• potipiroon
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : potipiroon@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-03-26
  • จำนวนเรื่อง : 84
  • จำนวนผู้ชม : 1439722
  • ส่ง msg :
  • โหวต 101 คน
xcornellian
บทความเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ การบริหารจัดการ การบริหารงานบุคคล การบริหารงานภาครัฐ รวมทั้งข่าวสารบ้านเมืองทั่วไป potipiroon@gmail.com Twitter: @xcornellian
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/xcornellian
วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน 2552
Posted by potipiroon , ผู้อ่าน : 17904 , 12:56:31 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 ย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว (ปี 2547) ผมได้รับทุนการศึกษาจาก ก.พ.ให้ไปศึกษาต่อ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อกลับมา จึงมีเรื่องราวการไปศึกษาต่อ ที่อยากจะนำมาเล่าให้เพื่อนๆได้ฟังกัน

ตอนนั้นผมยังไม่ทราบเลยว่าตัวเองจะต้องไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยใดเนื่องจากอยู่ในช่วงของการรอผลการตอบรับจากทางมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่สมัครไป (Cornell University, University of Minnesota และ Rutgers University) พอทราบว่ามหาลัย Cornell ตอบรับก็รู้สึกดีใจมากๆ เพราะเป็นอันดับแรกที่เลือกเอาไว้


มหาวิยาลัย Cornell ตั้งอยู่ที่เมือง Ithaca มลรัฐนิวยอร์ก เป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงทางด้านการศึกษาทั้งในด้าน Science (วิทยาศาสตร์) เช่น Enginneering, Food science และด้าน Social Science (สังคมศาสตร์) เช่น MBA, Law, Hotel Management และได้ชื่อว่ามี campus ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในอเมริกา ต้องเรียนว่าเมื่อเดินทางไปถึงที่นั่นแล้วไม่รู้สึกผิดหวังเลยเพราะสวยจริงตามคำร่ำลือ มหาวิยาลัยตั้งอยู่บนภูเขา มีน้ำตกไหลผ่านกลาง campus รวมทั้งอยู่ติดกับทะเลสาบ ตึกเรียนและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ (Facilities) เช่นห้องสมุด ก็มีความทันสมัย ในขณะเดียวกันก็ดูมีมนต์ขลังและเก่าแก่สมเป็นมหาวิทยาลัยในกลุ่ม Ivy League[1] 


บรรยากาศที่นั่นช่างเหมาะกับการเรียนหนังสือเสียเหลือเกิน เพราะเป็นเมืองเล็กๆที่ไม่วุ่นวายและมีธรรมชาติสวยงามมาก อากาศที่นั่นเรียกได้ว่าหนาวมากถึงมากที่สุด ว่ากันว่าหากนักเรียนคนใดไม่เคยลื่นล้มเพราะหิมะที่จับตัวเป็นน้ำแข็ง แปลว่าไปเรียนไม่ถึง Cornell (ผมเองก็เคยลื่นหงายท้องมาแล้ว!) เมือง Ithaca นั้นหนาวมากถึงประมาณ 8 เดือนต่อปีต่อปีเลยทีเดียว ดังนั้นในช่วงหน้าหนาวนักเรียนส่วนมากจึงมักเก็บตัวอยู่ในบ้านพักและใช้เวลาในการอ่านหนังสือกันเสียเป็นส่วนใหญ่ กระนั้นก็ดีก็ยังไม่วายเว้นที่จะหาเรื่องสนุกๆทำกันในช่วงว่างหลังการสอบ

วันที่ไปถึงวันแรกโชคดีที่มีพี่นักเรียนคนไทยให้ความอนุเคราะห์ขับรถไปรับถึงที่สนามบิน แต่ช่วงแรกๆก็ยังรู้สึกงงๆอยู่ดีว่าจะต้องเริ่มทำอะไรก่อน จำได้ว่าตอนนั้นยังไม่พร้อมสักอย่าง (นี่ขนาดคิดว่าเตรียมตัวไปพร้อมมากๆแล้ว) รวมทั้งยังไม่รู้จักใครเลย ไม่รู้จะกินข้าวอะไร ที่ไหน จะทำเองก็ไม่อร่อย ยังไม่มีโทรศัพท์ใช้ ไม่แน่ใจว่าจะโทรกลับเมืองไทยอย่างไร ที่สำคัญยังไม่มีคอมพิวเตอร์ใช้ เลยไม่รู้จะติดต่อครอบครัวและเพื่อนๆอย่างไร เรียกว่ามึนอยู่พักหนึ่งเหมือนกัน ประกอบกับตอนนั้นยัง Jet Lag อยู่ (อาการหลับไม่เป็นเวลาอันเกิดจากการเดินทาง) เลยนอนลูกเดียวเลย

พอเริ่มตั้งสติได้ ประมาณ 2-3 วัน จึงเริ่มออกเดินตระเวนรอบๆcampus ของมหาวิทยาลัย ด้วยตนเอง โชคดีว่าพอพูดภาษาอังกฤษได้และพกแผนที่มหาวิทยาลัยมาด้วย เลยเดินคุยกับฝรั่งคนโน้นคนนี้ไปเรื่อย ถามโน่นถามนี่ จนพอเริ่มได้ idea ว่าต้องทำอะไร ที่ไหน อย่างไร แต่ก็ยังคงรู้สึกเหงามากๆอยู่ดี เฝ้าคิดแต่ว่าจะเริ่มมีเพื่อนกับเขาเมื่อไหร่ สุดท้ายเหงาอยู่ได้แค่อาทิตย์เดียว ก็เริ่มถูกนำเข้าไปรู้จักเพื่อน พี่ๆ น้องๆ คนไทยที่ไปเรียนอยู่ที่นั่น ซึ่งเป็นโอกาสดีที่ผมได้เรียนรู้ว่านักเรียนไทยเขาดำเนินชีวิตกันอย่างไร รวมทั้งได้กินอาหารไทยอร่อยๆด้วย ตอนนั้นเลยรู้สึก happy มากๆว่าไม่ต้องหิวตายแล้ว

ที่นั่นมีนักเรียนไทยอยู่ประมาณกว่า 100 ชีวิต นักเรียนทุนรัฐบาลไทยที่ Cornell ะได้เงินประจำเดือนประมาณเดือนละ 1,150 ดอลลาร์ ซึ่งถือว่าไม่มากมายนักสำหรับการใช้ชีวิตในอเมริกา แต่ก็ไม่น้อยเกินไปหากอยู่อย่างพอเพียง เอาเป็นว่าสามารถเก็บตังค์เที่ยวได้สบายก็แล้วกันถ้าหากประหยัดหน่อย ตัวผมเองก็จ่ายค่าเช่าบ้านประมาณเดือนละ 450 ดอลลาร์ ค่าโทรศัพท์ ค่า Internet และค่า Cable รวมแล้วประมาณ 100 ดอลลาร์ ค่ากินอยู่เฉลี่ยอยู่ที่เดือนละ 300 ดอลลาร์ เบ็ดเสร็จแล้วเดือนๆหนึ่ง ก็พอจะมีเงินเหลือเก็บอยู่บ้าง

ชีวิตการเรียนของเด็กนักเรียนไทยที่นั่นก็เป็นปกติเหมือนกับนักเรียนที่เมืองไทยนี่หละ ก็คือเช้าก็ไปเรียน เย็นก็กลับมาบ้าน ตอนแรกคิดว่าทุกคนคงจะเป็นเด็กแก่เรียนมากๆ (Geek) แต่จริงๆหาเป็นเช่นนั้นไม่ จริงๆก็เหมือนพวกเราทุกคนเนี่ยหละ ทั้งเรียนทั้งเล่น เพียงแต่ว่าทุกคนจะมีวินัยและความรับผิดชอบในการเรียนสูงมาก โดยเฉพาะพวกที่เรียนปริญญาเอก ที่ต้องทำหน้าที่เป็น Teaching หรือ Research Assistant (ผู้ช่วยสอนหรือทำวิจัย) ต้องมีความรับผิดชอบในการเรียนและการทำงานวิจัยสูง ช่วงสอบเรียกได้ว่า หายหัวกันไปหมด ขลุกกันอยู่แต่ในห้องสมุด พอว่างก็มาจอยกัน มาทำกับข้าวกินและดื่มสังสรรค์กัน เวลามีงานประเพณีของไทยก็จะมาร่วมสนุกกันตามประสา ส่วนพวกเด็ก MBA (Master of Business Administration) รวมไปถึงคณะ HR (Human Resource) ของผมก็จะวุ่นกันอยู่กับการทำงานกลุ่ม (Team Project) เสียเป็นส่วนใหญ่

ในเทอมแรกตอนปี 2005 นั้นจำได้ขึ้นใจว่าการเดินเท้าไปเรียนเป็นอะไรที่หฤโหดสุดๆ จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้ไกลอะไรมากหรอกนะครับ แค่ 20 นาทีเอง ถึงแม้จะมีรถประจำทางให้นั่ง คนส่วนมากโดยเฉพาะคนอเมริกันเขาก็ใช้วิธีการเดินเท้ากันทั้งนั้น แต่สิ่งที่ไม่ธรรมดาก็คือเรื่องของอากาศที่สุดแสนจะบรรยาย คือหนาวกันถึงขั้นที่ว่าไม่รู้ว่าหูตัวเองอยู่ที่ไหน ชาไปทั้งหน้าจนพูดไม่ออก น้ำมูกไหลเต็มไปหมด ถ้าอยู่ข้างนอกนานๆก็อาจจะถึงขั้นเป็นแผลหิมะ (Frostbite) ได้ ก็เลยต้องคอยระวังเหมือนกัน คิดกลับไปแล้วก็อดขำตัวเองไม่ได้ว่าเดินเข้าไปได้อย่างไรตั้ง 1 เทอม สุดท้ายก็เลยหันมาขึ้นรถประจำทางแทนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ส่วนมากนักเรียนไทยจะทำอาหารทานกันที่บ้าน โดยไปซื้อของชำมาจากร้านจีน (Oriental Store) ซึ่งจะมีอาหารแห้ง ผัก และเครื่องปรุง ทุกอย่างที่คุณอยากได้ จะออกไปทานอาหารนอกบ้านมื้อค่ำบ้างก็อาทิตย์ละ 2-3 หน หรือบางคนก็ไม่ไปทานข้าวข้างนอกเลยจะได้ประหยัดตังค์ ร้านสุดฮิตสำหรับอาหารกลางวันก็คงจะหนีไม่พ้นอาหารจีน ซึ่งมีรสชาติใกล้เคียงกับอาหารไทยและราคาย่อมเยา (ประมาณ 5 ดอลลาร์สำหรับข้าวและกับข้าว 2 อย่าง)


ที่อเมริกานั้นอาหารไทยถือว่าจัดอยู่ในกลุ่มอาหารต่างประเทศแนวหน้าเลยที่เดียว เฉพาะที่เมือง Ithaca ก็ปาเข้าไป 5 ร้านแล้ว นอกนั้นก็จะมีอาหารญี่ปุ่น เกาหลี เวียดนาม และอินเดีย สำหรับตัวผมเองนั้น ขอยอมรับว่าไม่ถนัดเรื่องการทำอาหารทานเองเลย เพราะทำไม่อร่อยเอามากๆ เรียกว่าทานเกือบไม่ลง รู้สึกว่าจะพอเริ่มมีฝีมือกับเขาบ้างก็เมื่อผ่านพ้นไปตั้ง ๑ ปีแล้ว ประกอบกับตอนนั้นเรียนหนัก เลยผอมไปเยอะเหมือนกัน อาหารที่ทำบ่อยๆก็ไม่พ้นอาหารตระกูลไข่ ที่อร่อยมากๆนี่ก็คือไข่ลูกเขย แต่ก็พยายามทำให้หลากหลายที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตอนนี้ต้องบอกว่ามั่นใจเรื่องทำอาหารขึ้นเยอะเป็นกอง

 อีกสิ่งหนึ่งที่อยากจะนำมาเล่าให้ฟังก็คือเรื่องของ Technology จำได้ว่าตอนที่มีโอกาสเดินทางไปที่สหรัฐอเมริกาเมื่อ ๑๐ กว่าปีก่อนในฐานะนักเรียนแลกเปลี่ยน (Exchange Student) การติดต่อสื่อสารลำบากกว่าในปัจจุบันนี้มาก จะโทรศัพท์กลับเมืองไทยแต่ครั้งก็แพงเหลือหลาย เลยใช้วิธีการเขียนจดหมายเสียเป็นส่วนใหญ่ ข่าวสารบ้านเมืองและโทรทัศน์ละครไทยต่างๆก็ไม่มีโอกาสได้ดูเลย ตอนนั้น Internet ก็เพิ่งจะเริ่มเป็นที่ใช้กันจึงช้าและไม่มีข้อมูลอะไรให้ดูมากนัก


แต่มาในวันนี้ทุกอย่างได้เปลี่ยนแปลงไปหมดแล้วจากหน้ามือเป็นหลังมือ เดี่ยวนี้การโทรศัพท์จากอเมริกากลับมาเมืองไทยหาได้เป็นสิ่งฟุ่มเฟือยอีกต่อไปไม่ ค่าโทรผ่าน Calling Card ก็แค่ประมาณนาทีละ 2-5 cents หรือตกไม่เกินนาทีละ 2 บาทไทย Internet ที่ Cornell ก็ high-speed สุดๆ สามารถดูรายการโทรทัศน์ไทยผ่านทาง website ได้แบบสบายๆ (เช่น doozija.com, obizgo.com) พอว่างๆยังได้มีโอกาสมานั่งดูละครและรายการไทย ทั้งที่เมื่อก่อนตอนอยู่ที่เมืองไทยแทบจะไม่ได้มีโอกาสดูเลย นอกจากนั้น ยังได้ download ทั้งหนัง เพลง หนังสือ ebook ผ่าน torrent กันมันไปเลย

 


นอกจากนั้นข่าวสารบ้านเมืองเดี๋ยวนี้ก็รวดเร็วทันใจแบบ real time เลยก็ว่าได้ ตอนที่มีการประท้วงในกรุงเทพฯ และการก่อรัฐประหาร พวกเราทางโน้นก็มิได้ตกข่าวไปแม้สักวินาทีเดียว ได้ check ข่าวทาง Internet กันตลอด บางทียังทราบข่าวเร็วกว่าเพื่อนๆในเมืองไทยเสียด้วยซ้ำไป คอมพิวเตอร์เป็นองค์ประกอบสำคัญของชีวิตผมที่นั่นเป็นอย่างมากเพราะเปรียบเสมือนหน้าต่างที่เปิดตัวเองสู่ข้อมูลและโลกแห่งการสื่อสารชีวิตส่วนมากจึงอยู่แต่กับหน้า Laptop เสียเป็นส่วนใหญ่ ขนาดบางทีกำลังทำอาหารยังยืนคุยกับเพื่อนๆที่เมืองไทยผ่านทาง MSN เลย เพราะฉะนั้นต้องบอกว่าการสื่อสารในสมัยนี้สะดวกมากจริงๆ ทำให้เรารู้สึกใกล้บ้านมากขึ้นเยอะเลย

สมัยนี้การเดินทางในอเมริกาก็สะดวกสบายมากๆ เช่นกัน เราสามารถจองตั๋วเครื่องบินผ่าน Website ได้ (Online Booking) เช่น ผ่านทาง expedia.com, travelocity.com หรือ cheaptickets.com ไม่ต้องโทรจองกับพนักงานตอบรับให้เสียเวลาอีกต่อไป เมื่อจองเสร็จแล้วก็สามารถ print ตั๋วได้เอง เสร็จแล้วก็ใช้เป็น E-ticket ได้เลย เวลาถึงที่สนามบินก็ไม่ต้องไปรอต่อแถว check-in กับเจ้าหน้าที่ฯ เพื่อรับ Boarding Pass ให้เสียเวลา เราสามารถใช้บัตร Credit card ของเรารูดที่เครื่อง check-in เพื่อแสดงตน (Identity) ได้ทันที นอกจากนั้นตอนนี้ก็มี Low-Cost Airline (สายการบินราคาถูก) อยู่หลายสายการบิน เช่น Jetblue ทำให้เราสามารถเดินทางในอเมริกาได้ด้วยราคาที่ไม่แพงมากนัก

     อีกสิ่งหนึ่งที่อำนวยความสะดวกให้กับนักเรียนเป็นอย่างยิ่ง ก็คือข้อมูลมหาศาลที่ปรากฏอยู่บน Internet สมัยก่อนนักเรียนจะใช้เวลาส่วนใหญ่ค้นหาข้อมูลอยู่ในห้องสมุด แต่ปัจจุบันนี้เราสามารถค้นหาข้อมูลต่างๆผ่าน Internet ได้อย่างง่ายดายแค่เพียงปลายนิ้ว ชีวิตการเรียนและการหาข้อมูลของผมกว่าครึ่งได้ฝากไว้ที่ search engine ที่ชื่อ “Google” ที่ทุกคนคงจะรู้จักกันดี ไม่ว่าผมอยากจะได้ข้อมูลอะไรก็จะใช้เจ้า Google เนี่ยล่ะในการหาข้อมูล จนเดี๋ยวนี้ Google ไม่ได้เป็นแค่เพียงชื่อของ “search engine” เท่านั้น แต่ได้กลายเป็นคำกิริยาไปแล้วจนมีประโยคฮิตติดปากที่ว่า “Just google it” (ก็แค่ไปค้นหาในกูเกิ้ลดูสิ!) 

       นอกจากนั้นในปัจจุบันนี้ก็ยังมี ที่ Cornell เอง ก็ให้นักเรียนสามารถ access ฐานข้อมูล (database)ที่มีบทความ (articles)น่าสนใจเก็บไว้มากมาย เช่น วารสาร Harvard Business Review รวมทั้งหนังสือ online ต่างๆ เดี๋ยวนี้อาจารย์ที่อเมริกาเขาติดต่อกับนักเรียนผ่านทาง email เวลาที่จะมอบหมายบทความหรือเอกสารประกอบการเรียน (class handout) ให้นักเรียนอ่านก็จะนำไป upload ไว้ที่ website ทำให้การสื่อสารถูกต้องและรวดเร็ว รวมทั้งทำให้การเรียนการสอนในปัจจุบันนี้ง่ายขึ้นเยอะ

     ฉบับหน้าผมจะกลับมาพูดถึงมุมมองเกี่ยวกับการเรียนการสอน มุมมองต่อชาติอื่น/เพื่อนต่างชาติ ประโยชน์ที่ได้รับ/เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียกับเมืองไทย และที่สำคัญก็คือ ขั้นตอนการสมัครเรียนกับมหาวิทยาลัยที่อเมริกา รวมไปถึงการเตรียมตัวก่อนเดินทาง



[1] Ivy League ประกอบไปด้วยมหาวิทยาลัยอันเก่าแก่ 8 แห่งของอเมริกา อันได้แก่ Harvard, Yale, Princeton, University of Pensylvania, Dartmouth College, Brown University, Cornell University และ Columbia University





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
potipiroon วันที่ : 04/01/2010 เวลา : 00.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/xcornellian


http://hrpatriot.blogspot.com/

BEST HR MASTERS PROGRAMS

http://hrpatriot.blogspot.com/2009/11/best-hr-grad-schools.html

In many HR circles in recent years an emerging
debate centers around the best course for HR Graduate Education. Some experts argue in favor of the MBA while others retain the conviction that a HR Masters is the more appropriate path. A definitive answer to this debate depends on numerous factors for each individual. What is not debatable is that financial accumen and business knowledge are core competencies for any aspiring Chief HR Officer. CHRO's at the world's largest companies are paid millions of dollars per year for their expertise and capacity to influence bottom-line results.

Also of note is that within media circles that rank virtually every type of graduate program imaginable -- a definitive ranking of HR Grad Programs does not exist. Rankings themselves have inherent flaws, but they do provide a guidepost for prospective students and corporate recruiters. In a previous post I provided the rankings of the top seventeen schools that offer HR graduate degrees. Some of these schools offered HR Masters, some MBA's, and some offer both.


In this post I will focus only on a ranking of the HR Masters Programs.


In another post I will rank the MBA programs that offer an HR Emphasis.


Key considerations in the rankings: starting salaries, class demographics, curriculum depth, faculty prestige, # of recruiting companies, size and quality of alumni base, history/legacy, # of internship offers.


TOP 11 HR MASTERS PROGRAMS:

1. Cornell
2. Michigan State
3. Purdue
4. Minnesota
5. Illinois
6. Rutgers
7. Ohio State
8. Penn State
9. South Carolina
10. West Virginia
11. Texas A&M

To understand the rationale behind the rankings we will provide a more detailed analysis of each school:

School #1 - Cornell

Cornell offers two degrees for prospective HR executives. The Cornell Master of Industrial and Labor Relations program has been producing top-caliber HR talent for over five decades. The MILR degree is a two year program that offers a broad and diverse curriculum and the opportunity to choose one of five specialty areas:

Human Resources and Organizations
Labor Market Policy
Collective Representation
Dispute Resolution
International and Comparative Labor

Most students who plan to pursue corporate HR jobs pursue the HR & Organizations track which gives them the most exposure to the various facets of HR. MILR students are also eligible totake a semester at the top ranked Johnson School of Business as part of their degree program. In addition, MILR students can hand pick core business classes from the Johnson School if they desire to supplement their HR education with general business classes such as Accounting, Finance, Marketing, Strategy, etc. The Johnson School and ILR School students co-sponsor theSHRLOE (Strategic HR, Leadership and Organizational Effectivness) symposium each year which exemplifies the networking opportunities and connectivity of the two schools.

Students who desire both the depth of the MILR degree curriculum and the rigor of the MBA can enroll in a joint MBA/MILR degree which allows them to complete both degrees in five semesters. This dual degree is the crown jewel for aspiring HR professionals as it combines the power of the top ranked HR Master program with a MBA from the highly-ranked Johnson School. Both the MILR students and MBA/MILR students compete for the same internships and companies, but the MBA/MILR's historically see much higher salaries and signing bonuses. This is a function of the broader work experience they tend to bring to the program and the value that recruiters place on the dual degree. Other schools in the top 17 list offer dual degrees, but none combine the resources of two elite programs and schools like the Johnson Business School and the ILR School at Cornell.

LINK TO THE MOST RECENT PLACEMENT STATISTICS AND SALARIES FOR MILR AND MILR/MBA GRADUATES

The MILR programs also offers a dual degree with one of the top business schools in Europe for those that seek a more international educational experience.

TOP SALARY OFFER FOR A RECENT MILR/MBA GRADUATE: $122,000 + $20,000 signing bonus.

THE BOTTOM-LINE -- WHY CORNELL IS NUMBER ONE?

One of the secrets to the Cornell HR Graduate experience is the fringe benefit of the ILR School's undergraduate program. Because the ILR school offers an undergraduate program the faculty and staff resources dedicated to the study of HR issues is greater than any in the world. The undergrad ILR students have gone on to be executives in HR and have created an expansive network that is tremendously valuable to aspiring HR executives. This network combined with the success of MILR and MILR/MBA grads has resulted in the creation of the world's leading center for the study of Human Resources: The Cornell Center For Advanced Human Resource Studies. This unique partnership between academia and corporate partners has fostered the most prestigious network of HR executives in the world. The full list of corporate sponsorsranges from high-tech (IBM, Microsoft, amazon.com, HP, Dell) to large industrial companies (GE, Goodyear, Ingersoll-Rand, Terex, Northrup Grumman) to many other industries and segments. CAHRS executives and sponsors also are widely represented in the National Academy of Human Resources and the HR Policy Association which are widely known as the most prestigious circles for broader HR influence across the corporate spectrum.

The presence of CAHRS at the ILR School breeds numerous networking opportunities for students that they are not available at any other HR graduate program in the world. The annual CAHRS round table event allows students to interact one-one-one with the Chief Human Resources officers from over 20 of the CAHRS sponsor companies. These relationships continue as CAHRS companies speak in classes and assign consulting projects to students to work on as part of their academic curriculum. CAHRS truly is the X-Factor for Cornell which allows the program to stand out as the #1 place in the world to pursue HR graduate education.

SCHOOL #2 -- MICHIGAN STATE UNIVERSITY

Really, the question as we head down the list become one of differentiation. Michigan State offers a MBA with a HR Emphasis and a traditional HR Masters at the School of Industrial and Labor Relations. They also are the first school to leverage its international muscle by offering a HR Masters degree based in Dubai. The diversity of options, the breadth of curriculum and the joint relationship between the School of Industrial and Labor Relations and the Eli Broad School of business distinguish Michigan State as an outstanding option for HR graduate education. Of course -- Michigan State also has a great legacy of placing students in the top HR graduate rotation programs in the world. Rich history of successful alumni including Kevin Cox, CHRO at American Express and Brian Schipper, CHRO at Cisco Systems.

Michigan State: Full Salary and Placement Stats Click Here

Average salary: $78,938.00
Salary Range: $60,000.00 to $95,000.00
Average Signing Bonus: $11,857.00
Signing Bonus Range: $3,500.00 to $18,000.00 Percent receiving bonuses:88%

Top Student coming out of Michigan State with a MBA going into HR:
$95,000 per year with a $18,000 signing bonus. Not too shabby.


Another real coup by Michigan State has been the formation of satellite campus located in Dubai that offers a HR Masters Degree in the Middle East. This progressive and innovative concept truly strengthens the global dimensions of the program and the school.


SCHOOL #3-- PURDUE

Like Cornell and Michigan State -- Purdue offers both the Masters in HRM and a MBA with a HR Emphasis. These combined programs lead to more faculty emphasis, deeper curriculum depth and generally the best possible path for an aspiring HR professional where you can combine the intense business curriculum with the HR functional classwork. The Krannert School is highly regarded and has an excellent recruiting pipeline.
Click on this link for the detailed employment statistics for Purdue grads.

SCHOOL #4 - MINNESOTA

Founded in 1945 the Center for Human Resources and Labor Studies has been ranked as one of the top HR programs for several decades. A robust alumni pool assures continuous recruiting and placement of students with best in class HR companies. The HR Masters is attached to the Carlson School of Business which is very well regarded based in the growing Twin Cities area. This attachment to the business school allows students to take critical business classes to supplement their HR coursework. Class of 2008 top graduate offer: $96,000.


SCHOOL #5 - ILLINOIS

This should be the safety school for all applicants to HR Masters or MBA programs. The program is well-established and offers significant funding to the top 1/3 of the entering class.The placement rates are consistent and provide access to a diverse recruitment pipeline of some of the best companies in the world. Admission requirements are not that stringent and the School has a reputation for being very social and well connected to its alumni base. Again -- You can't go wrong with the University of Illinois.

SCHOOL #6 -RUTGERS

Rutgers HR Masters program boasts of having the most "published HR faculty in the world". That may be true and without a doubt Rutgers has built a stronghold in the north east for teaching and placing HR Talent. Career prospects also look bright -- Quoting from the Rutgers Website:"Starting salaries for individuals with a Rutgers MHRM degree are competitive with MBA graduates entering HR staff work, in the $58,000-$90,000 range for individuals with varying amounts of experience. Sign-on incentives can range from $5,000-$30,000. Prior HR experience can bring you a higher salary and/or a more responsible position. If you do not have prior experience, getting placed in internships will increase your market value and frequently result in job offers from the organizations with which you intern. As Vice Presidents of HR increasingly become members of corporate executive committees and boards of directors – annual base compensation for senior managers often exceeds $350,000. Salaries in large organizations can substantially exceed this amount."

SCHOOL #7 - OHIO STATE

Ohio State is a great option for a reputable HR Masters Degree with the flexibility to work during the day if necessary. The majority of classes are offered in the evenings and the curriculum and career placement are above average.

SCHOOL #8 PENN STATE

Graduates of the Penn State HRER master's program have great success when they enter the job market. Ninety-five percent of alums have at least one job offer prior to graduation. Many have multiple offers. Earning a master's degree usually results in salaries that are $15,000-$30,000 above those of undergraduates entering similar fields. Starting salaries generally range from $50,000-$85,000. While most students find jobs with corporations, employment opportunities also are available in unions, government agencies, and nonprofit organizations.

On completion of the program, most graduates have multiple job offers. The majority accept positions as human resource/employment relations professionals with major corporations such as CIGNA, Lockheed Martin, IBM, ARAMARK, Corning, and Westinghouse. Others enter the management field consulting with well-known firms like PricewaterhouseCoopers, Hay, or Accenture. Some find jobs within the labor movement, working with unions.

SCHOOL #9 SOUTH CAROLINA

The 45 credit Master of Human Resources from the Moore School of Business will provide you with the strong education and practical experience you need to meet the exciting challenges you will face as an HR professional. The MHR can be completed in a year-and-a-half, including the required 6 credit-hour internship. Students from all undergraduate majors are welcome in the Master of Human Resources program at Moore.


Sample Curriculum:

HR and the Global Firm
Management of Compensation
Staffing
Labor Relations
Human Resource Metrics and Research Methods
Human Resources and Business Strategy
Consulting and Organizational Development in MNCs
Employee and Leadership Development
Employment Relations Law
Managing Cross-Border Teams
Organization Theory
The Firm and Its Environment
Management of Employee Benefits Programs
Labor Economics
Project Management

SCHOOL #10 WEST VIRGINIA

Graduates from the MSIR program enjoy successful placement in a diverse group of high quality employers. Recent graduates have accepted challenging positions with national firms such asGeneral Electric, Pepsi Bottling, Sony Erickson, PPG Industries, Nestles Waters and Marathon Oil. The public sector also finds great value in the WVU MSIR with students going to the United Way, West Virginia University Department of Human Resources, and Pac- Tech to name several. The consulting arena has sought graduates with recent placements at Accenture, Mercer Consulting and Korn- Ferry International.

Typical entry level positions accepted by WVU MSIR graduates include the areas of Staffing, Selection, Placement and Talent Management. Other graduates have been placed in the critical roles of Business Partner, Human Resources Generalist, and Labor Relations Specialist. Students with an interest in Organizational Development successfully find opportunities in Training and Development, Human Asset Planning, Change Management, and Human Resource Information Systems. Students with strong analytical backgrounds have been placed in the functional specialties of Compensation Design and Administration, Employee Benefits, and Healthcare Plan Operation.

SCHOOL #11 TEXAS A&M

The Center for Human Resources that is part of the Mays Business School and part of the Masters in Human Resources program at Texas A&M boasts a robust list of corporate sponsors including


1.AT&T
2.Baker Hughes Incorporated
3.Caterpillar Inc.
4.Chevron
5.CITGO Petroleum Corporation
6.ConocoPhillips
7.The Dow Chemical Company
8.Dynegy
9.El Paso Corporation
10.Exxon Mobil Corporation
11.Ford Motorland Service Corp.
12.GE
13.Halliburton
14.Lockheed Martin Missiles and Fire Control
15.Marathon Oil Company
16.Raytheon Company
17.Shell Oil Company
18.Spectra Energy
19.Texas A&M University

*Caveat to the rankings...

The best advice to anyone pursuing a HR career is to study out the pros and cons of each choice and make the best individual decision. Sometimes this will come down to the availability of funding, other times it might come down to geographic presence. Fortunately, every one of these schools offers a program with over a 90% placement rate. Will some schools benefit you more in the long-run -- in some case "YES" -- but in general people with deep business and financial accumen and a passion for HR will rise to the top? Best of luck in your endeavors and feel free to leave a comment if you have futher questions.

The best compliment you can give the HR Patriot is to send the site link to your friends in HR and for you yourself to come back often. Please come again!

BEST HR MBA PROGRAMS

http://hrpatriot.blogspot.com/2009/11/best-hr-mba-programs.html

The Best International HR Graduate/Masters Programs

http://hrpatriot.blogspot.com/2009/11/best-international-hr-graduatemasters.html

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
potipiroon วันที่ : 22/12/2009 เวลา : 00.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/xcornellian


Cornell's ILR School เป็นโรงเรียนด้าน HR อันดับหนึ่งของโลกครับ

ที่เขาใช้ชื่อว่า Industrial and Labor Relations เป็นเพราะประวัติศาสตร์การบริหารงานบุคคลของอเมริกา มันมีรากเหง้ามาจากการบริการความสัมพันธ์ของแรงงานและนายจ้าง แต่ปัจจุบันนี้ เขาเน้นทั้งด้านแรงงานและทรัพยากรมนุษย์พอๆ กันครับ

ข้อดีของ ILR คือ ความดังสุดๆ ในแวดวงนายจ้าง รับรองว่า ถ้าได้เข้าเรียน โอกาสได้งานทำในอเมริกาสูงมาก (แต่ภาษาก็ต้องดีด้วย)

ILR เป็นโรงเรียนพี่น้องกับ Johnson School of Management (MBA อันดับ 1 ใน 10 ของอเมริกา)และ Hotel School (โรงเรียนสอนการโรงแรมอันดับหนึ่งของอเมริกา) ดังนั้น นอกจากคุณจะมีเพื่อนที่ ILR แล้ว คุณยังจะมีเพื่อนๆจากโรงเรียรอื่นๆ ที่มาร่วมเรียนด้วย

ในขณะเดียวกัน คุณก็มีโอกาสไป Take class ใน MBA school หรือ Hotel School ก็ได้

ซึ่งนี่เป็นจุดแข็งมากๆ ของ Cornell

มหาลัยอันดับรองๆ ลงมาก็มี U of Minnesota (Carlson School of Management) และ Rutgers University

U of Minnesota มีข้อดี คือ program MBA และ MHRIR จะอยู่ในโรงเรียนเดียวกัน (Carlson School of Management) ดังนั้น โอกาสเรื่องการทำงานดีมากๆครับ

สำหรับที่ Rutgers มีอาจารย์ดังๆ ทางด้าน HR อยู่กันเยอะมาก เช่น Mark Huselid, Susan jackson หลักสูตรที่นี่น่าเรียนมากครับ นายจ้างรักที่นี่มากเหมือนกัน

ถามว่าเข้ายากไหม เข้ายากครับ แต่คงไม่ยากเกินความสามารถนะครับ

บอกเลย ผมได้ GPA 2.91 toefl 640 ครับ

มีกำลังใจขึ้นรึยังครับ

หากอยากทราบข้อมูลถามมาได้ที่ potipiroon@gmail.com

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
potipiroon วันที่ : 16/10/2009 เวลา : 01.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/xcornellian


บทความดีๆเกี่ยวกับ Cornell University

http://www.thaigoodview.com/node/2279

http://www.sudipan.net/phpBB2/viewtopic.php?p=31277

http://www.oeadc.org/forum/post200906239587962737/post200907119455620152

http://www.thaijustice.com/webboard.asp?sub=0&id=638931

http://www.thaijustice.com/webboard.asp?sub=0&id=692333

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2009 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]