• พลายพัทลุง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-08
  • จำนวนเรื่อง : 11
  • จำนวนผู้ชม : 91648
  • จำนวนผู้โหวต : 38
  • ส่ง msg :
  • โหวต 38 คน
-------------- ดูดดื่ม ------------

ผลงานเพลงของ มาแซ ซุน แซง แซว

View All
<< มิถุนายน 2007 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 12 มิถุนายน 2550
Posted by พลายพัทลุง , ผู้อ่าน : 11136 , 18:35:33 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

อาจารย์สถาพร ศรีสัจจัง หรือพนม นันทพฤกษ์(นามปากกา) เป็นศิลปินจากภาคใต้ เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญทั้งวรรณศิลป์และบทบาททางสังคมมาตลอดเวลาที่ยาวนานคนหนึ่ง

          เกิดที่พัทลุง เป็นกวีและนักเขียนที่สร้างสรรค์ผลงานหลายประเภททั้งเรื่องสั้น บทกวี และนวนิยาย เนื้อหางานเขียนของพนม นันทพฤกษ์ พุ่งเข้าหาชีวิตปุถุชน เน้นความเป็นไปของสังคม โดยเฉพาะกวีนิพนธ์ล้วนเสนอแง่มุมจากการเพ่งเข้าไปในชีวิต สังคมและปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในเวิ้งจักรวาล

          เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กวีรัตนโกสินทร์เคยกล่าวว่า "ความสำคัญในกาพย์กลอนของ พนม นันทพฤกษ์ นั้นยิ่งใหญ่ในด้านความเป็นผู้นำที่ยังคงอิทธิพลให้กับคนเขียนกวีรุ่นใหม่ในปัจจุบัน เขาเป็นกวีแห่งยุคผู้เป็น ต้นแบบ ที่น่าศึกษา และน่าภาคภูมิคนหนึ่งของแผ่นดิน" (จากปกหลังรวมบทกวี "ทะเล ป่าภู และเพิงพัก" ของ พนม นันทพฤกษ์ สำนักพิมพ์มิ่งมิตร พ.ศ.๒๕๔๑)

ผลงานหลายเรื่องของอาจารย์สถาพรได้รับรางวัลและการแปลเป็นภาษาต่างประเทศ เช่น เรื่องสั้นเรื่อง คลื่นหัวเดิ่ง นวนิยายเรื่อง เด็กชายชาวเล ฯ

อาจารย์สถาพร ศรีสัจจัง เป็นพี่ใหญ่ที่เคารพนับถือของนักเขียนภาคใต้ ทั้งกลุ่มนาคร กลุ่มคลื่นใหม่ และกลุ่มเยาวชนหนุ่มสาวรุ่นต่อๆ มา เป็นบรรณาธิการที่อภิปรายหน้าบทและเก็บแผงแหลงใต้ ในหน้าวารสาร “ทักษิณคดีศึกษา” ของสถาบันทักษิณคดีศึกษา มหาวิทยาลัยทักษิณ และเคยแวะทักทายนักอ่านในคอลัมน์ "หมื่นส้อง" ของหนังสือพิมพ์ออนไลน์ "โฟกัสภาคใต้" อยู่ช่วงหนึ่ง

ประวัติชีวิต การศึกษา และกาละแห่งการงาน :

          สารานุกรมวัฒนธรรมภาคใต้ บันทึกว่า สถาพร ศรีสัจจัง หรือนามแฝงว่า พนม นันทพฤกษ์ เป็นกวี /นักเขียน ชาวพัทลุง เกิดเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2493 ที่บ้านน้ำเลือด ตำบลท่ามิหรำ อำเภอเมืองพัทลุง เป็นบุตรนายกระจ่าง นางเล็ก ศรีสัจจัง

เริ่มเรียนหนังสือที่โรงเรียนวัดควนนิมิตร อำเภอเมืองพัทลุง จนจบชั้นประถมปีที่ 4 จึงติดตามบิดาซึ่งรับราชการไปเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่โรงเรียนกันตัง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง จนจบชั้นประถมปีที่ 7

สอบเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่โรงเรียนวิเชียรมาตุ อำเภอเมืองตรัง จนจบมัธยมศึกษาปีที่ 3 

สอบเข้าเรียนต่อในแผนกศิลป์ที่โรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และเป็นรุ่นพี่ของกวีซีไรท์ จิระนันท์ พิตรปรีชา

สอบเข้าเรียนต่อคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสำเร็จการศึกษาศิลปศาสตร์ สาขาภาษาไทย ในปี พ.ศ.2515

จบศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต (ไทยคดีศึกษา) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  สงขลา ในปี พ.ศ.2533

อาจารย์สถาพร เริ่มสนใจการอ่านและการเขียนหนังสือมาตั้งแต่เรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยเริ่มต้นเขียนกลอน มูลเหตุส่วนหนึ่งเนื่องจากสมัยเด็กอาศัยอยู่กับย่า และย่ามักจะเล่าและท่องวรรณกรรมพื้นบ้าน เช่น เรื่องพระรถเมรี เรื่องพระสุธน-นางมโนราห์ ฯลฯ ให้ฟังอยู่เสมอ และเมื่อไปเรียนหนังสือที่จังหวัดตรัง ได้อยู่บ้านเดียวร่วมกับนักกลอนที่มีชื่อเสียงในยุคนั้นคือ ประพนธ์ เรืองณรงค์ ประสิทธิ์ ฤทธาภิรมย์, และจำลอง ศรีสัจจัง ผู้เป็นพี่ชาย    

เคยได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวดคำกลอนระดับจังหวัด ประกวดคำฉันท์ และเรื่องสั้น มาตั้งแต่ยังเรียนชั้นมัธยม มีผลงานตีพิมพ์สู่สาธารณะครั้งแรกที่ “สตรีสาร” ในคอลัมน์ศาลากวี และเรื่องสั้นเรื่องแรกตีพิมพ์ใน “ชัยพฤกษ์” ราวปี พ.ศ. 2509 – 2510

          สมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรมวรรณศิลป์ มีผลงานตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ในหนังสือ ม.ช. สัมพันธ์, ทองกวาว และหนังสืออื่น ๆ ที่ออกเผยแพร่ในมหาวิทยาลัยอย่างสม่ำเสมอ 

มีบทกลอนเด่น ชื่อ นิยายพื้นเมืองกรุงสยาม ซึ่งแบ่งเนื้อหาเป็น ๖ องก์ คือ องก์หนึ่ง บทนำขลุ่ย องก์สอง เพลงขลุ่ยทอด ฤ ร่าน ท่วมแล้ว อยุธยา องก์สาม องค์สี่ องค์ห้า มหาวิทยาลัย องก์หก ดั้นเพลงลา บทกลอนนี้แสดงความคิดที่มีต่อการใช้ชีวิตของนักศึกษาปัญญาชนในรั้วมหาวิทยาลัยในตอนนั้น ดังเช่นตอนหนึ่งว่า

“เด็กอนุบาลผู้ใหญ่ที่นั้น ทั้งหญิงชายเฉิดฉันท์แฉล้ม

แต่งตัวยั่วกามกันวามแวม ฝึกเดินแต้มความพินาศให้ชาติไทย

มีเพียงความกลัวทั่วห้องจิต ซึ่งผู้ใหญ่ผลิตเบ้าไว้ให้

ไม่มีความนึกคิดติดหัวใจ หวังเพียงใบปริญญาอาชีพงาม

จึ่งที่นี้ไม่มีอะไรให้ชาติ นอกจากผลิตเศษกระดาษให้เกลื่อนสยาม

เป็นโรงเรียนฝึกอาชีพทรามทราม ที่ฝึกความดักดานให้ครองเมือง”

เมื่อขึ้นชั้นปี 2 เข้าร่วมกลุ่มเพื่อนสนิทที่สนใจปัญหาทางการเมือง และเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่ม วลัญชทัศน์ ซึ่งแปลว่า มองหาช่องทาง เป็นกลุ่มนักศึกษาที่มีบทบาทในการเคลื่อนไหว ทางการเมืองในยุคแสวงหาหรือยุคฉันจึงมาหาความหมาย เช่นเดียวกับนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยส่วนกลาง    

          กลุ่มวลัญชทัศน์ ออกหนังสือหลายเล่ม แต่เล่มที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุด คือ วลัญชทัศน์ ฉบับ ภัยเขียว ในหนังสือเล่มนี้ อาจารย์สถาพร เขียนงานร้อยแก้วชื่อ “โศลกมืดจากจากภูเขาบรรทัด” บอกเล่าเด็กชายที่พ่อถูกฆ่าตาย สะท้อนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย โดยเฉพาะท้องถิ่นภาคใต้แถบเทือกเขาบรรทัด ที่ฝ่ายอำนาจรัฐปราบปรามเข่นฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์อย่างทารุณ งานเขียนชิ้นนี้ทำให้อาจารย์สถาพรถูกสอบสวนและเกือบทำให้ถูกลบชื่อจากสถาบันการศึกษา

          ในปี พ.ศ. 2513 ร่วมกับเพื่อนที่เป็นนักเขียนพิมพ์หนังสือ เจ้าชื่อทองกวาว หนังสือรวมเรื่องสั้นและบทกวี หนังสือรวมผลงานเล่มแรกประสบความสำเร็จไม่น้อย ทำให้ทำให้ตีพิมพ์ต่อจากงานเล่มแรก เป็น เจ้าชื่อทองกวาวขบวนสอง ใช้ชื่อปกว่า ต้องฝนยามแล้ง นายสถาพร ศรีสัจจัง มีงานกวีนิพนธ์ 3 เรื่อง คือ สังคีตแห่งเทวาลัย เธอกับฉันอยู่ในประเทศไทย และ ดอกไม้หมา ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ เขียนบทนำให้ชื่อว่า “คนหนุ่มเหล่านั้นกับเมืองไทย” ดร.นิธิเขียนถึง อาจารย์สถาพร ศรีสัจจัง ไว้ว่า “คนที่ต้องยกเว้นสำหรับคำวิจารณ์ตอนนี้คือ สถาพร ศรีสัจจัง ข้าพเจ้าคิดว่า เขาไปไกลที่สุดจากงาน เจ้าชื่อทองกวาว กับงานที่ปรากฏในเล่มนี้ ทั้งในด้านเนื้อหา วิธีการ ความจริงใจ…”

          เมื่อจบการศึกษาปริญญาตรีในปี พ.ศ. 2515 อาจารย์สถาพร ศรีสัจจัง ทำงานกับมูลนิธิโกมล คีมทอง และเขียนงานอย่างสม่ำเสมอทั้งเรื่องสั้นและกวีนิพนธ์

กลางปี พ.ศ. 2516 เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมือง และเป็น 1 ใน 100 คนที่ลงชื่อเรียกร้องรัฐธรรมนูญ อันเป็นเหตุให้เกิดวิกฤติการณ์ 14 ตุลา 16

          ต้นปี พ.ศ.2517 เดินเข้ากรุงเทพฯ และเข้าทำงานประจำเป็นบรรณาธิการสำนักพิมพ์ และหัวหน้ากองบรรณาธิการนิตยสารปุถุชน ซึ่งมีวินัย อุกฤษณ์ (วารี วายุ) เป็นบรรณาธิการบริหาร และได้เขียนเรื่องสั้น นกพญาไฟ ตีพิมพ์ใน สังคมศาสตร์ปริทัศน์ จนได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเรื่องสั้นที่มีคุณภาพ นอกจากนี้ยังมีเรื่องสั้นและบทกวีอีกหลายเรื่องเรื่องสั้น เช่น คนสั่นระฆัง , คนในนา , เกี่ยวกับวันเวลาและศัตรู , เหยื่อ , ก่อนไปสู่ภูเขา ,นาน้ำฟ้า ฯลฯ บทกวี เช่น สิบสี่เดือนตุลา วันมหาประชาชัย , กู่ขาน วีรชน , สงครามประชาชน , คำประกาศขบถจากหมู่บ้านเคียวเกี่ยวดาวแห่งเทือกเขาผาเพ ฯลฯ

งานร้อยกรอง ชิ้นสำคัญในช่วงนี้คือ ลิลิตพัฒนา โองการประกาศฟ้า ซึ่งปรับเปลี่ยนจากโองการแช่งน้ำ ที่สาปแช่งผู้ที่ไม่จงรักภักดี มาเป็นประชาชนสาปแช่งชนชั้นปกครองที่ฉ้อฉล ลิลิตโองการประกาศฟ้า ใช้คำประพันธ์หลากชนิด ประกอบด้วยร่าย โคลงห้าพัฒนา โคลงสี่สุภาพ กาพย์ และฉันท์ กล่าวได้ว่าอาจารย์สถาพร ศรีสัจจังเป็นคนหนึ่งในกลุ่มนักเขียนหนุ่มสาวที่สานต่อแนวความคิดวรรณกรรมเพื่อชีวิต

ปลายปี พ.ศ. 2517 ได้ลาออกมาเป็นนักเขียนอิสระ เขียนทั้งเรื่องบทกวี เรื่องสั้น และบทความให้กับหนังสือพิมพ์และนิตยสารฉบับเดียว และเป็นนักหนังสือพิมพ์ประจำกองบรรณาธิการและนิตยสารมีชื่อหลายฉบับ เช่น อธิปัตย์   มาตุคาม   โคมฉาย ฯ

พ.ศ.2518 สำนักพิมพ์ปุถุชนก็จัดพิมพ์หนังสือ รวมเรื่องสั้นและกวีนิพนธ์ชื่อ "ก่อนไปสู่ภูเขา" โดยใช้ชื่อจริง เนื้อหาของเรื่องสั้นและกวีนิพนธ์ในหนังสือเล่มนี้ เป็นท่วงทำนองของการวิพากษ์วิจารณ์ สังคมในช่วงนั้นอย่างรุนแรงกว้างขวาง และขายดีจนต้องตีพิมพ์ซ้ำอย่างรวดเร็ว เพราะเนื้อหาแนวคิดในหนังสือเล่มนี้สอดคล้องกับกระแสความคิดของคนหนุ่มสาวร่วมสมัยในยุคประชาธิปไตยแบ่งบาน เมื่อคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินภายใต้การนำของ เรือเอกสงัด ชลออยู่ เข้าทำการรัฐประหารยึดอำนาจในวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2519 หนังสือเล่มนี้จึงกลายเป็นหนังสือต้องห้ามตามคำสั่งของกระทรวงมหาดไทยเล่มหนึ่งใน ๒๐๔ รายการ

หลังจาก ปุถุชน ปิดตัวลง อาจารย์สถาพร ศรีสัจจัง เข้าทำงานประจำกองบรรณาธิการนิตยสาร ชีวิต ของสนธิ ลิ้มทองกุล แต่เมื่อเกิดเหตุ ๖ ตุลา ๒๕๑๙ นิตยสารเล่มนี้ก็ปิดตัวเองลงไปเช่นเดียวกับนิตยสารและหนังสือพิมพ์อีกหลายเล่ม

ปี พ.ศ.2519 เดินทางกลับจังหวัดตรัง และเข้าทำงานเป็นผู้จัดการโรงงานปลาป่นแห่งหนึ่งในอำเภอกันตัง จนปลายปี พ.ศ.2522 ลาออกแล้วเดินทางเข้ากรุงเทพฯ อีกครั้ง โดยเข้าทำงานประจำที่สำนักพิมพ์เม็ดทราย สำนักพิมพ์กอไผ่ พร้อมกับเป็นนักเขียนประจำของหนังสือพิมพ์มาตุภูมิ และหนังสือพิมพ์ครูไทยตามลำดับ

หลังปี พ.ศ.2519 -2521 อาจารย์สถาพร หยุดงานเขียนหนังสือไปช่วงหนึ่ง แต่ในปลายปี พ.ศ.2522 ก็เริ่มเขียนหนังสืออีกครั้งหนึ่ง โดยใช้นามปากกา "พนม นันทพฤกษ์" เรื่องสั้นเรื่องแรกชื่อ คลื่นหัวเดิ่ง ของเขาได้รับการตีพิมพ์ในหนังสือ โลกหนังสือ ฉบับเรื่องสั้นชุดคลื่นหัวเดิ่ง จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ดวงกมล เรื่องสั้นเรื่องนี้ ภายหลังได้รับการคัดเลือกให้เป็นเรื่องสั้นยอดเยี่ยมประจำปี พ.ศ.2522 ของสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทย และได้รับการแปลเป็นภาษาต่างประเทศหลายภาษา

ในช่วงปี ๒๕๒๒ ความขัดแย้งทางอุดมการณ์การเมืองและการต่อสู้ระหว่างฝ่ายรัฐกับนักศึกษา ประชาชนเริ่มสงบลง พร้อมกับการใช้นโยบาย ๖๖ / ๒๓ ทำให้เหล่าประชาชน นิสิตนักศึกษาที่เข้าป่าเริ่มคืนเมือง บรรยากาศของการสร้างสรรค์งานวรรณกรรมสว่างไสวกว่าเดิม

เมื่อ คลื่นหัวเดิ่ง ได้ตีพิมพ์ จึงได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในหมู่นักอ่านและคนวรรณกรรม จากนั้นเรื่องสั้นอื่นๆ ในนามปากกา พนม นันทพฤกษ์ ได้ทยอยตามออกมาไม่ขาดสาย เช่น ณ ที่ซึ่งเป็นแผ่นดินกว้าง , คนเตา , คืนฟ้าฉ่ำดาว , รอยเปื้อนและทางเดิน , จากภูเหนือ , คือเหยื่อ , นกแร้ง , อาชญากรรม ,เหยื่อพราน , ไฟที่ไหม้ลาม , ข่าวคราวจากฝั่งทะเลและจดหมาย , ชายแก่ริมทะเลสาบ , ปาดังเบซาร์ ,ดาวที่ขีดเส้นฟ้า , บาระเด็ง , มรสุม , ลมแล้งที่โหมกระหน่ำลง , คนไกล ฯลฯ เรื่องสั้นเหล่านี้สะท้อนภาพชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชนที่กำลังเปลี่ยนแปลงเมื่อได้รัผลกระทบจากการพัฒนาที่เน้นด้านวัตถุและการบริโภคนิยม เด็กรุ่นใหม่ในชุมชนพากันละทิ้ง ขนบประเพณีของบรรพบุรุษหันไปชื่นชมกับสิ่งใหม่ที่เห็นว่าทันสมัยนอกจากนี้ปัญหาความยากจน และการเอาเปรียบในสังคมทุกระดับเป็นภาพที่สะท้อนอยู่ชัดเจนในงานเรื่องสั้นเหล่านี้ นายสถาพรมุ่งมั่นที่จะบอกเล่าผู้อ่านให้เข้าใจความเป็นจริงของชีวิตและสังคมและชี้ให้เห็นว่าแก่นแท้ของชีวิตคือการต่อสู้ มนุษย์ต้องต่อสู้ กับอุปสรรคที่ขวางกั้น ต่อสู้กับการถูกกดขี่ข่มเหง ต่อสู้กับความเอารัดเอาเปรียบ และต่อสู้กับความอยุติธรรม ทุกรูปแบบ

          นอกจากเขียนเรื่องสั้นแล้ว อาจารย์สถาพรยังเขียนงานร้อยแก้วและบทกวีอีกด้วย งานร้อยแก้ว เช่น คำนึงถึงคนรัก และ บางค่ำคืนในฤดูแล้ง ตีพิมพ์ครั้งแรกใน โลกหนังสือ พ.ศ. ๒๕๒๒ ต่อมามีบทร้อยแก้ว รวมเล่ม ชื่อว่า ที่ว่ารัก - รักนั้น  ตีพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๒๙  ส่วนบทกวีชิ้นแรกที่เขียนในนามปากกา พนม นันทพฤกษ์ ชื่อ เดือนสาม   ลมรักล่องแผดโผยโปรยผ่านมา ตีพิมพ์ใน โลกหนังสือ พ.ศ. ๒๕๒๒ เช่นกัน บทกวี ชิ้นเด่น ๆ ที่เขียนหลังจากนี้ ได้แก่ ดาวศรัทธายังโชนจ้าแสง , ฤดูกาล , ยืนต้านพายุ , จากเทือกเขาพนมมาลัย ,ผ่านทางที่หมู่บ้าน , ดาวเหนือ , ผ่านทางไปภาคใต้ ปีสองพันห้าร้อยยี่สิบสาม , ฝั่งทะเลตะวันตก ,ตำนานดาว , ตำนานแห่งนกพญาไฟ , ตำนานแห่งพิมพะยอม , นักเดินเรือ , ลำห้วยใหญ่ ฯลฯ

         บทกวีเหล่านี้ต่อมารวมเล่มในหนังสือ คือนกว่ายเวิ้งฟ้า พ.ศ. ๒๕๒๙ ณ เพิงพักริมห้วย พ . ศ . ๒๕๓๑ และ ทะเล ป่าภู และเพิงพัก พ . ศ . ๒๕๔๑

เนื้อหาในงานเขียนทั้งกวีนิพนธ์ เรื่องสั้น และนวนิยายของอาจารย์สถาพร ส่วนใหญ่ จะมีเนื้อหาคาบเกี่ยวอยู่กับปัญหาสังคมอยู่ในแง่มุมต่างๆ โดยเฉพาะปัญหาชนบทในภาคใต้ และภาคเหนือ เสนอแง่คิดด้านต่างๆ ในการดำเนินชีวิต เสนอแนะวิธีของโลก และวิธีเข้าใจปรากฏการณ์ในสังคมเป็นหลัก

พ.ศ.2525 อาจารย์สถาพรเดินทางกลับภาคใต้อีกครั้ง และเข้ารับราชการที่สถาบันทักษิณ จนกระทั่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันทักษิณคดีศึกษา

นอกจากจะเป็นนักเขียน อาจารย์สถาพรยังมีบทบาทสำคัญอื่นๆ ทั้งระดับท้องถิ่น และระดับชาติ ได้แก่    

ได้รับเชิญเป็นตัวแทนนักเขียนไทยร่วมประชุมนักเขียนแห่งเอเชีย ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ใน พ.ศ.2524

มีส่วนร่วมเป็นกองบรรณาธิการจัดทำสารานุกรมภาคใต้

เป็นบรรณาธิการบริหารทักษิณคดีศึกษา

ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการกองทุนปราศ ราหุล

เป็นที่ปรึกษาชมรมวรรณศิลป์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สงขลา ในช่วงปี พ.ศ.2525

