*/
  • konsilaat
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : w.wongwasan@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2013-07-15
  • จำนวนเรื่อง : 351
  • จำนวนผู้ชม : 1036800
  • จำนวนผู้โหวต : 145
  • ส่ง msg :
  • โหวต 145 คน
วันอังคาร ที่ 7 เมษายน 2563
Posted by konsilaat , ผู้อ่าน : 306 , 17:21:27 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน opads โหวตเรื่องนี้

 

บรรดาทหารที่ติดตามพระเจ้าตากสินแหวกวงล้อมพม่าออกมาจากกรุงศรีอยุธยา ในพงศาวดารปรากฏชื่ออยู่เพียงไม่กี่คน เช่น พระเชียงเงิน หลวงพรหมเสนา หลวงพิชัยราชา หลวงราชเสนา ขุนอภัยภักดี ขุนพิพิธวาที หมื่นราชเสน่หา นายทองดี นายบุญมี นายแสงทหาร และนักองราม เจ้ากรุงกัมพูชา เป็นต้น

ในจำนวนนี้ ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ใกล้ชิดพระเจ้าตากสินที่ติดตามมาจากเมืองตาก แต่มีไม่กี่คนที่ต่อมาถือได้ว่าเป็นทหารเอกคู่บัลลังก์ อย่างเช่น หลวงพิชัยราชา และนายทองดี หรือหลวงพิชัยอาสา ซึ่งร่วมชะตากรรมแหวกวงล้อมพม่าออกมาจากกรุงศรีอยุธยาด้วยกัน  

นายทองดี หรือ หลวงพิชัยอาสา ผู้นี้ เข้ารับราชการกับพระเจ้าตากสินเมื่อครั้งยังทรงดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองตาก เดิมมีนามว่า “จ้อย” เป็นชาวเมืองพิชัย ปัจจุบันเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นบุตรชาวนาที่ยากจน และมีนิสัยรักการผจญภัยชอบชกต่อย มีบาดแผลฟกช้ำเป็นประจำ พ่อแม่จึงพาไปฝากเรียนหนังสือกับท่านพระครูที่วัดมหาธาตุ เมืองพิชัย เมื่ออายุได้ ๘ ขวบ แต่อยู่ได้ ๖ ปีก็ไปเกิดเรื่องกับลูกชายเจ้าเมืองพิชัยที่เรียนอยู่วัดเดียวกัน และวางอำนาจจะเป็นใหญ่ แต่จ้อยไม่ยอมให้ข่มจึงต่อยเสียสลบ เลยต้องหนีไปให้พ้นอาญาวัดและอาญาเจ้าเมือง

จ้อยมุ่งไปที่บ้านท่าเสา เพราะประทับใจฝีมือครูมวยคนหนึ่งชื่อ “เที่ยง” ซึ่งเคยมาโชว์ฝีมือในงานวัดมหาธาตุ โดยอาศัยวัดในเส้นทางเป็นที่พักและประทังความหิวไปตลอดทางจนถึง แต่ก็ยังกลัวคดีที่ทำกับลูกเจ้าเมืองไว้ จึงบอกกับครูเที่ยงว่า

“ฉันชื่อทองดี พ่อแม่อยู่ที่บ้านดินแดง แต่ท่านไม่ชอบให้ฉันหัดมวย จึงหนีท่านมาฝากตัวกับอาจารย์”
ครูเที่ยงเห็นความตั้งใจของทองดีก็รับไว้เป็นศิษย์

ทองดีฝึกปรือวิชามวยอยู่ที่ท่าเสาจนแกร่งกล้าแล้ว ก็พอดีมีพระภิกษุรูปหนึ่งธุดงค์ผ่านมาและเห็นฝีมือ จึงชวนไปอยู่เมืองสวรรคโลก โดยฝากกับอาของท่านซึ่งเป็นครูดาบของเจ้าเมือง

เรียนทั้งวิชามวยและวิชาดาบแล้ว ก็มีพ่อค้าจีนคนหนึ่งมาชวนไปเมืองตาก บอกว่าพระยาตากเป็นคนที่โปรดปรานกีฬาชกมวยมาก น่าจะไปสมัครรับราชการกับท่าน ซึ่งทองดีก็เห็นชอบด้วย

การเดินทางจากสวรคโลกไปตากในสมัยนั้นต้องพักแรมกลางป่าที่ชุกชุมด้วยเสือ โดยจุดกองไฟแล้วผลัดกันเฝ้ายามไว้ พอตอนดึกมีเสือตัวหนึ่งเข้ามาคาบขาเด็กชายที่ติดตามมาออกไป ทองดีกำลังเคลิ้มหลับได้ยินเสียงเด็กร้องให้ช่วย ด้วยนิสัยที่ไม่กลัวอันตรายใดๆ ก็คว้ามีดพกยาวประมาณ ๑ คืบที่ติดตัวมาวิ่งตามไป พอทันก็โดดเข้ากอดคอเสือกระชากจะให้ปล่อยเด็ก เสือเลยหันมาจะคาบทองดีแทน ทองดีฉวยจังหวะนี้เสือกคมมีดเข้าที่คอเสือ ทำให้เสือร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด แล้วผละหนีเข้าป่าไปทั้งที่มีดยังติดอยู่ที่ลำคอ

ทองดีพาเด็กเข้ารักษาที่เมืองตากได้อย่างปลอดภัย แต่ต่อมาอีก ๓-๔ วันก็มีกองเกวียนพ่อค้าจากสุโขทัยมาแจ้งว่า พบเสือนอนตายอยู่กลางป่า มีมีดปักคาอยู่ที่คอ

ในเดือนเมษายน พ.ศ.๒๓๐๓ ขณะทองดีมีอายุได้ ๑๘ ปี พระยาตากได้จัดให้มีพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาเช่นทุกปีที่วัดซึ่งทองดีพักอยู่ ในงานนี้ที่ขาดไม่ได้ก็คือการแข่งขันชกมวย ทองดีเห็นเป็นโอกาสเหมาะที่จะแสดงฝีมือต่อหน้าเจ้าเมือง จึงไปเปรียบมวยในครั้งนี้ด้วย

ครูห้าว ครูมวยชื่อดังของเมืองตากได้พาลูกศิษย์ของตัวมาเปรียบด้วย ทองดีอยากจะดังทางลัดจึงขอจับคู่กับครูห้าวเสียเลย แต่แรกครูห้าวก็ไม่เชื่อหู เพราะใครก็รู้ว่าครูห้าวนั้นมีฝีมือระดับที่ไม่มีใครกล้าเทียบ แต่เด็กหนุ่มตัวดำยิ้มฟันขาวก็ย้ำหนักแน่นว่า

“จริงๆนะพ่อครู ฉันอยากจะต่อยกับพ่อครูมากกว่าคนอื่น เพราะถ้าฉันแพ้ฉันก็จะได้จดจำเชิงมวยจากพ่อครูไว้ไม่มากก็น้อย พ่อครูโปรดสั่งสอนฉันด้วยเถิด”

ครูห้าวจะไม่รับก็ไม่กล้า เพราะลูกศิษย์ของท่านก็ได้ยินพร้อมกัน จึงยอมรับท้า
เมื่อกรรมการจับคู่ให้ตามประสงค์แล้ว ข่าวลือก็แพร่สะพัดไปทั่วอย่างไม่น่าเชื่อหูว่า มีเด็กหนุ่มที่ชื่อทองดี ตัวดำยิ้มฟันขาว จะขึ้นชกกับครูห้าวในเย็นวันนั้น

ทองดีได้นำเรื่องเปรีบมวยจับคู่กับครูห้าวไปเล่าให้พระครูวัดใหญ่ที่ตนอาศัยอยู่ฟัง ท่านพระครูก็ตกใจ ไม่คิดว่าลูกศิษย์จะบ้าระห่ำถึงขนาดนั้น เพราะครูห้าวเป็นครูมวยชื่อโด่งดัง วัยเพิ่งใกล้ ๔๐ รูปร่างสูงใหญ่บึกบึนที่ทองดีไม่น่าต้านแรงได้ ที่สำคัญยังมีลูกศิษย์ทั่วเมือง หากทองดีเอาชนะครูห้าว ทำให้ครูมวยชื่อดังของเมืองตากอับอายขายหน้า ลูกศิษย์ครูห้าวก็ต้องพากันโกรธแค้น จนทองดีไม่สามารถอยู่วัดนี้ได้ต่อไป

ข้อหลังนี้ทำเอาทองดีถอดใจ พอถึงเวลาชกจึงหลบหน้าไม่ยอมมาขึ้นเวที พระยาตากซึ่งนั่งเป็นประธานอยู่ข้างเวทีจึงให้ทหารไปตามตัวทองดีมาให้ได้ เพราะกำลังสนใจที่ได้กิตติศัพท์ว่าหนุ่มคนนี้คือคนที่ฆ่าเสือด้วยมีดพก ทหารไปพบทองดีกำลังปรึกษาอยู่กับท่านพระครูจึงพามาพบพระยาตาก

ทองดีกราบเรียนตามตรงถึงเหตุผลที่ไม่กล้าขึ้นชก พระยาตากจึงบอกว่าอย่าวิตกไปเลย จะรับประกันความปลอดภัยในเรื่องนี้ให้เอง ทองดีจึงก้มกราบแล้วไปขึ้นเวทีตามที่เปรียบไว้

เมื่อสิงห์หนุ่มและเสือเฒ่ายืนประกบกันกลางเวที คนดูทั้งสนามก็เห็นว่าสิงห์หนุ่มไม่มีทางจะสู้ได้ เพราะความที่เป็นไก่อ่อนคนละรุ่นกับครูมวยที่เจนเชิงแล้ว รูปร่างของครูห้าวยังล่ำสันบึกบึน แต่คนรอบเวทีก็ประทับใจในท่ารำมวยของนายทองดีฟันขาว ที่สง่างามดูมีอำนาจ เหมือนพระยาราชสีห์จะเข้าจับสัตว์เป็นภักษาหาร

ส่วนครูห้าวพอกรรมการให้เริ่มก็บุกเข้าใส่ทองดีทันทีด้วยกลยุทธที่ครบเครื่อง สิงห์หนุ่มได้แต่ปัดป้องตามเชิงมวยที่ตนฝึกมามิให้โดนอย่างเต็มๆ แต่บางทีก็พลาดถึงล้ม ประคองตัวจนหมดยกไปได้

ระหว่างพักยก พระยาตากมาถามด้วยความเป็นห่วงว่าจะสู้ต่อไปอีกไหม ทองดีก็กราบเรียนว่าจะขอดูอีกสักยก

ก่อนจะขึ้นยกสอง ทองดีได้ยกมือไหว้ครูห้าวแล้วบอกว่า

“ยกนี้ฉันขอทำบ้างละนะ พ่อครูเตรียมรับให้ดีก็แล้วกัน”

พอเริ่มยกสองสิงห์หนุ่มก็ไม่รอช้า โดดขึ้นเหยียบชายพกครูห้าว แล้วเสือกหมัดเข้าเบ้าตาอย่างจัง จนครูมวยเอียงกระเท่เร่ ทองดียังประเคนศอกซ้ายขวาเข้าที่หัวอีก แล้วกระโดดตีลังกาข้ามหัวไปยืนอยู่ข้างหลังตามท่าที่จดจำมาจากงิ้ว ครูห้าวเจอหมัดและศอกยังยืนงงไม่หาย ก็ถูกสิงห์หนุ่มประเคนเท้าเข้าปากครึ่งจมูกครึ่ง และยังหวดเข้าที่กรามจนดังลั่นเวที ทำเอาเสือเฒ่ากลายเป็นนกปีกหักล้มลงกองกับพื้น เมื่อฟื้นขึ้นมาครูห้าวก็ยอมรับอย่างนักกีฬาว่าแกแพ้อย่างสู้ไม่ได้จริงๆ

แต่พระยาตากยังแคลงใจว่าชัยชนะของนายทองดีฟันขาวอาจจะเป็นแค่ฟลุ๊ค จึงถามว่า

“เจ้ายังจะพอสู้กับคนอื่นให้ข้าดูอีกสักครั้งได้หรือไม่?”

ซึ่งทองดีก็รับว่าได้ พระยาตากจึงให้ครูมวยของพระองค์ที่ชื่อ หมึก วัยเดียวกับครูห้าวเป็นคู่ชก ปรากฏว่าพอขึ้นเวทีประกบคู่กัน คนดูก็ฮือกันทั้งเวที เพราะนายหมึกตัวใหญ่กว่าครูห้าวเสียอีก ยืนบังทองดีมิด ทั้งยังดำไม่แพ้ทองดี

พระยาตากยังกลัวว่าทองดีจะไม่กล้าสู้ จึงถามให้แน่ใจว่าจะสู้หรือไม่ ซึ่งทองดีก็รับว่าสู้

พอเริ่ม ครูหมึกเป็นฝ่ายเริ่มก่อนเหมือนครูห้าว แต่ต่อยเตะได้อย่างละที ซึ่งทองดีก็ปิดป้องไว้ได้ หลังจากนั้นก็ประเคนทั้งหมัดและเท้าเป็นจักรผันโต้กลับจนครูหมึกไม่มีโอกาสตอบโต้ ทั้งยังเข้าเป้าจุดยุทธศาสตร์ที่กรามและก้านคอ ครูหมึกจึงสลบคาเวทีไปอีกราย

พระยาตากหายสงสัย เรียกทองดีมาหมอบข้างหน้า ประทานรางวัลให้ ๕ ตำลึง แล้วกล่าวว่า

“เจ้ามีฝีมือการต่อสู้เป็นเลิศอย่างนี้ สมควรจะรับใช้ชาติบ้านเมือง เข้ามาเป็นทหารอยู่กับข้าเสียเถิด จะเลี้ยงเจ้าให้เป็นสุขตลอดไป”

ทองดีก้มลงกราบ ถวายตัวเป็นทหารกล้าของพระยาตากตั้งแต่วันนั้น ขณะมีอายุได้ ๑๙ ปี

พระยาตากได้กราบทูลไปยังกรุงศรีอยุธยา พอพระราชทานบรรดาศักดิ์ให้ทองดีเป็นหลวงพิชัยอาษา ต่อมาก็สู่ขอนางสาวรำยง คนรับใช้คุณหญิงของท่านเองให้เป็นภรรยา

หลวงพิชัยอาสาติดตามพระยาตากตั้งแต่เป็นเจ้าเมืองตากในครั้งนั้น จนขึ้นครองราชย์ได้รับโปรดเกล้าเป็น เจ้าหมื่นไวยวรนาถ ทหารเอกราชองครักษ์ และเมื่อปราบปรามก๊กต่างๆหมดแล้วได้เลื่อนขึ้นเป็นพระยาสีหราชเดโชชัย ครองเมืองพิชัย คราวเดียวกับที่เจ้าพระยาพิชัยราชาเป็นเจ้าเมืองสวรรคโลก และพระยายมราชได้เป็นเจ้าพระยาสุรสีห์พิษณุวาธิราชครองเมืองพิษณุโลก

ใน พ.ศ.๒๓๑๖ พม่ายกมาตีเมืองพิชัย เจ้าพระยาสุรสีห์ยกกองทัพพิษณุโลกมาช่วย ตีพม่าแตกทัพไป ในสงครามครั้งนี้พระยาพิชัยถือดาบสองมือเข้าตลุยข้าศึกจนดาบด้ามหนึ่งหักกลางสมรภูมิ จนได้ชื่อเลื่องลือว่า “พระยาพิชัยดาบหัก”

เมื่อสิ้นรัชกาลพระเจ้าตากสิน พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกก็ทรงปรารถนาจะได้ทหารที่มีฝีมือและซื่อสัตย์อย่างพระยาพิชัยเข้ารับราชการ แต่ “พระยาพิชัยดาบหัก” ซื่อสัตย์เกินกว่าจะเป็นข้าสองเจ้าได้ และโศกเศร้าอาลัยในพระเจ้าตากสินที่เลี้ยงดูตัวให้มียศฐาบรรดาศักดิ์มาตั้งแต่อายุ ๑๙ จึงขอตายตามเจ้านายด้วย ในที่สุดก็ต้องถูกประหารชีวิต ขณะมีอายุได้ ๔๑ ปี

“พระยาพิชัยดาบหัก” เป็นต้นตระกูล วิชัยขัทคะ วิชัยลักขณา ศรีศรากร พิชัยกุล ศิริปาละ ดิฐานนท์ เป็นต้น

นี่ก็เป็นชีวิตหนึ่งในประวัติศาสตร์ ที่มีเรื่องราวโลดโผน สนุกสนานยิ่งกว่านิยายเสียอีก และเป็นตัวอย่างของความซื่อสัตย์กตัญญู ถูกนำไปสร้างเป็นละครและภาพยนตร์มาหลายครั้ง

เขียนโดย  โรม บุนนาค

 

 

ขอบคุณ  :  ผู้จัดการออนไลน์ และ FB. ประวัติศาสตร์วิจักษ์ เพื่อนเรียนรู้ประวัติศาสตร์​ ประวัติศาสตร์​นอกตำรา


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
opads วันที่ : 07/04/2020 เวลา : 21.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/OKopads
บันทึก การสะสมเหรียญพระบล็อคกษาปณ์

เกร็ดประวัติท่าน อ่านสนุกดีครับ

ประทับใจในความซื่อสัตย์ของท่านครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน