*/
  • เจ้าหมีน้อย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : dr.yakogoro@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-17
  • จำนวนเรื่อง : 49
  • จำนวนผู้ชม : 114184
  • จำนวนผู้โหวต : 150
  • ส่ง msg :
  • โหวต 150 คน
valentine

valentineของผม

View All
<< มกราคม 2016 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 8 มกราคม 2559
Posted by เจ้าหมีน้อย , ผู้อ่าน : 1615 , 17:14:49 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 7 คน ni_gul , Cat@ และอีก 5 คนโหวตเรื่องนี้

         สวัสดีครับ ผมเจ้าหมีน้อยครับ ในที่สุด พาร์ทสองก็ได้เกิดซะทีครับ อย่างที่ผมว่าไว้เมื่อตอนที่แล้ว ว่าจะมีฮีโร่หน้าใหม่มากันเยอะกว่านี้ ซึ่งผมหวังว่าทุกท่านจะพร้อมที่จะพบกับพวกเขาผ่านทางการสรุปในแบบของผม นะครับ ถ้างั้น เรามาเริ่มกันที่เรื่อง Guardians of the Galaxy รวมพันธุ์นักสู้พิทักษ์จักรวาล กันเลยครับ
         ใครยังไม่ได้อ่านพาร์ทแรกเชิญเข้าไปอ่าน Entry ก่อนได้ครับ          http://www.oknation.net/blog/yakogoro/2015/08/12/entry-1

         คำเตือน: เนื้อหาในคราวนี้มีสปอยล์เนื้อเรื่องเยอะมาก เพราะฉะนั้นต้องขออภัยด้วยครับ

Guardians of the Galaxy - เหล่าตัวแสบสุดเกรียนที่แม้แต่ "ดิ อเวนเจอร์" ยังต้องชิดซ้าย!!!



         "รวมพันธุ์นักสู้พิทักษ์จักรวาล" นั้นกำกับโดยเจมส์ กัน (จากเรื่อง สลิทเธอร์ เลื้อย...ดุ) เปิดตัวมาเรื่องเริ่มในสมัยที่ปีเตอร์ยังเด็กอยู่ เขากำลังมองแม่ของเขาที่กำลังจะตาย ก่อนตายแม่เขาบอกว่าพ่อของเขาเป็น "เทวดา" หลังจากนั้นเธอได้ยื่นมือมาจับปีเตอร์ แต่ไม่ทันได้จับเธอก็ตายเสียก่อน ปีเตอร์วิ่งออกมาด้วยความที่เสียใจมาก เขาพบกับยานอวกาศที่มารับเขาและพาเขาสู่ห้วงอวกาศ 26 ปีต่อมาในดาวแห่งหนึ่งที่ไม่ใช่โลก มีชายคนหนึ่งกำลังตามหาบางสิ่งบางอย่าง ชายคนนั้นคือปีเตอร์นั่นเอง เขาเดินได้ชิวมากๆ(แบบฟังเพลงไปด้วย) เขาเดินจนไปหยุดอยู่ตรงหน้าอะไรบางอย่าง แล้วเขาเข้าไปข้างในและพบกับวัตถุทรงกลมที่มีการป้องกันแบบพิเศษ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาของปีเตอร์ เขาค่อยๆดูดวัตถุทรงกลมนั้นออกมาและเอาออกมาได้สำเร็จ แต่จู่ๆ Korath กับลูกน้องก็ปรากฏตัวเพื่อจะมาแย่งเอาวัตถุทรงกลมเขาถามว่าแกเป็นใคร ปีเตอร์ได้บอกชื่อจริงของเขาและอีกชื่อหนึ่งนั่น คือ...สตาร์ลอร์ด (Who?)เอาซะคนอื่นเงิบกันเป็นแถบแต่ ปีเ...เอ้ย สตาร์ลอร์ด ได้เปิดโอกาสโจมตีและหนีออกไปอย่างหวุดหวิด เขาหนีกลับขึ้นยานได้พอดี หลังเหตุการณ์นั้น สร้างความหงุดหงิดให้กับโรแนนและพวกรีเวนเจอร์ อย่างมาก (เพราะสตาร์ลอร์ดไม่ทำตามสัญญา เป็นนิสัยที่ไม่ดีเลยนะครับ...แต่ก็ดีแล้วเพราะสิ่งนั้นมันเป็นอันตรายอย่างมาก แม้ว่าสตาร์ลอร์ดจะไม่รู้ก็เถอะครับ) ทานอสให้โรแนนใช้ "ลูกสาว" สองคนของเขา "เนบิวล่าและกาโมร่า" โรแนนเลือกที่จะส่งกาโมร่าไป ในเวลาต่อมาที่ดาวซานดร้า

         สตาร์ลอร์ดพยายามจะขายวัตถุทรงกลมนั้นให้เจ้าของพิพิธภัณฑ์ แต่พอเจ้าของพิพิธภัณฑ์รู้ว่าพวกโรแนนกำลังตามล่าสิ่งนี้อยู่เลยปฏิเสธทันควัน สตาร์ลอร์ดที่เดินเซ็ง ออกมาก็เจอกับกาโมร่าเข้าและได้เข้าชิงอ๊อบในขณะที่นักล่าค่าหัวในคาบแร็คคูนนามว่า "ร็อคเก็ต" และผู้ช่วยที่เป็นมนุษย์ต้นไม้ร่างยักษ์ "กรูท" กำลังต้องการหาเงินรางวัลจากการจับโจร บังเอิญทั้งสองพบสตาร์ลอร์ดเข้าเลยไล่ล่า การไล่ล่าที่สุดแสนจะ โหด มัน ฮา ดำเนินไปอย่างยุ่งเหยิง จนกระทั่งกลุ่มโนว่า มาจับตัวทั้งสี่คน (ซวยไป) ทั้งสี่ถูกส่งไปในเรือนจำและยึดของทุกอย่างที่พวกนั้นมี รวมทั้งเครื่องเล่นเพลงของสตาร์ลอร์ดด้วย "hooked on a feeling, Blue Swede!, ปี 1973 เพลงนี้เป็นของฉัน!!" ในฉากที่กาโมร่าถูกต่อว่าโดยคนอื่นผมก็สงสารเธอนะครับ (เธอถูกรังเกียจเพราะเธอเป็นคนของทานอสและโรแนน) แน่นอนว่าเรื่องนี้ถึงหูของแดร็กซ์ ผู้ที่ครอบครัวของเขาถูกโรแนนฆ่า แน่นอนว่าเขาไม่รอช้า ในช่วงค่ำคืนแดร็กซ์ได้เข้าเล่นงานกาโมร่า (ในขณะที่เธอโดนนักโทษคนอื่นทำร้าย)โชคดีที่สตาร์ลอร์ดเข้าช่วยไว้ทัน ในภายหลังพวกสตาร์ลอร์ดได้ทำการวางแผนที่จะแหกคุก ก่อนเหตุการณ์แหกคุก โรแนนมีปัญญากับทานอสเล็กน้อย (แต่ก็ฆ่าลูกน้องของทานอสไปหนึ่งคน) อย่างไรก็ดีทานอสยังคงเชื่อใจโรแนนกับเนบิวล่าอยู่ ในเวลาต่อมาร็อคเก็ตได้กระจายแผนการให้สามคนที่เหลือฟัง ที่แรกพวกเขาจะรอ แต่เพราะกรูทไปดึงแหล่งพลังงานของเรือนจำก่อน สัญญาณเลยดังขึ้น ทำให้ต้องรีบหนี ตอนนี้ทุกอย่างในเรือนจำยุ่งเหยิงไปหมด ด้วยการช่วยเหลือจากแดร็กซ์ ทำให้สามารถขึ้นไปที่ห้องควบคุมเพื่อที่จะฝ่าหน่วยโนว่าไปได้สำเร็จ พวกเขาขึ้นไปบนยานของสตาร์ลอร์ดและวางแผนจะเอาอ๊อบไปให้ "ดิ คอลเลคเตอร์" (คนเดียวกับคนที่โผล่ในเรื่องธอร์) แต่ว่าอ๊อบนั้นอยู่กับสตาร์ลอร์ดที่ไม่รู้หายไปไหน สตาร์ลอร์ดแค่ไปเอาเครื่องเล่นเพลงคืนและบินออกมาแบบเกรียนๆ (If you like pina coladas and getting caught in the rain โอ้! โทษครับพอดีเผลอไปหน่อย พอดีในเรื่องเพลงขึ้นถึงตอนนี้พอดีเลย)

         ทั้งห้าคน (ตอนนี้มีแดร็กซ์แล้ว) ก็ได้ไปหา ดิ คอลเลคเตอร์ ที่ Knowhere ก่อนหน้านั้นมีโมเม้นท์ระหว่างสตาร์ลอร์ดกับกาโมร่า แต่ทำอีท่าไหนก็ไม่รู้ แดร็กซ์กับร็อคเก็ตเกิดทะเลาะกัน (คิดว่าน่าจะดื่มมากเลยเมา การดื่มไม่ดีนะครับทำให้ขาดสติ) ร็อคเก็ตโกรธแดร็กซ์ที่ล้อรูปลักษณ์ของเขา (เพราะถ้าเลือกได้เขาคงไม่อยากเป็นแบบนี้) แดร็กซ์เลยแยกทางไป สี่คนที่เหลือได้ไปหา ดิ คอลเลคเตอร์ เขาได้เปิดเผยว่าสิ่งที่อยู่ในอ๊อบ นั่นคือ "พาวเวอร์ สโตน" ซึ่งเป็นหนึ่งในอินฟินิตี้ สโตน ที่มี 6 เม็ด (หนึ่งในนั้นคือเทสซาแรคกับอีเธอร์และคทาโลกิ) เขาได้เล่าถึงประวิติของ "พาวเวอร์ สโตน" ว่าสิ่งนั้นเคยถูกครอบครองโดยใครหลายคน เพื่อใช้เป็นอาวุธทำลาบล้างโลกหรืออาจร่วมถึงจักรวาล แน่นอนว่า ดิ คอลเลคเตอร์ ยินดีที่จะจ่ายเงินรางวัลอย่างงาม แต่ด้วยความที่คนใช้ของ ดิ คอลเลคเตอร์ ไม่ซื่อ เธอเลยเอามือคว้าและหวังว่าะได้พลัง แต่กลายเป็นว่ามันทำลายตัวเธออย่างรวดเร็ว รวมทั้งทำลายข้าวของในพิพิธภัณฑ์ของ ดิ คอลเลคเตอร์ ในพริบตา เดียว (ผมว่า....เพราะงี้แหละเลยไม่ควรมีไว้) หลังเหตุการณ์เมื่อตะกี้ กาโมร่าได้ตัดสินใจว่าควรจะเอาอ๊อบหรือพาวเวอร์ สโตนไปให้กับหน่วยโนว่า เพราะอย่างน้อยเขาก็ไม่ใช้มันในทางผิดอย่างแน่นอน แต่ทว่ามันสายไปเสียแล้ว

         พวกของโรแนนได้ตามมาถึง Knowhereพอดี ซึ่งเป็นเพราะแดร็กซ์ (ที่น่าจะยังเมาอยู่) ได้ไปส่งสัญญาณเรียกมาเพื่อที่จะได้ให้โรแนนโผล่ออกมา (ไอ้บ้าเอ๊ย!!) ที่้เหลือเลยไม่มีทางเลือกนอกจากสู้กับพวกของโรแนนเพื่อฝ่าออกไป  แดร็กซ์ถูกโรแนนอัดจนน็อคได้อย่างง่ายดาย (กรรมจริงๆ) ที่เหลือยกเว้นกรูทขึ้นไปบนยานทำเหมืองและต่อสู้กับทหารของโรแนนที่นำโดยเนบิวล่าอย่างดุเดือด กาโมร่าถูกเนบิวล่าไล่ล่า ผลก็คือเธอถูกยานของเนบิวล่ายิงทิ้ง ทำให้อ๊อบถูกเอาไปได้ในที่สุด สตาร์ลอร์ดเสี่ยงชีวิตตนเองเพื่อเอาหน้ากากของเขาไปให้กาโมร่าใส่เพื่อให้เธอรอดและส่งสัญญาณเรียกพวกรีเวนเจอร์มาให้เอาตัวเขาไป แดร็กซ์ที่โดนโรแนนเหวี่ยงให้จมลงไปใน...เออ...ไม่รู้เหมือนกันครับ ถูกช่วยไว้โดยกรูท ร็อคเก็ตได้ต่อว่าในการกระทำของแดร็กซ์ ที่ว่าแดร็กซ์นั้นต้องการล้างแค้นมากเกินไปเลยต้องให้คนอื่นต้องมาดวงซวยแบบนี้ด้วย (อันนี้ผมว่าร็อคเก็ตพูดถูกนะครับ) และเหลือเชื่อ!! แดร็กซ์ผู้ไม่ฟังใครกลับรู้สึกผิดในเรื่องที่ตนเองทำ ทีแรกร็อคเก็ตว่าจะหนีไปให้ไกลจากโรแนนแต่กรูทไม่เห็นด้วย "ข้าคือกรูท" และแดร็กซ์เองก็ขอช่วยอีกแรง

         ในขณะเดียวกันสตาร์ลอร์ด ได้พยายามเจรจากับ "ยอนดู" ผู้ที่เป็นเหมือนอาจารย์ของเขาเพื่อที่ให้เขาไม่ทำลายกาโมร่าและยอมช่วยเขาสู้กับโรแนนและก็สำเร็จด้วย หลังจากนั้นยานก็ถูกโจมตีโดยยานของสตาร์ลอร์ดที่ร็อคเก็ตขับเพื่อมาช่วย แต่พอรู้ว่าสตาร์ลอร์ดคุยกันเรียบร้อยแล้ว ก็เกิดอาการโวยนิดๆ ก่อนที่ตัดฉากมาที่ทั้ง ห้าคนมานั่งประชุมวางแผนกัน แล้วก็เกิดการเถียงกัน (ผมฮาตรงที่สตาร์ลอร์ดบอกว่าฉันมีแผน) สตาร์ลอร์ดได้เกลี้ยกล่อมคนอื่นเพื่อให้ลุกขึ้นสู้ เพราะว่าโรแนนกำลังจะทำลายจักรวาลแล้วและพวกเขาเป็นคนกลุ่มเดียวที่มีปัญญาหยุดเขาได้ ถ้าร่วมมือกัน (แล้วอเวนเจอร์ละครับ...นั่นสินะพวกเขายังไม่ได้เจอกันเลย) หลังจากนั้นพวกเขาก็พร้อมที่จะวางแผนเพื่อให้พวกรีเวนเจอร์รับทราบ ในขณะเดียวกัน ณ ยานของทานอสได้ติดต่อมาหาโรแนนเพื่อจะรับอ๊อบ   แต่โรแนนไม่ยอม ทั้งนี้เพราะเขาคิดว่าเขาได้อำนาจแล้วเลยดึงเอา พาวเวอร์ สโตน ออกมาจากอ๊อบและรวมเข้ากับค้อนของเขา (โรแนนสามารถถือพาวเวอร์ สโตนด้วยมือเปล่าได้นิดหน่อย) โรแนนพร้อมที่จะมุ่งหน้าไปดาวซานดร้า  เพื่อทำลายหน่วยโนว่าและโลกของพวกเขาทิ้ง (ถ้ามาที่โลกก็เจอ ดิ อเวนเจอร์แล้ว) ในเวลาเดียวกันสตาร์ลอร์ดได้ส่งข้อความไปหาคนของหน่วยโนว่าที่เขา "สนิท" ที่สุดที่ชื่อว่า Rhomann เขาได้เข้าข้อความนี้ไปให้ผู้นำของโนว่าโชคยังดีที่พวกเขายอมรับข้อเสนอที่จะช่วยพวกสตาร์ลอร์ด ไม่นานกองทัพของโรแนนที่อยู่บนยานรบขนาดยักษ์ก็เข้ามายังชั้นบรรยากาศของซานดร้าแต่ก็ต้องเข้าปะทะกับพวกรีเวนเจอร์ ซึ่งก็ทำให้พวกกองยานรบของหน่วยโนว่ามาช่วยไว้ได้ทันและยานของหน่วยโนว่าก็รวมตัวกันเป็นม่านขนาดใหญ่ กันไม่ให้ยานของโรแนนลงพื้น (เพราะถ้าลงพื้น โรแนนจะใช้ค้อนของตนทุบลงไปบนำพื้นและดาวดวงนี้ก็จะถูกทำลาย) พวกสตาร์ลอร์ดเข้ามาในยานของโรแนนได้สำเร็จ กาโมร่าได้ตัดสินกับเนบิวล่าเป็นครั้งสุดท้าย (ของภาคนี้ เพราะหนีไปได้)

         สตาร์ลอร์ด, แดร็กซ์และกรูทต่อสู้กับกองกำลังที่นำโดย Korath (และแดร็กซ์ก็ฆ่าเขา) ก่อนที่จะมากองทหารเข้ามารุมและถูกกรูทจัดการทิ้งแบบไม่เหลือซาก (ยังหันมายิ้มด้วย) โรแนนเริ่มโมโหเลยใช้พลังของศิลาเพื่อดันม่านออกไป ม่านที่หน่วยโนว่าสร้างไว้พังทลาย (และก็ฆ่าชีวิตของหน่วยโนว่าไปเป็นจำนวนมาก) อย่างไรก็ตามพวกสตาร์ลอร์ดก็เข้าถึงตัวโรแนนได้ สำเร็จ เขายิงปืนใหญ่ใส่โรแนนแต่มันได้ผลแค่เล็กน้อย โรแนนมีพลังมากกว่าพวกสตาร์ลอร์ดมาก ร็อคเก็ตเข้ามาช่วยโดยการใช้ยานของตนเองพุ่งเข้าชน ตอนนี้ยานของโรแนนกำลังจะตกและพวกสตาร์ลอร์ดไม่มีทางหนีออกจากยานได้ทันแน่ๆ กรูทสละชีวิตตนเองเพื่อสร้างโล่กำบังที่ทำจากไม้ ร็อคเก็ตพยายามจะห้ามแต่กรูทก็ยังคงคิดจะทำและเขาก็พูดว่า "เราคือกรูท" We are Groot(ยานได้ร่วงลงไปที่พื้น พวกสตาร์ลอร์ดปลอดภัยดี (แต่กรูท "ตาย" แล้ว) รวมทั้งโรแนน โรแนนกำลังชาร์ตพลังที่จะทำลายดาวดวงนี้แล้วก็...เพลง Ooh child ดังขึ้น "Ooh child, things are gonna get easier. Ooh child things'll get brighter. Then bring it down hard! Someday..." สตาร์ลอร์ดผู้กำลังกลายเป็นตำนานได้เต้นยั่วโรแนน แต่มันก็ถ่วงเวลาได้มากพอที่จะทำลายค้อนของโรแนน สตาร์ลอร์ดรีบคว้าศิลามาไว้กับมือสตาร์ลอร์ดสามารถถือมันไว้ได้ (เหลือเชื่อ! แต่คงได้ไม่นานเพราะมันกำลังฆ่าเขา) กาโมร่าได้บอกให้สตาร์ลอร์ดจำมือเธอไว้ เขาเห็นภาพแม่ของตนซ้อนทับกับกาโมร่าทั้งสองจับมือกัน ตามมาด้วยแดร็กซ์และร็อคเก็ต โรแนนตกใจว่าทำไมพวกสตาร์ลอร์ดถึงถือศิลานั้นได้

                        "You said it yourself, bitch! We're the Guardians of the Galaxy!"

         เหล่า กาเดี้ยน ออฟ เดอะ กาแล็คซี่ ใช้พลังนี้ทำลายร่างกายของโรแนนจนระเบิด และพวกเขาก็เอาศิลาใส่เข้าไปในลูกทรงกลม ยอนดูมารับของ (ยังจะเอาอีกเหรอ....ยอนดู) แต่ว่าสตาร์ลอร์ดให้พวกเขาไปก่อนที่จะเผยว่านั่นมันเป็นของปลอมส่วนของจริงอยู่กับเขา หลังจากที่พวกรีเวนเจอร์จากไป ในภายหลังได้เผยว่าอันที่จริงแล้วสตาร์ลอร์ดนั้นเป็นครึ่งมนุษย์กับเผ่าโบราณที่หน่วยโนว่าไม่สามารถทราบได้ (นั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมสามารถถือศิลาได้นานกว่าที่ควร) หลังจากนั้น เหล่า กาเดี้ยน ออฟเดอะ กาแล็คซี่ ก็ออกเดินทางพร้อมทั้งยานลำเดิมที่หน่วยโนว่าซ่อมให้ และกรูทที่งอกใหม่อีกครั้ง (ยังไม่ตายนี่เอง) ในตอนท้าย ดิ คอลเลคเตอร์ กำลังนั่งดื่มกับ หมาที่ชื่อคอสมอสและ Howard the Duck "...Gross"

         ที่สุดของเรื่องนี้สำหรับผมคือ "เจ๋งที่สุด" เอาตรงๆ เลยนะครับ เรื่องนี้ทำออกมาได้สนุกกว่าอเวนเจอร์เสียอีก (เหตุผลว่าทำไม่อเวนเจอร์ต้องชิดซ้าย) และหนังเรื่องนี้ก็ "ครบรสที่สุด" ด้วย เพราะมีทั้งตลก ตื่นเต้น น่าติดตาม เศร้า เครียด สะอิดสะเอียน (มาอย่างกับ Inside Out เลย) ทำให้มาเวลได้พิสูจน์ว่าเขาทำให้ตัวละครที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก (หากไม่ใช่แฟนมาเวล) ดังขึ้นมาได้บางที่เรื่องนี้อาจจะเป็นหนังที่ทำออกมาได้ดีที่สุดใน Phase 2 แล้วครับ (แม้จะไม่ทำเงินเท่าไอรอนแมน 3 และ อเวนเจอร์ 2 ก็เถอะครับ) ตัวละครเอกทุกคนมีมิติทุกคน (กรูทด้วยหรือเปล่า) อันที่จริงแล้วผมจับคู่เหมือนในสมาชิก ดิ อเวนเจอร์ ได้เลย (สตาร์ลอร์ด=กัปตัน อเมริกา, กาโมร่า=แบล็ค วิโดว์, ร็อคเก็ต=ไอรอนแมน, กรูท=ฮัค, แดร็กซ์=ธอร์) ในตอนแรกผมคิดว่าเป็นหนังเอคชั่นปนตลกธรรมดาๆ พอดูจริงๆนี่มันมีฉากดราม่าเยอะอยู่เหมือนกันนะครับ แถมตอนจบยังมีปมให้ไปคิดหรือสงสัยอีกด้วยว่า "ใครคือพ่อของสตาร์ลอร์ด" และตัวละครหลักทุกคนมีฉากน่าจดจำกันทุกคนเลย (แม้ผมจะชอบร็อคเก็ตมากที่สุดก็เถอะ) สำหรับเรื่องนี้เต็ม 10 ผมให้ 9.5 (ดิ คอลเลคเตอร์ดูไม่ค่อยมีพลังเท่าไหร่เหมือนในคอมมิค)

Avengers: Age of Ultron - การ "ทำร้ายตนเอง" ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของเหล่าตัวละครทั้งหลายในเรื่อง



         อเวนเจอร์ส: มหาศึกอัลตรอนถล่มโลก นั้นกำกับโดย Joss Whedon (จากอเวนเจอร์สภาคแรกกับThe Cabin in the Woods) เนื้อเรื่องเริ่มต้นที่เหล่าสมาชิกชุดเดิมจากภาคที่แล้ว (ไอรอนแมน, กัปตันอเมริกา, ธอร์, ฮัค, แบล็ควิโดว์ และฮอร์คอาย) ได้บุกเข้ามาในฐานทัพของไฮดร้าที่นำโดยสตรัคเกอร์ (คนเดียวกันใน มัจจุราชอหังการ) เพื่อจะเอาคทาโลกิคืนมา (ดูเหมือนว่าพวกออเวนเจอร์สรู้เป็นเพราะได้รับข่าวมาจากโคลสัน ใน Agent of S.H.I.E.L.D.) ซึ่งพวกไฮดร้าในนี้นั้น มีเทคโนโลยีที่ล้ำกว่าที่อื่นมากแต่ก็ไม่คณามือเหล่าอเวนเจอร์สจนเขาบุกใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ในช่วงที่ฐานทัพไฮดร้ากำลังวุ่นวาย ก็มีคู่แฝดผู้มีพลังวิเศษสองคนหนีออกมานั่นคือ เปรโต ซึ่งเขาใช้ความเร็วอันมหาศาลของเขาผลักคลินท์ (ฮอร์คอาย) จนล้มไม่เป็นท่าเลย (และทำให้เขาเสียหลักจนโดนโจมตีด้วย) และวันด้าเข้ามาปล่อยพลังจิตใส่สตีฟก่อนที่จะเดินไปแบบหลอนๆ อย่างไรก็ตามสตีฟก็จับตัวสตรัคเกอร์ได้ นาตาชาไปช่วยให้ฮัคสงบและกลับร่างเป็นแบนเนอร์ ส่วนสตาร์กได้เข้าไปพบกับคทา และก็ถูกวันด้าปล่อยภาพหลอนใส่ ทำให้เขาเห็นเหล่าอเวนเจอร์สนอนตายพร้อมทั้งคำพูดสุดหลอนจากสตีฟในภาพหลอน  "นายควรจะช่วยพวกเรา" ก่อนที่เขาจะหยิบคทาโดยที่วันด้าปล่อยให้หยิบเพราะคิดว่าสตาร์กจะพบกับจุดจบ (โดยที่ไม่รู้ตัวว่าเธอคิดผิดอย่างแรง ทำร้ายตัวเองซะแล้ว)

         หลังจากที่ ดิ อเวนเจอร์ส คว้าชัยไปได้อีกครั้ง สตาร์กได้ขอยืมคทาโลกิไปใช้งาน ก่อนที่ธอร์จะเอากลับไปแอสการ์ด หลังจากที่เขาได้ตรวจสอบสิ่งที่อยู่ในคทา สตาร์กคุยกับแบนเนอร์เกี่ยวกับการที่จะสร้างเอไอตัวใหม่ที่เหนือกว่าจาร์วิสซึ่งนั่นถูกเรียกว่า อัลตรอน ซึ่งมันคือระบบที่(ควรจะ)ถูกสร้างเพื่อให้สามารถส่งชุดเกราะคอยไปทำหน้าที่แทนเหล่าฮีโร่เพื่อสันติสุข ในตอนแรกพวกเขาทำเท่าไหร่ก็ไม่เสร็จ แต่พอเมื่อพวกเขาจะไปพักเพื่อไปงานเลี้ยงที่ อเวนเจอร์ส ทาวเวอร์ อัลตรอนได้ตื่นขึ้นมาและได้ทำการตรวจสอบประวัติศาสตร์ของศัตรูแต่นั่นทำให้อัลตรอนได้ตัดสินว่า หนทางเดียวสู่สันติสุขก็คือมนุษย์ต้องสูญพันธ์ (สร้างของมาทำร้ายตนเองจนได้) หลังจากนั้นเขาก็ทำลายจาร์วิสที่พยายามจะเข้ามาหยุดเขา (ไม่นะ...จาร์วิส)

         ในงานเลี้ยงก็มีคนมากมายที่มาเข้าร่วม (คนนอกที่มีชื่อก็มี ฮิลล์ ที่เป็นลูกน้องของสตาร์กไปแล้ว, โรดี้, แซมและหมอเฮเลน (เธอมาช่วยงานให้พวกอเวนเจอร์ด้วย)) สตีฟเองก็ได้ให้กำลังใจแบนเนอร์ เรื่องที่เขากำลังเล็งเธออยู่ ซักพักหลังจากที่คนเริ่มไม่อยู่กันแล้ว (แซมกลับไปแล้ว) ธอร์ได้ท้าทุกคนให้มาลองถือค้อนของเขาดู (กฎง่ายๆ คือใครก็ตามที่คู่ควรเจ้าจะมีพลังแห่ง...ช่างเหอะ มันก็แค่กลหลอกเด็กครับ (มั้ง)) และเป็นอย่างที่ธอร์คิด ไม่มีใครสามารถยกได้เลย (ฉากนี้เป็นฉากที่ฮาที่สุดในเรื่องแล้วครับ) ขนาดสตาร์กเอาแขนไอรอนแมนมาใช้ยังยกไม่ขึ้น ให้โรดี้ที่เอาแขนของ วอร์ แมชชีน มาใส่ยังเอาไม่อยู่ ตอนแบนเนอร์ยกค้อนเขาแกล้งทำท่าแบบฮัคด้วย (จะฮาดีไหมเนี่ย) มีแต่กัปตันที่สามารถยกได้นิดนึง (ธอร์ตกใจนิดๆ) แน่นอนว่ามีเหตุผลง่ายๆ ที่ไม่สามารถยกค้อนขึ้นมาได้ นั่นคือ "พวกนายทุกคนไม่คู่ควร" ในระหว่างงานเลี้ยงกำลังดำเนินอยู่ อัลตรอน (ตัวเป็นๆ) ก็ปรากฏตัวขึ้นมาและได้ทำการควบคุมหุ่นยนต์ตัวอื่นของสตาร์กเข้ามาโจมตี ดิ อเวนเจอร์ ทุกคนสามารถรับมือได้ และทำลายอัลตรอนทิ้ง แต่ว่าเขาย้ายจิตของเขากลับไปที่ฐานร้างของไฮดร้าแล้ว (There are no strings on me...) ธอร์รู้สึกโกรธมากที่สตาร์กสร้างอัลตรอนโดยที่ไม่บอกคนอื่น (ยังดีที่สตีฟห้ามศึกไว้ได้) สตาร์กพยายามแก้ตัวว่าเขาแค่ต้องการจะหยุดสงครามและสร้างความสงบสุขให้โลกใบนี้ (ดูแล้วน่าจะไม่ค่อยได้ผล) สตีฟเลยบอกว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นเราก็แค่สู้ไปด้วยกันถ้าแพ้เราก็ซวยไปด้วยกัน (Suckseed!) อัลตรอนก็ได้จ้างคู่แฝดที่มีความเคียดแค้นต่อสตาร์กที่อาวุธของเขาฆ่าครอบครัวของพวกเขา หลังจากนั้นพวก อเวนเจอร์ ได้รู้ว่าอัลตรอนได้ฆ่าสตรัคเกอร์ไปแล้วและเขากำลังไปหาไวเบรเนี่ยม (ที่เดิมทีควรได้จาก วากานด้า) จากพ่อค้าอาวุธที่ชื่อ ยูลิสซิส คลอว์ (ในหนังสือเขาเป็นคู่ปรับของ แบล็ค แพนเธอร์ ที่จะมาใน Phase 3)


         อัลตรอนกับแฝดได้ไปหาคลอว์ เพื่อจะทำการตกลงซื้อขาย หลังจากที่ซื้อไวเบรเนี่ยมเสร็จคลอว์ได้พบว่าอันที่จริงแล้วอัลตรอนนั้นถูกสร้างโดยสตาร์ก อัลตรอนโกรธมากเลยตัดแขนเขาเพราะเอาเขาไปเทียบกับสตาร์ก (ยังดีที่รอดมาได้) ซักพัก สตาร์ก, สตีฟและธอร์ก็เข้ามา (นาตาชากับคลินท์แอบเข้ามา) หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายก็ต่อสู้กัน สตาร์กเข้ามาเดี่ยวกับอัลตรอน เปรโตชกสตีฟหงายและจะเข้าไปชกธอร์แต่เขาเห็นค้อนผ่านมาเลยจะดึงมาใช้ แต่ว่ากลายเป็นโดนดึงไปซะงั้น (เพราะนายไม่คู่ควรไงพวก!555) เขาโดนสตีฟซ้ำอีกทีด้วย (ก่อนที่เขาจะไปชกสตีฟอีกรอบ) ซักพักวันด้าได้ใช้ความสามารถของตนทำให้พวก อเวนเจอร์เห็นภาพหลอน ธอร์เห็นว่าตนอยู่ใน Helheim กับเฮมดัลและภาพของอะไรบางอย่าง, สตีฟอยู่ในงานเลี้ยงสลับกับการที่เขาอยู่คนเดียว (เพราะคนอื่นๆได้จากเขาไปแล้ว), และนาตาชาต้องมาเจอกับอดีตของตนเองในสมัยที่เธอฝึกเป็นนักฆ่า วันด้าพยายามจะทำแบบนี้กับคลินท์แต่ เขากลับหันมาแล้วเอาลูกดอกไฟฟ้าจิ้มที่หัวเธอ เปรโตโกรธมากเลยซัดคลินท์กระเด็น (อีกแล้ว) คู่แฝดหนีออกมาแล้วมาเจอแบนเนอร์เข้า วันด้าใช้พลังของตนทำให้ฮัคในตัวแบนเนอร์คลั่ง (ออกมาทำไม่เนี่ย) ตอนนี้นาตาชาไม่ สามารถมาช่วยได้ สตาร์กเลยต้องเรียก "ฮัคบัสเตอร์" มาหยุดฮัคไว้ การต่อสู้อันดุเดือดกลางเมือง Johannesburg ได้เริ่มขึ้น การต่อสู้นี้ทำให้เกิดความเสียหายไปทั่วเมือง อย่างไรก็ดี สตาร์กสามารถหยุดฮัคที่กำลังบ้าคลั่งไว้ได้ แต่เหล่าอเวนเจอร์ก็กลับไปโดยที่ยังช็อกกับภาพหลอนของตน

         พวกเขาได้ลงเอยมาอยู่ที่บ้านของคลินท์ซึ่งมีภรรยาและลูกถึงสี่คน (และอีกคนในท้อง ถึงว่าฮอร์คอายไม่โผล่มาในเรื่อง"มัจจุราชอหังการ" เพราะคงไปเลี้ยงลูกนี่เอง555) ธอร์ได้แยกตัวไปเพื่อไปหาเอริคเพื่อที่จะหาคำตอบของสิ่งที่เขาเห็น เขาเข้าไปในบ่อน้ำ (ที่ผมไม่รู้ชื่อ) เขาได้เห็นภาพนั้นอีกครั้ง และรวมถึงอินฟินิตี้ สโตน นั่นคือ สเปซ สโตน ในเทสซาแรค, เรียลลิตี้ สโตน ในอีเธอร์, พาวเวอร์ สโตน ในอ๊อบและ มายด์ สโตน ในคทาโลกิ (ผมกะแล้วเชียวว่ามันเป็นหนึ่งในนั้น) ทั้งสี่เม็ด (และอีกสองเม็ดที่ยังไม่เผยว่าอยู่ที่ไหน) รวมกันเป็นวัตถุปริศนารูปปลอกแขน กลับมาที่บ้านของคลินท์สตีฟกับสตาร์กได้มีการเถียงกันเรื่องภาพหลอนที่เห็นก่อนที่สตาร์กจะไปซ่อมรถ เขาได้พบกับฟิวรี่ สตาร์กได้บอกเหตุผลที่เขาทำแบบนี้ เพราะเขากลัวว่ามันจะเกิดขึ้นแบบในภาพหลอน หลังจากนั้นฟิวรี่ได้เข้าไปสร้างแรงบันดาลใจให้กับเหล่า อเวนเจอร์เมื่อทีมกลับมามีกำลังใจอีกครั้ง พวกเขาพูดถึงเป้าหมายของอัลตรอน พวกเขารู้ว่าสิ่งที่อัลตรอนทำในตอนนี้คือ วิวัฒนาการหรือสร้างร่างใหม่และร่างที่ดูเหมือนมนุษย์มากขึ้น คนเดียวที่ทำแบบนั้นได้นั่นคือคุณหมอเฮเลน

         อัลตรอนได้เข้าไปหาเฮเลนที่เกาหลีใต้และใช้คทาโลกิควบคุมเธอเพื่อให้เธอสร้างร่างใหม่ให้เขา โดยนำเอาดีเอ็นเอมาผนวกกับไวเบรเนี่ยมทำให้ได้ร่างที่ดูเหมือนมนุษย์มากขึ้น จากนั้นเขาหยิบเม็ดบนคทาโลกิและทำให้เม็ดนั้นแตกออกมาเป็น มายด์ สโตน ในขณะที่อัลตรอนกำลังถ่ายโอนจิตของตนไปไว้ที่ร่างนี้ วันด้าสามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ภายในจิตใจของอัลตรอน เธอก็พบว่าเป้าหมายที่แท้จริงนั่นคือการทำลายมนุษยชาติ (ที่ผ่านมาไม่รู้เลยเหรอ) ทำให้เธอปลดเฮเลนออกจากการควบคุมและให้เธอยกเลิกการถ่ายโอนจิต เปรโตรีบพาวันด้าหนีออกมา ในขณะที่เฮเลนบาดเจ็บจากการโจมตีของอัลตรอนและอัลตรอนก็เอา "ร่างใหม่" ของเขาไป ระหว่างนั้นเองสตีฟ, นาตาชาและคลินท์ก็ตามมาเพื่อหยุดแผนการของอัลตรอน สตีฟได้ต่อสู้กับอัลตรอนอย่างเอาเป็นเอาตายในขณะที่นาตาชาจะเข้ามาเพื่อทำลาย "ร่างใหม่" นั่น แต่สตีฟเห็นว่าถ้าทำลายมัน ศิลาที่อยู่ในนั้นก็จะแผ่พลังทำลายล้างมหาศาลฉะนั้นต้องเอาไปให้สตาร์ก สตีฟสามารถแยกอัลตรอนมาจากรถบรรทุกที่เก็บ "ร่างใหม่" ได้ แต่ตัวเขาก็ร่อแร่เหมือนกัน ทันใดนั้นเปโตรก็พุ่งชนเข้าใส่อัลตรอนพร้อมทั้งวันด้าที่พร้อมที่จะโจมตีใส่อัลตรอน แต่อัลตรอนสามารถหนีไปได้ นาตาชาสามารถเอา "ร่างใหม่" ไปให้คลินท์ที่อยู่ในควินเจ็ทได้ แต่เธอถูกอัลตรอนเอาตัวไป สตีฟเองก็ต้องหาทางหยุดรถไฟที่ขาดการควบคุม สตีฟเอาโล่มากันไว้ข้างหน้ารถไฟ เปโตรเข้าไปช่วยประชาชนที่กำลังถูกรถไฟ  วันด้าได้ใช้พลังของตนหยุดรถไฟเอาไว้ สตีฟได้เผยว่าจะเอา "ร่างใหม่" ของอัลตรอนไปให้สตาร์ก แต่วันด้าไม่ไว้ใจเลยบอกกับสตีฟว่า เขาควรหยุดสตาร์กไม่ให้เขาทำอะไรกับร่างนี้ เพราะอัลตรอนได้เสีย "ร่างใหม่" ของเขาไปแล้ว  เขาเลยต้องสร้างร่างใหม่ขึ้นมาเอง ในระหว่างนั้นเองสตาร์กได้ค้นพบว่าจาร์วิสยังมีชีวิตอยู่ (เย้!!) เขาเลยคิดจะให้แบนเนอร์ช่วยเอาจาร์วิสเข้าไปใน "ร่างใหม่" ก่อนหน้านั้นแบนเนอร์พบสัญญาณของนาชาตาจาก Sokovia (ที่เดียวกันกับในฉากแรก) ในระหว่างที่ทำอยู่นั้น สตีฟ, เปโตรและวันด้าได้เข้ามาหยุดสตาร์ก เปโตรถูกคลินท์จับไว้ (ได้ไงเนี่ย!!) วันด้าถูกแบนเนอร์ล็อก สตาร์กสู้กับสตีฟ เหตุการณ์ดำเนินไปจนกระทั่ง ธอร์โผล่ออกมา (หลังจากที่ไป "แช่" ที่บ่อไหนก็ไม่รู้) และเอาไฟฟ้าช็อก "ร่างใหม่" จนเกิดระเบิดใหญ่ขึ้น ออกมาเป็น "วิชั่น" (จาร์วิสกลายเป็นวิชั่นไปแล้ว!) ธอร์ได้อธิบายว่าวิชั่นนั้นเป็นความหวังเดียวที่จะหยุดอัลตรอนได้และสิ่งที่อยู่บนหัวนั่นคือ มายด์ สโตน วิชั่นได้ทำการบอกกับเหล่าอเวนเจอร์และคู่แฝดว่าเขาอยู่ฝ่ายเดียวกับชีวิต วิชั่นไม่ได้หวังว่าจะให้พวกนั้นไว้ใจจนเขาสามารถยกค้อนของธอร์ได้ (ขออึ้งแป๊บ...เขาต้องได้ครองแอสการ์ดแน่ๆ) แน่นอนว่าทำให้ธอร์ยอมรับในตัวเขาอย่างรวดเร็ว เหล่าอเวนเจอร์ทั้งหมด (ตอนนี้นับเปรโต, วันด้าและวิชั่นแล้ว) ทำการเตรียมตัวเพื่อเข้าสู่สมรภูมิสุดท้ายของเขาแล้ว

         เปโตรกับวันด้าได้ทำการอพยพผู้คนออกไปจากเมือง สตาร์กได้ไปพบอัลตรอนอีกครั้ง ซักพักวิชั่นได้ลอยเข้ามาหาอัลตรอน พอคุยได้สักครู่วิชั่นก็ทำการปิดกั้นการคลื่นย้ายทางสารสนเทศเพื่อไม่ให้อัลตรอนหนีไปได้ (อัลตรอนสร้างของมาเพื่อทำร้ายตัวเองแท้ๆ) อัลตรอนโกรธมากเลยทุ่มวิชั่นลงกับพื้นและกดปุ่มทำการยกพื้นดินบนเมืองให้ลอยขึ้นฟ้า (และถ้ากดอีกทีก็เป็นการให้พื้นตกลงไปเหมือนเป็นอุกกาบาต) และได้เรียกหุ่นยนต์จำนวนมากขึ้นมาจากพื้น เหล่าอเวนเจอร์จีงจำต้องเข้าสู้เพื่อปกป้องชาวเมือง กัปตันอเมริกาได้พูดกับเหล่าอเวนเจอร์ว่า "ถ้านายเจ็บ ก็ต่อยมันกลับไป ถ้านายถูกฆ่า...walk it off (ใครแปลคำนี้ได้ช่วยบอกผมที)" แบนเนอร์เข้ามาช่วยนาตาชา  ทั้งสองมีโมเม้นท์สวีทกันนิดหน่อยก่อนที่นาตาชาจะผลักแบนเนอร์ตกเหวและฮัคก็พุ่งขึ้นมาแทน ในขณะเดียวกันคลินท์พาวันด้ามาหลบ เพราะเธอกำลังสติแตกที่ตนเองไม่ยอมหยุดสตาร์กไว้ตั้งแต่ตอนนั้น และได้พยายามปลอบวันด้าและบอกว่ายังไงทุกอย่างที่เกิดขึ้นตอนนี้มันก็ไม่เมคเซ็นท์สักอย่าง (เช่นเอาธนูไปสู้กับหุ่นยนต์) และเขาก็พูดคำพูดที่เท่พอๆกับกัปตันอเมริกาว่า


"มันไม่สำคัญแล้วว่าเธอเคยทำอะไรหรือเธอเคยเป็นอะไร หากเธอออกไปข้างนอก เธอต้องสู้และเธอต้องสู้จนตัวตาย ถ้าเธอรออยู่ในนี้เธอก็ยังรอด ฉันจะส่งพี่ชายเธอมาหาเธอ แต่ถ้าเธอก้าวออกจากประตูละก็ เธอคืออเวนเจอร์ส (Doesn't matter what you did, or what you were. If you go out there, you fight, and you fight to kill. Stay in here, you're good, I'll send your brother to come find you. But if you step out that door, you are an Avenger)"



         หลังจากทำความเข้าใจแล้วเขาก็ไปสู้ต่อ ในขณะเดียวกันธอร์ได้ทำลายหุ่นยนต์เป็นจำนวนมาก เอาซะ..อัลตรอนหงุดหงิดและลากตัวเขามากระทืบ (เป็นกระสอบทรายอีกแล้ว ธอร์) จนวิชั่นได้หยิบค้อนธอร์มาเหวี่ยงใส่อัลตรอนให้กระเด็นออกไป (กระสอบทรายมาอีกคนหนึ่งแระ!) คลินท์กำลังลำบากแต่วันด้าได้ออกมาช่วยไว้ทันและทำลายหุ่นยนต์ที่อยู่ตรงนั้นจนหมด และเปรโตก็ยกวันด้าออกไป (เล่นเอาซะคลินท์เคืองเลย) กัปตันอเมริกาเห็นว่าพวกเขาคงปกป้องชาวเมืองไว้ได้ไม่นานแน่ๆ แต่ทว่าจู่ๆก็มีเฮลิแคริเออร์บินขึ้นมา ซึ่งบัญชาการโดยฟิวรี่และฮิลล์ พวกเขาได้ส่งยานอพยพมาที่ "เกาะลอย" แห่งนี้ แน่นอนว่าอัลตรอนต้องส่งหุ่นยนต์ไปขัดขวางแต่ว่าฟิวรี่ส่ง โรดี้ (ในชุด วอร์ แมชชีนอันใหม่) มาหยุดไว้และสตาร์กก็เข้าไปแจมกับเพื่อนเก่าของเขาด้วย ซักพักหลังจากที่ช่วยคนมาได้บ้างแล้ว สตาร์กได้บอกให้อเวนเจอร์ทุกคนรวมตัวที่ใจกลางเมืองเพื่อทำการปะทะกับกองทัพของอัลตรอน อัลตรอนส่งหุ่นยนต์จำนวนมากเข้ามาหาเหล่าอเวนเจอร์ แต่ว่าด้วยการร่วมแรงร่วมใจของเหล่าสมาชิกในทีม ทำให้พวกเขาสามารถเอาชนะอัลตรอนได้อย่างสวยงาม(สามัคคีคือพลัง) อัลตรอนเสียหายหนักจากการโจมตีของวิชั่น, ธอร์และสตาร์ก หลังจากนั้นวันด้าได้อาสาตนเองดูแลปุ่มกดนี้เอง ในระหว่างที่กำลังช่วยคนออกมาได้เกือบครบ คลินท์ได้เข้าไปช่วยเด็กที่ติดอยู่ในเมือง นาตาชาจะเข้าไปรับฮัคแต่ถูกขวางโดยอัลตรอนที่ขับควินเจ็ทเข้ามาไล่ยิงคลินท์กับเด็ก  แต่ทว่า...เปรโตได้เอาตัวมารับแทนคลินท์...และก็...(NOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOO!!!//ผมขอออกไปนั่งทำใจ 10 นาที) วันด้ารู้สึกแค้นมากเลยทำลายกองทัพหุ่นยนต์ที่จะเข้ามากดปุ่ม ฮัคตามเข้าไปหาอัลตรอนและเหวี่ยงอัลตรอนลงมาจากยาน ด้วยความแค้นของวันด้า เธอตามอัลตรอนมาและทำลายอัลตรอนทิ้ง โดยเธอลืมไปแล้วว่าเธอต้องดูแลปุ่ม มีหุ่นยนต์ตัวหนึ่งกดปุ่ม ทำให้ทั้งเมืองกำลังตกลงมา ธอร์กับสตาร์กไม่มีทางเลือก เขาต้องทำลายที่แห่งนี้และเดี๋ยวนี้แต่ก็ก่อนที่วิชั่นจะช่วยวันด้าออกมา (ปักธง ตกลงอาจเป็นแฟนกันเหมือนในคอมมิคส์) หลังจากนั้นธอร์กับสตาร์กก็รวมพลังกันทำลายเกาะลอยฟ้าแห่งนี้ ฮัคได้นั่งควินเจ็ทและแยกวงจากไปทำให้นาตาชา อกหัก (ขอเศร้าแป๊บนึง ทำไมคนผมสีแดงชอบอกหัก) อัลตรอนได้ใช้ร่างหุ่นยนต์ที่กำลังจะพังหนีออกมา วิชั่นได้มาหาอัลตรอนเป็นครั้งสุดท้ายและได้พูดถึงว่ามนุษย์ยังสมควรที่จะอยู่ในโลกแห่งนี้ ในขณะที่อัลตรอนบอกว่าวิชั่นนั้นซื่อไปแล้ว วิชั่นเลยบอกว่า "ก็นะ ฉันเพิงเกิดเมื่อวานนี่น่ะ" อัลตรอนโกรธมากเลยพุ่งไปหา วิชั่นทำลายอัลตรอนทิ้งและคาดว่านั่นคงเป็นจุดจบของอัลตรอน

         หลังเหตุการณ์ครั้งนั้น อเวนเจอร์ได้สร้างฐานใหม่ของตนโดยที่มีฮิลล์, เอริคและเฮเลนมาช่วย คลินท์ได้ออกจากการเป็นอเวนเจอร์เขาได้ลูกชายคนใหม่โดยที่เขาเอาชื่อของเปรโตมาตั้ง นาตาชายังคงไม่สามารถหาแบนเนอร์ได้ ธอร์ได้กลับไปแอสการ์ดเพื่อไปหาข้อมูลเกียวกับอินฟินิตี้ สโตนและเขาให้วิชั่นเก็บมายด์ สโตนไว้ สตาร์กเองก็ออกจากอเวนเจอร์เหมือนกันและเขาก็บอกลาสตีฟแล้วนั่งรถจากไป สตีฟได้พบกับนาตาชาและได้พูดถึงสมาชิกใหม่ที่เตรียมไว้แล้ว เมื่อเข้าไปก็พบว่าสมาชิกใหม่นั้นคือ โรดี้ (วอร์ แมชชีน), วิชั่น, แซม (ฟาลคอน) และ วันด้า (สกาเล็ท วิช) และสตีฟก็พูดว่า "Avengers...Assemble" (ไม่มีเปรโตซะงั้น ตกลงตายจริงใช่ไหม!!) ในตอนท้ายทานอส (คนเดียวกันใน "รวมพันธุ์นักสู้พิทักษ์จักรวาล") ได้เข้ามาเอาปลอกแขนที่ชื่อว่า อินฟินิตี้ กันเลท มาจากที่เก็บและเขาก็พูดว่า "ก็ได้...ฉันทำเองก็ได้"

         จบกันไปแล้วกับเรื่องนี้ ถ้าพูดถึงที่สุดสำหรับเรื่องนี้ก็คือ "มันส์ที่สุด" เรื่องนี้มีฉากต่อสู้ที่มันที่สุดใน Phase 2 แล้วครับ และสองคือ "ตัวละครทุกตัวน่าจดจำและน่าติดตามทุกตัว" เพราะแม้กระทั่งคลอว์ก็ยังมีฉากน่าจดจำเลยครับ วิชั่นโผล่ออกมาไม่นานแต่บทพี่แกเด่นเอามากๆ(เพราะหน้าตาแกสีแดงเอามากๆ) และอีกอย่างนึงคือ..."น่าผิดหวังที่สุด" เพราะว่าภาคนี้นั้นมันขาดอะไรไปหลายอย่างเช่น คนสร้างให้ธอร์รับบทเป็นกระสอบทรายอีกแล้ว แถมตอนลงน้ำในบ่อเพื่อไปดูนิมิตรนั้นผมว่ามันดูยังไงๆอยู่นะครับ ฉากกำเนิดวิชั่นก็ดูรวบรัดเกินไป (ถ้าเป็นแบบนี้สงสัยหนังต้องยาว 3 ชั่วโมงแน่) อัลตรอนดูโหดน้อยกว่าที่ควรจะเป็น วันด้าควรมีบทบาทมากกว่านี้ (ถึงแม้บทเธอจะออกมาดีอยู่แล้วก็ตาม) และอย่างสุดท้าย...ทำไมต้องให้เปรโตตายด้วย ผมเสียดายและผิดหวังอย่างมากกับตัวละครตัวนี้(ฮือๆๆๆๆ เศร้าอ่ะ) ทั้งๆที่ผมว่าบทของเปรโตออกมาได้ดีแถมยังมีพัฒนาการตัวละครด้วย จะบอกว่าบทออกมาดีกว่าควิกซิลเวอร์ ที่อยู่ในเอ็กซ์เม็นเสียอีก (แม้ผมจะชอบเวอชั่นนั้นเหมือนกันก็เถอะครับ) แต่ดันสร้างฉากตายที่รวบรัดมากๆ (คืออย่างที่ผมพูดผมไม่ได้เศร้าที่เปโตรตายเลยแต่ผมแค่ผิดหวังที่ให้เขาตายง่ายๆ ซึ่งเขายังไม่ควรตายเขาน่าจะมีบทบาทมากกว่านี้) นอกจากนั้นยังไม่พูดถึงเขาอีกเลยด้วย ทำให้ฉากตายของเขาแทบจะเรียกว่าไร้ค่าเลยทีเดียว (ถ้าไม่นับว่าเขาทำเพื่อช่วยคลินท์กับเด็กนะครับ) ถ้าให้คลินท์ตายในบทผมว่ามันจะได้อารมณ์ที่อิมแพ็คท์มากกว่านี้ (เพราะเป็นตัวละครที่มีความสัมพันธ์กับคนในทีมมานานกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าผมอยากให้คลินท์ตายนะครับ) และอีกอย่างคือผมมารู้ว่า ตอนแรกทีมงานเขาจะให้เปรโตไม่ตายด้วย แต่ดันตัดสินใจห้ตายในเรื่องด้วยเหตุผลที่ว่า เขาแค่อยากให้ตัวละครตัวนี้ตาย (ไม่ยุติธรรมกับผมเลยครับ) ซึ่งทั้งหมดเป็นเพราะลิขสิทธ์งั้นเหรอ แล้วแบบนี้คงไม่คิดจะฆ่าวันด้าด้วยใช่ไหมครับ ถ้าแบบนี้อย่าให้ออกมาเลยยังจะดีซะกว่า //ผมลุกออกไปจากเก้าอี้ จนแม่ขอให้กลับไปเขียนต่อให้จบ//

         เอาเถอะครับ อย่างไรก็ตามหนังเรื่องนี้ก็เป็นหนังที่ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมมาก ตัวละครหลายตัวมีพัฒนาการของตัวเองและก็มีบางตัวละครที่มีการโชว์อีกด้านนึงของตัวละคร สตาร์กในภาคนี้ดูเป็นตัวร้ายมากขึ้นนะครับ ในความคิดของผมน่ะครับ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ทำเพื่อโลกใบนี้ สตีฟเขาก็ยังสรรหาคำพูดเท่ๆมาได้ทั้งเรื่องตามเคย ธอร์เขาดูเข้ากับคนได้ดีขึ้นนะครับ (และก็เป็นกระสอบทราย ไม่รู้ผู้กำกับแค้นเคืองอะไรธอร์นักหนา เอะอะๆก็เจ็บตัว) แบนเนอร์เองก็เริ่มที่จะเปิดใจให้คนอื่นบ้างแล้วเหมือนกับที่นาตาชาเปิดใจให้แบนเนอร์ คลินท์นั้นบทเยอะขึ้นเท่ขึ้นและในเรื่องนี้เขาก็ได้โชว์ด้านที่ดูเป็นหัวหน้าครอบครัวมากขึ้น ถ้าใครจะถามว่าผมทำใจจากการตายของเปรโตได้หรือยัง คำตอบคือยังครับ ถึงตอนนี้ผมก็ยังทำใจไม่ได้ แต่ผมก็พบเข้าใจว่าทำไม ซึ่งนั่นเป็นเพราะว่านั่นเป็นผลแห่งกรรมของวันด้า เพราะตลอดทั้งเรื่อง เธอชอบให้คนอื่นเห็นความกลัวที่อยู่ในจิตใจ เธอโกรธแค้นสตาร์กจนปล่อยให้สตาร์กสร้างอัลตรอนเพื่อให้มันกลับมาทำร้ายเขา แต่กลายเป็นว่า ในท้ายที่สุด เธอก็ได้รับผลกรรมเหล่านั้นเสียเอง คือการสูญเสียคนที่ตนรักที่สุด นั่นคือเปรโตนั่นเอง (ไม่ต้องห่วง เดี๋ยววิชั่นจะดูแลเธอเอง (มั้ง! เพราะได้ยินว่าใน ซีวิล วอร์นั้น ทั้งสองอยู่คนละฝั่ง)) เรื่องนี้จากเต็มสิบผมให้ 8 แล้วกันครับ (เพราะเหตุผลข้างต้นที่บอกไปใน "น่าผิดหวังที่สุด" และดันฆ่าเปรโตทิ้งซะงั้น)

Ant-Man - จากโจรกระจอกสู่เดชไอ้มดแดงฉบับอเมริกา (เอ้า! มิวสิค! //เพลงเปิดไอ้มดแดงดังขึ้น Kamen Rider Kamen Rider, Rider Rider~ สาบานเพลงนี้แม่ของผมร้องได้ !!!!//)



         มนุษย์มดมหากาฬ นั้นกำกับโดย Peyton Reed (จาก สาวเชียร์เท้าไฟ หัวใจวี้ดบึ้ม (ไม่เคยดูเหมือนกัน)) เริ่มต้นด้วยฉากในอดีตที่ แฮงค์ พิม กำลังทำการออกจากหน่วยชีล เพราะเขารู้ว่าหน่วยชีลกำลังจะนำอนุภาพพิมไปใช้ เขาบอกว่าสิ่งนั้นมันอันตรายเกินไป หลังจากที่เขาออกจากชีลแล้ว เขาก็ไม่เคยออกมาให้ใครเห็นอีกเลย

         กลับมาที่ยุคปัจจุบัน โฮบ ลูกสาวของแฮงค์ (แต่เธอเกลียดพ่อของตนเรื่องที่ไม่บอกความลับเรื่องชะตากรรมของแม่) ได้ "ร่วมมือ" กับดาแลน ได้ร่วมมือกันทำวิจัยอนุภาพพิม (เขาทดลองโดยใช้แพะเป็นหนูทดลอง) และสร้างชุด "เยลโล่แจ็คเก็ต" แฮงค์รู้สึกแย่มากที่ดาแลนยังคิดจะสร้างอนุภาพพิมขึ้นมาอีก ในขณะเดียวกันสก็อตกำลังชกกับนักโทษในเรือนจำ แต่ทั้งหมดเป็นเพียงปาร์ตี้ส่งท้ายสก็อตที่กำลังออกจากคุก หลังจากที่ออกมา เขาเจอกับหลุยส์ เพื่อนสุดกวนของเขา ได้ชวนเขาไปเป็นโจรอีกครั้ง (ซะงั้น!!) แต่สก็อตปฏิเสธ เขาเลือกที่จะทำอาชีพขายไอติ,บาสกิ้น รอบบิ้น(ยี่ห้อนี้อร่อยมากครับ แต่สาขาน้อยจัง) แต่ไม่นาน เขาก็โดนจับได้ว่าเคยเป็นโจร ซึ่งสร้างความไม่น่าไว้วางใจให้กับเจ้าของร้าน สก็อตจึงต้องโดนไล่ออก หลังจากนั้นเขาจึงกลับไปหาหลุยส์เพื่อรับงานขโมยของ(น่าไปขายไอติมยี่ห้ออื่นแทนก็ได้เนอะ 5555 อ้าว..ถ้าไปขายไอติมก็ไม่มีเรื่องให้สร้างน่ะสิ ) ซึ่งนั่นก็คือบุกเข้าไปในบ้านของแฮงค์ ก่อนหน้านั้นเขาไปหาเคสซี่ ลูกสาวของเขา แต่การมาของเขาไม่ค่อยเป็นที่ต้อนรับเท่าไหร่ (มีแต่เคสซี่คนเดียวที่ต้อนรับ) เขาได้พบกับจิม ตำรวจที่มักจะมาจับเขาและผู้ที่เป็นสามีคนใหม่ของแม็กกี้ภรรยาของสก็อตด้วย แม็กกี้ได้บอกกับสก็อตว่าเขาไม่ควรมาหาเคสซี่อีกหากเขายังไม่ปรับตัวหรือเป็นฮีโร่ในแบบที่เคสซี่ควรจะนับถือ

         ในยามค่ำคืน สก็อตผู้น่าสงสาร (มั้ง) กำลังทำการบุกเข้าบ้านของแฮงค์ ด้วยการช่วยเหลือและซัพพอร์ตทางไกลจากเพื่อนใหม่ ครูซกับเดฟ ทำให้เขาสามารถเข้ามาได้โดย "ไม่มีใครรู้ตัว" เขาได้เข้าไปเจอประตูบางอย่าง ที่น่าจะมีของเด็ดๆ อยู่ เนื่องจากประตูนี้มีโครงสร้างคล้ายของเรือ ไททานิก เขาเลยใช้ความเย็นทำให้ประตูนี้ระเบิดออกมา และเมื่อเขาเข้าไป เขาพบแค่ชุดกับหมวกเหล็กรูปร่างแปลกๆ (ชุดของแอนท์แมน) ซึ่งไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่สก็อตก็เอามันมาด้วยจนได้ พอเขากลับมาเขาได้ลองใช้ชุดนั้นดู ซึ่งผลก็คือ มันทำให้เขาหดร่างของตนให้เล็กลง เขารู้สึกตกใจมาก และจู่ๆก็มีเสียงของคนคนหนึ่ง กำลังติดต่อเขา หลังจากที่สก็อตประสบปัญหาในการใช้ชุด เขาตัดสินใจจะเอาชุดไปคืน แต่เขาดันถูกตำรวจจับซะงั้น

         ตอนที่เขาโดนขังอยู่ จู่ๆ แฮงค์ (ชายที่ติดต่อเขา) ได้เข้ามาหาเขาในฐานะทนายความของเขา เขาได้บอกว่าเขาจะส่งคนมาช่วยสก็อตแหกคุก (แฮงค์ควบคุมมดให้มาบังกล้อง เลยไม่มีใครมองเห็น) อันที่จริงเขาส่งมดมาช่วยและเอาชุดมาให้สก็อตใส่ สก็อตใส่ด้วยความงง(ประมาณ...บอกให้ใส่ก็ใส่ เอาเถอะไม่มีเวลาคิดอะไรแระ) หลังจากเขาใส่เสร็จ เขารีบหดตัวลงและเข้าไปหามดบินได้ (ภายหลังชื่อว่าเอนโทนี่) แต่นั่นทำให้เขาสลบเมือดเลย เมื่อเขาตื่นมา เขาก็พบกับแฮงค์และโฮบ (ที่เผยว่าตนเป็นสปายเพื่อสอดส่องการทดลองของดาแรน) เขาก็ได้รู้ว่าแฮงค์แค่ตั้งบททดสอบให้สก็อตเท่านั้นเอง และความต้องการของแฮงค์ก็คือให้สก็อตเข้าไปขโมยชุด "เยลโล่แจ็คเก็ต" มาจากดาแลน (ตอนนั้นสก็อตถามด้วยว่าทำไมไม่เรียกอเวนเจอร์มาเคลียร์เรื่องนี้) แน่นอนว่าจุดประสงค์อีกอย่างคือเขาต้องการให้สก็อตปรับตัวใหม่เพื่อที่จะเป็นฮีโร่ที่ชื่อว่า "แอนท์แมน" แทนเขา (สก็อตถามเลยว่าไม่สายไปใช่ไหมที่จะเปลี่ยนชื่อ)
      ตั้งแต่นั้นมาเขาก็เริ่มฝึกการใช้ชุดอย่างแข็งขันและยากลำบาก ทั้งฝึกการต่อสู้ ฝึกการหดตัว ทำความรู้จักกับเหล่ามดต่างๆนาๆพันธ์ เขาทำแม้กระทั่งการสั่งการกองทัพมด ในตอนนั้นโฮบได้แสดงตัวอย่างการควบคุมมดให้ดู แต่นั่นทำให้แฮงค์รู้สึกหงุดหงิด (เพราะเขาไม่ต้องการให้ลูกสาวของเขาเป็นแอนท์แมน) เธอออกจากบ้านเพราะเธอคิดว่าพ่อของเธอไม่ไว้ใจเธอ สก็อตเข้ามาปลอบใจเธอและบอกกับเธอว่า แฮงค์ก็แค่ไม่อยากให้โฮบต้องมาเสี่ยง อันตราย (แน่นอนว่าสก็อตผู้เคยเป็นพ่อก็ย่อมเข้าใจผู้เป็นพ่อเหมือนกัน) เมื่อทั้งสองกลับเข้าไปข้างใน แฮงค์ได้ยอมบอกว่าเกิดอะไรขึ้นกับแม่ของโฮบ อันที่จริงแล้วแม่ของโฮบ เจเน็ต (วอสป์) เธอเป็นภรรยาและเคยเป็นคู่หูของแฮงค์ (สมัยที่เป็นแอนท์แมน) ชุดของแฮงค์นั้นเสียหายในระหว่างที่กำลังหยุดจรวดนิวเคลียร์ของโซเวียต แต่เจเน็ตได้แสดงความกล้าหาญของเธอโดยการทำหน้าที่นี้แทน เธอหดร่างจนอยู่ในระดับควอนตัม ผลก็คือแม้เจเน็ตจะหยุดมันได้แต่เจเน็ตกลับต้องตกไปอยู่ในมิติควอนตัม (ในหนังสือจะถูกเรียกว่า Microverse) ซึ่งทำให้ทั้งสองกลับมาคืนดีกันอีกครั้ง หลังจากที่สก็อตใช้ชุดจนชำนาญแล้ว เขาได้รับภารกิจไปเอาเครื่องมือ (จำไม่ได้เหมือนกันว่าอะไร แต่มันช่วยในการขโมยชุดเยลโล่แจ็คเก็ต) จากโรงเก็บของเก่าของสตาร์ก แต่เมื่อสก็อตไปถึง ตอนนี้มันเปลี่ยนเป็นฐานของอเวนเจอร์ (อันเดียวกับที่ออกมาในตอนท้าย) ที่แรกเขาว่าจะหนีแต่ไม่ทันแล้ว เพราะแซม (ฟาวคอล) ได้มาเจอเข้า สก็อตได้เผยตัวและแนะนำตัวกับแซม (สร้างความเงิบให้กับโฮบและแฮงค์) หลังจากนั้นทั้งสองก็ต่อสู้กัน (เพราะตกลงกันไม่ได้ ไม่รู้จักใช้สติกันเล้ยย) ผลก็คือสก็อตสามารถหนีรอดและล้มแซมลงได้ (พร้อมทั้งเอาเครื่องมือไปด้วย) แม้แซมจะรู้สึกเสียหน้า (ที่แพ้โจรกระจอกและเป็นกระสอบทราย) แต่เขาก็แอบสนใจสก็อตขึ้นมานิดนึง

         หลังจากนั้นเอง ดาแลน ได้สำเร็จจากการสร้างอนุภาพพิมขึ้นมาใหม่และได้มาที่บ้านของแฮงค์ เพื่อบอกให้แฮงค์ไปร่วมงานฉลองความสำเร็จของเขา พวกแฮงค์ไม่มีเวลามากแล้ว เขาต้องหาทางหยุดเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด สก็อตเลยพาพวกของเขาหลุยส์, ครูซและเดฟ แน่นอนว่าสก็อตได้เปิดเผยตัวว่าตนคือแอนท์แมน เล่นเอาซะทั้งสามคนอึ้งทึ่งเสียวไปเลยทีเดียว หลังจากนั้นแฮงค์ก็ได้กระจายหน้าที่ให้กับทั้ง 5 คนว่าพวกเขาจะบุกเข้าไปในวันที่งานเลี้ยง
เริ่มตัว (ก่อนหน้านั้นสก็อตไปหาลูกสาวเขาด้วย)

         ศึกครั้งสุดท้าย (ในเรื่องนี้) ได้เริ่มต้นขึ้น แฮงค์กับโฮบได้เข้าไปในฐานะแขกรับเชิญในงาน เดฟคอยสังเกตการ ครูซมีหน้าที่แฮ๊กระบบ ส่วนหลุยส์เข้าไปปลอมตัวเป็นพนักงาน สก็อตได้เข้าไปทางท่อน้ำโดยนั่งกองทัพมดคันไฟ(อุ๊ย ไอ้มดตระกูลนี้กัดเจ็บนะครับ)ไปและให้แอนโทนี่ (พันธุ์มดไม้) พาเขาบินขึ้นไปที่ห้องเก็บชุด เขาส่งมดดำ(ไม่ใช่คนที่เป็นดีเจนะครับ มดที่เป็นมดจริงๆ)ไปทำลายระบบแต่ปัญหาคือเขาต้องผ่านรูที่มีเลเซอร์ตัดผ่านอยู่ ซึ่งเขาต้องรอให้ครูซทำการแฮ็กเข้าไปก่อน ในตอนที่แฮงค์กับโฮบเข้าไปในงาน พวกเขาพบว่าดาแลนได้ทำการขายอนุภาพพิมกับพวกไฮดร้า(กลุ่มเดียวกับที่เป็นศัตรูกับอเวนเจอร์) พอครูซกำลังจะแฮกเข้าไปได้สำเร็จ จู่ๆจิมก็ออกมาจับครูซกับเดฟ (ซะงั้น) แต่ก็ยังดีที่แฮกสำเร็จพอดี(พวกพระเอกก็อย่างนี้แหล่ะ) ทำให้สก็อตสามารถเข้าไปข้างในได้ แต่ก็พบว่าชุดไม่อยู่แล้ว ดาแลนกำลังจะทำการปลิดชีพแฮงค์กับโฮบ แต่ยังดีที่สก็อตยังมีไม้เด็ด เขาใช้แผ่นดิสก์ ทำให้กรงระเบิดและช่วยสองพ่อลูก ด้วยความช่วยเหลือจากหลุยส์ ทำให้สก็อตตามดาแลนที่หนีออกมาได้ทัน ในตอนนั้นดาแลนยิงไปโดนแอนโทนี่เข้า (จะมากไปแล้วดาแลน ไอ้คนทารุณกรรมสัตว์!! ขอหยาบนิดนึง เล่นเอาสัตว์มาทดลองอยู่เรื่อยเลย) สก็อตผู้ที่เพิ่งเสียเพื่อนที่สำคัญไปก็ได้ตามไปถึงแฮลิคอปเตอร์ ดาแลนได้ใส่ชุดเยลโล่แจ็คเก็ตเข้าต่อสู้กับสก็อต แม้ดาแลนจะเหนือกว่าในด้านสเปคของชุดแต่ฝีมือการต่อสู้ของสก็อตยังคงเหนือชั้นกว่าดาแลน   เขาสู้จนแฮลิคอปเตอร์ตก แม้ว่าสก็อตจะสามารถเอาชนะดาแลนได้แต่ว่าจิมโผล่มาจับสก็อต (มาได้ถูกจังวะมากกก...ประชดครับ) ซึ่งดาแลนก็หนีออกมาได้และมุ่งหน้าไปฆ่าเคสซี่ (ทำได้ดีมากจิม...ประชดอีกเช่นเคย) ดาแลนได้เข้าถึงตัวเคสซี่แล้วพร้อมที่จะทำร้ายเธอ แต่สก็อตได้มาช่วยทัน ทั้งสองได้ต่อสู้กันเป็นครั้งสุดท้าย เขาส่งมดกระสุน(มีจริงนะครับ มดพันธุ์นี้ ไม่เชื่อไปดูในกูเกิ้ลเลย ผมสงสัยเลยไปเสริชหาข้อมูล น่าจะกัดเจ็บมากกว่ามดคันไฟเสียอีก)ไปสู้กับดาแลน เขาให้ทุกอย่างรอบตัวสู้กับเขา ตอนนั้นสก็อตดันทำให้มดตัวใหญ่เท่าสุนัขด้วย (เรือหาย!! เอ่อ ไม่อยากหยาบคายเพราะเรือที่ว่าเป็นภาษาอังกฤษครับ shipไง) ซักพักจิมก็เข้ามาปกป้องเคสซี่ ดาแลนจะเข้ามาเล่นงานทั้งสอง แต่สก็อตเข้าไปข้างในชุดของดาแลนและทำลายจากภายใน ทำให้การร่างกายของดาแลนถูกบีบเรื่อยๆ จนกลายเป็นฝุ่น(ทรมาณนะ แต่คงเป็นเพราะกรรมที่ทารุณสัตว์) แต่นั่นทำให้สก็อตหายเขาไปใน มิติควอนตัมด้วย ตัวของเขาหดเล็กลงเรื่อยๆจนอยู่ในระดับควอนตัม (ฉากนี้ผมเหมือนจะเห็นแม่ของโฮป) เขาสลบไปได้สักพัก เขาได้ยินเสียงของลูกสาวเขา เขาจึงได้สติและซ่อมชุดของตนเองและกลับมาเป็นเหมือนปกติ เหตุการณ์จบลงด้วยดี

         หลังจากจบเหตุการณ์ แฮงค์ได้ถามสก็อตว่า เกิดอะไรขึ้นตอนที่เขาอยู่ในมิติควอนตัม สก็อตบอกว่า เขาจำอะไรไม่ได้เลย(มั๊ง) แต่นั่นทำให้แฮงค์เริ่มมีความหวังว่าภรรยาของเขาอาจจะยังมีชีวิตอยู่ โฮบกับสก็อตแอบสวีทกันด้วย (อิอิอิ) พอแฮงค์มาเห็น ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมานิดหน่อย ในตอนกลางคืน ในที่สุดจิมกับแม็กกี้ก็ยอมให้สก็อตมาพบแคสซี่ผู้เป็นลูกสาวได้แล้ว (ตอนนี้แคสซี่กำลังแอบเลี้ยงมดตัวเท่าสุนัขอยู่ด้วย)  ซักพัก สก็อตได้มาพบหลุยส์ ที่มาบอกข่าวว่า "มีชายที่กำลังหาตัวเขาอยู่ เขาทำงานให้กับ ดิ อเวนเจอร์ส" (ในฉากนั้นมีประโยคน่าสนใจด้วย ซึ่งก็คือ "We've got one that jumps, we've got one that swings, we've got one that crawls up the walls..." เท่าที่ฟังดูแล้วนั่นมันหมายถึงสไปเดอร์-แมนชัดๆ เอาเถอะครับ เดี๋ยวเขาก็โผล่มาใน Phase 3 อยู่แล้ว) ซึ่งชายคนนั้นก็คือแซมนั่นเอง เพราะเขาต้องการให้เขาเข้าร่วมกับ ดิ อเวนเจอร์ส ในตอนท้ายแฮงค์ได้เผยว่าเขาสร้างชุดวอสป์แบบใหม่ขึ้นมา ทีแรกเขาจะให้เจเน็ตใช้ แต่เมื่อเธอไม่อยู่ เขาจึงจะให้โฮบใส่แทน ในขณะเดียวกัน ในที่สุดสตีฟกับแซมก็พบกับบัคกี้แล้ว ทั้งสองเห็นว่าสตาร์กไม่ควรที่จะรู้เรื่องนี้ แซมได้บอกกับสตีฟว่า ยังมีอีกหนึ่งคนที่ช่วยได้ (นั่นคือสก็อตนี่เอง)
         จบไปแล้วกับเรื่องสุดท้าย ที่สุดของเรื่องนี้ไม่มีอะไรมาก ก็แค่..."เหนือความคาดหมายที่สุด" ตอนแรกผมคิดว่า หนังมันคงไม่มีอะไรมากหรอก แต่พอมาดูจริงๆแล้ว หนังเรื่องนี้ทำออกมาได้ดีมาก (ในสายตาของผมนะครับ)  สมแล้วที่เป็นหนังปิดฉาก Phase 2 แถมนอกจากนั้นตัวฉากท้ายเครดิต ก็ยังเป็นตัวเชื่อมให้กับ Phase 3 ด้วย และเราจะได้พบกับสก็อตอีกครั้งอย่างแน่นอนใน กัปตันอเมริกา ซีวิล วอร์ อีกด้วย

         เท่าที่ดูในหนัง ผมคิดว่า สก็อตได้พยายามทุกวิถีทางที่จะให้ตัวเขาได้พบกับลูกสาวของเขา และในที่สุดเขาก็สามารถกลายเป็นฮีโร่ในแบบที่ลูกสาวควรจะเอาเป็นตัวอย่าง ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างแฮงค์กับโฮบ ผมว่าอันที่จริง สองคนนี้ก็รักกันมากนะครับ เพราะโฮบแค่อยากช่วยพ่อของเธอและแฮงค์ก็แค่ไม่อยากให้ลูกสาวของเธอตกอยู่ในอันตราย แต่ผลก็คือ ทำให้ทั้งสองไม่เข้าใจกัน เมื่อทั้งสองยอมหันหน้ามาคุยกัน ทั้งสองก็กลับมาดีกันอีกครั้ง (เห็นมั๊ย การพูดจาเพื่อทำความเข้าใจ จะทำให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี มีสติๆอย่าทะเลาะกันนะครับ) สำหรับเรื่องนี้เต็ม 10 ผมให้ 8 (เนื้อเรื่องมันคลี่คลายเร็วไปหน่อย ไม่ค่อยมีเงื่อนงำอะไรมากมาย ตัวร้ายดูอ่อนด๊อยมาก แพ้ง่ายมากหรือ
เพราะมันเป็นผู้ร้าย)

         จบกันไปแล้วครับ กับเรื่องสุดท้ายครับ หวังว่าพี่ๆ น้องๆ น้า อา จะชอบนะครับ อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ยังไม่ใช่จุดจบของ Marvel Cinematic Universe เพราะมันกำลังจะเป็นการเริ่มต้นครั้งใหม่ของจักรวาลนี้เพียงแต่มาเวลก็ต้องพยายามเขียนบทให้ดีๆ และหามุขใหม่ๆด้วยแล้วกันครับ (เพราะผมกลัวว่ามาเวลใกล้หมดมุขแล้วสิครับ) เพราะปีนี้ฮีโร่ของฝั่ง DC Comic เริ่มเคลือนไหวแล้ว (Batman V Superman: Dawn of Justice กับ Suicide Squad) ในอีกแง่นึง ผมก็ชักอยากรู้ซะแล้วสิว่า ใครจะเหนือกว่า //ขอยืมคำพูดของ Lex Luthor มาดัดแปลงแล้วกัน//


         "Red and Blue, Light vs Dark, Day vs Night! The heroes are coming...The heroes are coming...!"

 


         อย่างไรก็ตามผมก็ขอจบเพียงเท่านี้ อย่างไรก็ดีก็ขอขอบคุณหนังสือ Marvel Encyclopedia(ที่คุณแม่ซื้อให้) และเว็บ Marvelcinematicuniverse.wikia ที่ช่วยเชื่อมในส่วนที่ผมอาจลืมและภาพบางภาพหลายภาพผมก็เอามาจากเว็บนี้เหมือนกัน (เรื่องนี้ผมเขียนจบตั้งนานแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสได้ลง เพิ่งเอามาลงปีนี้เองครับ) และที่สำคัญคือ ผมขอขอบคุณคุณลุงSW19และภรรยา ที่กรุณาส่งหนังสือ DC Commics "Super - Villians" The Complete Visual History มาให้ผม ผมถือเป็นของขวัญสำหรับการเรียนรู้เพื่อเปิดโลกกว้างของเหล่าร้าย ที่ทำให้ผมรู้จักตัวตนของพวกเขา เป็นหนังสือที่ดีมากๆครับ  ผมรู้จักเหล่าร้ายและได้แง่มุมของผู้ร้ายมากขึ้น คุณแม่เคยสอนผมว่า อย่ามองคนในแง่เดียว ควรมองเขาในหลายๆแง่และถ้าเราเอาตัวเองเป็นตัวเขาบ้าง ประมาณเอาใจเขามาใส่ใจเรา เราก็จะเข้าใจพฤติกรรมของเขา ไม่ต้องห่วงว่าผมจะกลายเป็นผู้ร้ายนะครับ เพราะบางทีพระเอกก็ไม่ได้ดีเสมอไป (รุมทำร้ายผู้ร้าย แฮ่ะๆ ล้อเล่นนะครับ ยังไงผมก็เข้าข้างคนดีและเป็นคนดีแน่ๆครับ) ขอบคุณอีกครั้งและมากๆสำหรับความกรุณาที่มีให้กับผม ขอบคุณลุงป้าน้าอาที่ให้กำลังใจกับผมตลอดมา และผมขอจบด้วยคำว่า "สวัสดีปีใหม่ครับ"


         ปีนี้เป็นปีแห่งการเสียสตังค์สากลอีกแล้วครับ หนังดีๆจาก Marvelและ DC Commics รวมทั้งเรื่องที่น่าสนใจจาก เจ เค โรว์ลิ่ง (ผู้เขียน แฮร์รี่ พ๊อตเตอร์) กำลังทยอยมาให้ผมกับพี่ได้ไปชมอีกแล้วครับ ขอบคุณคุณแม่คุณพ่อ และพี่ชายที่เป็นผู้สนับสนันหลักอย่างเป็นทางการมา ณ ที่นี้ ครับ ผมจะมีเรื่องเล่าให้อ่านอีกแน่ๆถ้ามีเวลา ไม่สัญญานะครับ

 

                                                            จากหมีน้อย



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 15 แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
เจ้าหมีน้อย วันที่ : 12/01/2016 เวลา : 23.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yakogoro

ความคิดเห็นที่ 11
BlueHill วันที่ : 11/01/2016 เวลา : 19.44 น.

มาแน่นอนครับ 5 พฤษภาคม ปีหน้า ส่วนปีนี้มี Captain America: Civil War กับ Doctor Strange ครับ ที่เป็นหนังของ Marvel Studio

ความคิดเห็นที่ 14 แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
เจ้าหมีน้อย วันที่ : 12/01/2016 เวลา : 23.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yakogoro

ความคิดเห็นที่ 9
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 09/01/2016 เวลา : 12.31 น.

ไม่เป็นไรครับ ยังได้อยู่ครับ เพราะผมยังถือว่าตัวเองยังเด็กอยู่ครับ

ความคิดเห็นที่ 13 แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
เจ้าหมีน้อย วันที่ : 12/01/2016 เวลา : 23.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yakogoro

ความคิดเห็นที่ 8
SW19 วันที่ : 09/01/2016 เวลา : 06.17 น.

ขอบคุณครับคุณลุง ที่ช่วยขยายหรือทำให้ประโยคหรือบทพูดในหนัง เข้าใจง่ายมากขึ้นครับ

ความคิดเห็นที่ 12 แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
เจ้าหมีน้อย วันที่ : 12/01/2016 เวลา : 23.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yakogoro

ความคิดเห็นที่ 7
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 08/01/2016 เวลา : 22.05 น.

มีแน่นอนครับ เปิดด้วย Captain America: Civil War ก่อนเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 11 เจ้าหมีน้อย ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 11/01/2016 เวลา : 19.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

น้าชาลี รอดูอยู่นะครับ การ์เดี้ยน ออฟ เดอะ การ์แลคซี่ ภาค ๒ ปีนี้จะได้ดูไหมครับ

ความคิดเห็นที่ 10 เจ้าหมีน้อย , แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (2)
Cat@ วันที่ : 10/01/2016 เวลา : 05.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

มนุษย์มด ยังไม่ได้

ความคิดเห็นที่ 9 เจ้าหมีน้อย , แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (2)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 09/01/2016 เวลา : 12.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

งานนี้ ป้าแม่มดใบ้สนิท
ท่าทางจะต้องให้นายลูกมดมาคุยแทน
จะบอกสุขสันต์วันเด็ก หมีน้อยของเราก็เป็นหนุ่มเสียแล้ว
เฮ้อ แล้วป้าแม่มดจะเหลืออะไร

ความคิดเห็นที่ 8 เจ้าหมีน้อย , แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (2)
SW19 วันที่ : 09/01/2016 เวลา : 06.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

Walk it off… เป็นสำนวนที่อิงกับกีฬา
เวลาเล่นกีฬา เช่นอย่างรักบี้ พอวิ่งชนกัน มีการเจ็บ จะพูดกันว่า run it off หรือ walk it off คือ ลองวิ่งหรือเดินไปต่ออีกสักห้านาที สิบนาที ถ้าผ่านก็แปลว่าไหว เล่นต่อไปได้ ถ้าไม่ไหว ก็ ออกจากสนามไป / มีการเปลี่ยนตัว

ในเรื่องนี้ ‘ถ้านายถูกฆ่า ก็ walk it off’ เป็น joke inside joke คือ เหมือนว่า ถ้าถูกฆ่า ก็ไปลองเดินๆ ดู ว่ายังกลับมาสู้ต่อไหวมั้ย (ความเป็นจริง ถูกฆ่า ไม่สามารถกลับมาลองเดินได้แล้ว) ดังนั้นความหมาย คือ เป็นมุกซ้อนมุก คือ ไม่มีสิทธิ์ตาย - ถ้านายถูกฆ่า ก็ไปเดินลากไปลากมา แล้วมาสู้ต่อ ห้ามตาย ประมาณนั้น

ส่วนตรงนี้ ขอแตะนิดนึง หมีน้อยจะได้เข้าใจถูกต้อง [... เธอต้องสู้และเธอต้องสู้จนตัวตาย If you go out there, you fight, and you fight to kill.] ความหมายที่ถูก คือ เธอต้องสู้ และเธอต้องสู้ด้วยการออกไปฆ่า

อยากอ่านทั้งเรื่องละเอียด เลยต้องหยุดตรง Ant-Man – เอาไว้มาอ่านต่ออีกรอบนะลูก

ไล่เรื่อยลงมาเจอหนุ่มน้อยกับ Super – Villains โอ .. แล้วหมีน้อยจะเอาเรื่องราวในหนังสือมาเล่าให้ฟังไหมนี่ – ยังจำคำคมของหมีน้อยที่ว่า ‘ถ้าไม่มีผู้ร้ายก็ไม่มีฮีโร่’ ได้อยู่นะ
(ดีใจที่หมีน้อยชอบ)

ลุงจะรออ่านแล้วกัน - สวัสดีปีใหม่จ้ะ

ความคิดเห็นที่ 7 เจ้าหมีน้อย , แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 08/01/2016 เวลา : 22.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ANT-MAN สนุกมากครับ ฉากสุดท้ายนึกว่าจะจบ แต่กลับไม่จบ ปิดท้ายแบบนี้ น้าสิงห์ฯ ว่า ต้องมีภาคต่อแน่นอนครับ

ความคิดเห็นที่ 6 เจ้าหมีน้อย , แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 08/01/2016 เวลา : 18.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้


ความคิดเห็นที่ 5 เจ้าหมีน้อย ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 08/01/2016 เวลา : 18.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

สมกับการให้เงินไปดูหนังและกินอาหารรวมทั้งขนมต่างๆ

เก็บข้อมูลเนื้อหาและเล่าได้ละเอียดละออ ไม่เสียดายที่จะต้องจ่ายเงินให้ แม้ว่าจะมีการส่งสัญญาณมาบ้างแล้วว่า ปีนี้เป็นปีแห่งการเสียตังค์(ค่าหนัง ค่าอาหารและจิปาถะ) คุณแม่ว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากๆ รู้จักคิดรู้จักวิเคราะห์ แต่ถ้าจะสปอยล์แบบนี้มันเยอะจัด แต่ถ้าเป็นแนวถนัด ลงทีละเรื่องน่าจะดีนะครับ ลงทีเดียวหลายเรื่องเยอะเกิ๊นนน

หรือว่ากลัวใครจะไม่รู้ว่า นี่คือหมีน้อยลูกชายแม่หมี เขียนเรื่องแต่ละทีเยอะเหมือนกัน ถถถ

ความคิดเห็นที่ 4 เจ้าหมีน้อย , แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (2)
feng_shui วันที่ : 08/01/2016 เวลา : 17.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

เล่าแบบ เต็มอ่มเรยยยยยยยชะ

ความคิดเห็นที่ 3 เจ้าหมีน้อย , SW19 ถูกใจสิ่งนี้ (2)
แม่หมี วันที่ : 08/01/2016 เวลา : 17.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

สปอยล์เนื้อเรื่องเยอะมากจริงๆ เล่าแบบนี้ไม่ต้องไปดูหนังกันแล้วมั๊ง เป็นน้องคุณชายละเอียด(พี่หมีใหญ่)เหมือนกันนี่เรา ก็แน่ล่ะ
หมีน้อยลูกแม่หมี คุณนายละเอียดยิบ

ความคิดเห็นที่ 2 เจ้าหมีน้อย ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 08/01/2016 เวลา : 17.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ลิงค์ไม่มา แม่วางลิงค์ของเอ็นทรี่ก่อนให้นะครับ

เอ็นทรี่ "สรุป Marvel Cinematic Universe Phase 2 และที่สุดของ Phase 2 แบบบ้านๆ ตอนที่ 1 "http://www.oknation.net/blog/yakogoro/2015/08/12/entry-1


ความคิดเห็นที่ 1 เจ้าหมีน้อย , SW19 ถูกใจสิ่งนี้ (2)
แม่หมี วันที่ : 08/01/2016 เวลา : 17.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

สวัสดีปีใหม่ครับลูกรัก เป็นเด็กดี สุขภาพแข็งแรง

เม้นท์แค่นี้ก่อน เดี๋ยวค่อยอ่าน เยอะจัด

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน