• loongmoo
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yamaracho@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-07-11
  • จำนวนเรื่อง : 164
  • จำนวนผู้ชม : 261435
  • ส่ง msg :
  • โหวต 76 คน
ภาคีคนรักษ์บ้านยะมะรัชโช
จนกว่าเรือน ที่โรยร้าง..จะรังรอง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/ya-ma-rach-cho
วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม 2552
Posted by loongmoo , ผู้อ่าน : 4023 , 09:49:13 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน



 

 เกียรติประวัติ และคุณูปการของท่านเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม)

 

“เจ้าพระยายมราช พรุ่งนี้จะเป็นวันทำบุญอายุครบ ๔ รอบ

อันเป็นที่ผูกใจจำมั่นอยู่นั้น จึงขอจดหมายฉบับนี้ให้พร

ขอให้มีอายุยืนนานปราศจากโรคภัยอันเป็นที่ตั้งแห่ง

กำลังกายแลกำลังปัญญา ที่จะได้ทำการอันหนัก

สำหรับน่าที่ ให้สำเร็จตลอดได้แท้จริงราชการที่เรา

ทำอยู่ด้วยกันบัดนี้ เป็นการที่คนเกิดมาคู่บารมีกัน

จึ่งจะทำได้ เพราะเป็นการยากการหนัก ซึ่งคนสามัญ

จะเห็นตามให้ตลอดได้ยาก ขอเสี่ยงบารมีของตัวเอง

ให้พร เจ้าพระยายมราช ด้วยเดชความสัตย์สุจริต

ปรารถนาดีต่อประชาชนแลชาติภูมิ ขอให้พรทั้งปวง

ประสิทธิ์แก่เจ้าพระยายมราชด้วยความสัจอันกล่าวอ้างนี้

ได้ส่งซองบุหรี่มาเป็นของขวัญ ขอให้ไว้เป็นที่หมายน้ำใจ

แลเป็นสวัสดิมงคลด้วย เทอญ”



  จุฬาลงกรณ์ ปร.

  (พระราชหัตถ์เลขา)

 



บ้านปืน เพ็ชรบุรี

วันที่ ๑๐ กรกฎาคม รศ. ๑๒๙

 

“พระมหามงกุฎเป็นเครื่องหมายของราชาธิปไตย

พระมหามงกุฎสง่างามด้วยประดับเพชรนิลจินดา

อันมีค่าฉันใด ข้าราชการที่อุตส่าห์ช่วยกันทะนุบำรุง

บ้านเมืองให้มีความเจริญสุข ก็เปรียบเหมือนเพชรนิล

เครื่องประดับพระมหามงกุฎฉันนั้น”



พระราชดำรัส

ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

 

 



เจ้าพระยายมราช(ปั้น สุขุม) เป็นชาวเมืองสุพรรณบุรี เกิดเมื่อวันอังคารที่

 ริมแม่น้ำฟากตะวันออกข้างใต้ตัวเมืองสุพรรณบุรี

 บิดาชื่อกลั่น มารดาชื่อผึ้ง มีพี่น้องร่วมมารดาอีก ๕ คน ตามลำดับดังนี้

๑.ฉาย (ชาย)ได้เป็นที่หลวงเทพสุภา กรมการเมืองสุพรรณบุรี

๒. นิล (หญิง) เป็นภรรยาหลวงแก้วสัสดี (ดี สุวรรณศร) กรมการเมืองสุพรรณบุรี

๓. หมี (ชาย) ได้เป็นที่พระยาสมบัติภิรมย์ กรมการเมืองสงขลา

๔. คล้ำ (ชาย) ได้รับเลือกให้เป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่หนึ่งในตำบลน้ำตก

๕. หยา (หญิง) เป็นภรรยาหลวงจ่าเมือง (สังข์ พิชัย) กรมการเมืองสุพรรณบุรี

๖. ปั้น – เจ้าพระยายมราช


 

  

  

เมื่อเป็นเด็กอายุได้ ๕ ขวบ บิดามารดาพาเจ้าพระยายมราชไปเรียนหนังสือ

ที่วัดประตูสาร ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอท่าพี่เลี้ยง (อำเภอเมืองสุพรรณบุรี) จังหวัดสุพรรณบุรี

เรียนอยู่ได้ไม่ถึงปี มีงานทำบุญในสกุล ได้นิมนต์พระใบฎีกาอ่วม วัดหงส์รัตนาราม จังหวัดธนบุรี ไปเทศน์ที่วัดประตูสาร บิดามารดาจึงถวายเด็กชายปั้นให้เป็นศิษย์

เป็นเสมือนใส่กัณฑ์เทศน์ พระใบฎีกาอ่วมจึงพาเด็กชายปั้นไปจากเมืองสุพรรณฯ

เมื่อ พ.ศ.๒๔๑๑ ขณะนั้นเด็กชายปั้นอายุได้ ๖ ขวบ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ

กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ยินได้ฟังจากเครือญาติของเจ้าพระยายมราช

ซึ่งเป็นหลวงยกกระบัตรกรมการเมืองสุพรรณบุรีว่า เจ้าพระยายมราช เป็นบุตร

คนสุดท้องมิใคร่มีใครเอาใจใส่นำพานัก บิดามารดาจึงใส่กัณฑ์เทศน์ถวายพระ

เข้ากรุงเทพฯ ก็มิได้คิดว่าเป็นเด็กชายปั้นจะมาเป็นคนดีมีบุญล้ำของเหล่ากอ

ถึงเพียงนี้ ถ้าหากเจ้าพระยายมราช เกิดเป็นลูกหัวปีจะเป็นทายาทของสกุล

บิดามารดาจะถนอมเลี้ยงไว้ที่เมืองสุพรรณจนเติบใหญ่ อย่างมากเจ้าพระยายมราช

จะได้เป็นผู้ใหญ่บ้าน สูงกว่านั้นก็ได้เป็นกรมการ เช่นหลวงเทพสุภาพี่ชาย

หรืออย่างดีที่สุดเป็นพระสุนทรสงคราม ผู้ว่าราชการเมืองสุพรรณเท่านั้น

จะไม่ได้เป็นเจ้าพระยายมราช ตลอดชีวิต 

 “ข้อที่ท่านเกิดเป็นลูกคนสุดท้องไม่มีใครหวงแหน ใส่กัณฑ์เทศน์ถวายพระ

พาเข้ากรุงเทพฯนั้น ควรนับว่าบุญบันดาลให้ท่านเข้าสู่ต้นทางที่จะดำเนินไป

จนถึงได้เป็นรัฐบุรุษวิเศษคนหนึ่งในสมัยของท่าน”

 เจ้าพระยายมราชเป็นลูกศิษย์พระใบฎีกาอ่วมอยู่ ๖ ปี พระใบฎีกาอ่วม

เอาใจใส่ธุระระวังสั่งสอนผิดกับลูกศิษย์วัดคนอื่นๆ เด็กชายปั้นมีกิริยามารยาท

เรียบร้อยผิดกว่าชาวบ้านนอก ส่อให้เห็นว่าท่านได้รับการอบรมมาจากครูบาอาจารย์

ที่ดีเรียนเพียง ก.ข. และนะโมที่วัดประตูสาร จังหวัดสุพรรณบุรีเท่านั้น 

ความรู้ทั้งหมดได้จากวัดหงส์รัตนารามทั้งสิ้น เพียงอายุได้ ๑๓ ขวบ ก็สามารถ

เป็นครูสอนคนอื่นได้ นับว่าเป็นอัจฉริยะคนหนึ่ง ครั้นถึง พ.ศ.๒๔๑๗ อายุได้ ๑๓ ปี

ญาติรับกลับไปโกนจุกที่เมืองสุพรรณ แล้วส่งกลับไปอยู่ที่วัดหงส์รัตนาราม

กับพระใบฎีกาอ่วมตามเดิม


 

  

พ.ศ.๒๔๑๘ จึงบรรพชาเด็กชายปั้นเป็นสามเณรเล่าเรียนวิชาต่อไปอีก

 พรรษา คือเรียนเสขิยวัตรกับท่องจำคำไหว้พระสวดมนต์ เรียนหนังสือขอม

และหัดเทศน์มหาชาติ สำหรับไปเทศน์โปรดญาติโยม เจ้าพระยายมราชเสียงดี

อาจารย์ให้เทศน์กัณฑ์มัทรี และให้เรียนภาษามคธ เริ่มด้วยคัมภีร์ "มูล"

คือไวยากรณ์ภาษามคธ แล้วเรียนคัมภีร์พระธรรมบท เรียกว่า "ขึ้นคัมภีร์" เพื่อเข้า

สอบเปรียญสนามหลวง โดยไปเรียนกับสำนักอาจารย์เพ็ญกับพระยาธรรมปรีชา

(บุญ) และสมเด็จพระวันรัต(แดง) วัดสุทัศน์เทพวนาราม ซึ่งมีชื่อเสียงในฐานะ

อาจารย์สอนในขณะนั้น

 พ.ศ.๒๔๒๕ เจ้าพระยายมราชอายุได้ ๒๑ ปี จึงอุปสมบทเป็นพระภิกษุ

ที่วัดหงส์รัตนาราม สมเด็จพระวันรัต(แดง) เป็นพระอุปัชฌาย์ ในปี พ.ศ.๒๔๒๖ 

เข้าสอบปริยัติธรรม ณ สนามพระที่นั่งพุทไธสวรรค์ ทางคณะมหาเถระวิตกกันว่า

จะไม่มีใครสามารถสอบได้ วันแรกภิกษุสามเณรเข้าแปล  องค์ตกหมด เป็นเช่นนั้น

มาหลายวัน จนถึงกำหนดพระปั้นวัดหงส์เข้าแปล วันแรกได้ประโยค ๑ ก็ไม่มีใคร

เห็นว่าแปลกประหลาด เพราะผู้ที่สอบตกมาก่อนก็สอบได้ พอแปลประโยคที่ ๒ 

ก็มีคนเริ่มกล่าวขวัญกันบ้าง ถึงวันแปลประโยคที่ ๓ เป็นวันตัดสินว่าจะได้หรือไม่

จึงมีคนไปฟังกันมาก ทั้งภิกษุสามเณรและคฤหัสถ์ พอแปลได้ประโยคที่ ๓ 

พระมหาเถระพากันยิ้มแย้มยินดี เพราะเพิ่งได้เปรียญองค์แรก จึงเรียก “มหาปั้น” 

ตั้งแต่วันนั้นเป็นมา
 ตอนที่เจ้าพระยายมราชเป็นพระภิกษุ เรียนปริยัติธรรมกับมหาธรรมปรีชา(บุญ)

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพเป็นธุระจัดภัตตาหารมาถวายพระเณรที่มาเรียน

กับพระยาธรรมปรีชา(บุญ) ทุกวันจนเป็นที่คุ้นเคยกับพระภิกษุปั้น เวลาพระภิกษุปั้น

เข้าสอบปริยัติธรรมสนามหลวง สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ยังได้

ปลอบใจพระภิกษุปั้นว่า อย่าได้หวาดหวั่นและทรงแสดงความยินดีเมื่อสอบได้

เปรียญธรรมประโยค จากนั้นพระองค์ก็ไม่ได้พบกับมหาปั้นอีกเลยเป็นเวลาเดือนกว่า

 ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๐๕ (ปีจอ สกุลเป็นคหบดี ตั้งบ้านเรือนอยู่ ณ บ้านน้ำตก

 

 


 

ต่อมาคืนหนึ่งเวลา ๒๐ นาฬิกา พระมหาปั้นไปหาสมเด็จฯ กรมพระยาดำรง

ราชานุภาพ ที่โรงทหารมหาดเล็ก นำต้นไม้ดัดปลูก ในกระถางไปด้วย ๑ ต้น บอกว่า

จะมาลาสึก และเมื่อสึกแล้วจะขอถวายตัวอยู่กับสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ

กรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระองค์ทรงตรัสว่า 

"เมื่อได้อุตส่าห์พากเพียรเรียนพระไตรปิฎก มาจนได้เป็นเปรียญมีชื่อเสียงแล้ว 

ไฉนจะสึกตั้งแต่ยังไม่ได้รับพระราชทานพัดยศ" พระมหาปั้นตอบว่า

"ท่านสิ้นอาลัยในการเป็นสมณะ ได้ปลงใจตั้งแต่ก่อนเข้าแปลปริยัติธรรม

ว่าจะสึก ที่เข้าแปลด้วยประสงค์จะบำเพ็ญกุศล อุทิศสนองบุญท่าน 

ผู้เป็นครูอาจารย์ มาแต่หนหลัง นึกว่าพอแปลแล้วจะตกหรือได้ก็จะสึกอยู่นั้นเอง"



 

 วิถีชีวิตของเจ้าพระยายมราชเริ่มเปลี่ยนไปในทางใหม่อีก หาก

เจ้าพระยายมราช ยังคงอุปสมบทอยู่บวรพระพุทธศาสนา อย่างมากก็คงเป็น

พระราชาคณะ เท่านั้น นับเป็นก้าวที่สองที่จังหวะชีวิตของเจ้าพระยายมราช

ก้าวเข้าสู่หนทางแห่งความเจริญของชีวิต ทั้งนี้จักต้องมีคู่สร้างคู่สมให้การอุปถัมภ์

ค้ำจุนกันมาแต่ชาติปางก่อน โดยเฉพาะสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ

กรมพระยาดำรงราชานุภาพนั้น ดูจะเป็นสำคัญ

 เมื่อลาสิกขาบทแล้ว สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระยาดำรง

ราชานุภาพ อุปสมบทไปจำวัสสาที่วัดนิเวศธรรมประวัติ ซึ่งเป็นวัดสร้างใหม่

ใกล้กับพระราชวังบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายปั้นได้ตามไปอยู่

กับสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพด้วยตลอดพรรษา จึงใกล้ชิดสนิทสนม

กันมาก สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพเริ่มเรียนรู้นิสัย

ของเจ้าพระยายมราชจนเป็นที่รักใคร่กัน



 

  

เมื่อสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพลาสิกขาบทแล้ว

จึงให้ นายปั้นถวายตัวเป็นมหาดเล็ก เมื่อ พ.ศ.๒๔๒๖ อายุ ๒๒ ปี เป็นครู

ในโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบได้เงินเดือน ๑๖ บาท ต่อมาเลื่อนเป็นครูผู้ช่วย

พำนักอยู่กับหม่อมเจ้าหญิงเปลี่ยน และหม่อมราชวงศ์หญิงเขียนที่บ้าน

ซึ่งทั้งสองท่านเป็นโยมอุปถากมาตั้งแต่เป็นสามเณร


 ต่อมา นายปั้นได้ถวายการสอนหนังสือแด่พระเจ้าลูกยาเธอในพระบาทสมเด็จ

พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  พระองค์ ด้วยการชักจูงของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ 

กรมพระยาดำรงราชานุภาพ มีพระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์

พระองค์เจ้าประวิตรวัฒโนดม และพระองค์เจ้าจิรประวัติวรเดช โดยจัดห้องเรียน

ขึ้นต่างหากที่ท้องพระโรงของสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ได้เลื่อนขั้นเงินเดือนเป็น

๔๘ บาท นายปั้นฉลาดในการสอนไม่เหลาะแหละ ประจบลูกศิษย์ แต่ก็ไม่วางตัว

จนเกินไป พระเจ้าลูกยาเธอทุกพระองค์ทรงยำเกรง โปรดมหาปั้นสนิทสนม

ทุกพระองค์ ต่อมาพระพุทธเจ้าหลวงทรงโปรดฯให้พระเจ้าลูกยาเธอ

พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ เข้าเป็นลูกศิษย์ด้วยอีกพระองค์หนึ่ง

        พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว ทรงส่งพระเจ้าลูกยาเธอ

ไปศึกษาในประเทศยุโรป พระพระราชวินิจฉัยเห็นว่าพระเจ้าลูกยาเธอทั้ง

 พระองค์ เพิ่งเรียนหนังสือไทยได้เพียงปีเดียวเกรงว่าจะลืมเสียหมด

จึงโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ

เลือกครูไปยุโรปกับพระเจ้าลูกยาเธอหนึ่งคน ใน พ.ศ. ๒๔๒๙ ซึ่งก็ไม่เป็นปัญหา

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงเลือก "นายปั้น เปรียญ"

ไปสอน โดยพระราชทานสัญญาบัตรบรรดาศักดิ์ให้เป็น ขุนวิจิตรวรสาส์น

มีตำแหน่งในกรมอาลักษณ์(แผนกครู)



  

 

 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงพระราชนิพนธ์

ไว้ว่า...คิดดูก็ชอบกลอีก ถ้าหากท่านสมัครเข้ารับราชการในกรม มหาดเล็กก็ดี

หรือเมื่อสมัครเป็นครูแล้ว แต่สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงมิได้ทรงโปรดส่ง

พระเจ้าลูกยาเธอ เข้าโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ เหมือนอย่างที่เคย

ส่งท่านเข้ามาจากเมืองสุพรรณอีกครั้งหนึ่ง น่าพิศวงอยู่...

 เล่ากันว่า เจ้าพระยายมราชชักเงินเดือนของตนเองไปจ้างครูสอนภาษาอังกฤษ

แก่ตัวเองด้วย เมื่อพระเจ้าลูกยาเธอเสด็จกลับมากรุงเทพฯชั่วคราว

เจ้าพระยายมราชตามเสด็จกลับมาด้วย ถึงกรุงเทพฯต้นปี พ.ศ.๒๔๓๑

ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ช้างเผือกชั้นที่ ๕ เป็นบำเหน็จครั้งแรก

ขณะที่กลับมานั้น หม่อมเจ้าหญิงเปลี่ยนโยมอุปถากสิ้นชีพตักษัย

ไปแล้ว ยังคงเหลือหม่อมราชวงศ์หญิงเขียน จึงรับไปอยู่ด้วย รับเลี้ยง

เป็นอุปถากสนองคุณให้มีความสุขสบาย เมื่อถึงแก่กรรมก็จัดปลงศพให้ด้วย

นับเป็นการแสดงกตเวทิตาคุณแก่ผู้มีพระคุณอันเป็นสิ่งที่ควรสรรเสริญ

 ในขณะที่เจ้าพระยายมราชกลับมาเมืองไทย ได้กราบทูลสมเด็จ

พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ขอให้เป็นแม่สื่อไปสู่ขอ

ลูกสาว พระยาชัยวิชิต ซึ่งขณะนั้นเป็นหลวงวิเศษสาลี สมเด็จ

พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ กระดากใจเพราะอายุ

เท่ากันจึงไปวานให้พระมารดาของท่านไปเป็นเถ้าแก่สู่ขอนางสาวตลับ

ธิดาคนโตของหลวงวิเศษสาลี ก็ไม่เป็นการขัดข้อง เมื่อแต่งงานแล้ว

ไปอยู่ยุโรปด้วยกัน เพราะพระเจ้าลูกยาเธอทั้ง ๔ พระองค์ เสด็จกลับไปศึกษาต่อ



 

ต่อมาเจ้าพระยายมราช ได้เป็นผู้ช่วยเลขานุการในสถานทูตลอนดอน

และต่อมาได้เป็นอุปทูตสยาม ณ กรุงลอนดอน เมื่อ พ.ศ.๒๔๓๖ กลับมา

เมืองไทย เป็นข้าหลวงพิเศษจัดการปกครองจังหวัดสงขลาและพัทลุง

เมื่อ พ.ศ.๒๔๓๙ และในปีนั้นเองได้เป็นสมุหเทศาภิบาลผู้สำเร็จราชการ

มณฑลนครศรีธรรมราช เมื่อครั้งเป็นพระยาสุขุมนัยวินิต อันสืบเนื่องมาจากชื่อ

พระยาสุขุมนัยวินิตนั้น เนื่องมาด้วยพระพุทธเจ้าหลวงทรงพระราชวินิจฉัยว่า

ท่านเป็นคนที่มีสติปัญญาอย่างสุขุม สามารถทำการได้ด้วยการผูกน้ำใจคน

ไม่ชอบใช้อำนาจด้วยอาญา ต่อมาในรัชกาลที่ ๖ ทรงตั้งพระราชบัญญัติ

นามสกุลขึ้น เวลานั้นท่านเป็นเจ้าพระยายมราชแล้ว กราบบังคมทูล

ขอพระราชทานคำ "สุขุม" เป็นนามสกุล

 พ.ศ.๒๔๔๙ พระยาสุขุมนัยวินิต ย้ายเข้ามาเป็นเสนาบดีกระทรวงโยธาธิการ 

ในชั้นแรกให้รั้งตำแหน่งเสนาบดีอยู่สองสามเดือนก่อน ว่าจะสามารถเป็นเสนาบดี

ได้หรือไม่ แล้วจึงทรงแต่งตั้งเป็นเสนาบดีเต็มตามตำแหน่ง กระทรวงโยธาธิการ

ในสมัยนั้นมี ๓ กรม คือกรมรถไฟ กรมไปรษณีย์-โทรเลข กรมโยธา

เฉพาะกรมรถไฟมีฝรั่งเป็นส่วนมาก และกรมไปรษณีย์ไม่เป็นปัญหาที่จะแก้ไข

ปรับปรุง แต่กรมโยธากำลังยุ่ง ถึงกับต้องเอาเจ้ากรมออกจากตำแหน่ง 

เมื่อพระยาสุขุมนัยวินิตเข้าไปเป็นเสนาบดี ต้องแก้ไขเรื่องยุ่งๆของกรมโยธา 

ขณะนั้นกรมโยธากำลังก่อสร้างพระราชมณเฑียร ในหมู่พระที่นั่งอัมพรสถาน

มีโอกาสเข้าเผ้าพระพุทธเจ้าหลวงอยู่เสมอ และรับสั่งมาทำตามพระราชประสงค์

อยู่เนืองๆ พระพุทธเจ้าหลวงทรงหยั่งเห็นคุณอันวิเศษของพระยาสุขุมนัยวินิตยิ่งขึ้น

งานใดที่รับสั่ง พระยาสุขุมนัยวินิตพยายามทำการนั้นให้สำเร็จดัง พระราชประสงค์

จึงเป็นเหตุให้ทรงพอพระทัย ใช้สอยเจ้าพระยายมราชตั้งแต่นั้นมา เมื่อครั้ง

เสด็จประพาสยุโรป ทรงมีพระราชหัตถเลขาส่วนพระองค์ ฝากฝังให้

เจ้าพระยายมราช เป็นธุระช่วยดูแลพระราชฐานด้วย
 ต่อมาอีก ๒ ปี พ.ศ.๒๔๕๐ ย้ายจากกระทรวงโยธาธิการมาเป็นเสนาบดี

กระทรวงนครบาล แต่พระพุทธเจ้าหลวงยังคงให้อำนวยการสร้างพระราชวังดุสิต

ต่อไปตามเดิม ทั้งโปรดให้โอนกรมสุขาภิบาลซึ่งอยู่ในกระทรวงเกษตราธิการ

มาขึ้นกับกระทรวงนครบาลด้วย พระยาสุขุมนัยวินิต พยายามศึกษาหน้าที่ราชการ

ต่างๆ และได้สมาคมคุ้นเคยกับข้าราชการในกระทรวงนครบาล แล้วเริ่มดำเนินงาน

จัดการปกครองท้องที่ โดยใช้วิธีปกครองเมืองต่างๆในมณฑลกรุงเทพฯ

อย่างเดียวกับหัวเมือง ขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย พอดีเกิดเรื่องชาวจีนในกรุงเทพฯ

ปิดร้านค้าขาย สอบถามได้ความว่า ไม่มีความเดือดร้อนอันใด เป็นเพียงแต่

จีนคนหนึ่งทิ้งใบปลิวให้ปิดร้าน จึงจำต้องปิด หมายความถึงถูกบีบคั้น

จะไปร้องเรียนก็ไม่ถึง จึงปิดร้าน เพื่อให้ทางราชการมาระงับทุกข์

พระยาสุขุมนัยวินิต จึงปรึกษากับกรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช ซึ่งดำรงตำแหน่ง

เสนาธิการทหารบก ตกลงใช้อุบายให้ทหารม้า ๒ กองร้อย แยกเป็นหลายแถว

เดินแถวผ่านไปตามถนนเจริญกรุงถึงบางรัก ซึ่งมีคนจีนอยู่มากคล้ายกับตรวจตรา

ไม่มีใครรู้ว่าทหารม้าจะมาทำอะไร พอรุ่งขึ้นพระยาสุขุมนัยวินิตให้นายพลตระเวน

สั่งให้จีนเปิดร้านเหมือนอย่างเดิม ทุกร้านยอมเปิดร้านกันจนหมด

 ในปีพ.ศ.๒๔๕๑ นี้เอง ทรงพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้พระยาสุขุมนัยวินิต 

เป็นที่เจ้าพระยามีสมญาจารึกในหิรัญบัตรว่า เจ้าพระยายมราชชาติเสนางคนรินทร

มหินทราธิบดี ศรีวิชัย ราชมไหสวรรยบริรักษ์ ภูมิพิทักษ์โลกาธิกรณ์ สิงหพาห

เทพยมุรธาธร ราชธานีมหาสมุหประธาน สุขุมนัยบริหารเอนกยรวมาคม

สรรโพดมสุทธิศุขวัฒนาการ มหานคราภิบาลอรรคมาตยาธิบดี อภันพิริยปรากร

มพาหุคชนาม ถือศักดินา ๑๐,๐๐๐



 

 

เจ้าพระยายมราชรับราชการสนองพระเดชพระคุณตั้งแต่รัชกาลที่ ๕ เรื่อยมา

ถึงรัชการที่ ๖-๗ จนกระทั่งรัชกาลที่ ๘ ได้ดำรงตำแหน่ง ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๗ ร่วมกับพระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพยอาภากับกรมหมื่นอนุวัติจาตุรนต์

พ.ศ.๒๔๗๘ ดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ร่วมกับพระองค์เจ้าอาทิตย์

ทิพยอาภา และเจ้าพระยาพิชเยนทร์โยธิน เจ้าพระยายมราช รับราชการ

สนองพระเดชพระคุณด้วยความวิริยะอุตสาหะอันแรงกล้า แม้จะป่วยไข้แต่

พอทำงานได้ ก็จะทำด้วยความมานะอดทน จนกระทั่งล้มเจ็บอย่างหนักครั้งใหญ่ 

อันเป็นครั้งสุดท้าย ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล

ยังประทับอยู่ในพระนคร และเมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๘๑

เวลา ๑๕.๐๐ น. เจ้าพระยายมราช ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ได้ถึงแก่อสัญกรรม

 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทราบด้วยความเศร้าสลดพระทัย

เป็นอย่างยิ่ง โปรดเกล้าฯให้คณะผู้สำเร็จราชการ เสด็จไปแทนพระองค์

ในการพระราชทานน้ำอาบศพ ณ บ้านศาลาแดง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

พระราชทานลองกุดั่นน้อย ประกอบพร้อมทั้งเครื่องเกียรติยศศพ ให้ทางราชการ

ประกาศให้ข้าราชการ ไว้ทุกข์ทั่วราชอาณาจักร มีกำหนด ๑๕ วัน ให้สถานที่ราชการ

ลดธงกึ่งเสา ๓ วัน บรรดาสถานทูตและกงศุลต่างๆ ได้ให้เกียรติลดธงกึ่งเสา

 วันเช่นกัน  และพระราชทานเพลิงศพเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๒ 

ณ เมรุวัดเทพศิรินทราวาส

                                     






อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ni_gul วันที่ : 29/08/2009 เวลา : 16.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

เมื่อเจ้าพระยายมราช การจัดการพิธีศพของท่าน การให้เกียรติจากทางราชการและจากทูตานุทูตต่างประเทศ ดูยิ่งใหญ่มากนะคะ เป็นเสนาบดีรับราชการมาถึง 4 แผ่นดิน...คุณูปการของท่านน่าจะยังมีอีกมากมาย...
ขอบคุณเรื่องเล่าดีๆ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
kissme_ifyoucan วันที่ : 26/08/2009 เวลา : 00.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/comewithme
http://www.oknation.net/blog/i-am-pantamit  คนหลายบ้าน มีหลายบล็อก...ต้องมีอัพเดทสักบล็อกหละน่า.....!!!!

ขอบคุณสำหรับ เรื่องราวดีๆครับ
ผมเกิดและโตที่สุพรรณ
สัมผัสใกล้ชิดกับ
โรงพยาบาล..เจ้าพระยายมราช
มาก็บ่อยครัง..
แต่..
ไม่เคยเลยสักครั้ง..
ที่จะรู้ประวัติท่านขนาดนี้

ชนิดที่ว่า เรียนประถมที่สุพรรณภูมิ
บ้านอยู่บางปลาม้า
ไม่ต้องนั่งรถกลับบ้าน
เพราะพักอาศัยอยู่ที่ รพ.
ห้องที่ ตาหรือยาย พักรักษาตัว
เป็นเดือนๆ หลายๆครั้ง

เพิ่งมีโอกาสได้รับรู้..ประวัติ
และความยิ่งใหญ่ของท่าน
ก็ครั้งนี้........................

ไม่แปลกใจหรอกครับ
ว่าทำไม? คนสุพรรณ..
ไม่ค่อยเห็นค่าและความ
สำคัญของ ปูชนียบุคคล
แบบท่านเจ้าพระยายมราช

เพราะความสำคัญของเมือง
สุพรรณ..
มันต้องเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่
ยักษ์ อลังการงานสร้าง

ความดีงาม อันมีค่า
เกียรติยศ อันสูงส่ง
ที่ได้รับใช้พระมหากษัตริย์
หลายพระองค์ ต่อเนื่องมา

ไม่มีค่ามากมายไปกว่า
มังกรสวรรค์ หรอกครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
driftworm วันที่ : 08/08/2009 เวลา : 17.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ตอนนี้ ละเอียด อิ่มเลย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
loongmoo วันที่ : 07/08/2009 เวลา : 10.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ya-ma-rach-cho
เชิดชูคุณูปการ ท่านเจ้าพระยายมราช และ บ้านยะมะรัชโช  www.oknation.net/blog/chao-pra-ya

คห.๑ : สงสัย เมื่อคืน..เฝ้า blog จนดึกดื่น.แน่เลยยยยย......(ขอบคุณที่แวะมาบ่อยๆครับ)

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เคียงดิน วันที่ : 07/08/2009 เวลา : 10.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง

สวัสดียามเช้าค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

VDO อร่อยอิ่มริมน้ำ...ร่ำบทกวี ตอน 2

VDO งาน อร่อยอิ่มริมน้ำ...ร่ำบทกวี ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 20 พ.ย.

View All
<< สิงหาคม 2009 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]