยู่ตรงหน้า และเมื่อระงับความตื่นเต้ได้แล้ว จึงทรุดตัวลงกราบ พร้อมทั้งกราบทูลว่า...ขอเดชะ พระองค์ผู้เป็นเจ้าแห่งทวยเทพ ขอได้โปรดช่วยข้าพระองค์ด้วย...

            ...อย่าวิตกไปเลย  บอกมาเถอะว่าท่านจักสร้างอุทยานที่ตรงไหน เราจักเนรมิตให้...พระอินทร์ตรัสปลอบ

            รุ่งเช้าปุโรหิตธัมมธัชออกไปดูยังที่ที่ชี้ให้พระอินทร์สร้าง ก็เห็นอุทยานกว้างใหญ่แห่งใหม่ มีดอกไม้ผลสะพรั่ง จึงรีบไปกราบทูลพระเจ้ายสปาณีให้ทรงทราบ พระเจ้ายสปาณีเสด็จไปทอดพระเนตร พร้อมด้วยเสนาบดีกาฬกะ และเมื่อเห็นว่ายังไม่สามารถกำจัดปุโรหิตธัมมธัช พระราชกับเสนาบดีก็วางแผนกำจัดกันต่อไปอีก

            คราวนี้ พระเจ้ายสปาณีรับสั่งให้ปุโรหิตธัมมธัชสร้างสระโบกขรณี และเรือนในอุทยานให้เสร็จภายในวันเดียว พระอินทร์ก็เสด็จมาเนรมิตให้อีกเช่นเคย ดังนั้น ครั้งสุดท้ายพระเจ้ายสปาณี จึงสั่งให้หาคนเฝ้าอุทยานที่มีคุณสมบัติ ๔ ข้อ คือ ไม่ริษยา ไม่ดื่มน้ำเมา ไม่รัก ไม่โกรธ

            ถึงตอนนี้ปุโรหิตธัมมธัชทุกข์ใจหนัก เพราะไม่เห็นว่าใครจะช่วยได้ แม้พระอินทร์ก็คงช่วยไม่ได้ จึงได้ออกไปนั่งครุ่นคิดอยู่ที่โคนต้นไม้นอกเมือง พระอินทร์ทรงทราบความเป็นไปนั้น จึงแปลงตัวเป็นพรานป่ามาหา แล้วตรัสถามว่า

            ...ท่านเป็นบัณฑิต ดูเหมือนท่านจะอยู่เป็นสุขสบายแล้ว แต่กลับออกจากแว่นแคว้นมาอยู่ป่าที่เงียบแล้วนั่งซึมเซาอยู่ผู้เดียวที่โคนต้นไม้ คล้ายคนกำพร้า เป็นเพราะเหตุใดฤา...

            ปุโรหิตธัมมธัชตอบว่า...

            ...ข้าพเจ้ามานั่งนึกถึงธรรมของสัตบุรุษ  เพื่อบรรเทาความทุกข์ใจ...

            จากนั้นก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พรานป่าฟัง พระอินทร์แปลงกายได้ฟังดังนั้น จึงปลอบโยนและบอกว่า

            ...ช่างกัลบกของพระเจ้ายสปาณี ชื่อ ฉัตตปาณิ นั่นแหละประกอบด้วยองค์ ๔ เป็นคนไม่ริษยาใคร ไม่ดื่มน้ำเมา ไม่รัก ไม่โกรธ ขอท่านจงแต่งตั้งให้เขาเป็นคนเฝ้าอุทยานเถิด...

            เช้าวันรุ่งขึ้น ปุโรหิตธัมมธัชได้เข้าเฝ้าพระเจ้ายสปาณีแล้วกราบทูลถึงคุณสมบัติ ๔ ประการของช่างกัลบกฉัตตปาณิ พระเจ้ายสปาณีทรงรับสั่งให้ช่างกัลบกเข้าเฝ้า แล้วตรัสถามถึงเหตุผลที่มีคุณสมบัติ ๔ ประการนั้น ทันที่ช่างกัลบกกราบทูลจบ อำมาตย์ทั้งหลายพร้อมทั้งพวกชาวเมืองก็ลุกฮือขึ้นขับไล่เสนาบดีกาฬกะ ซึ่งพวกตนเชื่อว่าเป็นผู้วางแผนร้ายทำลายปุโรหิตธัมมธัชผู้ชื่อสัตย์ แล้วทูลขอให้พระเจ้ายสปาณีตั้งมั่นในทศพิธราชธรรม

            ตั้งแต่นั้นมา พระเจ้ายสปาณีก็ครองราชย์สมบัติโดยธรรมทั่วแว่นแคว้นสงบสุข ทุกคนได้รับความยุติธรรมคราวเกิดคดีความ ปุโรหิตธัมมธัชรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับ ขณะที่เสนาบดีกาฬกะเสื่อมยศ เสื่อมอำนาจ และตายไปอย่างคนอนาถา....เอวัง ก็มีด้วยประการฉะนี้แล...

ชาดกเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า.....

            คนที่เจริญรุ่งเรื่องมาด้วยความดีนั้น แม้จะถูกกลั่นแกล้งสักเพียงไร ก็เอาชนะความเลวร้ายได้ในที่สุด เหมือนท่านปุโรหิตธัมมธัช เอาชนะเสนาบดีกาฬกะด้วยความดี ฉะนั้น


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน