• มาลัยอิสรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vip.vipclass@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-09
  • จำนวนเรื่อง : 55
  • จำนวนผู้ชม : 79453
  • ส่ง msg :
  • โหวต 22 คน
Womenfreedom
แลกเปลี่ยนความเข้าใจเรื่อง ปรัชญา เศรษฐศาสตร์การเมือง กฎหมาย ที่เกี่ยวกับเพศสภาพ ความเท่าเทียมหญิงชาย และสิทธิมนุษยชน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/womenfreedom
วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม 2552
Posted by มาลัยอิสรา , ผู้อ่าน : 1470 , 17:05:42 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ภาค: วันสตรีสากล 8 มีนาคม 

โดย ภควดี วีระภาสพงษ์

 

 

“ผู้หญิงคือปรปักษ์ของการกดขี่ ผู้หญิงนี่แหละที่ต่อสู้อย่างเข้มข้นที่สุดเสมอมา”

 

-ปรามูเดีย อนันตา ตูร์

นักเขียนชาวอินโดนีเซีย

 

วันสตรีสากลมีความเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับการต่อสู้ทางชนชั้น หากชนชั้นแรงงานคือชนชั้นเบื้องล่างของสังคม ผู้หญิงก็คือเบื้องล่างแห่งเบื้องล่าง ในโลกยุคสมัยใหม่ ผู้หญิงถูกกดขี่จากนายจ้างและตกเป็นเบี้ยล่างของผู้ชาย เนื่องจากผู้หญิงอยู่ห่างไกลจากศูนย์อำนาจมากที่สุด ผู้หญิงจึงตระหนักถึงความอยุติธรรมได้อย่างรวดเร็ว และเป็นแนวหน้าที่ต่อสู้กับความอยุติธรรมอย่างเข้มข้นที่สุดเสมอมา

 

กำเนิดวันสตรีสากล

หลายคนคงลืมเลือนไปแล้วหรือไม่ทราบมาก่อนว่า ในยุคศตวรรษที่ 19 สหรัฐอเมริกาเคยเป็นประเทศที่มีขบวนการแรงงานก้าวหน้าที่สุดและเข้มแข็งที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ผู้นำแรงงานที่สำคัญที่สุดคนหนึ่งในสหรัฐอเมริกาคือผู้หญิงเชื้อชาติไอริชที่มีชื่อเรียกขานกันว่า คุณแม่โจนส์ คุณแม่โจนส์เดินทางไปทั่วทั้งสหรัฐอเมริกาอันกว้างใหญ่ เพื่อปลุกจิตสำนึกของชนชั้นแรงงานให้ลุกขึ้นต่อสู้และเรียกร้องสิทธิอันพึงมีพึงได้ของตน คุณแม่โจนส์ยังมีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งองค์กรแรงงานอุตสาหกรรมแห่งโลก (IWW) ที่ผนึกผสานชนชั้นแรงงานทั่วโลกเข้าด้วยกัน

 

การต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิของแรงงานเกิดขึ้นหลายครั้งในสหรัฐฯ สิทธิประโยชน์ของคนทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเวลาทำงาน 8 ชั่วโมง การลาคลอดบุตรโดยไม่ต้องลาออกจากงาน ค่าแรงที่ดีขึ้น ฯลฯ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ขบวนการแรงงานต่อสู้ฝ่าฟันจนได้มา ท่ามกลางการต่อสู้อันยาวนานและนับครั้งไม่ถ้วนนี้ มีการประท้วงครั้งหนึ่งเกิดขึ้นในวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ. 1857 ที่กรุงนิวยอร์กซิตี การประท้วงครั้งนี้มีลักษณะพิเศษ เพราะแรงงานที่ร่วมประท้วงเกือบทั้งหมดเป็นแรงงานผู้หญิงในอุตสาหกรรมสิ่งทอและตัดเย็บเสื้อผ้า มูลเหตุแห่งการประท้วงก็คือสภาพการทำงานที่เลวร้ายและค่าจ้างที่น้อยนิดจนไม่พอยังชีพ เหตุการณ์ครั้งนี้จบลงที่ผู้ประท้วงถูกตำรวจบุกโจมตีและแยกสลายกำลัง แต่กลุ่มแรงงานสตรีก็ยังก่อตั้งสหภาพแรงงานแห่งแรกของตนขึ้นในอีกสองปีถัดมา

 

นับแต่นั้นมา วันที่ 8 มีนาคมจึงเปรียบเสมือนวันสัญลักษณ์ของการต่อสู้ในหมู่แรงงานสตรี มีการเดินขบวนประท้วงในวันที่ 8 มีนาคมอีกหลายครั้ง แต่ครั้งที่โดดเด่นที่สุดคือใน ค.ศ. 1908 เมื่อแรงงานหญิง 15,000 คน เดินขบวนในเมืองนิวยอร์กซิตี เรียกร้องเวลาทำงานที่สั้นลง ค่าแรงที่ดีขึ้น รวมไปถึงสิทธิในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง เหตุการณ์ครั้งนี้ได้รับการขนานนามว่า “การกบฏครั้งยิ่งใหญ่” ใน ค.ศ. 1910 องค์กรสากลที่สอง ซึ่งเป็นองค์กรระดับโลกของผู้นิยมในลัทธิมาร์กซิสต์ จัดการประชุมแรงงานสตรีนานาชาติครั้งแรกขึ้นที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก และประกาศให้วันที่ 8 มีนาคมของทุกปีเป็น “วันสตรีสากล” 

 

นอกจากการต่อสู้เพื่อสิทธิของแรงงานแล้ว การต่อสู้ของผู้หญิงยังขยายไปสู่ประเด็นอื่น ๆ เช่น ในวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ. 1913 ผู้หญิงจำนวนมากทั่วทั้งยุโรปออกมารณรงค์เรียกร้องสันติภาพ ราวกับมีลางสังหรณ์ว่า สงครามโลกครั้งที่หนึ่งจะระเบิดขึ้นในปีถัดมา วันสตรีสากลเริ่มกลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อสิทธิของผู้หญิงโดยทั่วไป ไม่ได้จำกัดเฉพาะกลุ่มแรงงานสตรีเหมือนในอดีต จนกระทั่งใน ค.ศ. 1975 สหประชาชาติจึงเข้ามารับรองให้วันที่ 8 มีนาคมเป็นวันสตรีสากลอย่างเป็นทางการ

 

ในปัจจุบัน วันสตรีสากลเป็นวันหยุดราชการในหลายประเทศ อาทิเช่น รัสเซีย บัลแกเรีย แคเมอรูน จีน คิวบา อิตาลี มองโกเลีย เวียดนาม ฯลฯ ในประเทศอินเดีย แม้วันสตรีสากลไม่ใช่วันหยุด แต่ก็มีการเฉลิมฉลองกันอย่างยิ่งใหญ่

 

 

จุดเริ่มต้นของการปฏิวัติครั้งยิ่งใหญ่มักมาจากผู้หญิง
มีเหตุการณ์พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินหลายครั้งในประวัติศาสตร์โลกที่ผู้หญิงเป็นคนจุดชนวนให้ ในสมัยที่สหรัฐอเมริกายังเป็นอาณานิคมของอังกฤษ บริษัท บริติชอีสต์อินเดีย ผูกขาดการนำใบชามาขายในอเมริกา กลุ่มแม่บ้านชาวอเมริกันไม่พอใจกับการผูกขาด พวกเธอจึงคว่ำบาตรไม่ซื้อสินค้าจากบริษัทอังกฤษและหันไปซื้อใบชาจากชาวอเมริกันที่ลักลอบนำเข้ามาแทน ถึงขนาดทำให้บริษัทบริติชอีสต์อินเดียประสบภาวะขาดทุน การประท้วงสำแดงพลังของกลุ่มผู้หญิงชาวอเมริกันครั้งนี้ คือชนวนที่นำไปสู่การประกาศเอกราชของชาวอเมริกันและก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกาขึ้นมาในที่สุด

 

วันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ. 1955 โรซา ปาร์กส์ ช่างตัดเย็บสตรีผิวดำในเมืองมอนต์โกเมอรี มลรัฐแอละแบมา เธอปฏิเสธไม่ยอมลุกจากที่นั่งในรถประจำทาง ในยุคที่คนผิวดำยังเป็นพลเมืองชั้นสองในสหรัฐอเมริกา ที่นั่งของรถประจำทางจะแบ่งออกเป็นส่วนของคนขาวกับคนดำ แต่หากที่นั่งส่วนของคนขาวเต็ม คนขับรถมักออกคำสั่งให้คนผิวดำลุกขึ้นและให้ที่นั่งแก่คนขาว ทว่าโรซา ปาร์กส์ ไม่ยอมลุกขึ้น ด้วยเหตุผลว่า “ฉันอยากรู้ให้แน่ชัดเสียทีว่า ฉันมีสิทธิอะไรบ้างในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง....”

 

โรซา ปาร์กส์ถูกตำรวจจับและปรับด้วยข้อหาก่อความไม่สงบ แต่คดีของเธอกลายเป็นที่สนใจและนำไปสู่การเคลื่อนไหวของกลุ่มสิทธิสตรี กลุ่มศาสนา กลุ่มสิทธิของคนผิวดำ กลุ่มสิทธิมนุษยชน ฯลฯ นำไปสู่การก่อตั้งขบวนการเคลื่อนไหวด้านสิทธิพลเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสหรัฐอเมริกา จนทำให้การแบ่งแยกสีผิวในสหรัฐอเมริกาถึงกาลอวสานในเชิงนิตินัย

 

ในช่วงที่อาร์เจนตินาล่มสลายทางเศรษฐกิจใน ค.ศ. 2001 ขณะที่โรงงานหลายแห่งทยอยปิดตัวและมีคนตกงานในอาร์เจนตินาเกือบครึ่งประเทศ ช่างตัดเย็บสตรีในโรงงานเสื้อผ้าสำเร็จรูปบรุกแมน เซเลีย มาร์ติเนซและเพื่อนคนงานสตรีอีกหลายคน พวกเธอไม่ยอมออกจากโรงงานไปทนกับความหนาวเย็นข้างนอก คนงานตัดสินใจยึดโรงงานและดำเนินการผลิตต่อไป คนงานสตรีแห่งบรุกแมนช่วยจุดประกายให้เกิดขบวนการกอบกู้สถานประกอบการโดยคนงาน ทั้งในประเทศอาร์เจนตินา อุรุกวัย เวเนซุเอลา ฯลฯ คนงานเหล่านี้ทำหน้าที่ผลิต บริหาร ขาย อย่างเท่าเทียมโดยไม่มีเจ้านาย

 

สิทธิของผู้หญิงไม่ได้มาจากผู้ชาย

ผู้หญิงไม่ได้ต่อสู้เพียงเพื่อตัวเอง แต่ต่อสู้เพื่อคนอื่นและประเด็นอื่นที่เป็นเรื่องของสังคมในวงกว้าง ผู้หญิงไม่ได้ต่อสู้เพียงเพื่อให้ตัวเองเหมือนผู้ชาย แต่ต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมและความเป็นตัวของตัวเอง

 

ในขบวนการซาปาติสตา ซึ่งเป็นขบวนการปกครองตนเองของชาวพื้นเมืองในเม็กซิโก ผู้หญิงชาวพื้นเมืองในขบวนการนี้ทำหน้าที่ทั้งนักรบและนักปกครอง ชาวพื้นเมืองผู้หญิงซาปาติสตาคนหนึ่งกล่าวไว้ว่า “ความเท่าเทียมไม่ใช่สิ่งที่ประกาศิตมาจากเบื้องบน เราได้มันมาจากการต่อสู้” ผู้หญิงชาวซาปาติสตายังบอกกับผู้ชายด้วยว่า “พวกนายจะชอบหรือไม่ก็ตาม แต่ตอนนี้เราจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างด้วยตัวเอง....นั่นคือเหตุผลที่ในรายการข้อเรียกร้องที่เรายื่นต่อรัฐบาล ไม่มีข้อเรียกร้องที่เอ่ยถึงเรื่องเพศเลย” เพราะ “เราจะไม่อ้อนวอนรัฐบาลให้มอบเสรีภาพแก่เรา เราจะไม่ขอร้องพวกนายผู้ชายหน้าโง่ด้วย เราจะรับประกันเสรีภาพของเราด้วยตัวเราเอง เสรีภาพ ความนับถือ และศักดิ์ศรีของเราในฐานะผู้หญิงและในฐานะมนุษย์”

 

ความเท่าเทียมทางสังคมไม่ใช่สิ่งที่มอบลงมาจากเบื้องบนฉันใด ความเท่าเทียมระหว่างเพศก็ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ชายมอบให้ผู้หญิงฉันนั้น ความเท่าเทียมคือสิ่งที่เราต้องต่อสู้เพื่อให้ได้มันมา และผู้หญิงมักเป็นกลุ่มคนที่ต่อสู้ในวิถีทางที่ถึงรากถึงโคนที่สุด

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน