*/
  • konsilaat
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : w.wongwasan@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2013-07-15
  • จำนวนเรื่อง : 291
  • จำนวนผู้ชม : 924855
  • จำนวนผู้โหวต : 137
  • ส่ง msg :
  • โหวต 137 คน
วันเสาร์ ที่ 10 ตุลาคม 2558
Posted by konsilaat , ผู้อ่าน : 3034 , 19:05:26 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว , ภาษาไทย และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

เรื่องราวของ “ เรือนไม้เรือนสุขภาพที่ทุกบ้านก็ทำได้ ”  ครั้งนี้  จะเป็นการบอกเล่าถึงการปรับสภาพแวดล้อมในบ้านของผู้เขียนเอง ให้มีความเหมาะสมร่มรื่นสวยงามสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจของคนในบ้าน  หรืออาจใช้เป็นที่รับแขก  และสุดท้ายได้พืชผักผลไม้ที่ช่วยเสริมสุขภาพ โดยใช้ต้นทุนไม่มากจนเกินไปนัก และถือเป็นเพียงไอเดียง่าย ๆ หรือตัวอย่างดี ๆ หนึ่งเท่านั้น
    
เมื่อ 3  ปีที่แล้ว  เรามีความคิดเพียงเพื่อจัดทำเรือนสำหรับต้นเสาวรส และได้ผลเสาวรสบริโภคกันเท่านั้น การจัดการต่าง ๆ เป็นไปอย่างง่าย ๆ  เช่น  การใช้สถานที่  วัสดุที่ใช้  เป็นต้น 


ปี 2555 - 2556

เราสร้างเรือนเสาวรส และปลูกเสาวรสแบบใช้ต้นตอเดิมติดต่อกัน 2 ปี  โดยเมื่อเก็บผลปีแรกเสร็จเรียบร้อยแล้วประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน  จะทำการตัดและเก็บเถาเสาวรสเฉพาะส่วนบนออกจากตัวเรือน  เพื่อพักการเจริญเติบโต บำรุงต้นตอ สะสมอาหารและแตกยอดอ่อนในโอกาสต่อไป

        
  
   
จุดแรก และจุดที่ 2  อยู่ด้านข้างเรือนเพาะชำ  ปลูกเสาวรสในถุงน้ำตาลทรายขนาดใหญ่      

 
 
เสาวรสถุงที่ 3  อยู่ด้านหน้าเรือนเพาะชำ

                
 
 
ขนาดของเถาหรือลำต้นของเสาวรสจะบอกได้ถึงความแข็งแรงและงอกงาม

 
  
 
ผลของเสาวรสซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชนิดผลสีเหลือง ที่ให้ผลผลิตดีกว่าผลสีม่วง  ผลเสาวรสที่เราเก็บได้ประมาณ 100 ผลขึ้นไปทั้ง 2 ปี
 
 
ปี 2557

ได้ทำการปรับปรุงบริเวณเรือนเสาวรส และเปลี่ยนไม่ไผ่ที่ใช้การไม่ได้ออกไปเป็นบางส่วน  รวมทั้งเพาะต้นตอใหม่ และเปลี่ยนภาชนะสำหรับปลูกเสาวรสอีกด้วย



  จุดแรก  ปลูกเสาวรสโดยใช้อ่างซีเมนต์เก่า
       
จุดที่ 2  ปลูกเสาวรสโดยใช้ยางรถยนต์   
 
 
และจุดที่ 3  ปลูกเสาวรสโดยใช้ตะเข่งพลาสติก
 
 

 
สภาพเรือนไม้ไผ่ที่ยังใช้งานได้ดี
 
 
 
ผลเสาวรสที่ทะยอยติดผลกันในแต่ละรุ่น  และติดน้อยลงช่วงปลายฤดูฝน  ผลเสาวรสค่อนข้างดกในปี 2557  
 
 
การปรับเปลี่ยน : ปี 2558

เป็นปีที่เราเปลี่ยนแปลงแนวคิดที่จากเดิมต้องการเพียงผลเสาวรสเพื่อการบริโภคเท่านั้น  เรามองภาพกว้างมากขึ้นกว่าเดิม กล่าวคือ  ประการแรก น่าจะเพิ่มการปลูกไม้ผลเพื่อสุขภาพอีกหนึ่งอย่าง  ประการที่สอง  น่าจะทำให้เรือนไม้เถามีความแข็งแรงมั่นคง และมีความร่มรื่นสวยงามใช้สำหรับพักผ่อนได้


 
 
ต้นเดือนเมษายน 2558  เริ่มจากการรื้อเรือนเสาวรสเดิม  ตัดต้นไม้ออกให้โล่ง  ปรับพื้นดินให้มีเรียบ เปลี่ยนโครงหลักเรือนไม้เถาเป็นเหล็กแป๊บ+ไม้ไผ่  

 
 
เรือนไม้เถาที่พร้อมรอรับการมาของเถาฟักข้าว + เสาวรส + พวงโกเมน 
 
 
ปูพื้นตรงกลางด้วยอิฐบล็อกแบบรื้อได้  วางม้านั่งยาว  กระถางต้นไม้
 
 
ตรงทางเข้าปูด้วยอิฐซีเมนต์แทรกช่องว่างด้วยกรวดให้สวยงาม  
 
 
 
ปลูกบัวขาวเพิ่มสีสันกับพันธุ์ไม้น้ำสีเขียว 
 
 
เราเปลี่ยนวิธีการปลูกโดยการขุดหลุมขนาดพอสมควร  ในภาพซ้ายสุด คือเสาวรส(ม่วง)  ตรงกลางคือเสาวรส(เหลือง)  และขวาสุดคือ ฟักข้าว   ต้นฟักข้าวเพียง 1 ต้น จะแตกกิ่งออกเป็นเถาจำนวนหลายเถา ฟักข้าวเจริญเติบโตเร็วกว่าเสาวรสมาก  ทำให้แย่งพื้นที่ด้านบนไปได้มาก  (ในภาพปลูกได้ประมาณ 2 เดือน)

 
 
ส่วนภาพนี้ ขวาสุดคือพวงโกเมน
 
 
ช่วงแรก ๆ พื้นที่ด้านบนยังว่างอยู่มาก
 
 
ประมาณ 3 เดือนเศษ ๆ พื้นที่ด้านบนได้ถูกไม้เลื้อย 3 ชนิด จับจองไปเกือบ 100 %
 
 
ทำให้ด้านล่างเกิดร่มเงาที่พอจะใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจได้
 
 
ดอกฟักข้าวจะบานวันเดียว (ตอนสาย ๆ - เย็น)  นับว่าเราโชคดีที่ซื้อต้นพันธุ์ฟักข้าวมาเป็นตัวเมีย  สังเกตุจากดอก...ถ้าเป็นดอกตัวเมียจะมีลูกฟักข้าวโชว์ให้เห็น  แต่ถ้าเป็นดอกตัวผู้ (ดังภาพล่าง) จะไม่มีลูกฟักข้าว  
 
 
ภาพจาก...www.bansuanporpeang.com
 
และก็นับว่าโชคดีอีกอย่างหนึ่ง คือ  บ้านใกล้เคียงมีฟักข้าวตัวผู้ขึ้นอยู่  จึงได้อาศัยขอดอกฟักข้าวตัวผู้มาทดลองผสมเกสรดอกตัวเมีย  ซึ่งนับว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจมาก  ทำให้ได้ลูกฟักข้าวมากกว่าการรอให้แมลงธรรมชาติเป็นผู้ผสมเกสร
 
 
 
ดอกฟักข้าวตัวเมียที่ผสมเกสรแล้ว  จะสังเกตุได้ชัดเจนว่าผลของฟักข้าวจะยังมีสีเขียวสด และขนาดของผลจะใหญ่ขึ้น
 
 
ในทางตรงกันข้าม  หากดอกฟักข้าวตัวเมียไม่ได้รับการผผสมเกสร หรือผสมไม่ติด  ลูกฟักข้าวจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองออกน้ำตาลและร่วงหล่นในที่สุด  ทางออกที่ดีก็คือ หาฟักข้าวตัวผู้มาปลูกคู่กับฟักข้าวตัวเมียในเรือยไม้เดียวกัน คิดว่าน่าจะทำให้ติดผลเองตามธรรมชาติได้ดียิ่งขึ้น

 
 
ผลฟักข้าวระยะแรก ๆ จะยังเป็นสีเขียว หนามเหลืองอ่อน 
 
 
ต่อ ๆ มาตัวผลจะเริ่มเปลี่ยนจากเขียวเป็นเหลืองมากขึ้น
 
 
และเป็นสีเหลืองเต็มที่
 
 
เมื่อผลแก่จะเปลี่ยนเป็นสีส้มอ่อน  
 
 
ถ้าแก่จัด ๆ จะเปลี่ยนเป็นสีแดง ควรตัดให้ลืมต้นเสียก่อนก่อนนำไปบริโภค 
 
 
เราจะทำและบริโภคน้ำฟักข้าว 2 แบบ คือ ทำเป็นน้ำฟักข้าวสำหรับดื่ม  
 
 
และทำเป็นน้ำฟักข้าวสำหรับใส่ในข้าวหุง
 
 
  
ข้าวหุงใส่น้ำฟักข้าว  ข้าวสุกจะมีสีส้มอ่อน ๆ  
 
 
ถึงเวลาของเสาวรสกันบ้างครับ  ในภาพ คือดอกเสาวรสที่เป็นดอกตูม เตรียมที่จะบานในวันต่อไป
 

ดอกเสาวรสจะบานในช่วงบ่าย ๆ   เนื่องจากเป็นดอกสมบูรณ์เราจึงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเหล่าแมลงภู่ และผึ้ง ทำหน้าที่ผสมเกสร

 
 
ผลเสาวรสที่ติดใหม่ ๆ 
 
 
ผลเสาวรสจะเจริญเติบโตไปตามระยะเวลา  เมื่อใกล้แก่จะสังเกตุที่ผิวเปลี่ยนเป็นเหลือง หรือม่วงมากขึ้น 

 
 
ในรุ่นแรก ๆ เสาวรสสีเหลืองจะติดผลได้มากกว่าสีม่วง


ผลที่ได้รับ

ถือได้ว่าประสบผลสำเร็จค่อนข้างสูง  ประการแรกในด้านโภชนาการเพื่อสุขภาพ  เราได้ลงมือปลูกเองบำรุงรักษา จนกระทั่งได้บริโภคผลไม้ที่มีคุณค่าทางอาหารสูงถึง 2 ชนิดในเวลาใกล้ ๆ กัน  ถือเป็นความภาคภูมิใจของเรา ประการที่สอง  เราได้ประโยชน์อีกด้านหนึ่งจากเรือนไม้เลื้อยกล่าวคือ ได้ความร่มเย็น  ได้ความสดชื่นสวยงาม และกลายเป็นอีกหนึ่งมุมโปรดของบ้าน
 
 
 
 
 
 
ท้ายสุด เราได้ทาสีม้านั่งใหม่  เพิ่มข้อความและตัวหนังสือต่าง ๆ  ทำให้ดูดีมากยิ่งขึ้นครับ
 
 
สวัสดี
 
 
 
ขอบคุณ  :  ภาพดอกฟักข้าวตัวผู้  จาก...www.bansuanporpeang.com


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
konsilaat วันที่ : 15/10/2015 เวลา : 13.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sonorwut
Sonorwut

ถึงคุณภาษาไทย จากประสบการณ์ผมจะเพาะในกระบะทรายหยาบ ใช้วิธีเพาะสด คือ ใช้วัสดุขีดทรายเป็นร่องเล็ก ๆ ยาว ๆ แล้วตักเมล็ดเสาวรสจากผลแก่จัด (ผลเหี่ยวๆ) หยอดลงไปตามร่อง กลบทราย รดน้ำเป็นระยะ ๆ ประมาณ 1- 1.5 เดือน น่าจะงอก พอมีใบมากกว่า 4 ใบ จึงแยกปลูกลงถุงดำ (2 ต้น/ถุง) ลองดูนะครับ และบอกต่อด้วยหากได้ผลครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
konsilaat วันที่ : 15/10/2015 เวลา : 13.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sonorwut
Sonorwut

ถึงคุณBlueHill รสของน้ำฟักข้าวปกติจะมีรสจืด จึงนิยมเติมรสเค็ม+น้ำเชื่อมเล็กน้อย (บางคนชอบเปรี้ยวจะใช้น้ำมะนาว) เพื่อให้ง่ายต่อการดื่ม แต่ขณะที่ดื่มจะให้ความรู้สึกหอมคล้ายกับฟักทองต้มสุก ส่วนหุงข้าวจะไม่ทำให้รสชาดของข้าวเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใดครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 12/10/2015 เวลา : 08.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

เยี่ยมมากครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ภาษาไทย วันที่ : 11/10/2015 เวลา : 17.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/snowy

ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง ได้ทั้งผลผลิตมาก และได้มุมนั่งสบายด้วย (เห็นอ่างซีเมนต์เก่า นึกถึงครัวเตาถ่านสมัยก่อน หรืออ่างใส่น้ำสมัยก่อน ขนาดกำลังดีสำหรับการปลูก แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว
เริ่มเพาะเสาวรสอยู่งอกมาต้นเดียว แต่ยังเล็กอยู่เลย โตค่อนข้างช้า เพราะไม่ได้เร่งปุ๋ย
ขอบคุณภาพลำดับการเจริญของดอกกลายเป็นผลค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
BlueHill วันที่ : 11/10/2015 เวลา : 13.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ข้าวหุงใส่น้ำฟักข้าว ข้าวสุกจะมีสีส้มอ่อน ๆ
รสชาติของข้าวสวยเป็นยังไงบ้างครับ เปรี้้ยวไหม

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 10/10/2015 เวลา : 19.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

เก่งจังค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน