• พลายพัทลุง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-08
  • จำนวนเรื่อง : 11
  • จำนวนผู้ชม : 91682
  • จำนวนผู้โหวต : 38
  • ส่ง msg :
  • โหวต 38 คน
-------------- ดูดดื่ม ------------

ผลงานเพลงของ มาแซ ซุน แซง แซว

View All
<< มิถุนายน 2007 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 19 มิถุนายน 2550
Posted by พลายพัทลุง , ผู้อ่าน : 9425 , 05:19:58 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ดร. เพ็ญสุภา สุขคตะ ใจอินทร์  คือชื่อ นามสกุลจริงของเธอ เปิดเผยทั้งนามสกุลเดิม และของสามีผู้เป็นที่รักยิ่ง เธอคือ หญิงสาวผู้สง่างาม บัณฑิตและมหาบัณฑิตผู้ยาตราจากคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากรและ ปริญญาเอก สาขาประวัติศาสตร์ศิลปะ จากมหาวิทยาลับโลซานน์  สมาพันธรัฐสวิส

ดร.เพ็ญสุภา สุขคตะ กวิณีราศีพิจิก เกิดปีมะโรง 2507 ที่กรุงเทพฯ พ่อเคยเป็นนักกลอนสมัยอยู่นครศรีธรรมราช เป็นรุ่นน้องของอังคาร กัลยาณพงศ์ และเป็นเพื่อนกับนักกลอนชื่อดัง คือ ภิญโญ ศรีจำลอง

อดีตนักเรียนโรงเรียนระแวกซอยกิ่งเพชร (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อมาเป็นโรงเรียนสาธิตมัธยมสถาบันราชภัฎเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์) โรงเรียนสตรีวิทยา และเตรียมอุดมศึกษา

อายุ 11 ปี เธอบอก เธอต้องการเขียนบทกวีแบบนี้ เธอจะเป็นกวี  หลังจากได้ยินครูอ่านนิราศอิเหนาของสุนทรภู่ให้ฟัง

จากนั้นจึงเริ่มงานเขียนในนามปากกา “ ตากระต่าย ” ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นประถม 6

เมื่อเริ่มเรียนมหาวิทยาลัยก็เริ่มใช้นามปากกาใหม่เป็น “ เพ็ญ ภัคตะ ” คือ มาจากชื่อกับนามสกุล “ เพ็ญสุภา สุขคตะ ” เพ็ญ แปลว่า เต็ม สุ แปลว่า ดี งาม ง่าย ภา แปลว่า รัศมี นามสกุล “ สุขคตะ ” สุข แปลว่า มีความสุข คะตะ แปลว่า คติ หนทาง ก็ตัด “ สุ ” กับ “ สุข ” ทิ้ง ก็เหลือ เพ็ญ ภา คะ ตะ แต่เพ็ญเป็นเสียงสามัญ ภาก็เสียงสามัญ เลยจับสระอาให้เป็นไม้หันอากาศ “ เพ็ญ ภัคตะ ” แปลว่า หนทางที่เต็มไปด้วยแสงสว่าง

เริ่มใช้นามปากกานี้เขียนลงในนิตยสาร ลลนา ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 20 ปี เริ่มเรียนมหาวิทยาลัยอายุ 16-17 ปี เขียนลงในนิตยสาร แพรว

หลังจากจบปริญญาตรี เข้ารับราชการในห้องสมุดเฉพาะ สำนักราชเลขาธิการ ตำแหน่งนักจดหมายเหตุ ตอนกำลังเรียนต่อปริญญาโท อยากจะเป็นกวีเต็มแก่ มีแต่ภาษาสวยๆ แล้วก็เต็มไปด้วยความฝันโรแมนติก จนกระทั่งชีวิตมันมาหักเห ได้เป็นกวีเต็มตัวจริง ๆ ก็ย่างเบญจเพศอายุ 24 ปีย่าง 25 ปี ก็คือ อกหักเพราะความรักครั้งแรกกับนักเขียนดังคนหนึ่ง ก็เป็นที่รู้จัก คือ เขามีภรรยาแล้ว จึงกลายเป็นรักสามเส้า ทำใจไม่ได้ เพราะไม่เคยรักใคร

เลยเกิดอาการ เปิดเปลือย เปิดประจานตัวตน ทวงหาความรักแท้ ด้วยการออกหนังสือรวมบทกวีเล่มแรก คือ “ ปุษปัญชลี ” ปุษป แปลว่า ดอกไม้ อัญชลี แปลว่า การคาระวะ เอาชื่อนี้เลียนแบบ คีตาญชลี การคารวะด้วยเสียงเพลง อันนี้คือ การคารวะด้วยดอกไม้ บทกวีชิ้นนี้ ฮือฮามาก ถูกกล่าวขาน ถูกโจมตี ถูกวิจารณ์ทั้งบวกทั้งลบ เพราะเอาภาพตัวเองขึ้นปก

จนถูกชาวชนเรียกว่า สุวรรณีสองบ้าง จอร์ส สองบ้าง แล้วก็ถูกมองว่า เป็นอังคาร (กัลยาณพงศ์) ฝ่ายหญิงบ้าง

เป็นมือโคลง เป็นเจ้าแม่แห่งการเขียนโคลงสี่สุภาพ ซึ่งไม่เคยมีผู้ชายหรือผู้หญิงคนไหนเขียนได้ดีเท่า วงการวรรณกรรมตื่นตะลึงกับวิธีการเขียนโคลงของเธอทั้งที่ใน “ ปุษปัญชลี ” มีทั้งโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน และร่าย

ได้รับฉายาว่า เป็น “ หยินแห่งโคลง ” ในขณะที่ “ หยาง ” คือ ไพวรินทร์ ขาวงาม เธอเขียนโคลงเป็นบ้าเป็นหลัง เป็นสรณะ เขียนโคลงได้อลังการ

จากจุดวิพากษ์วิจารณ์ก็เลยเกิดแรงบันดาลใจ เขียนโคลงยาวถึง 300 บท ประกวดรางวัล “ ระวี โดมพระจันทร์ ”  เป็นบทกวีเล่มที่สองชื่อ “ ด้วยรักใครจักเปลี่ยนแปลงโลก ” ซึ่งเป็นคำที่ล้อมาจากนักเขียนคนที่ทำให้อกหัก เขาบอก “ ด้วยรักข้าจักเปลี่ยนแปลงโลก ด้วยความโศกข้าจักข้ามอุปสรรค ด้วยแรงปีกข้าจะไม่หยุดพัก …”

ในขณะนั้นกำลังอยู่ในช่วงวัยสาว อายุ 25-26 ปีดังมาก สัมภาษณ์หนังสือ 60-70 ฉบับภายใน 2 ปี หนังสือคู่แข่ง วัฎจักร ลงทุกฉบับ เพราะว่าจะเป็นคนพูดตรง แรง แล้วพยายามยกระดับวงการกวี ต่อสู้มาตลอดว่า จักไม่ให้บทกวีเป็นเพียงไม้ประดับของหน้าหนังสือพิมพ์ บทกวีจะต้องมีที่อยู่ที่ยืนที่ชัดเจน

ประกาศตัว เรียกตัวเองว่า “ กวิณี ” คือ กวีฝ่ายหญิง มีปณิธานแรงกล้า ไม่เคยเขียนเรื่องสั้น ไม่เคยเขียนนวนิยาย จะเขียนแต่กวี ภาพจึงออกมา จะไม่มีใครเรียกนักเขียนหญิง จะเรียก “ กวิณี ” จะไม่เหมือนกับนักเขียนคนอื่น ๆ

2535 ถึงปี 2540 หายไปทำด๊อกเตอร์อยู่ที่เมืองโรซาน ด้วยทุนรัฐบาลสวิสเซอร์แลนด์  จบกลับมาเขียนนวนิยายมาเล่มหนึ่ง ชื่อ “ ดวงตะวันในควันหมอก” บอกเล่าเรื่องราวของผู้หญิงไทยที่ต้องไปเผชิญกับการกดขี่ทางวัฒนธรรมของคนตะวันตก ปกป้องโสเภเณีไทย

          เขียนเรื่องสถาปัตย์ให้ชาวบ้านอ่าน ในคอลัมน์ “ อารนาสถาปัตย์ ” นิตยสาร ไฮคลาส ด้วยอหังการ์นักประวัติศาสตร์ศิลปะสายโรแมนติก ในลีลาวิชาการแบบภาษาวรรณกรรม  จึงถูกนักประวัติศาสตร์ศิลปะหรือนักวิชาการสายคลาสติกต่อต้าน

          เขียนได้ประมาณ 3-4 ตอน สำนักพิมพ์ร่วมด้วยช่วยกัน ก็เริ่มมาติดต่อขอรวมเล่ม โดยให้ธีรภาพ โลหิตกุล

          จึงได้มีผลงานวิชาการสถาปัตย์ ในชื่อ “เยี่ยมเรือนเยือนอดีต”,“ลอดลายกำแพง” และอีก 4-5 เล่มตามกันมา  

อายุย่างวัยต้น 30 ปี  ประกาศแต่งงานกับประติมากรหนุ่มใหญ่ ที่เคยเรียนมหาลัยมาด้วยกัน แต่ไม่เคยพูดคุยกัน มาเจอกันอีกครั้งหลัง 16 ปี ผ่าน ฝ่ายชายจึงลาบวชเพื่อจะแต่งเมีย แต่กลับทำท่าว่าจะไม่ลาสิกขา เพ็ญสุภา จึงร่ายโคลง “น้ำตา..ยโสธรา”

ต่อมาจึงได้ให้กำเนิด “ลูกอ้วม” 

และทั้งสองหญิงชาย คู่รักประกาศจะจูงมือกันเข้าสู่พระนิพพาน

ปัจจุบัน เพ็ญสุภา ทำงานเป็นภัณฑารักษ์ ในตำแหน่งหัวหน้า ประจำอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย ลำพูน กรมศิลปากร มุ่งมั่นงมเพชรเม็ดงามให้นครหล่ะปูน- ลำพูนหริภุญไชยเมืองแห่งประวัติศาสตร์ของโลก

         

ผลงานรวมเล่มทางวรรณกรรม กวีนิพนธ์ 4 เล่ม นวนิยาย 1 เล่ม    

-         2532  ปุษปัญชลี

-         2534  ด้วยรักใครจักเปลี่ยนแปลงโลก

              (ได้รับรางวัล รวี โดมพระจันทร์)

-         2540  ดวงตะวันในควันหมอก (นวนิยาย)

-         2544  เหนือฝั่งมหานที

-         2550  อิตถีหทัย

ผลงานด้านปกิณกะสถาปัตย์

-         2541  เยี่ยมเรือนเยือนอดีต

-         2543  ลอดลายกำแพง

-         2547  นามาสถาปัตย์

-         2547  เสน่หาสถาปัตย์สวิส

-         2549  อลังการ์สถาปัตย์ ๒๐๐ ปีก่ำฟ้าเฟือนหาว

                ผลงานวิชาการทางประวัติศาสตร์โบราณคดี

-       2549 ปริวรรตภาษาชื่อบ้านนามเมือง:สืบค้นควาหมาย   

              ถ่ายทอดอักขระ ของคำว่า “หริภุญไชย-ลำพูน”

-     2549  โบราณวัตถุและศิลปวัตถุ

             ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย

***********************************************

                   ปุษปัญชลี

        ผกายดาวดารดาษพื้น        พุทธันดร

พุทธรักษาสลับสลอน                โลกสร้าง

ฟังกวีจากคนจร                        จรุงกล่อม

เรียงช่อบุปผาสล้าง                   ร่ายไม้อักษรา

        ไพรระหงเพียงหับห้อง        คะนึงหวน

ทรายสาดสายลมครวญ               ซัดซ้ำ

ปุษปะปลิดดอกนวล                   เนืองป่า 

กลืนบทเรียนชีวิตกล้ำ                 เก็บไว้วาดกวี

        น้ำค้างกลางป่าชื้น             กลอยหนาว

สวยดุจดวงตาสาว                     ฉ่ำยิ้ม

เนตรดาวหยาดพลอยพราว          ยามดึก

ละเมียดดื่มน้ำค้างลิ้ม                 ระรื่นเคล้าคลอโคลง

        สีตลาคลุมห่มผ้า               แพรพัสตร์

หอมกลิ่นปาริฉัตร                      ช่อแก้ว

ภิกขาจารกี่ศตวรรษ                   โสมมาศ

พิณพาทย์กี่เพลงแล้ว                 เพลี่ยงฟ้าเพรงฝัน

        อุษาโยคเคยร่ำไห้             โหยจันทร์

ทิวาวารมิรู้ทัน                           เล่ห์ฟ้า

เพรางายผ่านวันผัน                    พลัดเมฆ

โหยดั่งดิรัจฉานบ้า                     ไขว่คว้าอเวจี

        ปุษปะศรแทงเสียบซ้ำ         พรุนทรวง

กระอักน้ำทะเลหลวง                  เมื่อแล้ง

แผลงศรพิษสวาทลวง                ฤ กามเทพ

สลอนบุษบาโรยแห้ง                  สวาทไหม้คากมล

        มโนหวังมอบไว้                วางถวาย

มุ่งมั่นมณีพราย                         พร่างรุ้ง

เฉกเดือนเด่นดวงฉาย                 ชวาลโชติ

งามปลั่งบนโค้งคุ้ง                     ขอบโพ้นทศพล

        เส้นด้ายเส้นสุดท้าย           ปรารถนา

ธรรมบทผลิบุปผา                      อีกครั้ง

ปรุงปนปลอบวิญญาณ์                ยึดเหนี่ยว

มาหยุดเวไนยยั้ง                        เยี่ยงเนื้อวเนจร

        ชีวิตเป็นก่ำพร้า                พระธรรม

รู้คิดรู้จดจำ                             บ่แจ้ง

รู้ขีดรู้เขียนคำ                         ไร้ค่า

ในอกยังผากแห้ง                     เผือดแล้งทิพย์ชโลม

        อัสดงคตค่ำคลุ้ม              คลายแสง

พุทธฎีกาจำแลง                       ฟ่ายฟ้อน

ผองกลีป่วงยักษ์แปลง               เป็นพระ

เผากิเลสมารรุ่มร้อน                 ชั่วครั้งชังคืน

        พวยพุ่งปานพุ่มข้าว-         บิณฑ์เพียง

โมหะลอยพุมเรียง                    ช่อฟ้า

ยักษาแผดสุรเสียง                    สะท้านโลก

เคลื่อนทัพกรีฑาท้า                   แทบเท้ารุกขโพธิ์

        ในวัดมีพระด้วย                ฤาไฉน

เพลินเพลิดแสงรำไพ                 ถ่านก้อน

ลืมองค์พระเมตไตรย์                 ในโบสถ์

รอจิตกาธารสะท้อน                   จึ่งรู้กลางเมรุ

        คนขายของหน้าวัด            อิงบุญ

อุบาสกสีกาหนุน                       ดอกไม้

อาศัยศรัทธาคุณ                       ฆราวาส               

ใกล้เกลือกินด่างได้                   บาปกั้นกำแพง

        เซียมซีเคยเสี่ยงได้            ทุกใบ

จวบเด็กจนดรุณวัย                    ไม่ซ้ำ

มิรู้ว่าเบอร์ไหน                         ทายถูก

เป็นมนุษย์คอยโชคค้ำ               ชีพนี้คงเฉา

        ทำบุญเพียงหนึ่งร้อย          เสียดาย

ซื้อลิปสติคเฉิดฉาย                   แปดร้อย

งามร่าง-จิตงมงาย                     งามเงื่อน

ดึกล่วงวัยร่วงคล้อย                   รูปนั้นดับสลาย

        พระธรรมฤาเก็บตู้             ไตรปิฎก

เพียงปราชญ์หยิบมายก               กล่าวอ้าง

นรชนหากตระหนก                     ในบาป

ถึงเถื่อนอารยธรรมร้าง                ไป่ร้างมโนธรรม

        ศรัทธาการตรัสรู้                โพธิญาณ

ปฏิเสธไสยศาสตร์มาร                 หมดสิ้น

เชื่อมั่นพระนฤพาน                     โพ้นโลก

ปลุกเสกหุ่นพยนต์ชิ้น                  ชนะได้เพียงชนวน

        อนาคตทำลายอดีตได้        โดยใด

พงศาวดารควรฤาใคร                  ล่วงล้ำ

ตำนานแห่งโลกใน                      อมตะ

ไยเหยียบข้ามแผ่นน้ำ                  เมื่อพ้นถอนสะพาน

        ใครปลูกดอกไม้ให้              เราหอม       

ธัญญะรวงสุกงอม                       เกี่ยวได้

เม็ดข้าวทุกเมล็ดถนอม                ใครปลูก

คุณค่าใครเคยให้                        แด่น้ำมืองาม

        เรียวงามยามพุ่มนิ้ว             มือพนม

งามกว่ากำหมัดคม                     คลั่งแค้น

ดรรชนีแท่งเทียนกลม                 กลึงธูป

ซ้องสวดสรภัญญ์แม้น                 เพรียกพื้นพุทธภูมิ

        กราบพระใช่กราบผ้า          สีเหลือง

ศีลวัตรไสวเรือง                        จึ่งไหว้

อริยมรรคท่านประเทือง               เชลงกราบ

กรานดั่งดวงดอกไม้                   กิ่งโน้มกรานภู

        พวงพเยียระบัดคล้อย         ลงดิน

ม้วนยอดจูบธรณิน                     แผ่นนี้

เดินทางหนึ่งชีวิน                      มฤคมาศ

หลงป่ามาลับลี้                         บ่ายหน้าลืมหลัง

        ผูกธรรมแทนผูกด้าย          สายสิญจน์

หน่อพุทธางกูรทรงยิน                ลูกด้วย

เพรียกหามุจลินทร์                    สิงหาสน์

ก่อนดับชีวาตม์ม้วย                   มุ่งพ้นมรคา

        ธาราวนว่ายเวิ้ง                วัฏกรรม

ปุษปะปลิดปลิวถลำ                   ร่วงฟ้า

บอกเล่าหนึ่งลำนำ                     มนุษยชาติ

คืนดึกเดือนเหว่ว้า                     นั่งร้อยบุปผากวี.

*

*

**เรียบเรียงข้อมูลจาก.. ประพันธ์สาส์น, ศาลาลานธรรม,อิตถีหทัย


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 20
พลายพัทลุง วันที่ : 27/01/2009 เวลา : 02.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suphakara
 วัจนะกวีอิสระ:ถ้อยคำ เรื่องราวและนิยาย/กลุ่มเขียนข้าว   : http://www.oknation.net/blog/writerdao     นักเขียนของโลกฯ        >เพิงเพลงบ้านจันทร์ดาว http://www.oknation.net/blog/waraninstar

(0)
พี่ลูกเสือหมายเลข 9 ครับ

กวีสาวที่เคยถ่ายนู๊ดคืออีกคนครับ ม่ายช่ายคนนี้
ถ่ายลง GM Plus รายปักษ์ ปักษ์แรก ตุลาคม 2547
เล่ม 296 ปีที่ 19 ครับ

ความคิดเห็นที่ 19
หนึ่งมิตรชิดใกล้ วันที่ : 23/12/2007 เวลา : 00.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/skylove
นิราศรักหน้าถ้ำ : ร่ายโคลงร่ำเมรัยอาลัยรัก / กลุ่มเขียนข้าว 

(0)
....พิไลพิลาสล้ำ..............ละลวยใจ

คือหนึ่งอิตถีหทัย.............ทิพย์แท้

เยียรยงเยี่ยมยองใย.........ยอดยิ่ง

งามแม่งามจริงแล้............เลิศพ้นพจนา ฯ

โถมนาพจน์อันน้อยนิดคงไม่อาจบรรยายความงามของเจ้า
ความคิดเห็นที่ 18
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 27/08/2007 เวลา : 21.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

(0)
ไม่เคยอ่าน...แต่คุ้นๆว่าเคยถ่ายภาพนู้ดใช่ไหมครับ
ถ้าผิด..ขอโทษด้วยครับ
ความคิดเห็นที่ 17
ปรางแก้ว วันที่ : 27/08/2007 เวลา : 21.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wayward

(0)
อลังมาก..สุดฤทธิ์
ความคิดเห็นที่ 16
สายลมลอย วันที่ : 17/08/2007 เวลา : 08.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suankikran

(0)
เธอคือกวีในดวงใจของผม เหมือนกันนะ

นะ
ความคิดเห็นที่ 15
ทิวสน วันที่ : 01/07/2007 เวลา : 01.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tewson
ทิวสน ชลนรา

(0)
แล้วจะกลับมาอ่านต่อครับ
น่าสนใจมาก
ความคิดเห็นที่ 14
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 26/06/2007 เวลา : 18.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ruarob

(0)
ไพเราะมากครับ
ความงามของเธอมาจากบทกวี ไม่ใช่ใบหน้าจริงจริงครับ
ความคิดเห็นที่ 13
กวิศุภา วันที่ : 26/06/2007 เวลา : 18.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khienkhao
  เขียนข้าว  : จุลสารออนไลน์บน Blog รายสะดวก : กลุ่มเขียนข้าว

(0)
อุอุ ของเทออ่ะ รุ้งสีตะวัน
ม่ะเหงเอามาหั๊ยเรยน่ะ
ความคิดเห็นที่ 12
รุ้งสีตะวัน วันที่ : 25/06/2007 เวลา : 09.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rungseetawan
 สร้างฝัน สร้างทาง เดินข้ามตามเส้นทางสะพานสายรุ้ง  "รุ้งสีตะวัน" 

(0)
ชอบเหมือนกันค่ะ ขอสักเล่มนะ พร้อมลายเซ็นต์ด้วย งุงุ
ความคิดเห็นที่ 11
กวิศุภา วันที่ : 20/06/2007 เวลา : 18.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khienkhao
  เขียนข้าว  : จุลสารออนไลน์บน Blog รายสะดวก : กลุ่มเขียนข้าว

(0)

ชอบมากที่สุดเลย
ความคิดเห็นที่ 10
Boonjerm วันที่ : 20/06/2007 เวลา : 12.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Boonjerm
Boonjerm's Army

(0)
เจิมสวยกว่า อิอิ สวยที่ใจ 555 คำพูดดูดิมั้ย ?? ดะเดี๋ยวมาอ่านละเอียดอีกทีนะ
ความคิดเห็นที่ 9
BlackandWhite วันที่ : 20/06/2007 เวลา : 01.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/blackandwhite


(0)
น่าอ่านจังครับ

แวะมา ทายทักครับ (Blog น้องใหม่ครับ)
ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ
ความคิดเห็นที่ 8
จันทร์วารี วันที่ : 19/06/2007 เวลา : 20.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/waranin
คือ..จันทร์วารี  : สวัสดี.. ม่านหมอกและหยาดน้ำค้าง/กลุ่มเขียนข้าว

(0)
มีเล่มอื่น ๆ อีกมะค้า..ขอหน่อยจิ
ความคิดเห็นที่ 7
จันทร์วารี วันที่ : 19/06/2007 เวลา : 20.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/waranin
คือ..จันทร์วารี  : สวัสดี.. ม่านหมอกและหยาดน้ำค้าง/กลุ่มเขียนข้าว

(0)
ซื้ออิตถีหทัย มาแล้ว
ความคิดเห็นที่ 6
สะตอตาปี. วันที่ : 19/06/2007 เวลา : 13.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SATORTAPEE
สะตออ้างว้าง  เคว้งคว้างจากลำ ตาปี ..... อยากเจอคนปลอบฤดี อยากให้ชีวี ของพี่ หยุดไหล...   ฝากความคิดถึง รำพึงไปกับดวงจันทร์ ฝากใจรักคำมั่น คิดถึงแจ่มจันทร์คนไกล...

(0)
ครับ
ความคิดเห็นที่ 5
kwachuen วันที่ : 19/06/2007 เวลา : 12.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/combang
วรรณกรรม ศิลปะ ดนตรี ละครเวที มาดูที่นี่ค่ะ

(0)
เล่มใหม่ของพี่เพ็ญ อ่านแล้วรู้สึกว่าเบาลงมากทีเดียว
ความคิดเห็นที่ 4
สเลเต วันที่ : 19/06/2007 เวลา : 11.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mahahong

(0)
เป็นผู้หญิงเก่งคนหนึ่ง
ที่ชื่นชมมานานแล้วค่ะ
ความคิดเห็นที่ 3
รอยยิ้มจางๆ วันที่ : 19/06/2007 เวลา : 09.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wana22
บ้าน ของ หัวใจ

(0)
ขอบคุณค่ะ
คงจะต้องไปหา
บทกวีของเธอ
มาไว้เป็นสมบัติ
สักเล่มค่ะ
ความคิดเห็นที่ 2
spyone วันที่ : 19/06/2007 เวลา : 09.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/spyone
  โลกหมุนด้วยความรัก

(0)
จะเดินตามแม้ไม่เห็นฝุ่นที่อยู่เบื้องหลัง
ความคิดเห็นที่ 1
ชาคริส วันที่ : 19/06/2007 เวลา : 06.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chachrist

(0)
การเรียงร้อยชีวิตของคนหนึ่งคนน่าสนใจนะครับ
เพราะว่าเป็นชีวิตที่มุ่งมั่น ฝ่าฟันมาในระยะก้าวที่เรียกว่าเอาจริงเอาจัง เป็นแบบอย่างที่ดีนะครับ เก่งด้วย
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน