• potipiroon
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : potipiroon@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-03-26
  • จำนวนเรื่อง : 84
  • จำนวนผู้ชม : 1516034
  • ส่ง msg :
  • โหวต 101 คน
xcornellian
บทความเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ การบริหารจัดการ การบริหารงานบุคคล การบริหารงานภาครัฐ รวมทั้งข่าวสารบ้านเมืองทั่วไป potipiroon@gmail.com Twitter: @xcornellian
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/xcornellian
วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม 2552
Posted by potipiroon , ผู้อ่าน : 5903 , 00:45:54 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เดี๋ยวนี้ในแวดวงการบริหารจัดการใครๆ ก็พูดกันถึงเรื่องการบริหารความเปลี่ยนแปลง (Change Management) เจ้านายของผม (ระดับสูงซะด้วย) เอะอะ อะไรก็ต้อง change management ไว้ก่อน แต่ไม่เห็นเคยบอกเลยว่าจะให้เปลี่ยนแปลงอย่างไร (หรือให้เปลี่ยนอะไร และจะเปลี่ยนไปทำไมกัน)

หากท่านยังจำได้ Slogan ตอนช่วงหาเสียงของ Barack Obama ในการหาเสียงนั้น ก็คือ "change" หรือการสร้างความเปลี่ยนแปลง

ภาพจาก www.amazon.com

ในปัจุบัน ก็มีหนังสือเป็นร้อยๆเล่มที่เขียนเกี่ยวกับเรื่อง "change"  ที่ดังที่สุดเห็นจะเป็น guru ที่มีชื่อว่า John P. Kotter ผู้ประพันธ์หนังสือด้านภาวะผู้นำหลายเล่ม เช่น Leading Change (1996) และ The Heart of Change (2002)

นี่แสดงว่าเรื่องของ change เป็นเรื่องสำคัญจริงๆ

แต่ปัญหา คือ การเปลี่ยนแปลงนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายน่ะสิครับ

ผมขอยกท่อน hook ในเพลง "เปลี่ยน" ของ ETC มาแสดงให้เกิดภาพว่าการสร้างความเปลี่ยนแปลงนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย

"สิ่งที่ฉันจะเปลี่ยนมีเพียงเรื่องเดียว คือเปลี่ยนไปรักคนที่รักฉัน เปลี่ยนไปรักคนที่ห่วงใย
ให้ใจไม่เจ็บ ใจไม่ปวด ไม่ต้องมีน้ำตา
เปลี่ยนไปรักคนที่รักฉัน และยอมรับที่ตัวฉันเป็น
ก็คงไม่เหนื่อยไม่ไร้ค่า เปลี่ยนใจรักใครคนใหม่ยังง่ายกว่า"

ฮา!! เห็นใหมครับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย

หรือ.......คุณลอง "กอด-อก" ตามปกติที่คุณเคยทำสิครับ..............

จากนั้น ให้คุณลองเปลี่ยนแขนข้างหนึ่งมาทับอีกข้างหนึ่ง................เป็นไงครับ ทำได้ใหมครับ ฝืนสุดๆ เลยใช่ใหม

ภาพจาก www.yimsiam.com

สิ่งที่ผมกำลังจะพยายามพูด ก็คือ แรงต่อต้านของคน (Resistance) ถือเป็นปัญหาสำคัญของการสร้างความเปลี่ยนแปลง

เราจะทำอย่างไรให้คนที่เขารู้สึกต่อต้าน ยอมเข้ามาเป็นแนวร่วมในการสร้างความเปลี่ยนแปลงกับเรา

ตรงนี้ เราต้องสามารถตอบคำถามให้เขาเข้าใจครับว่า

1) เราจะเปลี่ยนอะไร (what)

2) เราจะเปลี่ยนทำไม (why) **************

3) เราจะปลี่ยนอย่างไร (how)

John Kotter ได้วาง step การสร้างความปลี่ยนแปลงไว้ถึง 8 ขั้นตอน

ขั้นตอนแรก คือ การทำให้ทุกคนเห็นความสำคัญเร่งด่วนของปัญหา (Create the sense of urgency) ซึ่งก็เป็นการตอบโจทย์ข้อที่ 2 นั่นเอง

ขั้นตอนนี้ มีอีกชื่อหนึ่งครับ คือ การสร้าง "burning platform" หรือการสร้างสถานการณ์ "ไฟ-ลน-ก้น" (จริงๆ มันแปลว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันที่กำลังไหม้ไฟครับ)

ชื่อของเรื่องนี้มีที่ไปที่มานะครับ ตอนที่ผมเรียนที่ Cornell อาจารย์ที่สอนวิชา Business Strategy เล่าไว้อย่างน่าฟังทีเดียวว่า..........................

--------------------------------------------------------------

ภาพจาก www.absoluteec.com

เรื่อง (จริง) มีอยู่ว่า ณ แท่นขุดเจาะน้ำมันแห่งหนึ่งกลางทะเล North Sea ท่านผู้บริหารสูงสุดบนแท่น ได้ตั้งกฏเหล็กขึ้นมาข้อหนึ่งที่พนักงานทุกคนต้องปฏิบัติตาม คือ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับแท่นขุดเจาะ....ฟ้าจะถล่มหรือดินจะทลาย ห้ามกระโดดลงไปในทะเลโดยเด็ดขาด ให้รอ helicopter มารับกลับฝั่งเท่านั้น เพราะใน North Sea อุณภูมิของน้ำเย็นติดลบหลายองศา แถมคลื่นลมรุงแรงมาก

จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง เกิดเหตุไฟใหม้อย่างรุนแรงบนแท่นขุดเจาะน้ำมันดังกล่าว (burning platform) พนักงานทุกคนก็ปฏิบัติตามกฏอย่างเคร่งครัดโดยยืนรอ helicopter อย่างมีความหวัง

ผิดกับนายคนนี้ที่ประเมินสถานการณ์แล้ว "ตู" ไม่รอดแน่ ยอมแหกกฏเหล็ก และกระโดดลงไปในทะเลเพียงผู้เดียว

ลองทายซิครับว่าใครรอด...................................

ถูกต้องนะครับ...พนักงานคนที่กระโดดลงไปในทะเล...รอดครับ

ส่วนที่เหลือโดนย่างสดบน Burning Platform ตายเกลี้ยงครับ

---------------------------------------------------------------- 

บทเรียนของเรื่องนี้ก็คือ เราจะทำอย่างไร ให้คนในองค์กรเล็งเห็นความสำคัญที่จะต้องเริ่มเปลี่ยนแปลง เพราะถ้าไม่มีไฟมาลนก้นจริงๆ ก็คงไม่มีใครเริ่มคิดที่จะทำอะไร

ดังนั้น ผู้นำจะต้องสามารถสื่อสารกับคนในองค์กรให้ได้ว่า "กำลังมีไฟใหม้อยู่ใต้เก้าอี้" และทุกคนจะต้องเริ่มเปลี่ยนแปลง

Barack Obama ยกปัญหาของประเทศขึ้นมาคุยอย่างไม่อาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ หรือสิ่งแวดล้อม ทำให้คนอเมริกันตระหนักว่า ตอนนี้พวกเขากำลังแย่แล้วนะ ถ้าไม่เริ่มเปลี่ยนวันนี้ ทุกอย่างก็จะสายเกินไป

-----------------------------------------------------------------

โอกาสหน้า ค่อยมาคุยเกี่ยวกับขั้นตอนที่เหลือของการสร้างความเปลี่ยนแปลง และ successful change ทั้งในบ้านเราและต่างประเทศ และอะไรคือ driving force ในเบื้องหลังความเปลียนแปลงนั้นๆ ครับ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ฟ้าบ่กั้น วันที่ : 19/02/2010 เวลา : 22.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/underthesamesun

dont try to change me
even i meyself could not

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
surisa วันที่ : 07/09/2009 เวลา : 18.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boongsurisa

i think personnally, The country can be changed definitely if... people are well educated.
Besides, our children should be instilled a sense of duty responsibility and ethic...
The difficult thing is how to teach them under the conflicted society.

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
luerat วันที่ : 13/08/2009 เวลา : 07.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hrd
เภสัชกรปริญญาผู้หันมาเอาดีทางด้านพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์กรเจ้าของผลงานหนังสือ Generation Yร้ายจริงหรือ? และ (ปัญ)ญาแผนปัจจุบันโดยเภสัชกรปริญญา-ประสบการณ์ด้านฝึกอบรมผู้จัดรายการ ธำรงธรรม ช่วงธรรมะแผนปัจจุบัน กองพลที่ ๑ รักษาพระองค์ AM 1422 kHz ทุกวันพฤหัสบดี-ศุกร์ เวลา ๖.๐๕-๖.๓๐ น.

ขอบคุณมากครับ
เริ่มอยากเปลี่ยแปลงบ้างแล้วครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2009 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]