เป็นวิทยากรบรรยายเกี่ยวกับวรรณกรรมในสถาบันต่างๆ ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค เป็นอาจารย์สอนนิสิตระกับบัณฑิตศึกษา สาขาไทยคดีศึกษาและภาษาไทยของมหาวิทยาลัยทักษิณ และอาจารย์พิเศษในสถาบันระดับอุดมศึกษาในภูมิภาคบางแห่ง

ลำดับผลงานรวมเล่ม :

         พ.ศ. ๒๕๑๓ รวมเรื่องสั้น,กวีนิพนธ์(เขียนรวมกับผู้อื่น) “เจ้าชื่อทองกวาว”   

          พ.ศ. ๒๕๑๔ รวมเรื่องสั้น,กวีนิพนธ์(เขียนร่วมกับผู้อื่น)  “ต้องฝนยามแล้ง”  

          พ.ศ. ๒๕๑๘ รวมเรื่องสั้นและกวีนิพนธ์ "ก่อนไปสู่ภูเขา" โดยใช้ชื่อจริงคือ "สถาพร ศรีสัจจัง" จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์ปุถุชน ได้รับการประกาศเป็นหนังสือต้องห้าม

พ.ศ. ๒๕๒๓ รวมเรื่องสั้น "คืนฟ้าฉ่ำดาว รอยเปื้อนและทางเดิน"

พ.ศ. ๒๕๒๔ รวมเรื่องสั้นและกวีนิพนธ์  “ยืนต้านพายุ”

พ.ศ. ๒๕๒๔  นวนิยาย  "เด็กขายชาวเล"

พ.ศ. ๒๕๒๕  นวนิยาย  "บองหลา"

พ.ศ. ๒๕๒๕  นวนิยาย   "ทุ่งหญ้า ป่าสูง และวันรุ้งทอสาย"

พ.ศ. ๒๕๒๖  รวมเรื่องสั้น "ดาวที่ขีดเส้นฟ้า"

พ.ศ. ๒๕๒๙  กวีนิพนธ์  "คือนกว่ายเวิ้งฟ้า"

พ.ศ. ๒๕๒๙  กวีนิพนธ์  "ที่ว่ารัก-รักนั้น"

พ.ศ. ๒๕๓๑  นวนิยาย  "ดั่งผีเสื้อเถื่อน"

พ.ศ. ๒๕๓๑  กวีนิพนธ์  “ณ เพิงพัก ริมห้วย"

พ.ศ. ๒๕๔๐  นวนิยาย  "ดงคนดี"

พ.ศ. ๒๕๔๑  กวีนิพนธ์  "ทะเล ป่าภู และเพิงพัก"

พ.ศ. ๒๕๔๓ กวีนิพนธ์  “ฟ้องนายหัว” 

                              (ใช้นามปากกา อินถา ร้องวัวแดง)

รางวัลที่ได้รับ:

@ เรื่องสั้นชื่อ "คลื่นหัวเดิ่ง"

     - รางวัลช่อการะเกด ประจำปี ๒๕๑๙ จากนิตยสารโลกหนังสือ

     - รางวัลเรื่องสั้นยอดเยี่ยม ประจำปี ๒๕๒๒ จากสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย

@ เรื่องสั้นชื่อ “เหยื่อพราน” ได้รับรางวัลจากนิตยสารแมน ประจำปี พ.ศ. ๒๕๒๓

@ สารคดีเรื่อง “วังปราจันทร์ -ทะเลบัน-บูกีบากิ๊ด: เส้นทางสายยุทธศาสตร์ " ได้รับรางวัลจากนิตยสารประจำปี ๒๕๒๓

@ วรรณกรรมเยาวชนเรื่อง "เด็กชายชาวเล"

     - รางวัลชมเชย ประเภทหนังสือบันเทิงคดีสำหรับเด็กก่อนวัยรุ่น (๑๒-๑๔ ปี) จากคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒

     - รางวัลชมเชยจากคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๔

     - ๑ ใน ๕๐๐ เล่ม หนังสือดีสำหรับเด็กและเยาวชน ของสมาพันธ์องค์กรเพื่อพัฒนาหนังสือและการอ่าน

     - ๑ ใน ๑๐๐ เล่ม หนังสือดีที่เด็กและเยาวชนไทยควรอ่าน ทุนสนับสนุนการวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

@ วรรณกรรมเยาวชนเรื่อง "บองหลา"

     - รางวัลชมเชย ประเภทหนังสือบันเทิงคดีสำหรับเด็กก่อนวัยรุ่น (๑๒-๑๔ ปี) จากคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๕

     - ๑ ใน ๕๐๐ เล่ม หนังสือดีสำหรับเด็กและเยาวชน ของสมาพันธ์องค์กรเพื่อพัฒนาหนังสือและการอ่าน

@ รวมบทกวีนิพนธ์ชื่อ "คือนกว่ายเวิ้งฟ้า"

     - รางวัลชมเชย ประเภทหนังสือกวีนิพนธ์ จากคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๙

     - รางวัลชมเชย ประเภทหนังสือกวีนิพนธ์ จากคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๙

@ วรรณกรรมเยาวชนเรื่อง "ดงคนดี"

     - รางวัลชมเชย ประเภทหนังสือบันเทิงคดีสำหนับเด็กก่อนวัยรุ่น (๑๒-๑๔ ปี) จากคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๑

@ บทกวีชื่อ "ดาวศรัทธายังโชนจ้าแสง" ได้รับการคัดเลือกเป็นสรรนิพนธ์ในโครงการวิจัย "กวีนิพนธ์ในฐานะพลังทางปัญญาของสังคมร่วมสมัย พ.ศ. ๒๕๓๘-๒๕๔๑" ซึ่งมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.เจตนา นาควัชระ เป็นหัวหน้าโครงการ เป็นโครงการวิจัยซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากนำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

@ ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ

สาขาวรรณศิลป์ พุทธศักราช ๒๕๔๘

**

ปัจจุบันสามารถติดต่อ อาจารย์สถาพร ศรีสัจจัง

ได้ที่ สถาบันทักษิณคดีศึกษา หมู่ที่ ๑ บ้านอ่าวทราย

ตำบลเกาะยอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ๙๐๑๐๐

โทร. ๐ ๗๔๓๓ ๑๑๘๓-๔ โทรสาร ๐ ๗๔๓๓ ๒๐๐๘

**เรียบเรียงข้อมูลจาก :

รั้วปาริชาติ  มหาวิทยาลัยทักษิณ

อัมรินทร์บ๊อคเก็ตบุ๊ค

และ ก๊วนปาร์ตี้


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 19
พลายพัทลุง วันที่ : 27/01/2009 เวลา : 02.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suphakara
 วัจนะกวีอิสระ:ถ้อยคำ เรื่องราวและนิยาย/กลุ่มเขียนข้าว   : http://www.oknation.net/blog/writerdao     นักเขียนของโลกฯ        >เพิงเพลงบ้านจันทร์ดาว http://www.oknation.net/blog/waraninstar

(0)


สมน้ำหน้า งางา ซาเบร่อหนัก


ปรางแก้ว

v
v
v
v
ความคิดเห็นที่ 18
ปรางแก้ว วันที่ : 27/08/2007 เวลา : 21.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wayward

(0)
พื้นหลังเวียนหัวได้ถ้วย
ความคิดเห็นที่ 17
ปรางแก้ว วันที่ : 27/08/2007 เวลา : 21.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wayward

(0)
คาระวะอาจารย์สถาพร,,
หากมีโอกาส
จะแวะไปเยือน !!

เกาะยอยังคงงดงามเสมอ
ในคืนสำแดงกวี
ความคิดเห็นที่ 16
เดชนิยม วันที่ : 31/07/2007 เวลา : 19.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/detniyom

(0)
ผมสนิทกับ...จำลอง ศรีสัจจัง...ที่โลดแล่นโด่งดังในหมู่ชาววรรณศิลป์เกษตรเหมือนที่สถาพรโลดแล่นใน มช.งานของทั้งสองคนคล้ายกันทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง และคมลึกให้อารมณ์ บางเรื่องบาดใจผู้ปกครองบ้านเมืองเอาเรื่อง
เสียดายที่ท้ายที่สุด เหมือนจำลองหายไป สองคนนี้อายุไล่ๆกันแต่จำลองน่าจะเป็นน้องนิดๆ หากคุณพลายฯรู้จัก(หรือผ่านคุณสถาพร)ช่วยฝากความระลึกถึงเขาด้วย
ความคิดเห็นที่ 15
พันธกานท์ วันที่ : 29/07/2007 เวลา : 21.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panthakant
สวนอักษร : ธารคำท่ามกลางยุคสมัยฯ  "พันธกานท์ ตฤณราษฎร์" 

(0)
ครับคารวะ ท่านครู ในดวงใจ และครูจับมือเขียนกวี
ความคิดเห็นที่ 14
kwachuen วันที่ : 18/06/2007 เวลา : 19.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/combang
วรรณกรรม ศิลปะ ดนตรี ละครเวที มาดูที่นี่ค่ะ

(0)
ปล. ขอแอด นะคะ ข้อมูลเยอะมาก ดีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 13
kwachuen วันที่ : 18/06/2007 เวลา : 19.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/combang
วรรณกรรม ศิลปะ ดนตรี ละครเวที มาดูที่นี่ค่ะ

(0)
มาส่งข่าว 2 งาน ของสมาคมนักเขียนค่ะ งานกวีนิพนธ์บนถนนประชาธิปไตย วันเสาร์ที่ 23 นี้ ผู้ร่วมงานจะได้รับหนังสือ กวีนิพนธ์บนถนนประชาธิปไตย 1 เล่ม ค่ะ และวันที่ 30 มิย. งาน สัมนานักเขียนสี่ภูมิภาค ถ้าสนใจกิจกรรมเกี่ยวกับงานเขียน เชิญร่วมงานนะคะ
ที่ทำการสมาคม ดูรายละเอียดได้ ทีบ้านเราค่ะ หรือที่ เว็บไซต์สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย http://www.thaiwriterassociation.org ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 12
นายขี้เมา วันที่ : 17/06/2007 เวลา : 16.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tham
"นายขี้เมา"

(0)
wow!! แบคกราวด์ สวย ๆ
ความคิดเห็นที่ 11
กวิศุภา วันที่ : 17/06/2007 เวลา : 15.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khienkhao
  เขียนข้าว  : จุลสารออนไลน์บน Blog รายสะดวก : กลุ่มเขียนข้าว

(0)
หนังสือสวยจัง พี่หลวง แวะไปทำบล็อกให้ด้วยดิ เอาสวยๆน่ะ อิอิ
ความคิดเห็นที่ 10
ToeflThailand วันที่ : 13/06/2007 เวลา : 19.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ToeflThailand
แวะมาทักทายกันหน่อยซิครับ :) 

(0)
แวะมาอ่านและทักทายเพื่อนชาว Blog ครับ :)

เรียนภาษาอังกฤษ, เตรียมสอบ TOEFL , หาข้อมูลศึกษาต่อ คลิกที่นี้ !!! http://www.ToeflThailand.com
ความคิดเห็นที่ 9
pukpik วันที่ : 13/06/2007 เวลา : 10.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pukpik
Love is not measured by how you feel.. but , how you make the other person feel..

(0)

มาเยี่ยมบ้านพี่บ่าวพลาย
ความคิดเห็นที่ 8
Boonjerm วันที่ : 13/06/2007 เวลา : 01.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Boonjerm
Boonjerm's Army

(0)
ข้อมูลเพียบเลยนะคะ "พังพัทลุง" ถือเป็นนักเขียนฝีมือเยี่ยมคนหนึ่ง หนังสือท่านก็น่าสนใจค่ะ ขอบคุณที่มาแนะนำให้รู้จัก
ความคิดเห็นที่ 7
โฟล์คเหน่อ วันที่ : 12/06/2007 เวลา : 22.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/folkner
..เขียนเพลง เขียนกวี ชีวิตนักดนตรีบ้านนอก..

(0)
คารวะกวีในดวงใจ
อาจารย์ถา..
ความคิดเห็นที่ 6
yai2333 วันที่ : 12/06/2007 เวลา : 20.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yai2333
..Everything can do... If you done..

(0)
มาฟังเรื่องราวของศิลปินไทยครับ...



ความคิดเห็นที่ 5
จันทร์วารี วันที่ : 12/06/2007 เวลา : 19.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/waranin
คือ..จันทร์วารี  : สวัสดี.. ม่านหมอกและหยาดน้ำค้าง/กลุ่มเขียนข้าว

(0)
ได้ความรู้อีกเยอะเลยค่ะลุงพลาย
ความคิดเห็นที่ 4
ประชุมประทีปไศลภูลี้เขาบังภู วันที่ : 12/06/2007 เวลา : 18.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puprasit
puprasit

(0)
ขอคารวะกวี
ความคิดเห็นที่ 3
LunLa วันที่ : 12/06/2007 เวลา : 18.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lunla
: Fa Me  SinG a SonG :

(0)
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆค่า

เปิดใจ "กังฟู " เจ้าพ่อสวิงกิ้ง
http://www.oknation.net/blog/lunla/2007/06/11/entry-1
ความคิดเห็นที่ 2
นายขี้เมา วันที่ : 12/06/2007 เวลา : 18.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tham
"นายขี้เมา"

(0)
ความคิดเห็นที่ 1
ราษีไศล วันที่ : 12/06/2007 เวลา : 18.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/motorcyrubjang
ณ บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ twitter : @motorcyrubjang / facebook.com/motorcyrubjang  

(0)
ดีจังเลยครับ
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน