*/
  • เจ้าหมีน้อย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : dr.yakogoro@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-17
  • จำนวนเรื่อง : 49
  • จำนวนผู้ชม : 112019
  • จำนวนผู้โหวต : 150
  • ส่ง msg :
  • โหวต 150 คน
valentine

valentineของผม

View All
<< สิงหาคม 2015 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 12 สิงหาคม 2558
Posted by เจ้าหมีน้อย , ผู้อ่าน : 1296 , 19:18:17 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 8 คน หวานหวาน , SW19 และอีก 6 คนโหวตเรื่องนี้

         สวัสดีครับ ผมเจ้าหมีน้อยครับ ไม่ได้เจอกันตั้งนานตั้งแต่เขียนเรื่องมาสไรเดอร์  แต่คราวนี้ผมจะขอมาพูดถึงฮีโร่ของฝั่งอเมริกาบ้างนะครับ  ซึ่งที่จะพูดถึงคือ ฮีโร่มาร์เวลสของฝั่ง  มาร์เวลสตูดิโอส์  ครับ  แน่นอนว่าไม่มี X-Men (ยกเว้นสกาเล็ต วิช กับ ควิกซิลเวอร์), Fantastic Four และ Spider-Man (ถึงรายนี้มาแน่ใน Phase 3) และที่แน่ๆ ไม่มี ของฝั่ง DC Comics

         

         อย่างไรก็ตาม อย่างที่ใครหลายคนทราบไว้ ว่าใน Phase 2 ของ มาร์เวลสตูดิโอส์ นั้นมี Iron Man 3, Thor: The Dark
World, Captain America: Winter Soldier, Guardians of the Galaxy, Avengers: Age of Ultron และ Ant-Man ซึ่งทั้งหมดก็นับว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีไปจนถึงยอดเยี่ยมอยู่ครับ สำหรับหนังใน Phase นี้นั้น เรามักจะเห็นถึง พัฒนาการของเหล่าตัวละครใหม่ที่อยู่ในเรื่องนี้และรวมถึงเหล่าตัวละครใหม่ที่พึ่งมาเหมือนกัน แล้วเราก็ได้เห็นมิติของตัวละครหรืออีกด้านของตัวละคร เยอะขึ้น และถ้ายิ่งดูควบคู่กับละครซีรี่ย์ "Agents of S.H.I.E.L.D." เราก็จะได้อรรถรสและรู้เรื่องในจักรวาลมาร์เวลสมากขึ้น ซึ่งผมจะมาเขียนเรื่องราว (ไม่)ทั้งหมดของ Phase นี้ เริ่มจากเรื่อง Iron Man 3 ก่อนเลย

คำเตือน: เนื้อหาในคราวนี้มีสปอยเนื้อเรื่องเยอะมาก เพราะฉะนั้นต้องขออภัยด้วยครับ

Iron Man 3 - บททดสอบครั้งใหญ่ของหนุ่มเพลย์บอยและ นิยาย "อะ คริสต์มาส แครอล" ในสไตล์ของสตาร์ก!?

         ไอรอนแมน3นั้นกำกับโดย Shane Black (จากหนังเรื่อง "ถึงคิวฆ่าดาราจำเป็น" ซึ่งผมก็ไม่เคยดูเหมือนกันครับ แต่เป็นหนังที่มี โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ ร่วมแสดงด้วยเหมือนกัน) ในตอนเปิดเรื่อง เริ่มด้วยเสียงของสตาร์ก (ไอรอนแมน)  กำลังเล่าเรื่องในอดีตให้คนอื่นฟัง เขาเล่าด้วยความรู้สึกผิดที่ว่า "เขาไม่คิดว่าการผิดสัญญาเพียงแค่ครั้งเดียว ก็สามารถสร้างปีศาจที่จะตามมาหลอกหลอนเขาในอนาคต" (ผมก็ไม่ชอบการผิดสัญญากับใครเหมือนกัน) นอกจากนั้นในเรื่องนี้ยังเป็นช่วงที่สตาร์กอยู่ในภาวะหวาดกลัวหลังเหตุการณ์ใน ดิ อเวนเจอร์ (ตอนที่สตาร์กขึ้นไปบนอวกาศ) ทำให้บางครั้งก็เกิดภาพหลอนในหัวของเขาเป็นระยะๆ อีกด้านนึงเป็ปเปอร์ก็ไปพบกับอัลดริช (ตัวบงการของเรื่อง) คนที่เคยพบกับสตาร์กเมื่อประมาณ 3 ปี ก่อนเพื่อขอความร่วมมือกับสตาร์ก (และสตาร์กก็ผิดสัญญา) เพื่อที่จะให้ร่วมมือในการพัฒนาเซรุ่ม "Extremis" แต่เธอก็ปฏิเสธซึ่งอัลดริชก็ไม่ได้ว่าอะไร ในขณะเดียวกัน ก็เกิดการโจมตีทางสื่อของผู้ก่อการร้ายที่เรียกตนเองว่า "แมนดาริน" ซึ่งผลลัพธ์มันทำให้ลูกน้องของสตาร์กที่ชื่อแฮปปี้นั้นปางตาย แต่ยังไม่วาย สตาร์กได้ไปท้าทาย "แมนดาริน" ถึงสื่อ จนกระทั่งพวก "แมนดาริน" ได้มาเล่นงานถึงบ้าน (ในฉากนั้นผมแอบสมน้ำหน้าสตาร์กและหัวเราะแบบชั่วร้ายอยู่ในใจ หุหุหุ) เอาซะบ้านเละเลย (ในฉากนั้นเราจะเห็นฉากเท่นิดๆ ของเป็ปเปอร์ด้วย) แน่นอนว่าในฉากนี้คนเขียนบทได้ใส่ความฮานิดๆ ลงไปในตอนที่ MK 42 ยิงจรวดไม่ออก (เพราะยังไม่สมบูรณ์) เลยต้องแกะจรวดมาขว้างใส่ ผลคือสตาร์กเกือบ เอาตัวไม่รอดยังดีที่ J.A.R.V.I.S. เอไอสุดแสนจะซื่อสัตย์ช่วยไว้แบบหวุดหวิด

         ตอนที่สตาร์กหลบหนี เขาก็ได้พบกับเด็กที่ชื่อ "ฮาร์ลี่ย์" (ตัวแย่งซีนของเรื่อง) เด็กที่บังเอิญพบกับไอรอนแมนตัวเป็นๆ แน่นอนว่าเมื่อพวก "แมนดาริน" รู้ว่าสตาร์กยังมีชีวิตอยู่เลยตามไปถึงที่ แต่โชคยังดีด้วยความสามารถในการต่อสู้ของสตาร์กนั้นอยู่ในเกณฑ์ที่ดีและฮาร์ลี่ย์สามารถหลุดรอดจากมือของซาวินได้ และต้องขอบคุณฮาร์ลี่ย์ที่ช่วยให้เขาสามารถหลุดจากสภาวะหวาดกลัวได้ ทำให้เขาสามารถตั้งสติและกลับมายืนหยัดสู้ได้อย่างเต็มที่และยังช่วยสตาร์กตามหากลุ่มก่อการร้ายด้วย หลังจากที่เขาสร้างอาวุธ จากของทั่วๆไปเสร็จ (จากห้าง) เขาก็บุกไปที่บ้านของ "แมนดาริน" ทำให้รู้ว่า "แมนดาริน" นั้นเป็นเพียงแค่ตัวล่อ ผู้ที่อยู่เบื่องหลังนั่นคืออัลดริช ผู้นำของ A.I.M. ต่างหาก ไม่นานเขาก็โดนอัลดริชจับได้ (ซะงั้น) เขาพบกับมายา (Maya)อดีตคนรักและได้รู้ว่าพวก A.I.M.ได้ลักพาตัวเป็ปเปอร์เพื่อไปทดลองแล้ว ในขณะเดียวกันที่ซาวินเอาชุดเกราะ "Iron Patriot" ที่ขโมยมาจากโรดี้ ที่ถูกจับตัวเหมือนกัน ไปลักพาตัวประธานาธิบดีเอลลิส สตาร์กที่ได้รับการช่วยเหลือจาก Mk 42 ที่พึ่งชาร์ตเสร็จ เขาเลยรีบไปช่วย ประธานาธิบดีโดยด่วน (อันที่จริงเขาส่งแต่เกราะไป ตอนที่เกราะกระจายตอนนั้นผมหัวเราะลั่นเลย) ถึงแม้ เขาสามารถช่วยผู้คนในเครื่องบินได้ ทว่า ประธานาธิบดีได้ถูกเอาตัวไปแล้ว

         สตาร์กกับโรดี้เลยต้องไปช่วยประธานาธิบดีและแน่นอนช่วยเป็ปเปอร์ด้วย ที่เรือแห่งหนึ่ง (จำชื่อไม่ได้) ที่เต็มไปด้วยทหาร Extremis แต่คราวนี้เขาไม่ได้มาแค่สองคน เขาเรียกกองทัพ Iron Legion มาด้วย (งานนี้ค่อยสมน้ำสมเนื้อหน่อย) สตาร์กได้ใช้ชุดเกราะแทบทุกชุดต่อสู้กับ เอลลิสที่ได้รับพลังจากเซรุ่ม Extremis อย่างดุเดือด แน่นอนว่าเอา Mk 42 มาใช้ด้วย (เอามาระเบิดทิ้งแท้ๆ) ก่อนที่จะถูกเป็ปเปอร์ (ที่ได้รับพลังจาก Extremis เหมือนกัน) แย่งซีนและจัดการเอลลิสได้อย่างเทพ หลังจากนั้นเพื่อเป็นการแสดงความรักที่มีต่อเป็ปเปอร์ เขาเลยระเบิดชุดเกราะที่เหลือทิ้ง (อ้าว แล้วถ้า อเวนเจอร์ เรียกตัวไปจะทำอย่างไร) เรื่องราวจบลงด้วยดีโดยไม่มีใครตาย (ยกเว้นพวกตัวร้าย) ในท้ายที่สุด เหมือนว่าเป็ปเปอร์จะได้รับการรักษามาก่อนหน้านั้นแล้ว  เขาจึงสามารถกลับมาใช้ชีวิตแบบปกติได้อีกครั้ง สำหรับเขาแล้ว ต่อให้ไม่มีเครื่องปฏิกรณ์อาร์คและชุดเกราะ เขาก็ยังคงเป็น ไอรอนแมน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเพราะเขาออกจาก "ดักแด้" ไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่สตาร์กเล่ากับแบนเนอร์ (ฮัค)

         ที่สุดในความรู้สึกของผม สำหรับไอรอนแมน3 เอาตรงๆเลยคือ "เงิบที่สุด" ผมเงิบกับ  "แมนดาริน"  อย่างมากครับ ก่อนมาดูหนังผมคิดว่าจะได้เห็นแมนดารินมาโชว์เทพปล่อยพลังเวทย์ซะอีก  กลายเป็นนักแสดงขี้เมาคนนึงซะงั้นและ MK 42 ที่โฆษณามาอย่างเทพ (ที่ผมดูในตัวอย่างหนัง) แต่พอมาดูในโรงนั้น  รั่วมากๆ  หลุดเป็นชิ้นๆเป็นว่าเล่น (แบบสมบูรณ์คงเป็น MK 43 มั้งครับ) ว่าแต่ทำไม่ต้อง  "อะ คริสต์มาส แครอล"  อย่างแรกเลยคือมันเกิดขึ้นในวันคริสต์มาส (ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม่ต้องเป็นวันคริสต์มาส) และตัวแทนของผี แห่งอดีตคือภาพหลอนในหัวของเขาหลังเหตุการณ์ ดิ อเวนเจอร์ และการกระทำโดยไม่ยั้งคิดของสตาร์กที่มีต่ออัลดริช  ทำให้เขาต้องเจอเรื่องแบบนี้ ผีแห่งปัจจุบันคือ "แมนดาริน" (อาจเพราะแต่งตัวคล้ายๆกัน) และ ผีแห่งอนาคตคืออัลดริชที่กลายเป็นปีศาจที่น่ากลัว (เหมือนใน อะ คริสต์มาส แครอล) และตัวเลือกระหว่างชุดเกราะกับคนรัก  ในท้ายสุดเขาเลือกคนรัก

         อย่างไรก็ตามหนังเรื่องนี้ก็เป็นหนังที่ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ยอดเยี่ยม สอนอะไรหลายๆอย่างเยอะ สำหรับผมคำว่า "คนสร้างชุดเกราะหรือชุดเกราะสร้างคน" นั้น  ถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่ค่อยเข้าใจแต่ว่าที่ผมเข้าใจก็คือ  สตาร์กได้เริ่มต้นจากการไม่มีชุดเกราะตอนนั้นเขายังอ่อนแอ เขาจึงต้องมีชุดเกราะแต่ว่านั่นก็มิอาจจะปิดบังความอ่อนแอของเขาได้จึงต้องหลบอยู่แต่ในชุด  (เหมือนตอนที่สตาร์กวิ่งเข้าไปในชุดตอนจิตตก) แต่ว่าหลังจากที่เขาสามารถตั้งสติได้แล้ว  เขาก็ค้นพบว่าต่อให้เขาไม่มีชุดเกราะ เขาก็ยังเป็นคนที่เข้มแข็งได้ สำหรับเรื่องนี้เต็ม  10 ผมให้ 7.5  แล้วกันครับ (ตัดเพราะเซ็งกับแมนดาริน, หนังเรื่องนี้ดูเป็นหนังตลกมากไปหน่อยและโรดี้กับ Mk 42 ไม่ค่อยได้โชว์เทพเท่าไหร่)

 

Thor: The Dark World - เทพเจ้าสายฟ้าผู้น่าสงสารผู้(เกือบ)ถูกเทพแห่งการหลอกลวงขโมยซีนและหัวใจของคนดูไปจนหมดสิ้น (อีกแล้ว)

         ธอร์: โลกาทมิฬ นั้นกำกับโดย Alan Taylor (จาก "ฅนเหล็ก : มหาวิบัติจักรกลยึดโลก" ที่พึ่งฉายเมื่อไม่นาน) เปิดเรื่องโดยฉาก อดีตที่กองทัพดาร์คเอลฟ์กำลังต่อสู้กับชาวแอสการ์ดนำโดยพ่อของโอดินเพื่อที่จะหยุดมาเลคีธที่ต้องการจะใช้อีเธอร์เพื่อความต้องการของตัวเอง แต่ก็ถูกหยุดไว้ได้ ชาวแอสการ์ดเอาอีเธอร์ไปซ่อนไว้ (ซ่อนยังไงให้นางเอกหาเจอเนี่ย) ตัดมาที่ช่วงปัจจุบันธอร์และสหายของเขากำลังสู้กับคนกลุ่มหนึ่ง (จำชื่อไม่ได้ ตัวประกอบน่ะครับ) ฉากนั้นผมฮามาก ตอนที่ธอร์พูดว่า "Anyone Else?" ในฉากต่อมาเราก็จะได้เห็นโลกิในคุกกำลังมองอยู่ด้วย ตัดมาที่ฝั่งของเจน นางเอกของเราและเพื่อนของเธอได้พบกับอาณาเขตปริศนาที่มีทั้งของลอยได้และช่องว่างมิติที่เมื่อโยนของลงแลัวไปมัน(อาจ)จะกลับมา (แต่อย่างเช่นพวงกุญแจรถมันก็ไม่กลับมาซะงั้น เพราะดวงตกละมั้ง) แต่โชคชะตาก็เล่นตลกกับเจน (และอาจรวมถึงชาวแอสการ์ด) เจนได้พบกับวัตถุสีแดงซึ่งนั่นคืออีเธอร์นี่เอง (เรื่องทั้งหมดเกิดจากตรงนี้แหละเพราะทำให้ดาร์คเอลฟ์จำสัญญาณได้) และอีเธอร์ก็ได้เข้าร่างเธอก่อนที่เธอจะออกมาจากที่นั่น (เหมือนว่าเธอสลบนานมากเลยด้วย) ไม่นานธอร์ก็มาหาเจนและเอาตัวไปแอสการ์ด ทีแรกโอดินคิดจะขับไล่เธอออกไปแต่เพราะว่าอีเธอร์ "ปกป้อง" เธอไว้ เขาเลยเลือกที่จะยอมให้อยู่ไปก่อน แต่นั่นทำให้พวกเหล่าดาร์คเอลฟ์ได้บุกมาถึงแอสการ์ด ถึงแม้ว่าจะสามารถปกป้องเจนไว้ได้ แต่ต้องแลกมากับการตายของ  ฟริกกาผู้เป็นแม่ของธอร์ ทำให้สะเทือนใจไปทั้งแอสการ์ด แม้แต่โลกิเองก็รู้สึกแค้นและเสียใจไม่แพ้ธอร์ (เพราะเขาได้เสียผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขาเรียกว่าแม่)

           ในขณะที่โอดินนั้นแค้นมาเลคีธจนไม่สนใจอะไรทั้งนั้น  ธอร์จึงต้องขอความช่วยเหลือจากโลกิ  (ฉากโลกิผมยุ่งเคยเป็นฉากที่ฮามากจนกระทั่งรู้สาเหตุว่าทำไมผมถึงยุ่ง)  เพื่อจะให้มาเลคีธเอาอีเธอร์ออกจากร่างเจน  ไม่งั้นเจนจะถูกอีเธอร์กลืนกินจนตาย ตอนที่โลกิแอบหนีมากับธอร์เขาแปลงร่างเป็นกัปตันอเมริกาด้วยครับ  (ช่วงนี้ฮามาก เพราะจะแปลงร่างเยอะแยะไปทำไมกัน)  แน่นอนว่าการที่จะหลบหนีออกมานั้น เขาต้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆของเขา  จนโลกิสามารถหาทางเข้าไปในโลกของดาร์คเอลฟ์ได้ (ทาดา~) ทั้งสองมีการทะเลาะกันเล็กน้อยก่อนที่จะถึงตัว ในตอนแรกทำเหมือนกับว่าโลกิทรยศธอร์  (แถมตัดมือด้วย)   แต่หลังจากที่มาเลคีธเอาอีเธอร์ออกจากร่างเจน  โลกิได้เผยว่ามือที่ขาดนั้นเป็นแค่ภาพลวงตา  ธอร์จึงใช้ค้อนของเขาทำลายอีเธอร์ทันที   (มีความตั้งใจมากนะธอร์...แต่ยังอ่อนหัด!)  ไม่นานอีเธอร์ก็กลับมารวมตัวกันและมาเลคีธก็ดูดอีเธอร์ไป ก่อนไปเขาส่งลูกน้องกับอัลกริม  (คนที่ฆ่าฟริกกา) มาจัดการกับธอร์และโลกิ ธอร์ไม่อาจจะสู้กับอัลกริมได้  แต่โลกิได้ "สละชีวิต"  ของตนเพื่อฆ่าและล้างแค้นแม่ของตน ทำให้ธอร์รอดมาได้ โลกิได้สั่งเสียกับธอร์ว่า ฝากบอกโอดินเรื่องนี้ด้วย  แต่ธอร์ไม่มีเวลาเสียใจนานนัก เขาต้องหาทางออกให้ได้ ทันใดนั้นเจนได้พบกับพวงกุญแจรถของดาซี่  ที่เอียนโยนออกไปในตอนต้นเรื่อง   ทำให้สามารถตามรอยจนเจอทางออกได้สำเร็จ  ทั้งสองรีบไปหาเอริคเพื่อขอความช่วยเหลือเรื่องมิติ  เอริคได้สร้างอุปกรณ์ที่ใช้ในการส่งผ่านทางไกล (Teleport)

         การต่อสู้ครั้งสุดท้ายเริ่มต้นที่กรีนิช ธอร์กับมาเลคีธ (ที่มีพลังของอีเธอร์) ได้สู้กันครั้งสุดท้าย (ฉากต่อสู้นี่ผมฮาตรงที่ธอร์กับมาเลคีธกลิ้งลงมาจากตึก) ในระหว่างสู้นั้น จากเอฟเฟคท์ที่ทำให้เกิดการคลื่นย้ายมิติ ทำให้ธอร์และมาเลคีธโผล่ไปหลายที่มาก และทำอีท่าไหนไม่รู้ ธอร์ไปโผล่ในสถานีรถไฟ (และไม่มีค้อนซะด้วย) ทำให้เขาต้องนั่งรถไฟไปหามาเลคีธที่กำลังจะทำลายโลกทั้ง 9 (ซะงั้น ธอร์จะอนาถไปไหน) ธอร์ได้มาหาเอริคเพื่อขอแท่งเทเลพอร์ต (ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอะไรดี แต่ธอร์โชว์อนาถอีกแล้ว) เขาได้เข้าไปในวงพายุของอีเธอร์ เพื่อพบกับมาเลคีธเป็นครั้งสุดท้าย เขาใช้แท่งเทเลพอร์ตทำลายแขนของมาเลคีธโดยการวาร์ปไปที่อื่น เขาใช้แท่งสุดท้ายแทงเข้าที่ตัวของมาเลคีธและใช้ค้อนปิดฉากอย่างสวยงาม เจนได้โอกาสควบคุมแท่งเทเลพอร์ตให้มาเลคีธกลับมิติของเขาเอง แน่นอนว่าเอริคก็วาร์ปยานของมาเลคีธจากที่ควรจะทับธอร์กับเจน กลายเป็นทับมาเลคีธแทน หลังจากการต่อสู้  ธอร์ได้ไปหาโอดินเพื่อที่จะบอกวีรกรรมของโลกิและเรื่องที่เขาจะอยู่บนโลก โอดินก็อนุญาตและธอร์ก็จากไปโดยที่ไม่รู้ว่านั่นคือโลกิที่ปลอมตัวเป็นโอดินต่างหาก ในตอนท้ายได้เผยว่าอีเธอร์นั้นคือ อินฟินิตี้ สโตน เช่นเดียวกับเทสซาแรค (ใน Phase 1) ชิฟกับโวลสแตกก์เอาอีเธอร์ไปให้ ดิ คอลเลคเตอร์  เพราะ อินฟินิตี้ สโตน  ไม่ควรจะอยู่ที่เดียวกัน โดยที่ไม่รู้ว่า ดิ คอลเลคเตอร์  เองก็ต้องการที่จะเก็บ อินฟินิตี้ สโตน เหมือนกันและธอร์กับเจนก็มาอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข

         เมื่อดูหนังจบ ที่สุดสำหรับเรื่องนี้มีอยู่สองอย่างที่พอจะพูดได้ครับ นั่นคือ "ทำออกมาได้แย่ที่สุด" ถ้าเทียบกับเรื่องอื่นใน Phase 2 ผมว่า  ธอร์นั้นสนุกน้อยที่สุดครับ แถมตัวร้ายก็แทบถูกลืมยิ่งกว่าอัลดริช จาก ไอรอนแมน3 เสียอีก (อัลดริชน่าจดจำมากกว่าเยอะ) และอีกอย่างคือ  "เสื่อมที่สุด"  บางคนอาจจำได้ว่ามีฉากที่เอริคเดินแก้ผ้าที่สโตนเฮนจ์ ดีนะที่มีเซนเซอร์ ไม่งั้นก็เห็นไปแล้ว อันที่จริงถ้าไม่มีช่วงครึ่งหลังหรือไม่ก็ถ้ามันจบตั้งแต่ตอนที่ถึงตัวมาเลคีธละก็ ผมอยากให้ชื่อเรื่องนี้ว่า "Loki" หรือไม่ก็ "Loki V Thor: The Dark World"เพราะตั้งแต่ตอนที่โลกิโผล่มา เขา แย่งบทเด่นของธอร์จนหมดสิ้น (ทำให้ผมชอบโลกิมากกว่าธอร์เสียอีก)

         เอาเถอะครับ แม้ว่ามันอาจเป็นหนังที่ดีสู้เรื่องอื่นไม่ได้ แต่มันก็ยังทำให้เห็นอีกมุมมองของโลกิ ว่าถึงแม้เขาจะเป็นวายร้ายแต่เขาเองก็ไม่ลืมบุญคุญของแม่เลี้ยงของเขา ทำให้รู้ว่าแม้แต่คนชั่วช้าก็ยังมีน้ำตา (แม้ผมไม่อยากมองโลกิเป็นคนเลวก็ตาม) หรือโอดินผู้เยือกเย็นก็เกิดอารมณ์แค้นจนคุมตัวเองไม่อยู่เหมือนกัน ทำให้รู้ว่าแม้แต่นักปราชญ์ก็หน้ามืดตามัวได้ ส่วนธอร์...เป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น (เพียงแต่เขายังยอมรับว่าโลกิเป็นน้องเขาอยู่ทั้งที่เขารู้สึกไม่ดีกับโลกิมากก็ตาม) สำหรับเรื่องนี้เต็ม 10ผมให้ 7 แล้วกันครับ (ควรเปลี่ยนชื่อเรื่อง, ตัวร้ายถูกลืม, ธอร์อนาถอีกแล้วตั้งแต่ ดิ อเวนเจอร์, เสื่อมเกิน (แม้ผมจะฮาก็เถอะ))

 

Captain America: Winter Soldier - การกลับมาของชายชาตืทหารผู้หลงยุคที่การกลับมาคราวนี้ยิ่งใหญ่และเท่กว่าเดิม!!

         กัปตันอเมริกา: มัจจุราชอหังการนั้นกำกับโดย Anthony and Joe Russo (เขาดังจากเรื่องนี้แหละ) เปิดเรื่องที่เราเห็นแซมกำลังวิ่งออกกำลังกายยามเช้าอยู่ และจู่ๆก็มีคนมาแซงเขา "ระวังซ้าย" เขาคือสตีฟ (กัปตัน อเมริกา) นั้นเองสตีฟวิ่งแซงแซมหลายรอบมาก หลังจากที่วิ่งเสร็จและพูดคุยอะไรกันนิดหน่อยเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของสตีฟ (ในสมุดของสตีฟมีคำว่าอาหารไทยด้วย ผมละภูมิใจจริงๆ ที่กัปตันอเมริกาชอบอาหารไทยด้วย) นาตาชา (แบล็ค วิโดว์) มาหาสตีฟเพื่อพาไปทำภารกิจช่วยเหลือคนในเรือลำหนึ่ง (หนึ่งในนั้นมีแจสเปอร์) ซึ่งถูกยึดโดย Batroc โดยที่จะส่งสตีฟ, นาตาชาและหน่วย S.T.R.I.K.E. ที่นำโดยบร็อค เข้าไปบุกในเรือ เปิดฉากมาสตีฟก็บุกเดี่ยวเปิดทางเคลียร์ให้ลูกทีม ก่อนหน้านั้นนาตาชาโชว์เทพแอบเข้ามาคนเดียว หลังจากนั้นทุกคนก็ประจำที่พร้อมบุก บร็อคทำการยิงระยะไกล ช่วยแจสเปอร์กับคนอื่นๆได้สำเร็จ ส่วนสตีฟฉายเดี่ยวกับ Batroc และชนะในที่สุด ในภายหลังสตีฟมาพบว่า นาตาชา ถูกฟิวรี่ส่งมาทำภารกิจที่แตกต่างกัน และ Batrocได้โอกาสเลยหนีไป (ก่อนที่จะโดนจับอีกทีในภายหลัง) หลังเสร็จภารกิจ สตีฟได้ถามฟิวรี่เกี่ยวกับแผนการลับฟิวรี่เลยพาสตีฟไปดูเฮลิแคริเออร์ ที่มีจำนวนถึง 3 ลำ โดยใช้เทคโนโลยีของสตาร์กมาช่วย ซึ่งมันสามารถล็อกเป้าหมายผ่านทาง Project Insight ที่ไว้ตรวจจับและทำลายเป้าหมาย สตีฟไม่เห็นด้วย เพราะมันไม่ใช่ สันติภาพ มันคือความกลัวต่างหาก หลังจากนั้นสตีฟได้ไปหาเพ็คกี้ แฟนเก่าของเขา (ที่ตอนนี้แก่ไปแล้ว) เพ็คกี้ดีใจมาก (คิดว่าครับ) ที่เจอสตีฟ

         ในขณะเดียวกัน ฟิวรี่ได้เอายูเอสบีที่เคยให้กับนาตาชามาเปิด เขาพบว่ามีข้อมูลบางอย่างที่เขาไม่สามารถเปิดดูได้ หลังจากนั้นเขาได้ไปหาหัวหน้าของหน่วยซีล อเล็กซานเดอร์ ว่าให้ช่วยเลื่อน Project Insight ไปก่อนเพราะดูท่าฟิวรี่เองก็เริ่มไม่ไว้ใจแผนการนี้ (ในฉากอเล็กซ์บอกกับฟิวรี่ว่าให้พาไอรอนแมนมาในงานวันเกิดหลานด้วย) หลังจากนั้นฟิวรี่ได้ออกจากฐานเพื่อไปหาฮิลล์แต่ถูกโจมตี แม้เขาจะหนีมาได้แต่ก็ถูก ชายลึกลับ "วินเธอร์ โซลเยอร์" เล่นงานจนเกือบเอาตัวไม่รอด เขาเอาตัวรอดมาเพื่อหาสตีฟและได้ฝากข้อมูลลับกับเขา ก่อนที่จะถูก วินเธอร์ โซลเยอร์ "ฆ่า" ทิ้ง ฟิวรี่สั่งเสียว่า "อย่าไว้ใจใคร" เขาได้ฝากฟิวรี่ไว้กับ เอเย่นท์ 13 ก่อนที่ไล่ตามชายคนนั้น แต่ก็ไม่สำเร็จผลก็คือ ฟิวรี่ "เสียชีวิต" สร้างความหดหู่ (หรือเปล่า) ให้คนใกล้ตัวเขาอย่างมาก อเล็กซ์เรียกตัวสตีฟและถามว่าใครเป็นคนฆ่าฟิวรี่ เนื่องจากสตีฟไม่ไว้ใจอเล็กซ์เขาเลยบอกว่าไม่รู้ ไม่นานหลังจากสตีฟจะกลับ หน่วย S.T.R.I.K.E.ได้เข้ามาในลิฟท์และโจมตีสตีฟในเวลาไม่นาน ยังดีที่เขารอดมาได้ เขาโดดหนีลงมาจากลิฟท์และทำลายควินเจ็ทที่แจสเปอร์ส่งมา สตีฟได้กลับมาที่โรงพยาบาลเพื่อเอายูเอสบี (ที่เขาซ่อนไว้ก่อนที่จะมาเจอกับอเล็กซ์) แต่ว่ามันหายไป เพราะนาตาชาหยิบมาแล้ว ในตอนแรกเขาไม่ไว้ใจเธอ แต่พอรู้ว่าเธอเคยสู้กับ วินเธอร์ โซลเยอร์ เขาจึงยอมให้เธอตามมาด้วย  ทั้งสองไปที่แอปเปิ้ล  สโตร์แต่ก็ไม่ได้อะไรแต่ก็รู้ที่อยู่ที่ข้อมูลถูกสร้าง (ตอนหลบหนีทั้งสองลงทุนแกล้งจูบกันด้วย) ที่นั่นคือโรงฝึกที่เดียวกับสมัยที่สตีฟยังเป็นคนธรรมดา และก็ได้รู้ว่ามันเคยเป็นฐานลับของหน่วยซีล ทั้งสองเข้ามาในห้องลับเพื่อปลดล็อกข้อมูล "Shall we play game?" และในที่สุดก็ได้พบว่ามันคือ ดร.โซร่า ศัตรูเก่าของสตีฟในสภาพข้อมูล เขาได้เผยว่าเขาได้ปลูกฝังและพื้นฟูไฮดร้าจากภายใน เขาเผยว่าการตายของครอบครัวสตาร์กไม่ใช่อุบัติเหตุ นอกจากนั้นเขาได้สร้าง วินเธอร์ โซลเยอร์ด้วย แต่ก่อนที่ทั้งสองจะได้ข้อมูลมากกว่านี้ ทั้งสองถูกจรวดยิงถล่มใส่ (ลาก่อนโซร่า)

         ยังดีที่รอดมาได้ เขารอดจนมาถึงบ้านของแซม  แซมได้เผยตัวว่า เขาเคยเป็นทหารที่ได้รับสมญานามว่า "ฟาลคอน" ที่แรกสตีฟไม่อยากให้แซมมายุ่งด้วยแต่สุดท้ายก็ยอม เริ่มด้วยไปตามจับแจสเปอร์มาก่อนเพื่อให้เขาเผยความลับของ Project Insight นั่นคือ  มันเป็นแผนที่จะไว้จัดการกับใครก็ได้ที่จะเป็นปัญหากับไฮดร้าในอนาคต มีสมาชิกอเวนเจอร์เกือบทุกคนกับด็อกเตอร์ สเตรนจ์ (ที่จะมาใน Phase 3) เป็นเป้าหมาย ไม่นาน วินเธอร์ โซลเยอร์ ก็ไล่ล่าพวกเขาและโยนแจสเปอร์ทิ้ง ทั้งสามจึงจำเป็นต้องสู้กับพวกไฮดร้าที่เข้ามาเล่นงานพวกเขา แต่ว่าในภายหลังสตีฟก็พบว่าตัวจริงของ วินเธอร์ โซลเยอร์ นั้นคือบัคกี้ เพื่อนรักของเขาที่คิดว่าตายไปแล้ว ไม่นาน  ทั้งสามก็ถูกพวกของบร็อคจับตัวไป แต่ก็ถูกฮิลล์ช่วยไว้ในขณะที่โดนจับอยู่บนรถ  พวกเขามาที่ฐานลับและได้พบกับฟิวรี่ (ที่อันที่จริงยังไม่ตาย) ซึ่งแผนนั้นคือต้องเอาชิปพิเศษใส่เข้าไปในเฮลิแคริเออร์ทั้ง 3 เพื่อให้มันยิงกันเองแต่นั่นหมายถึงต้องทำลายทั้งชีลและไฮดร้า แน่นอนว่าสตีฟต้องไปเอาชุดมาใหม่ (ขโมยที่งานจัดแสดง)  สตีฟได้แอบเข้าไปในฐานของชีลและได้พูดคำพูดที่เท่ที่สุดในเรื่อง

 

            "The price of freedom is high, it always has been. And it's a price I'm willing to pay. And if I'm the only one, then so be it. But I'm willing to bet I'm not (ราคาของอิสรภาพนั้นสูง มันก็เป็นแบบนั้นมาตลอดและมันก็เป็นราคาที่ผมยินดีจะจ่าย หากผมเป็นคนเดียวที่เดิมพันก็ไม่เป็นไร แต่ผมพนันได้เลยว่าไม่ใช่ผมคนเดียวที่เดิมพัน)"

           ไม่นานเหล่าหน่วยชีลตัวจริง (ซึ่งหนึ่งในนั้นมี เอเย่นท์ 13) ก็ลุกขึ้นสู้ แซมกับสตีฟได้เข้าไปในเฮลิแคริเออร์ สตีฟสามารถเข้าไปหาอันแรกได้และแซมก็เข้าไปหาอันที่สองได้สำเร็จและเสียบชิปพิเศษได้อย่างปลอดภัย ในขณะเดียวกันนาตาชาก็เผยตัวให้อเล็กซ์พร้อมทั้งการกลับมาของฟิวรี่ (ที่งานนี้มาเอาคืน) เหลือเฮลิแคริเออร์แค่ลำเดียว มันจะง่ายกว่านี้ถ้าไม่มีบัคกี้มาขวาง เขาเด็ด "ปีก" และถีบแซม (ยังดีที่รอดมาได้ ก่อนที่จะสู้กับบร็อค) สตีฟเข้ามาด้านในเพื่อเสียบชิปพิเศษแต่บัคกี้มาขวาง ทั้งสองจึงต่อสู้กันอย่างดุเดือดเป็นครั้งสุดท้าย ในระหว่างนั้นอเล็กซ์กำลังเผยความลับของไฮดร้า เขาก็ฆ่าทุกคนในห้อง เหลือแต่นาตาชากับฟิวรี่ ทำให้ต้องยอมไปก่อน ในขณะที่สตีฟทำสำเร็จ อเล็กซ์คิดจะหนีแต่นาตาชาช๊อดตัวเองเพื่อไม่ให้โดนฆ่าเหมือนคนอื่นๆ อเล็กซ์ผู้ไร้ตัวต่อรองโดนฟิวรี่ยิงในเวลาต่อมา ในขณะที่บร็อคกับแซมสู้กันอยู่ เฮลิแคริเออร์ก็จะเข้ามาทับพวกเขา ต้องขอบคุณฮิลล์ แซมถูกช่วยไว้อย่างหวุดหวิด ในขนาดที่สตีฟกำลังถูกบัคกี้เล่นงาน เขาได้พูดประโยชน์ที่บัคกี้เคยพูดกับเขา หลังจากนั้นเขาก็ตกลงมาและจมน้ำ ยังดีที่มีคนช่วยไว้เป็นใครไม่ได้นอกจากบัคกี้ หลังจากนั้นสตีฟตื่นขึ้นมาอีกทีก็อยู่ที่โรงพยาบาล และบร็อคที่บาดเจ็บสาหัสก็ถูกส่งมาโรงพยาบาลด้วย (ผมดีใจนะที่เขารอด)เพราะข้อมูลที่อเล็กซ์ปล่อยออกมา ทำให้ตัวตนของนาตาชาถูกเผยด้วย เธอเลยต้องหาตัวตนใหม่ ในขณะที่ฟิวรี่ละทิ้งอดีตตนเองเพื่อเริ่มต้นใหมและฮิลล์ที่สมัครเข้าทำงานกับสตาร์ก สตีฟหลังออกจากโรงพยาบาลก็ได้รับไฟล์ข้อมูลของบัคกี้และเตรียมตัวจะตามหาเขา โดยได้แซมมาช่วยอีกแรง

         ในตอนท้ายมีบารอน วอน สตรัคเกอร์ ได้ทำการทดลองจาก คทาโลกิ โดยผลที่ได้ก็คือ "แฝดพิฆาต" ซึ่งนั่นคือ เปโตร (ควิกซิลเวอร์) ผู้มาพร้อมกับความเร็ว และ วันด้า (สกาเล็ท วิช) ผู้มาพร้อมพลังในการควบคุมสิ่งของ ในท้ายเรื่องเราจะเห็นบัคกี้กำลังอ่านประวัติของตนเองอยู่

         ที่สุดของเรื่องนี้สำหรับผมคือ "พระเอกเท่สุด" เพราะแต่ละคำพูดของเขานั้นเท่มากครับ และอีกอย่างคือ "ประทับใจที่สุด" เพราะคำพูดของเขายังไม่ได้ดีแต่เท่อย่างเดียว เขายังสอนอะไรหลายๆอย่างในคำพูดด้วยและบางคำก็สะท้อนถึงความเป็นจริงในชีวิตด้วย ที่แน่ๆคือ ทำให้เรารักชาติ (หมายถึงชาติไทย) มากขึ้นครับ (ประโยคภาษาอังกฤษข้างต้นครับ) ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องที่ "มีสาระที่สุด" ใน Phase 2 ครับและผมก็ชอบฉากเครดิตของเรื่องนี้ด้วย เพราะเป็นการเปิดตัวตัวละครที่ผมชอบด้วย (ก่อนที่เขาจะจากไป ยังดีที่เหลืออีกหนึ่งคน)

         ด้วยเนื้อเรื่องที่ออกมาได้ดี ดีเสียจนสนุกกว่า ดิ อเวนเจอร์ ทำให้เรื่องนี้อยู่ในเกณฑ์ที่ยอดเยี่ยม เพราะแม้เนื้อเรื่องมันอาจจะดาร์คขึ้น แต่มันก็ยังสอดแทรกมุขกวนๆด้วย เช่นตอนที่แซมถามว่า จะแยกได้ไงว่าใครเป็นคนดีหรือคนไม่ดี สตีฟตอบแค่ว่า ใครยิงใส่นายนั่นแหละคนไม่ดี สตีฟนั้นแม้ว่าอาจยังปรับตัวในโลกนี้ไม่ได้ แต่เขาก็ยังมีเพื่อนที่ไว้ใจได้อยู่ และเขาก็เริ่มมีความหวังหลังจากรู้ว่าบัคกี้ยังไม่ตาย ฟิวรี่ดูเป็นคนออกแอคชั่นมากขึ้น นาตาชาเองก็เริ่มกล้าลุยมากขึ้น เรื่องนี้เต็ม 10 ผมให้ 9 (เพราะมันยังไม่สุด มาเวลกั๊กของเด็ดอีกแล้ว ฉากต่อสู้ยังไม่อลังการเท่าเรื่องอื่น)

          แหม่ แค่พาร์ทแรกก็ปาไปเยอะขนาดนี้แล้ว แล้วพาร์ทสองจะขนาดไหน  อย่างไรก็ตามผมขอจบพาร์ทนี้ไว่แต่เพียงเท่านี้ครับ ถ้าหากมีอะไรที่ผมผิดพลาดหรือจุดสำคัญอะไรที่ผมไม่ได้พูดนั้น ผมก็ขออภัย ณ ที่นี้ด้วยครับ ในตอนต่อไปเราจะได้เห็นฮีโร่หน้าใหม่ออกมาบ้างแล้ว แค่พาร์ทแรกเราก็ได้  ฟาลคอน  แล้วหนึ่งคน  ในพาร์ทต่อไปเราจะเห็นพวกหน้าใหม่มากันเยอะกว่านี้แน่นอนครับ ขอตัวลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ

 ขอบคุณภาพจาก

https://www.mastermovie-hd.com/
http://hero.wikia.com/wiki/Iron_Legion
http://www.reelworldtheology.com/
http://marvelcinematicuniverse.wikia.com/
http://www.103likefm.com/
http://marvel.wikia.com/wiki/Infinity_Gems
http://mr-saxon.deviantart.com/art/Marvel-Cinematic-Universe-Phase-2-Poster-WIP-V-2-505351426 (picture by mr saxon)

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
หวานหวาน วันที่ : 24/10/2015 เวลา : 16.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/warnwarn
คาราโอเกะกับหวานหวาน http://www.oknation.net/blog/warnwarnsong


สวัสดีค่ะเจ้าหมีน้อย

ดีใจจังที่หมีน้อยไปเยี่ยมบล็อกน้าหวานหวาน
น้าหวานหวานห่างบล็อกไปเป็นปีเลยหละ
กลับมาคราวนี้ได้เห็นว่าหมีน้อยพัฒนางานเขียนไปไกลมากแล้ว
ดีใจจริงๆเลย ดีใจแทนคุณแม่หมีด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
เจ้าหมีน้อย วันที่ : 16/08/2015 เวลา : 12.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yakogoro

ความคิดเห็นที่ 9
SW19 15/08/2015 เวลา : 05.34 น.
ขอบคุณที่ทักท้วงเรื่องการอ่าน Iron ที่ถูกต้องครับ และผมจะได้จำไว้ครับ และขอบคุณที่ช่วยเสริมเรื่อง A Christmas Carol ครับ

ความคิดเห็นที่ 9 เจ้าหมีน้อย , แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (2)
SW19 วันที่ : 15/08/2015 เวลา : 05.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

หมีน้อย
เข้ามาเห็นก็ดึกแล้ว อ่านได้ไม่ทันจบดี จะมีความเห็นก็จะไม่ครบถ้วน
แต่เห็นจะต้องเข้ามาเสริมลุงหนอนเรื่อง A Christmas Carol เสียก่อน เดี๋ยวจะน้อยหน้า
แม้จะยังไม่ได้ดู หนัง แต่หมีน้อยเล่าเก่ง นึกออกได้ทันทีว่า น่าจะเล่นกับจิตสำนึกของ Scrooge เรื่องที่เป็นบทประพันธ์ของ Charles Dickens เคยเล่าเอาไว้แล้วนานมาก ที่ In London
เรื่องนี้ ถึงแม้จะไม่ยึดโครงเก่า แต่ความหมายและ สปิริตของคริสมัส ในแบบที่ดิ๊กเค่นซ เปรียบเปรยเอาไว้ มันกลายเป็นเรื่อง (สำนวนหรือการเปรียบเทียบ) ในสากลและเป็นอมตะสำหรับการยกตัวอย่างเรื่องความดีงามของจิตใต้สำนึก หนัง A Christmas Carol มีหลายยุค หลายคนเล่น และนำกลับมาฉายหลายครั้งในช่วงก่อน Christmas คู่กันไป Love Actually ที่ปีไหนไม่ได้ดู แปลว่าไม่ใช่ Christmas
ขยายความช่วยลุงหนอน ที่ว่า Scrooge ถูกดัดหลัง คือ ได้มีโอกาสย้อนกลับไปเห็นแต่ละช่วงอดีตที่ผ่านมา แล้วคิดได้ บทหนังคงจะแทรกเรื่องจิตสำนึกของ ไออ้อนแมน – ขออนุญาตไม่ใช้ ไอรอนแมนนะหมีน้อย เพราะคำนี้จะไม่ออกเสียงตัว r
เดี๋ยวไว้กลับมาอ่านต่ออีกรอบ ตอนนี้ขอไปนอนแล้ว

ความคิดเห็นที่ 8 แม่หมี , driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (2)
เจ้าหมีน้อย วันที่ : 14/08/2015 เวลา : 10.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yakogoro

ความคิดเห็นที่ 5
driftworm 13/08/2015 เวลา : 23.10 น.
A Christmas' Carol สำหรับเรื่องนี้ผมก็ชอบดูเหมือนกันครับ อันที่จริงในตอนที่ผมดูไอรอนแมน 3 ครั้งแรกผมก็คิดว่าเนื้อเรื่องมันดูคุ้นๆ อยู่เหมือนกันจนทำให้ผมนึกถึง เรื่อง A Christmas' Carol ขึ้นมาบนหัวพอดี และผมพอลองไปดูที่ในเน็ต ทำให้ผมได้รู้ว่า ผู้กำกับเองก็ตั้งใจที่จะสร้าง อะคริสต์มาสแครอลในสไตล์ของไอรอนแมนอยู่แล้ว ผมนี่ทึ่งเลย (ทึ่งที่ผมเดาถูกกับเขาเป็นด้วยด้วย) อย่างไรก็ตามมันก็ไม่ได้เหมือนอะคริสต์มาสแครอลซะทั้งหมดเพราะอย่างน้อยเขาก็ไม่เห็นอนาคตตัวเองครับ

ความคิดเห็นที่ 7 แม่หมี , คนคอหนัง ถูกใจสิ่งนี้ (2)
เจ้าหมีน้อย วันที่ : 14/08/2015 เวลา : 10.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yakogoro

ความคิดเห็นที่ 3
คนคอหนัง 13/08/2015 เวลา : 22.56 น.
ผมก็ชอบกัปตันอเมริกา 2 เหมือนกันครับ อย่างที่ผมพูดครับ ผมว่ามันทำได้ประทับใจมากกว่า ดิ อเวนเจอร์สทั้งสองภาคเลยครับ (แม้ความสนุกอาจจะไม่เท่า) ส่วนธอร์ มันออกจะเป็นหนังจักรๆวงศ์ๆไปหน่อยครับ ธอร์ แร็คนาร็อค (ภาค 3) ผมเชื่อว่ามันต้องดาร์คขึ้นแน่ครับ (แต่ก็คงฮาเหมือนเดิม) ส่วนกัปตันอเมริกา ซีวิล วอร์ นั้นผมรอดูสไปเดอร์-แมนว่าจะออกมาเป็นอย่างไร แต่น่าเสียดาย เราคงไม่ได้เห็นฉากบ้านแตกของ Mister Fantastic กับ Invisible Woman ครับ

ความคิดเห็นที่ 6 แม่หมี , BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (2)
driftworm วันที่ : 13/08/2015 เวลา : 23.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๑-

คิคิคิคิ บอ.กอ. ยังติดการ์ตูนอยู่

ความคิดเห็นที่ 5 แม่หมี , เจ้าหมีน้อย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
driftworm วันที่ : 13/08/2015 เวลา : 23.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

หมีน้อยแปลเก่งนี่หว่า สละสลวย ในตอนเรื่องกัปตันอเมริกา
ที่ยกคำพูดยาว ๆ มา เลือกใช้คำว่า เดิมพัน มาสอดกับคำว่า พนัน ได้อย่างลงตัว ไม่ขัดหู

พูดถึง A Christmas' Carol มันคือเพลงร้องวันคริสต์มาส
แล้วนักเขียน ไม่แน่ใจว่าเป็นชาร์ลสฺ ดิ๊กเก้นส์ รึเปล่าที่แต่งนิยายโดยใช้ชื่อนี้
ตัวร้ายในเรื่องคือตาสกรู๊จ เจ้าของร้านไรไม่รู้ ใจดำไม่ยอมให้พนักงาน (ตัวเอก)
หยุดวันคริสต์มาสเพื่อฉลองกับครอบครัว
ตอนท้าย ตาสกรู๊จถูกดัดหลังและรู้สำนึก จนพลอยยินดีไปกับโอกาสวิเศษของวันคริสต์มาส
และตัวเอกก็ได้กลับไปฉลองกับครอบครัวทันเวลา

ชื่อ สกรู๊จ เลยเป็นฉายาเศรษฐีขี้เหนียวและใจดำ ที่ว้อลท์ ดิ๊สนี่ย์ เอามาใช้กับการ์ตูนเป็ด
ชุดโดนัลด์ ดั๊ค ด้วย ตาลุงขี้เหนียวของโดนัลด์ ชื่อ สกรู๊จ แม็คดั๊ค

แต่เรื่องไออ้อนแมน ใช้ชื่อตอนนี้ คงเอาความหมายวันเฉลิมฉลองมาเล่นกับเนื้อหาใหม่ที่แต่งขึ้น
ให้กับเรื่องราวของสต๊าร์ก โดยไม่เกี่ยวกับเรื่องต้นเดิมของดิ๊กเก้นส์
และไม่เกี่ยวกับการ์ตูนโดนั่ลด์ ดั๊ค ด้วย

ไม่รู้ว่าลุงหนอนเข้าใจถูกไหมนะ มะวานเผลองีบไปไกลสิบปีแสง ตื่นมายังงง ๆ

ความคิดเห็นที่ 4 SW19 , คนคอหนัง และอีก 3 คนถูกใจสิ่งนี้ (5)
แม่หมี วันที่ : 13/08/2015 เวลา : 22.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

เขียนเรื่องราวละเอียดละออมาก. เนื้อหาข้อมูลรวมทั้งความคิดเห็นแน่นมาก มากจนคุณแม่มึน. แต่ก็ขอชมเชยเพราะแม่รู้ว่าลูกอยากให้ข้อมูลกับคนอ่านอย่างเต็มที่
ชื่นชมในความพยายาม. คุณแม่เห็นลูกตั้งใจทำในสิ่งที่ลูกสนใจ
เรื่องสัญญานั่น. เป็นเรื่องที่สำคัญมาก. การผิดสัญญามันทำให้เรารู้สึกผิด แล้วมันจะหลอกหลอนให้เรากังวลไปตลอด. ดังนั้นถ้าจะสัญญากับใคร ต้องแน่ใจว่า เราทำตามสัญญานั้นได้หรือเปล่า. คำมั่นสัญญาจึงเป็นเรื่องที่คนที่มีความรับผิดชอบควรจะมี. และลูกของแม่ก็เป็นคนที่รักษาสัญญา. แม่ก็เช่นกัน แม่สัญญาว่าจะรักลูกมาก มากจนไม่อาจบอกได้ว่าแค่ไหนแต่จะตลอดไป. และแม่จะสนับสนุนในทุกวิถีทางที่ลูกตั้งใจทำความดี. รักลูกนะครับ

ความคิดเห็นที่ 3 เจ้าหมีน้อย , driftworm และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
คนคอหนัง วันที่ : 13/08/2015 เวลา : 22.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/movietalk

ในเอ็นทรี่นี้ อาชอบ Captain America 2 มากที่สุด ลงตัวในทุกอย่าง ส่วนด้อยสุดคือ Thor 2 มันดูเป็นลิเกอวกาศ ยิ่งกว่า Star Wars เสียอีก รอ Thor 3 น่าจะดูหม่นกว่าเดิม แต่ที่อยากดูมากสุดคือ Cap3 Civil War ตอนอ่านคอมมิคส์นี่สนุกมาก
อาทยอยเขียนเอ็นทรี่นี้ไว้แล้ว กะว่าจะลงตอนใกล้ ๆ หนังฉาย

ความคิดเห็นที่ 2 แม่หมี , คนคอหนัง และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
เจ้าหมีน้อย วันที่ : 12/08/2015 เวลา : 21.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yakogoro

สำหรับผมแล้ว Guardians of the Galaxy เป็นหนังที่ครบรสมากๆ อาจจะไม่ได้ชอบที่สุด แต่ก็เป็นหนังที่สนุกอยู่เรื่องนึงครับ
อันที่จริงผมชอบทั้งสองเฟสล่ะครับ ส่วนของ Guardians of the Galaxy กำลังเขียนอยู่ครับ ซึ่งจะออกมาพร้อมกับ Age of Ultron และ Ant-Man ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 แม่หมี , คนคอหนัง และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
BlueHill วันที่ : 12/08/2015 เวลา : 20.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

อยากให้เฟส 2 ของ Guardians of the Galaxy ออกมาเร็วๆครับ น้าชาลีชอบมากที่สุดจากในบรรดาหนังฮีโร่ของอเมริกันทั้งหมด
เฟสแรกต้องดูถึง 2 รอบสนุกจริงๆ เพลงก็เพราะนะ
หมีน้อยว่าไงครับเรื่องนี้ ชอบดูไหม

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน