• potipiroon
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : potipiroon@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-03-26
  • จำนวนเรื่อง : 84
  • จำนวนผู้ชม : 1439722
  • ส่ง msg :
  • โหวต 101 คน
xcornellian
บทความเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ การบริหารจัดการ การบริหารงานบุคคล การบริหารงานภาครัฐ รวมทั้งข่าวสารบ้านเมืองทั่วไป potipiroon@gmail.com Twitter: @xcornellian
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/xcornellian
วันพุธ ที่ 10 มีนาคม 2553
Posted by potipiroon , ผู้อ่าน : 9138 , 22:24:28 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

มากันต่อนะครับเกี่ยวกับปัญหาของนักเรียนไทยในการเรียนภาษาอังกฤษ
 
 
ปัญหาที่เกิดจาการแปลประโยคไทยไปเป็นประโยคภาษาอังกฤษแบบ word by word ยังมีให้เห็นอยู่อย่างดาษดื่นครับ
 
ลองดูอีกตัวอย่างหนึ่งครับ
 
******************************************
 
A: I don't like being the center of attention.
B: Me too!!
 
บทสนทนานี้ A กำลังบอกว่า ไม่ชอบเป็นจุดเด่น เจ้า B ก็รีบบอกเลยว่า Me too. เพราะรู้มาว่า too แปลว่า "เหมือนกัน"
 
ความตั้งใจของ B คือ จะบอกว่า ไม่ชอบเหมือนกัน แต่ฝรั่งเขาก็ไม่ใช้ too กันครับ ถ้าเป็นประโยคปฏิเสธ ฝรั่งเขาจะใช้ either หรือ neither แทนครับ เช่น
 
I don't, either.
 
Neither do I.
 
Me, either หรือ
 
Me, neither.
 
สามารถพูดได้ตั้ง 4 แบบ ขอเพียงแค่อย่าใช้ too ละกัน
 
***********************************
 
case ด้านบน ไม่ถือว่าผิดอะไรมาก ฝรั่งยังพอเข้าใจ แต่ลองดู case ต่อไปนี้ครับ ฝรั่ง งง แน่ครับ

A: You don't want to get married, do you?
B: Yeah!!
 
บทสนทนานี้ A ถาม B ว่าไม่อยากแต่งงานใช่ใหม เจ้า B ก็รีบบอกเลยว่า Yeah คือ ใช่ ผมไม่อยากแต่ง เพราะสำหรับ B คำว่า yes แปลว่า "ใช่" เท่านั้น
 
แต่ในภาษาอังกฤษ หากคุณเจอคำถาม negative แบบนี้ คุณต้องกลับสมองใหม่ครับ
 
ถ้าคุณอยากแต่ง ต้องตอบว่า Yes, I do.
 
ถ้าไม่อยากแต่ง ให้ตอบว่า No, I don't.

หลัก คือ มองตัวเองเป็นหลักครับ
 
ดังนั้น การที่ B ตอบว่า Yeah เนี่ย คนฟังจะเข้าใจผิดว่า B อยากแต่งงานนั่นเอง
 
เห็นไหมครับ ว่าเราต้องเข้าใจกฏในภาษาของเขาเสียก่อนที่เราจะสามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
***********************************
 
ที่นี่มาดูปัญหาเรื่องการเขียนประโยคที่ "ไม่มีความหลายหลาย" กันบ้างครับ
 
ลองดูตัวอย่างกลุ่มประโยคด้านล่างนะครับ เห็นเด็กเขียนมาแบบนี้เป็นประจำJohn was very sick. He went to the hospital. The hospital is close to his home. The doctors at the hospital could not identify his symptoms. He died two weeks later. This left his family very sad.


หลายท่านคงสงสัยว่า แล้วมันผิดตรงไหนวะ
 
คำตอบคือ ไม่ผิดเลยครับ ถูกต้องตามหลัก grammar ทุกประการ
 
ประโยคมีประธานและส่วนขยาย ถือเป็น complete sentence
 
แต่ปัญหามันอยู่ที่ความน่าเบื่อของประโยคครับ เป็นประโยคเดี่ยวหมดเลย ไม่มีประโยคผสม หรือประโยคซับซ้อนที่น่าดึงดูดเลยจริงๆ ถ้าเอาไปเขียนรายงานในระดับสูงๆ เช่น โทหรือเอก ผมว่า ไม่ดีแน่ครับ
 
***************************************
วิธีการในการสร้าง variety ให้กับโครงสร้างประโยค มีหลายวิธีครับ แต่หลักๆ ก็คือ การรวมประโยคครับ (Sentence Combining) นั่นเองครับ เช่น
 
1) การใช้ subordinating conjunction เช่น Although, whereas, while, because, as (อันนี้ความยากระดับมหาวิทยาลัยครับ)
 
2) การใช้ relative pronouns เช่น which, that, where, when, why, who, whom, whose (อันนี้ความยากระดับมหาวิทยาลัยครับ)
 
3) ใช้ conjunction ในการเชื่อมประโยค ได้แก่ fanboys (for and nor but or yet so) (อันนี้ระดับมัธยมครับ)
 
4) ใช้ conjunctive adverbs หรือ transition words ในการเชื่อมประโยค เช่น therefore, nevertheless, however, nonetheless, on the contrary, likewise (อันนี้ก็ระดับมัธยมครับ)
 
5) ใช้ preposition ในการเชื่อม phrase เข้ากับประโยค เช่น due to, because of, thanks to, despite, in spite of (ส่วนอันนี้ระดับมหาวิทยาลัยครับ)
     
6) การลดรูป (adjective และ adverbial reduced clause) (อันนี้ระดับ ป.โทหรือเอกครับ) เช่น
 
The dog, which was hit by a car, is dead. สามารถลดรูปเป็น The dog, hit by the car, is dead.
 
ข้อดีของการรวมประโยค คือ จะทำให้ประโยคกระชับขึ้น สั้นลง สวยงาม เกิดความหลากหลายครับ เวลาผมแก้งานเด็ก ก็ใช้หลักการแค่นี่เองนะครับ
 
เดี๋ยวเราลองเอากลุ่มประโยคข้างต้นมาปรับปรุงให้ดีขึ้นกันดีกว่านะครับ........
 
*************************************
 
John was very sick. He went to the hospital. The hospital is close to his home. The doctors at the hospital could not identify his symptoms. He died two weeks later. This left his family very sad.
 
แบบที่ 1
 
As he was very sick, John went to the hospital, which is close to his home. However, the doctors could not identify his symptoms. After two weeks, he died, which left his family very sad.
 
As คือ subordinating conjunction แปลว่า เนื่องจาก
 
which is คือ relative pronoun เชื่อมคำซ้ำกัน
 
However คือ transition word แปลว่า "อย่างไรก็ดี" ทำให้ประโยคไหลลื่น
 
After คือ preposition แปลว่า หลังจาก
 
which left คือ relative pronoun เชื่อมคำซ้ำกัน
 
***********************************************
 
แต่ผมว่าเรายังทำให้ประโยคกระชับได้อีกครับ ลองดูครับ
 
Due to his illness, John went to the hospital, close to his home. Since the doctors could not identify his symptoms, he died after two weeks, leaving his family very sad.
 
Due to คือ preposition แปลว่า เนื่องจาก
 
close to his home ลดรูปมาจาก which is close to his home 
 
Since คือ subordinating conjunction แปลว่า เนื่องจาก
 
After คือ preposition แปลว่า หลังจาก
 
leaving ลดรูปมาจาก which left
 
เป็นไงครับ ประโยคดูมีเหตุมีผลมากขึ้นและเกิดความสัมพันธ์กันระหว่างประโยค ประโยคสั้นลงและกระชับ แต่ใจความสำคัญยังเหมือนเดิมทุกประการ
 
นี่หละครับ คือ หลักในการเขียนที่ดีครับ ลองนำเทคนิคไปใช้กันดูนะครับ
 
แล้วโอกาสหน้าจะนำเรื่อง grammar มาพูดคุยโดยละเอียดครับ
 
ขอบคุณครับ :):):)




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Magwen วันที่ : 15/03/2010 เวลา : 23.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/magwen

โห...ขอบคุณมากๆเลยค่ะที่กรุณา...Delivery

แอบเอาไปแปะไว้ในFaceBook ด้วยนะคะ

ไม่ว่ากันใช่ไหมคะ ...ของดีๆมีไว้แบ่งปันค่ะ

การให้ทานความรู้กุศลแรงนักแล....

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ฟ้าบ่กั้น วันที่ : 13/03/2010 เวลา : 22.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/underthesamesun

ฟื้นความรู้ ม 6
มาเลยครับครู ขอบคุณครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2010 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]