• potipiroon
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : potipiroon@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-03-26
  • จำนวนเรื่อง : 84
  • จำนวนผู้ชม : 1547203
  • ส่ง msg :
  • โหวต 101 คน
xcornellian
บทความเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ การบริหารจัดการ การบริหารงานบุคคล การบริหารงานภาครัฐ รวมทั้งข่าวสารบ้านเมืองทั่วไป potipiroon@gmail.com Twitter: @xcornellian
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/xcornellian
วันพฤหัสบดี ที่ 17 ธันวาคม 2552
Posted by potipiroon , ผู้อ่าน : 9657 , 11:47:08 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

นโยบายที่สำคัญของรัฐบาลโดยการนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ถือได้ว่าร้อนแรงที่สุดในขณะนี้ คงหนีไม่พ้นนโยบายในการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน โดยเฉพาะหนี้นอกระบบ ซึ่งถือเป็นภารกิจจำเป็นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือให้ประชาชนที่มีหนี้นอกระบบเข้าเป็นหนี้ในระบบ โดยเปิดโอกาสให้เข้าถึงแหล่งเงินกู้ในระบบสถาบันการเงินในเครือข่ายของรัฐได้ง่ายขึ้น อันเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบที่สูงมากเกินปกติ เพื่อให้มีเงินเหลือเพียงพอสำหรับรายจ่ายที่จำเป็นและมีเงินเหลือออมในที่สุด โครงการนี้ยังรวมถึงโครงการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพของผู้มีปัญหาหนี้สินให้มีความเข้มแข็งและสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคง มีการดำรงชีพภายใต้แนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และส่งเสริมและกระตุ้นประชาชนให้มีการออมเงินเพื่อรักษาวินัยทางการเงินอันเป็นรากฐานที่สำคัญของครอบครัวและประเทศชาติ

ปัญหาหนี้นอกระบบ ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นปัญหาสำคัญถึงขนาดที่รัฐบาลจะต้องกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ หรือกำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนสำคัญเฉกเช่นปัจจุบันนี้ ซึ่งถ้าหากจะวิเคราะห์กันอย่างจริงจังแล้ว ปัญหาหนี้นอกระบบเป็นผลพวงโดยตรงของระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ หากเศรษฐกิจภายในประเทศดีพอที่ประชาชนจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างปกติสุขในสังคม ก็คงไม่มีใครดิ้นรนสร้างหนี้สินให้กับตนเอง โดยเฉพาะหนี้นอกระบบ ซึ่งโดยรวมแล้วถือว่าดอกเบี้ยแพงกว่าที่กฎหมายกำหนดอยู่มาก ทั้งนี้ปัญหาหนี้นอกระบบในประเทศไทยได้ขยายตัวขึ้นอย่างมากมายเพียงใดนั้น คงจะสังเกตได้ ไม่ยาก ทั้งจากจำนวนของแผ่นปลิวโฆษณาขนาดต่างๆ ที่ติดอยู่ตามเสาไฟฟ้า ตู้โทรศัพท์สาธารณะ หรือแม้แต่ในหนังสือพิมพ์รายวัน โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์กีฬา ปัญหาหนี้นอกระบบเหล่านี้ แท้จริงแล้วสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างดียิ่ง

ในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของรัฐบาล ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงยุติธรรม ร่วมกันผลักดันโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ โดยให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ดำเนินการประสานธนาคารในเครือข่ายของรัฐในการเปิดรับลงทะเบียนลูกหนี้นอกระบบพร้อมข้อเสนอเงินกู้ ภายใต้เงื่อนไขพิเศษ และให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงการคลัง เป็นผู้ร่วมดำเนินการในคณะเจรจาประนอมหนี้ในระดับจังหวัดและระดับอำเภอ โดยในส่วนของกระทรวงการคลังนั้น ได้มีการมอบหมายให้ศูนย์อำนวยการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน (ศอก.นส.) กระทรวงการคลัง เป็นหน่วยงานหลักในการอำนวยการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน (หนี้นอกระบบ) และได้มอบหมายภารกิจให้ธนาคารในเครือข่ายของรัฐทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (...) ธนาคารออมสิน (.ออมสิน) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) และธนาคารกรุงไทยจำกัด (มหาชน) (.กรุงไทย) ไปร่วมกันดำเนินการให้ความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ

                    ขั้นตอนการดำเนินการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้นอกระบบนั้น รัฐบาลเปิดรับลงทะเบียนลูกหนี้นอกระบบผ่านสาขาของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (...) ธนาคารออมสิน  (.ออมสิน) ทั่วประเทศ และศูนย์ลงทะเบียนอีก 12 แห่งในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม – 30 ธันวาคม 2552 หลังจากนั้นจะประมวลผลการคัดกรองประเภทลูกหนี้ และสรุปยอดลูกหนี้นอกระบบ โดยความร่วมมือของกรมบัญชีกลาง ในช่วงเดือนมกราคม 2553 เจรจาและประนอมหนี้เพื่อนำลูกหนี้เข้าสู่ระบบ โดยมีคณะทำงานแก้ไขปัญหาหนี้สินระดับจังหวัดและระดับอำเภอ พร้อมธนาคารของรัฐที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ดำเนินการเจรจา ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 30 เมษายน 2553 ลูกหนี้ที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์การให้สินเชื่อของธนาคารภายใต้โครงการนี้ สามารถเริ่มเข้าสู่ระบบในเดือนพฤษภาคม 2553 และในกรณีที่ลูกหนี้มีคุณสมบัติไม่ผ่านหลักเกณฑ์ จะมีการพิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มนี้อีกครั้ง หากยังไม่สำเร็จ จะมีโครงการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพให้มีความเข้มแข็งและสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงต่อไป 

         ทั้งนี้หลักเกณฑ์การพิจารณาโอนหนี้สำหรับลูกหนี้ เบื้องต้นจะต้องเป็นหนี้นอกระบบที่มีเงินต้นคงค้างไม่เกิน 200,000 บาท และเป็นหนี้ที่เกิดก่อน 19 พฤศจิกายน 2552 ผ่านการเจราจาหนี้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด  วงเงินให้กู้ไม่เกิน 200,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 12 ต่อปี ใน 3  ปีแรก สำหรับธนาคารออมสินใช้อัตราดอกเบี้ยคงที่ไม่เกินร้อยละ 0.75 ต่อเดือน ตลอดระยะเวลาการกู้  ระยะเวลาการผ่อนชำระไม่น้อยกว่า 8 ปี เว้นแต่ผู้กู้สมัครใจทำสัญญากู้น้อยกว่า 8 ปี  ผู้กู้สามารถชำระหนี้ก่อนกำหนดได้ โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม โดยมีหลักประกันการโอนหนี้ กรณีวงเงินกู้ไม่เกิน 100,000 บาท ใช้ผู้ค้ำประกัน 1 คน กรณีวงเงินกู้ตั้งแต่ 100,001 – 200,000 บาท ใช้ผู้ค้ำประกัน 2 คนโดยที่ผู้ค้ำประกันจะต้องมีรายได้รวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของวงเงินกู้ และสำหรับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หลักประกันที่เป็นเกษตรกรค้ำประกัน กรณีวงเงินกู้ไม่เกิน 100,000 บาท ใช้ผู้ค้ำประกัน 2 คน และวงเงินกู้ตั้งแต่ 100,001 – 200,000 บาท ให้ใช้หนังสือรับรองรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม อย่างน้อย 5 คน

         

นโยบายแก้ปัญหาหนี้นอกระบบของรัฐบาล หากจะมองเผินๆ แล้ว เห็นว่าดี มีประโยชน์ต่อประชาชนในระดับรากหญ้าที่มีปัญหาหนี้นอกระบบ ในการที่จะสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ภาครัฐที่มีความเป็นธรรม สามารถนำเงินมาเจือจุนให้ดำรงชีพอยู่ในสังคมได้ต่อไปแม้จะเป็นช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้นก็ตาม การแก้ไขปัญหาในแนวทางนี้ของรัฐบาลจะช่วยประชาชนคนที่มีความจำเป็นต้องกู้ยืมจากเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบ สามารถกลับมากู้เงินจากธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ แล้วนำไปปลดหนี้นอกระบบ  ซึ่งจะทำให้ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายลดลงอย่างมาก และเงินต้นที่ต้องคืน สามารถยืดเวลาออกไปได้ไม่น้อยกว่า 8 ปี แม้จะสามารถกู้ได้รายละ 100,000 - 200,000 บาทก็ตาม ซึ่งถือเป็นการเอาหนี้นอกระบบ          เข้าสู่ระบบ แต่ในระยะยาวนั้น การที่ประชาชนนำเงินที่ได้ไป Refinance หนี้เดิม ไม่สร้างหนี้เพิ่ม ชีวิตก็จะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ถ้า Refinance หนี้แล้ว ต่อมากลับไปกู้หนี้นอกระบบอีกเมื่อมีความจำเป็น    ก็จะเข้าสู่สภาพเดิมและอาจจะยิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำไป เพราะท้ายสุดแล้วก็จะมีหนี้นอกระบบเท่าเดิม แถมยังมีหนี้ในระบบกับรัฐบาลอีกด้วย ประชาชนก็จะไม่ได้อะไร แต่คนที่ได้กับได้ครั้งนี้ก็คือ เจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบ ด้วยเพราะในช่วงที่รัฐเข้ามาช่วยปลดหนี้ เจ้าหนี้ก็ได้เงินที่ปล่อยกู้คืนมา ซึ่งในบางกรณีอาจจะเป็นหนี้เสียไปแล้ว แต่รัฐบาลช่วยจ่ายให้ หลังจากนั้นอีกไม่นาน พอจำเป็นพวกอดีตลูกหนี้ก็จะกลับมาหาเจ้าหนี้นอกระบบอีกครั้ง เพราะได้กู้จากรัฐบาลจนเต็มวงเงินแล้ว และกู้ได้เพียงครั้งเดียว ในขณะที่เจ้าหนี้นอกระบบสามารถกู้ได้ไม่จำกัดครั้ง แต่ลูกหนี้เหล่านี้ก็ยังมีเรื่องที่จำเป็นที่ต้องใช้จ่าย ไม่รู้จะไปที่ไหน ไม่รู้จะพึ่งใคร ท้ายสุดก็ต้องหันหน้าเข้าไปหา “เจ้าหนี้นอกระบบ” อีกครั้ง และท้ายที่สุดโครงการนี้ก็จะกลายเป็นโครงการเพิ่มหนี้ให้กับประชาชนในระยะยาว  

                   หากมองย้อนกลับไปในอดีตที่ผ่านมา รัฐบาลสมัยก่อนหน้านี้ ก็เคยดำเนินการโครงการในลักษณะนี้มาแล้วเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นโครงการปลดหนี้เกษตรกร ที่ช่วยปลดหนี้เกษตรกรที่ลำบาก และ  โครงการกองทุนหมู่บ้าน ที่ได้เป็นแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยไม่แพงนัก ให้แก่คนที่ไม่มีแหล่งเงินกู้ และเป็นแหล่งกู้ไปใช้จ่ายในช่วงที่ผ่านมา จากการดำเนินงานโครงการดังกล่าวที่ผ่านมาพบว่า ท้ายที่สุด พอช่วยปลดหนี้ให้กับประชาชนไปแล้ว ประชาชนก็ไปสร้างหนี้ขึ้นใหม่ แล้วก็เป็นหนี้ใหม่ หรือช่วยให้เงินกู้ผ่านกองทุนหมู่บ้าน ก็กลับเป็นหนี้มากขึ้น และนอกจากนี้ ในส่วนของธุรกิจสินเชื่อภาคเอกชน ถ้าจะว่าไป โครงการนี้ก็มีส่วนคล้ายๆ กับการที่สถาบันการเงินในระบบ (เช่น AEON, Easy Buy, First Choice) ได้ปล่อยสินเชื่อให้กับคนกลุ่มนี้ในช่วงที่ผ่านมา แข่งกับเจ้าหนี้นอกระบบ ผ่านบัตรเครดิต บัตรเงินผ่อน หรือผ่านสินเชื่อส่วนบุคคล เพียงช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่นานนัก ไม่ว่าจะเป็นโครงการของรัฐ หรือโครงการของเอกชน ต่างก็ทำให้หนี้สินของประชาชนเพิ่มขึ้น โดยคนไทยเป็นหนี้มากขึ้น จากเดิมมีหนี้กันครัวเรือนละ 68,400 บาทในปี พ.ศ.2543 แต่ว่าในปัจจุบันเป็นหนี้กันเพิ่มขึ้นถึงครัวเรือนละ 133,000 บาท ทำให้สถาบันการเงินในระบบที่เคยปล่อยหนี้ให้ประชาชนคนเหล่านี้ เริ่มกังวลใจไม่กล้าปล่อยหนี้ให้เพิ่มอีก เพราะรู้ว่าเต็มที่ เต็มวงเงิน เต็มความสามารถจ่ายคืนแล้ว เงินที่ปล่อยออกไป อาจไม่ได้คืน เสี่ยงต่อการเป็นหนี้สูญมาก

                   อย่างไรก็ตามแต่ โครงการแก้ปัญหาหนี้สินนอกระบบของรัฐบาลได้เริ่มดำเนินการแล้ว     ก็คงจะต้องดำเนินการต่อไป ซึ่งหากรัฐบาลต้องการให้โครงการนี้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างแท้จริง ไม่ให้โครงการนี้กลายเป็นโครงการเพิ่มหนี้สินให้กับประชาชน ก็จำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญและเอาจริงและเข้มงวดกับเจ้าหนี้นอกระบบ และบังคับใช้กฎหมายไม่ให้เอาเปรียบคนกู้ได้ รวมทั้งสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนเข้าใจในตัวโครงการ รู้จักอดออม ก่อนที่จะไปกู้เงินมาใช้ แก้พฤติกรรมในการใช้จ่าย ให้ความรู้ในเรื่องการเงินของครัวเรือน ที่จะช่วยให้สามารถที่จะดูแลให้แต่ละเดือนมีรายได้เพียงพอกับรายจ่าย เพื่อให้ไม่กลับเป็นหนี้อีกครั้งหนึ่ง และที่สำคัญที่สุด รัฐบาลจะต้องส่งเสริมให้ประชาชนในประเทศ น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตอย่างจริงจัง ปลูกฝังให้คนในชาติมีความพอเพียง ไม่ฟุ้งเฟ้อ รู้จักประมาณตน ตามรอยพระยุคลบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ อย่างจริงจัง

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ จาก เอก  ขวัญใจน้องนัทสปาย่า





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
chailasalle วันที่ : 18/12/2009 เวลา : 00.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

คิดว่าอย่างน้อยก็มีผลบ้างไม่มากก็น้อยครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
potipiroon วันที่ : 17/12/2009 เวลา : 21.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/xcornellian


เรื่องนี้เป็นปัญหาทั้งระบบ ตั้งแต่รัฐบาล ตัวชาวบ้านเอง รวมไปถึงผู้เอารัดเอาเปรียบ

ขอบคุณที่มาเยี่ยมครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ซำมะแจะ วันที่ : 17/12/2009 เวลา : 12.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keepitup

สะบายดีค่ะ

มาเรียนเชิญไปฟังเพลงใหม่ค่ะ
http://www.oknation.net/blog/keepitup/2009/12/16/entry-1

ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
su วันที่ : 17/12/2009 เวลา : 12.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suwest

ความไม่เป็นหนี้ คือลาภอันประเสริฐ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 17/12/2009 เวลา : 11.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

ตราบใดที่
การกู้เงิน จากแบงค์ ยุ่งยาก
คน
ก็ ต้องไปแบบนี้ ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2009 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]