• konsilaat
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : w.wongwasan@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2013-07-15
  • จำนวนเรื่อง : 244
  • จำนวนผู้ชม : 695861
  • จำนวนผู้โหวต : 103
  • ส่ง msg :
  • โหวต 103 คน
วันอาทิตย์ ที่ 11 มิถุนายน 2560
Posted by konsilaat , ผู้อ่าน : 14261 , 20:39:34 น.  
หมวด : เกษตรกรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สุรศักดิ์ โหวตเรื่องนี้

 

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

เปรียบเทียบ...ซ้ายสายพันธุ์ใหม่....ขวาสายพันธุ์เก่า.....ภาพจาก FB จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงสีแดง

 

จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง (photosybthetic bacteria; PSB) เป็นแบคทีเรียพบกระจาย ทั่วไปในธรรมชาติ ตามแหล่งน้ำจืด น้ำเค็ม  ทะเลสาบน้ำเค็ม  น้ำทะเลสาบที่มีความเป็นด่าง  น้ำที่มีความเป็นกรด  น้ำพุร้อน น้ำทะเลบริเวณขั้วโลกเหนือ นอกจากนี้  ยังพบตามแหล่งน้ำเสีย บ่อบำบัดน้ำเสีย  บทบาทของจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง มีความสำคัญในกระบวนการนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปใช้ (CO2 - assimilation) และการตรึงไนไตรเจน (nitrogen fixation) นอกจากนี้  ยังมีบทบาท สำคัญในห่วงโซ่อาหารซึ่งสัตว์ขนาดเล็ก ปลา กุ้ง หอย และปู สามารถนำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงมาใช้เป็นอาหารได้ นอกจากนี้ ในน้ำเสียจากบ้านเรือนและน้ำเสียจากการทำปศุสัตว์สามารถบำบัดด้วย จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Kobayashi, 2000)

จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงที่น่าสนใจในกลุ่ม PURPLE มี 5 สายพันธุ์  คือ SS3, SS4, FS3, SH5, และ ES16  แต่ในจำนวน 5 สายพันธุ์นี้  SS3 (Rhodobacter capsulatus) มีการเจริญเติบโตดีที่สุด และสามารถผลิตสารเร่งความเจริญเติบโตของพืชได้สูงถึง 2 มิลลิโมล่าร์ต่อลิตร หรือมากกว่า  สายพันธุ์ SS3 ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในประเทศไทยเรามาจากญี่ปุ่นครับ เมื่อญี่ปุ่นประกาศใช้จุลินทรีย์ SS3 เป็นวาระแห่งชาติในปี 2010 โดยมุ่งเน้นใน 3 แนวทาง คือ ด้านเกษตร ปศุสัตว์ และสิ่งแวดล้อมครับ เมื่อมีผู้นำจุลินทรีย์ SS3 จากญี่ปุ่นเข้ามาในเมืองไทย ก็ได้มีการเพาะขยายพันธุ์จำหน่ายกันอย่างแพร่หลายนะครับ ถ้าค้นข้อมูลทาง net จะเห็นขวดพลาสติกสีแดงสุดสวยเต็มไปหมด  นับเป็นยุคจุลินทรีย์SS3ภิวัฒน์  เกิดขึ้นกับประเทศไทยโดยแท้ ทำให้เกษตรกรไทยมีทางเลือกเพิ่มขึ้น ในการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้สูงขึ้นอีกด้วย

 

ประโยชน์ของจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง PSB  

1.ช่วยย่อยสลายของเสียในแปลงนา โดยเฉพาะกลุ่มก๊าซไข่เน่า( ไฮโดรเย่นซัลไฟต์ ) โดยที่จุลินทรีย์จะเข้าไปทำลายพันธะทางเคมี โดยการกำจัด ก๊าซไฮโดรเย่น ซึ่งเป็นพันธะทางเคมีหลักของก๊าซไข่เน่า ( H2S ) โดยนำของเสียนั้นมาเป็นพลังงานใช้ในการเจริญเติบโตและแบ่งเซลล์ และระหว่างกระบวนการที่กล่าวมานั้นจุลินทรีย์ได้ ขับของเสียออกมาให้อยู่ในรูปกลุ่ม โกสฮอร์โมน ที่มีรายละเอียดเบื้องต้น

2.ช่วยลดสภาวะโลกร้อนได้อย่างมาก โดยเข้าไปทำลายพันธะเคมีของกลุ่มก๊าซมีเธน ( CH4 ) โดยการย่อยสลายก๊าซไฮโดรเย่น จึงทำให้โครงสร้างเสียไป เหลือแต่คาร์บอนซึ่งสามารถย่อยสลายได้โดยธรรมชาติ ซึ่งแปลงนาโดยทั่วไปย่อมมีกลุ่มก๊าซของเสียอยู่แล้ว

3.ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรคพืชได้ดี ทำให้เปลือกหรือลำต้นแข็งแรง ทนต่อการกัดกินของแมลง

4.ช่วยกระตุ้นเซลล์เจริญบริเวณปลายรากพืชให้ขยายตัวและแตกแขนงได้ดีทำให้มีรากฝอยที่หากินเก่งจำนวนมาก

จึงทำให้พืชสามารถเพิ่มผลผลิตได้ดีเนื่องจากการสะสมอาหารได้มาก

5.สามารถใช้แทนปุ๋ยยูเรีย หรือแอมโมเนียมซัลเฟตได้ โดยใช้หลักการย่อยสลายกลุ่มก๊าซของเสียให้เป็นธาตุอาหารหลักของพืชได้

6.เมื่อใช้เป็นประจำและต่อเนื่อง สามารถลดการใช้อาหารเสริม หรือปุ๋ยสูตรต่างๆลงได้ สูงสุด 50 % ทำให้ต้นทุนในการผลิตลดลงกำไรเพิ่มมากขึ้น

7.หากมีการนำจุลินทรีย์ไปใช้ผสมผสานร่วมกับน้ำหมักหรือปุ๋ยสูตรต่างๆ จะทำให้ผลผลิตยิ่งเพิ่ม และคุณภาพผลิตดีขึ้นตามด้วย

 

จะอย่างไรก็ตามผลสำเร็จจากการใช้ในด้านการเกษตรขึ้นอยู่กับการปรับเปลี่ยนและเรียนรู้ของตัวเกษตรกรเองเป็นสำคัญ  ดังนั้น  ผู้เขียนเองก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่สนใจและใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงนี้อยู่ในปัจจุบันเช่นกัน โดยได้รวบรวมตัวอย่างที่เกิดจากผลของการใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงมาเล่าสู่กันในครั้งนี้

 

1. การใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง เวลาไหนดี  ก็ขออธิบายสั้นๆดังนี้ครับ เนื่องจากจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง (photosybthetic bacteria; PSB) เป็นจุลินทรีย์ฯที่มีคุณสมบัติพิเศษคือ ทนทานต่อสภาวะที่มีแสงและไม่มีแสง มีอากาศ และไม่มีอากาศได้ ส่วน จุลินทรีย์ ชนิดที่ไม่ทนต่อแสงจึงมีข้อจำกัดในการใช้งานซึ่งจะส่งผลให้ประสิทธิ การใช้งานน้อยลง ฉะนั้นการใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง จึงสามารถใช้ได้ทุกช่วงเวลาของวัน

 

ในภาพอาจจะมี ต้นพืช, สถานที่กลางแจ้ง, ธรรมชาติ และ อาหาร ในภาพอาจจะมี ต้นพืช, ธรรมชาติ และ สถานที่กลางแจ้ง

2. สอบถามกันมาว่าพื้นที่เท่านั้นเท่านี้ต้องใช้ จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง (psb)จำนวนกี่ลิตร ตอบได้แบบนี้ครับ แบบรดหรือสาดลงดินโดยตรงหากเป็นสภาพดินปกติแต่หากต้องการเพิ่มความ อุดมสมบูรณ์ของดินให้ใช้ psb  2 ลิตร ผสมน้ำ 100 ลิตร พ่นให้ทั่วในพื้นที่ 1 ไร่ แบบพ่นใส่พืชโดยตรงก็ต้องดูว่าใช้กับพืชอะไรความหนาแน่นของพืชเป็นอย่างไงครับ เช่น พืชผักสวนครัวใช้ จุลินทรีย์ฯ 50 cc ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 3-5 วัน/ครั้ง เป็นต้น 

 

ในภาพอาจจะมี น้ำ ในภาพอาจจะมี อาหาร และ สถานที่กลางแจ้ง

3. การใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงเพื่อปรับสภาพบ่อ (ปลา กุ้ง ปู หรือสัตว์น้ำชนิด อื่นๆ ) ก่อนนำน้ำเข้าบ่อ ให้ใช้อัตราส่วน จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง (หัวเชื้อ) 5-7 ลิตร ต่อพืชที่ 1 ไร่ ความลึก ไม่เกิน 1.2 เมตร ใช้โดยสาดลงพื้นบ่อให้ทั่วถึง (ผสมน้ำเล็กน้อยก็ได้เพื่อจะได้สาดให้ทั่วถึง) ผลคือ จะช่วยลดการสะสมของเสียในดิน เช่นก๊าซไข่เน่า ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้น้ำเน่าเสียเร็ว ช่วยเพิ่มออกซิเจนในน้ำ ปรับสภาพความเป็นกรด-ด่าง (PH) ในบ่อให้เหมาะสมต่อการเจริญของสัตว์ เป็นอย่างยิ่ง  การใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงในบ่ออนุบาล ปลา กุ้ง เป็นต้น จะทำให้อัตราการรอดของ ลูกปลา ลูกกุ้งมากถึง 80-90 % 

 

ในภาพอาจจะมี ต้นพืช, ดอกไม้ และ ธรรมชาติ

4. การใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง(PSB) กับต้นลำใย เมื่อลำไยเริ่มแทงช่อดอก ให้ฉีดพ่นจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ทางใบเพื่อกระตุ้นดอก อัตรา 50 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่น.ให้ทั่วทั้งต้น ก็จะได้ช่อดอกยาว ขั้วดอกเหนียว ติดผลมาก และเมื่อติดผลขนาดเท่าหัวไม้ขีด ให้ใช้ psb 100 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร รดทางดิน จะช่วยให้รากฟื้นตัวเร็ว สามารถดูดซึมปุ๋ยทางดินได้ดีขึ้น

หากมีการทำลายของหนอนกินดอก ไรลำไย มวนลำไย แมลงค่อมทองและเพลี้ยตั้งแต่ระยะเริ่มผลดอก ระยะดอกอ่อน -ดอกตูม -กลีบ ดอกโรย ถึงระยะผลอ่อนอายุ 2 เดือน ให้ผสม น้ำส้มควันไม้ ในอัตราส่วน 20 cc ต่อน้ำ 20 ลิตร แล้วนำไปผสมกับ psb ที่เจือจางแล้วตามอัตราส่วนข้างต้น นำไปพ่นต้นลำใย ทุก 7 วัน จะช่วยไล่และกำจัด แมลงและหนอน ต่างๆ ได้

 

ในภาพอาจจะมี ต้นพืช, ธรรมชาติ และ สถานที่กลางแจ้ง

5. ในช่วงที่มะม่วงเริ่มติดผล มักจะมี แมลงวันผลไม้ และ โรคแอนแทรคโนส วิธีป้องกันโดยไม่ใช้สารเคมีคือ ให้พ่น น้ำส้มควันไม้ ในอัตราส่วน 30 cc ต่อน้ำ 20 ลิตร ทุก 5-7 วัน หรือ ผสม จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง เข้าไปด้วย 50 cc นอกจากจะช่วยป้องกัน แมลงและโรคแอนแทรคโนส ได้แล้วยังช่วยให้ผลมะม่วงสวยสมบูรณ์ ได้อีก

 

6. การใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง( PSB) ในการเลี้ยงกุ้ง สามารถใช้ได้กับกุ้งทุกชนิด คือ

1) ช่วงการเตรียมพื้นบ่อ ก่อนปล่อยน้ำเข้าบ่อ ให้สาด จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง psb ในอัตรา 5-7 ลิตรต่อ 1 ไร่ โดยสาดให้ทั่วพื้นบ่อโดยเฉพาะตามมุมต่างๆ จะช่วยลดการสะสมของเสียในดิน เช่นก๊าซใข่เน่า เป็นต้น เพิ่มอัตราการแลกเปลี่ยนออกซิเจนในดิน

2) ช่วงลงกุ้งจนถึงกุ้งอายุได้ 3 เดือน ใช้ จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง 3 ลิตร ต่อ ไร่ ทุก 10-15 วัน ช่วงนี้ ลูกกุ้งสามารถกิน จุลินทรีย์ฯ เป็นอาหารได้เลย โดยตัว จุลินทรีย์ฯ นั้นมีโปรตีนถึง 60% และวิตามินที่เป็นประโยชน์อีกมากครับ ทำให้อัตราการรอดของลูกกุ้งมากถึง 90 %

ในภาพอาจจะมี สถานที่กลางแจ้ง ในภาพอาจจะมี อาหาร

3) เมื่อลูกกุ้งอายุมากกว่า 3 เดือนแล้ว ให้ใช้ จุลินทรีย์ฯ ในอัตราส่วน 4-5 ลิตรต่อไร่ ทุก 10-15 วัน จะส่งผลให้ น้ำในบ่อกุ้งไม่เน่าเสีย ป้องกันโรคต่างๆในกุ้งได้ดี และหากนำ จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ไปผสมในอาหารกุ้งด้วยแล้ว จะช่วยเพิ่มโปรตีนและวิตามินในอาหารได้มากส่งผลให้ลดอาหารลงได้มาก

*** การสาดจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงลงบ่อไม่ต้องใช้สารอะไรช่วยเพื่อให้จุลินทรีย์ฯจมลงก้นบ่อเร็วเพราะจุลินทรีย์ฯจะกระจายตัวไปเอง  แต่ขอให้สาดให้ทั่วถึงก็พอ  ลองเปรียบเทียบดูนะครับว่า ระหว่างใช้กับไม่ใช้ จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง เลี้ยงกุ้งจะต่างกันขนาดไหน

 

 ในภาพอาจจะมี ต้นพืช, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ

7. นาข้าว พืชไร่ พืชสวน ที่ขาดน้ำในระยะสั้นๆให้พ่น จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง อัตราส่วน 100 cc ต่อน้ำ 20 ลิตร จะเป็นการให้อาหารทางใบกับพืช จะทำให้พืชลดการหาอาหารทางรากที่ต้องใช้น้ำมาก พืชจะเจริญเติบได้ดีตามปกติ ต้านทานโรค โดยเฉพาะพืชกินใบจะโตเร็วใบสมบูรณ์  และข้อมูลส่วนหนึ่งของ กระทรวงวิทย์ฯ โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ............Maki (2004) ได้รายงานไว้ว่า  ดินในบริเวณรากข้าวในระยะข้าวตั้งท้อง จะมีสภาวะแบบไม่มี ออกซิเจนทำให้แบคทีเรียที่ในกลุ่มแอนแอโรบิคแบคทีเรียเจริญได้ดี สร้างก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์(H2S) ขึ้นมา ทำให้มีผลไปยับยั้งกระบวนการสร้างเมตาโบลิซึมของรากข้าวซึ่งเป็นพิษต่อราก แต่เมื่อใช้น้ำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงไปใส่ลงในดินในระยะเวลาดังกล่าว จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง จะเปลี่ยนไฮโดรเจนซัลไฟด์ ให้อยู่ในรูปสารประกอบซัลเฟอร์ ที่ไม่เป็นพิษต่อราก จึงมีผลให้รากของต้นข้าว เจริญงอกงามมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและลักษณะของต้นข้าวก็มีความแข็งแรง ซึ่งมีผลให้ผลผลิตของ ข้าวมากขึ้น ตามไปด้วย........หน่วยงานของรัฐก็รู้ประโยชน์อันมากมายของ จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง แต่มีการประชาสัมพันธ์น้อยมาก

 

ในภาพอาจจะมี ต้นพืช, อาหาร, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ 

8. การใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง (PSB) ในการปลูกกล้วย (ใช้ได้กับกล้วยทุกพันธุ์ครับ)

🍌ในขั้นการเตรียมปุ๋ยเพื่อรองก้นหลุม (ขนาด 50*50*50 ซม.) ใช้ปุ๋ยคอกประมาณ 5 กก. รดด้วย psb 300 cc ต่อน้ำ 1 ลิตร คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วนำไปรองก้นหลุม ประโยชน์คือ psb จะช่วยสะลายปุ๋ยคอกพร้อมทั้งปลดปล่อยสารอาหารในปุ๋ยคอก และยังช่วยตรึงในโตรเจน ในดินให้อยู่ในปุ๋ยคอกได้นาน

🍌🍌การให้ psb ผสมน้ำหลังการปลูก แบ่งได้ดังนี้ ระยะหลังการปลูก หนึ่งสัปดาห์ ใช้ psb 1 ลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร รดพร้อมการให้ปุ๋ยปกติ หลังจากนั้นทุกสามเดือน ให้รดด้วยอัตราเดียวกันนี้ จนเก็บเกี่ยว

🍌🍌🍌นอกจากการใช้ psb ดังกล่าวข้างต้น ระหว่างการปลูก ให้รดหรือพ่นด้วย psb ในอัตราส่วน 50 cc ต่อน้ำ 20 ลิตร ทุก 7-10 วัน/ครั้ง เนื่องจากรากต้นกล้วยจะหากินบริเวณหน้าดิน หากได้รับ psb ตามปริมาณดังกล่าว จะช่วยให้ ต้นกล้วย สมบูรณ์ และยังช่วยป้องกันโรคในต้นกล้วยได้อีกทาง

 

ในภาพอาจจะมี สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ

9. สำหรับดินที่ผ่านการใช้สารเคมีมาเป็นเวลานาน ดินที่มีความเป็นกรดมาก หรือ ดินที่มีสภาพเสือมโทรม วิธีปรับสภาพดิน ให้มีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะสมแก่การเพราะปลูก ที่ประหยัดและถูกที่สุดคือ การใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง(psb) พ่นหรือรดลงดินในอัตราส่วน psb 5-10 ลิตร/ไร่ แล้วไถกลบ หรือ รดลงดินในขณะที่ดินมีความชื้น 60-70 % จะช่วยให้ลดความเป็นกรดในดิน ช่วยให้ดินมีความรวนซุย และเป็นการเพิ่มไนโตรเจนในดินได้อีกด้วย  และหากผสมปุ๋ยคอกหรือ จุลินทรีย์จาวปลวกลงไปด้วยจะช่วยให้ดินกลับมาสมบูรณ์ได้เร็วยิ่งขึ้น

 

ในภาพอาจจะมี ต้นพืช, ต้นไม้, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ ในภาพอาจจะมี สถานที่กลางแจ้ง

10. การใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง (psb)ทาหน้ายางพารา  อัตราการใช้ทาหน้ายาง : จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง หัวเชื้อ 1 ลิตร ผสมปูนทาหน้ายาง 2 กิโลกรัม ทาได้ประมาณ 10 ไร่  อัตราการใช้ สำหรับยางก่อนกรีด : จุลินทรีย์ฯ 50 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ราดโคนต้นทุกๆ 30 วัน 

ปัญหา: หน้ายางเป็นเชื้อรา น้ำยางออกน้อย กรีดยาก   การแก้ปัญหาโดย:ใช้ จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง หัวเชื้อ ทาหน้ายางทุกๆ 30 วัน  ผลที่ได้ : น้ำยางเพิ่ม ต้นไม่โทรม หน้ายางกรีดง่าย เปอร์เซ็นต์น้ำยางเพิ่ม

 

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

11. จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง(psb) สามารถใช้ปลูกพืชไฮโดรโปนิกได้  โดยผสม psb พร้อม ปุ๋ย A และB ในอัตราส่วน psb หัวเชื้อ 1 ลิตร ต่อน้ำ 500 ลิตร จะช่วยให้พืชเจริญเติบโตเร็ว ผลผลิตได้เพิ่มมากขึ้นสีสัน สวยงาม หรือหากใช้แบบพ่นจะช่วยไล่และกำจัดแมลงได้อีกทางหนึ่ง

หมายเหตุ...จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงใช้เร่งการเจริญเติบโต ทั้งของพืชและสัตว์ แบบไร้สารเคมี 100%

 

ในภาพอาจจะมี ต้นพืช, ธรรมชาติ และ อาหาร

12. ใครที่ปลูกมะนาวอยู่แล้วไม่ว่าจะปลูกกินเองหรือปลูกเพื่อการค้า หากต้นมะนาวโตช้า หรือโตแต่ไม่มีลูกหรือลูกออกน้อย ลูกเล็กบ้าง ซึ่งสาเหตุอาจมาจากรากของต้นมะนาวเป็นโรคทำให้ไม่สามารถดูดซึมอาหารได้ไม่เต็มที่แม้จะให้ปุ๋ยอย่างเพียงพอแล้วก็ตาม  อยากแนะนำให้ลองใช้ จุลินทรีย์จาวปลวกแบบที่ขยายแล้ว 1 ลิตร ผิวน้ำ 10 ลิตร ราดบริเวณโคนต้นทุก 15 วัน สัก 4-5 ครั้ง รับรองว่าต้นมะนาวจะกลับมาออกผลได้ตามปกติและลูกมะนาวจะสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพราะตัว จุลินทรีย์จาวปลวกจัดได้ว่าเป็นตัวรักษาและบำรุงรากเป็นอย่างดีครับ….รักษาโรครากได้กับพืชทุกชนิดครับ

 

ในภาพอาจจะมี ดอกไม้, ต้นพืช และ ธรรมชาติ

13. การใช้ จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงในการปลูกต้นดาวเรือง หลักการก็คล้ายๆกับการปลูกผักบุ้ง หรือ ผักชีครับ เช่นการแช่เมล็ดพันธุ์ใช้ จุลินทรีย์ฯ 30-50 cc ต่อน้ำ 20 ลิตร แช่ 12 ชม. ส่วนการให้น้ำก็คล้ายๆกันลองปรับเปลี่ยนดูนะครับ  🌹🌹แต่ส่วนที่จะเน้นหน่อยสำหรับการปลูกดาวเรืองก็คือเรื่องโรคซึ่งส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากเชื้อรา เช่นโรค เหี่ยว. ราแป้ง ดอกไหม้ ฉะนั้นการป้องกันเชื้อราเหล่านี้จึงแนะนำให้พ่น น้ำส้มควันไม้ อย่างสม่ำเสมอ ในอัตราส่วน 30cc ต่อน้ำ 20 ลิตร ตั้งแต่เริ่มปลูกจนเก็บเกี่ยว(เว้นช่วงดอกบานอย่าพ่นให้โดนดอกครับ)  จะช่วยป้องกันเชื้อราที่ก่อให้เกิดโรคได้ ส่วนการพ่น จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ก็ให้พ่นในอัตราส่วน 30cc ต่อน้ำ 20ลิตร ทุก 3-5 วัน

🌹🌹🌹หมายเหตุ สำหรับการปลูกดาวเรือง การพ่น จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง และ น้ำส้มควันไม้ ควรพ่นแยกคนละครั้งนะครับ เพื่อผลในการป้องกันเชื้อราจะได้ผลเต็มที่

ข้อมูลความรู้ดังกล่าวข้างต้นส่วนใหญ่ได้มาจาก FB..จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง - psb....หากท่านใดยังมีข้อสงสัย หรือปัญหาเพิ่มเติม  สอบถามไปได้  โทร/LINE 061-094-0661 ครับ 

 

 

 

 

ขอบคุณ  :   1)  http://www.1san1rai.com

                 2)  http://www.thaieasyplants.com/product/31/psb

                 3)  https://market.onlineoops.com

                 4)  http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php

                 5)  FB..จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง - psb

                 6)  https://www.youtube.com



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน