• konsilaat
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : w.wongwasan@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2013-07-15
  • จำนวนเรื่อง : 412
  • จำนวนผู้ชม : 1191272
  • ส่ง msg :
  • โหวต 153 คน
บ้านเกศวุฒิ 2
การให้ที่ยิ่งใหญ่ คือ การให้ความรู้
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/wut2013
วันศุกร์ ที่ 15 ตุลาคม 2564
Posted by konsilaat , ผู้อ่าน : 238 , 22:50:08 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ลูกแม่ลำดวน โหวตเรื่องนี้


พริกไทย ขุมทองของเครื่องเทศ

พริกไทยเป็นสมุนไพรที่มีหลักฐานการใช้ย้อนหลังไปกว่า 3,000 ปีก่อน และเป็นเครื่องเทศที่เก่าแก่ที่สุดที่แพร่จากตะวันออกเข้าไปในตะวันตกตั้งแต่สมัยกรีกและโรมัน ในอาณาจักรโรมันมีการใช้พริกไทยในหมู่ชั้นสูง ถือเป็นของหายาก มีราคาแพง และใช้แทนเงินตราได้ จนมีบางคนเรียกว่า ทองคำดำ ปราชญ์ชาวโรมันชื่อ ไพลนี ถึงกับปรารภด้วยความพิศวงงงงวยว่า อะไรที่ทำให้คนโรมันนิยมพริกไทย ซึ่งไม่น่าจะเป็นอาหารได้เลย เพราะไม่มีความหวาน ความน่าดู หรือคุณสมบัติอื่นนอกจากความเผ็ดฉุน!

พริกไทยมีถิ่นกำเนิดอยู่ในอินเดีย และเป็นพืชพื้นเมืองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างบ้านเรา ก่อนที่ความต้องการพริกไทยของยุโรปจะทำให้มีการค้นหาเส้นทางเดินเรือไปตะวันออกเพื่อค้าเครื่องเทศ และกระตุ้นให้ปลูกพริกไทยแพร่ไปยังพื้นที่เขตร้อนอื่นๆ ปัจจุบันประเทศในอาเซียนอย่างอินโดนีเซีย มาเลเซีย ยังคงเป็นแหล่งผลิตพริกไทยที่สำคัญ แต่ที่เซอไพรส์คือ เวียดนามเพื่อนบ้านของเราที่มาแรงแซงโค้ง กลายเป็นผู้ผลิตและส่งออกพริกไทยรายใหญ่ที่สุดของโลกไปแล้ว

คนไทยนั้นคงกินคงปลูกพริกไทยกันมานานแล้ว ชื่อก็บ่งบอกว่าเป็นพริกประจำถิ่นของเรามาแต่ไหนแต่ไร ในขณะที่พริกที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน (ซึ่งน่าจะเรียกพริกเทศ) เพิ่งเข้ามาในเมืองไทยเมื่อราวๆ 400 ปีมานี้เอง ก่อนหน้านั้นเครื่องเทศที่ให้ความเผ็ดสำหรับคนไทยมีแค่พริกไทยและดีปลี ซึ่งเดิมเรียกว่า หมากพริก เหมือนกัน บางที่ก็เรียกพริกไทยว่า พริกป้อม เรียกดีปลีว่า พริก แม้แต่ในยุโรปโบราณก็เคยมีการปลอมปนดีปลีเป็นพริกไทย แสดงว่าดีปลีกับพริกไทยนั้นคล้ายกันมากจนฝรั่งยังเอาไปหลอกขายกันเอง

พริกไทย เสริมพลังพวกพ้องสมุนไพร

พริกไทยจัดเป็นเครื่องเทศรสเผ็ดที่ใช้ในชีวิตประจำวันของคนไทยมาช้านาน มีตำรับอาหารมากมายที่ขาดพริกไทยไม่ได้ เช่นแกงเลียง คั่วกลิ้ง ในการใช้เป็นยานั้น พริกไทยเป็นสมุนไพรที่ปรากฏอยู่ในตำรับยามากที่สุดชนิดหนึ่ง ในตำรับยาเลือด ตำรับยาแก้จุกเสียด ตำรับยาแก้กษัย ตำรายาแก้ทางเสมหะ หอบหืด ตำรับยาแก้ซาง ตำรับยาแก้ริดสีดวง จะต้องมีพริกไทยเป็นตัวยาอยู่เสมอ

น่าสังเกตว่า พริกไทยเป็นสมุนไพรที่ไม่ใช้เป็นตัวยาตัวเดียวโดดๆ หรือแม้แต่ในการทำกับข้าว พริกไทยก็ยังต้องเข้าคู่กับเครื่องเทศอื่นๆ เช่น ปลาทอดขมิ้น ก็ต้องใส่พริกไทยด้วย หรือยามหากำลังปลาช่อน ซึ่งเป็นยาบำรุงท่านชายในอดีต ก็เอาพริกไทยยัดท้องปลาช่อน เอาไปตากๆ ย่างๆ จนกรอบแล้วบดไว้ละลายน้ำผึ้งกิน เช่นเดียวกับตำรับยาบำรุงเหงือกปลาหมอ หรือยาบำรุงบัวบก จะต้องมีพริกไทยอยู่หนึ่งส่วนต่อสมุนไพรเหล่านี้สองส่วน ดูเหมือนกับว่าพริกไทยเป็นสมุนไพรที่ต้องทำงานร่วมกับเพื่อนๆ สมุนไพรตัวอื่น จึงจะเกิดผลดีสูงสุด หมอยาพื้นบ้านมักจะสั่งสอนลูกศิษย์ว่า พริกไทยเป็นยาเสริมพลังยาตัวอื่นเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อน เช่น ตำรับยาขับปัสสาสวะต้องใส่พริกไทยลงไปด้วยเจ็ดเม็ด

จากการศึกษาวิจัยสมัยใหม่พบว่า พริกไทยช่วยทำให้ระบบการดูดซึมสารอาหารรวมทั้งตัวยาต่างๆ ของร่างกายดีขึ้น เช่น เมื่อให้ขมิ้นชันร่วมกับพริกไทย จะทำให้สารเคอร์คิวมินและสารเบต้าแคโรทีนในขมิ้นถูกดูดซึมได้ดีขึ้น ในขณะเดียวกันพริกไทยจะออกฤทธิ์ต่อทางเดินอาหารได้ดี ก็ต้องมีพริกหรือขมิ้นอยู่เป็นเพื่อนด้วย

พริกไทย ช่วยย่อย คอยแก้ไขไฟธาตุพร่อง

พริกไทยเป็นสมุนไพรรสร้อน แก้โรคที่เกิดจากธาตุไฟพร่อง เช่น ช่วยย่อยอาหาร รักษาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ แก้โรคที่เกิดจากธาตุน้ำ และธาตุลมกำเริบ พริกไทยเป็นเครื่องยาที่ตามสูตรในพระพุทธศาสนาอนุญาตให้พระภิกษุเก็บไว้รักษาตัวได้ พริกไทยยังอยู่ในตำรับยาของอายุรเวทที่ใช้กันมาราว 4,000 ปี คือ ตรีกฏุก  (อ่านว่า ตรี-กะ-ตุก  ตรี แปลว่า สาม ส่วน กฏุก แปลว่า เผ็ด “ตรีกฏุก” จึงหมายถึงของเผ็ด 3 อย่าง ได้แก่ เหง้าขิง, เมล็ดพริกไทย และดอกดีปลี ในสัดส่วนเท่าๆกัน ต้มพอเดือดประมาณ 15-20 นาที ดื่มเช้า-เย็น วันละ 2 ครั้งเหมาะเป็นตำรับยาในการดูแลสุขภาพในฤดูฝนซึ่งน้ำมากและเสมหะกำเริบได้ง่าย ในตำรับยาอายุรเวทของอินเดียมีการใช้พริกไทยในการรักษาแบบพื้นบ้านสำหรับโรคต่างๆ ตั่งแต่อัมพฤกษ์ อัมพาต คอเจ็บ ไอ คออักเสบ จนถึงปวดฟัน ซึ่งเป็นสรรพคุณที่ใช้กันในยุโรปโบราณด้วยเช่นกัน


ปัจจุบันมีรายการศึกษาฤทธิ์ของพริกไทย พบว่าสารออกฤทธิ์ของพริกไทยคือ สารพิเพอรีน ช่วยให้ระบบย่อยอาหารหลั่งน้ำย่อยเพื่อย่อยโปรตีน ไขมัน และแป้งโดยกลุ่มที่ย่อยโปรตีนได้จะมีมากเป็นพิเศษ สารพิเพอรีนนี้ยังเพิ่มการดูดซึมแร่ธาตุที่สำคัญ เช่น เซเลเนียม วิตามินบี เบต้าแคโรทีน เคอร์คูมิน รวมทั้งสารอาหารอื่นๆ และเนื่องจากเป็นสารให้ความร้อน จึงช่วยให้เลือดหมุนเวียนดีขึ้น เพิ่มการเผาผลาญอาหารต่างๆ ทำให้ร่างกายได้พลังงานมากขึ้นเพิ่มการผลิตสารในสมองที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและมีความสุข

ฤทธิ์ที่สำคัญๆ ของสารพิเพอรีนในพริกไทย ยังรวมถึงฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ ต้านการชัก ต้านมะเร็ง การที่ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระทำให้พริกไทยมีแนวโน้มว่าจะช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อมในผู้สูงวัยได้ เนื่องจากมีการทดลองในหนูที่เซลล์ประสาทส่วนกลางของการรับรู้เสื่อม ผลการทดลองปรากฏว่าหนูที่มีความจำเสื่อมนี้กลับมาเป็นปกติ และยังพบว่าสารสกัดด้วยน้ำพริกไทยมีฤทธิ์ต้านมะเร็ง ฉะนั้นแกงเลียงซึ่งเป็นเมนูที่หนักพริกไทยจึงน่าจะเป็นอาหารต้านมะเร็งสำหรับผู้ที่สนใจ

 

อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลว่าการรับประทานสารพิเพอรรีนในขนาดสูงร่วมกับอาหารที่มีไนไตรท์จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง สารไนไตรท์จะพบมากในอาหารที่ใช้สารกันบูด พวกโซเดียมไนไตรท์และโปแตสเซียมไนไตรท์ และสารพวกดินปะสิวที่ทำให้เนื้อมีสีแดง เช่น ไส้กรอก แหนม กุนเชียง หรือแม้แต่ผักที่เร่งปุ๋ยไนโตรเจนมากๆ จึงควรระมัดระวังในการรับประทาน ถ้าสามารถเลือกบริโภคผักที่ไม่ใช้สารเคมีและทำอาหารกินเองได้ ก็ช่วยให้ได้ประโยชน์จากการกินพริกไทยได้มากทีเดียว

 

น่ารู้

พริกไทย มีสองชนิด คือ พริกไทยดำ และพริกไทยล่อน พริกไทยดำทำได้โดยเก็บผลที่โตเต็มที่ มีสีเขียวแก่ มาตากจนแห้ง จนได้พริกไทยสีดำเหี่ยว ส่วนพริกไทยล่อนคือการเก็บผลพริกไทยที่เริ่มสุกมาแช่น้ำ แล้วนำมานวดเพื่อลอกเปลือกออก แล้วตากแดด จะได้ผลพริกไทยมีสีขาว พริกไทยดำจะใช้เป็นยามากว่าพริกไทยล่อน เพราะมีโอสถสารมากกว่า

คนแอฟริกันตะวันออกเชื่อว่า การกินพริกไทยจะช่วยกันยุง เพราะสารเพเพอรีนในพริกไทยสามารถใช้ไล่แมลงได้ เราสามารถนำพริกไทยมาทุบให้แตก แล้วใช้โรยบริเวณตู้เสื้อผ้าหรือบริเวณที่ต้องการเพื่อป้องกันแมลง

ข้อควรระวัง

พริกไทยเป็นยาเพิ่มกำลังให้ยาตัวอื่นเช่นเดียวกับดีปลี มีคุณสมบัติทำให้การดูดซึมโอสถต่างๆ เข้าสู่ร่างกายสูงขึ้น ดังนั้น เมื่อใดกินยาตำรับที่มีพริกไทยหรือดีปลีต้องระวังการได้รับยาเกินขนาด มีการพบว่าคนที่กินยาโบราณในกลุ่มยาแก้กษัยซึ่งมักจะใส่ยาร้อนลงไปด้วย หากได้รับยาต้านการแข็งของเลือดด้วยจะมีผลทำให้เลือดออกตามอวัยวะต่างๆได้

ยากำลัง (ห้ามสมณะฉัน)

เอากล้วยสุก 1 หวี เนื้อมะตูมสุก 5 ผล พริกไทยล่อน 1 ตำลึง ยาทั้ง 3 อย่างนี้ตำเข้าด้วยกันให้ละเอียดแล้วทำเป็นแผ่น ตากแดดให้แห้งดี แล้วใส่ขวดหรือใส่โหล เอาน้ำผึ้งรวงใส่ให้ท่วมยา ปิดฝาให้สนิท ทิ้งไว้ 2 อาทิตย์ แล้วทานเอามารับประทานวันละ 1 ช้อนกาแฟ

ยาอายุวัฒนะ

บอระเพ็ดหนัก 6 บาท กระเทียมแกง 3 บาท พริกไทยล่อน 2 บาท ขิงแห้ง 1 บาท ลูกยอหนักเท่ายาทั้งหลาย ยาดำหนัก 3 บาท ตากแดดให้แห้ง ทำยาผงรับประทานอยู่หนึ่งเดือน โรคภัยหายหมด จะมีผิวพรรณวรรณะผ่องใส กลับเป็นหนุ่มสาว ( น้ำหนัก 1 บาท = 15.16 กรัม )

ยามหากำลังปลาช่อน

ท่านให้เอาปลาช่อนตัวโตๆ เอาพริกไทยล่อนยัดท้องปลาให้เต็มแล้วนำไปย่างไฟพอควร ต่อจากนั้นนำไปตากแดดอีก พอแห้งดีนำไปย่างไฟอ่อนๆ แต่ให้แห้งกรอบดี ทั้งเกล็ดด้วย แล้วนำไปบดให้ละเอียดละลายน้ำผึ้งปั้นลูกกลอน ขนาดปลายนิ้วก้อย กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2เวลา ท่านชายจะมีกำลังวังชาผิดปกติ

ยาบำรุงกำลังไข่ลวก

พริกไทยป่น 1 ช้อนชาพูนๆ กับเกลือเล็กน้อย ผสมไข่ลวก 2 ฟองกับน้ำร้อน ตีให้แตก กินทุกเช้า ท่านชายจะมีกำลังวังชาผิดปกติ

ยาแก้เสมหะ และหอบ

ตรีกฏก 1 ส่วน สมอไทย 1 ส่วน เกลือสินฌาว์ 1 ส่วน ให้ตำผงละลายน้ำร้อน น้ำส้มงั่วก็ได้ ส้มซ่าก็ได้ น้ำมะกรูดก็ได้ น้ำขิงก็ดีแทรกพิมเสน น้ำหัวตะไคร้ต้มกินได้

ตำรับอาหาร

ยาเพ็ด (เผ็ด)

คนไทยใหญ่จะใช้เครื่องเผ็ดป่นวางเป็นเครื่องปรุงรสบนโต๊ะอาหาร หรือใช้เป็นเครื่องเทศใส่ในอาหารประเภทต้มกระดูกหรือเนื้อสัตว์ หรือต้มจืดผักก็ได้ อาหารประเภทเนื้อสัตว์เมื่อตักอาหารใส่ถ้วยแล้วจะเอายาเผ็ดโรยหน้า อาหารใส่ยาเผ็ดเวลาทานแล้วจะย่อยง่าย ท้องไม่อืดช่วยขับลมและทำให้เจริญอาหารเหมาะกับคนที่พึ่งหายป่วยไข้แล้วเบื่ออาหาร เวลารู้สึกลมติดรู้สึกไม่สยายให้เอายาเผ็ดผสมน้ำร้อนดื่มจะทำให้เหงื่อออกอาการจะดีขึ้น

ส่วนประกอบ  :  พริกไทย ขิง มะแขว่น กานพลู ดีปลี อบเชย โป๊ยกั๊ก ลูกซัด ใบอบเชย ว่านหอม หรือเครื่องเทศอื่นเพิ่มมาก็ได้แล้วแต่บ้านใครสูตรใคร

วิธีทำ  :  ทั้งหมดทำให้แห้ง ตำให้ละเอียด ใส่ขวดไว้ ใช้เป็นเครื่องเทศ

ปลาทอดขมิ้น

ส่วนประกอบ  :  ปลาขนาดกลาง 1 ตัว ขมิ้นประมาณนิ้วก้อย 1 ชิ้น กระเทียม 1-2 หัว เกลือ ½ ช้อนชา พริกไทย 1 หยิบมือ

วิธีทำ :  นำพริกไทย ขมิ้นชัน กระเทียม เกลือมาตำให้เข้ากัน ทาที่ตัวปลา นำปลาไปทอดในน้ำมันจนสุก ก็สามารถนำมารับประทานได้ หากต้องการรับประทานชิ้นสมุนไพรด้วยอาจนำขมิ้นมาซอยเป็นชิ้นบางๆ และนำกระเทียมมาตำให้ละเอียด นำมาทอดต่างหากเพื่อโรยหน้าก็ได้

 

ขอบคุณ : https://www.matichonacademy.com , https://www.komchadluek.net & https://medthai.com




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน