*/
  • ยามครับ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-04-03
  • จำนวนเรื่อง : 357
  • จำนวนผู้ชม : 1069212
  • จำนวนผู้โหวต : 184
  • ส่ง msg :
  • โหวต 184 คน
วันจันทร์ ที่ 7 กรกฎาคม 2557
Posted by ยามครับ , ผู้อ่าน : 4511 , 13:22:23 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 9 คน นายนอนเล่น , คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว และอีก 5 คนโหวตเรื่องนี้

"ลมพัดแรงกล้า เราจึงอยู่ท้าแรงลม" 
"Le vent se lève! . . . Il faut tenter de vivre!" 
- Paul Valéry -

เป็นผลงานกำกับ เรื่องสุดท้ายก่อนลาวงการ ของ Hayao Miyazaki  หรือที่คนไทยเรียก คุณปู่มิยาซากิ ผู้กำกับและเขียนบทชาวญี่ปุ่น หนังของเขาที่เคยฉายในเมืองไทย และผมได้ดู  ผลงานกำกับคือ  Spirited Away  , Ponyo และอีกสองเรื่องที่เขาเขียนบทคือ From Up on Poppy Hill , The Secret World of Arrietty   ผมชอบทุกเรื่องครับ ดูแล้วน้ำตาซึม

ผมว่า Hayao Miyazaki  ไม่เคยลืมใส่รายละเอียด และจิตวิญญาณลงไปในหนังของเขา บางคนว่าเขาเป็นพวกเพอร์เฟ็คชั่นนิสต์

The wind rises เป็นหนังที่เสนอเรื่องราวชีวประวัติของ   Jiro Horikoshi (มีชีวิตระหว่างปี คศ. 1903-1982)  ในช่วงวัยหนุ่ม ที่ทำงานเป็นวิศวกรของ มิตซูบิชิ ออกแบบเครื่องบิน Mitsubishi A6M Zero หรือที่เรียกสั้นๆว่า ซีโร่  ซึ่งเครื่องนี้ ถูกนำไปโจมตี-แบบกามิกาเซ่ ในเพิร์ล ฮาร์เบอร์ สงครามโลกครั้งที่ 2 นั่นแหละครับ (หนังไม่ใส่รายละเอียดส่วนนี้หรอกครับ เพื่อคงความเป็นหนัง ต้องยกย่องผู้กำกับ)

บางคนอาจจะเกิดคำถามว่า มีคุณค่าตรงไหนหรือที่ Hayao Miyazaki จะสร้างหนังประวัติของวิศวกรที่ออกแบบเครื่องบินรบ ประมาณว่า มันน่ายกย่องตรงไหน?

คุณมิยาซากิบอกว่า Jiro Horikoshi ไม่ได้ต้องการสร้างเครื่องบินรบที่มีอานุภาพหรอก เพียงแต่ต้องการสร้างสิ่งที่สวยงาม 

และนี่คือเหตุผลที่ผมเขียนถึงหนังเรื่องนี้ครับ หนังที่สื่อให้เห็นว่า ชายคนหนึ่ง คลั่งไคล้ในอากาศยาน (aviation) หลงไหลได้การได้เห็นประดิษฐกรรมของมนุษย์ ล่องลอยไปในอากาศ  ฝืนแรงโน้มถ่วงของโลก และเร่งความเร็วได้อย่างปรารถนา  พ้นไปจากขีดจำกัดทางทฤษฎี

เมื่อสามอาทิตย์ก่อน ผมได้ฟัง พลเอก ประยุทธ์ พูดถึง การสร้างโรงงานที่ใช้ Hi-tech ผลิตสินค้าที่มีลักษณะใช้เทคโนโลยีสูง มากขกว่าจะเป็นแค่โรงงานรับประกอบชิ้นส่วน ดูหนังเรื่องนี้ แล้ว ทำให้คิดต่อยอดว่า  เราต้องการคือ วิศวกรฝีมือดี ผู้มีแรงบันดาลใจที่จะทำอะไรสักอย่างที่มันทันสมัย และใช้การได้จริง ในหนังเอง เมื่อจิโร ถูกส่งไปดูโรงงานที่เยอรมัน ทางเยอรมันก็กลัวว่าญี่ปุ่นจะมาลอกเลียนเทคโนโลยี เพราะญี่ปุ่นไม่มีเทคโนโลยีเอง เครื่องบินโลหะยังทำไม่ได้เลย สุดท้ายจิโรทำในสิ่งที่เหนือกว่า เพราะนั่นคือ ความฝันของเขา

นอกเรื่องสักนิด บ้านเรา ตอนนี้ โรงเรียนกวดวิชาที่นักเรียนเข้าไปเรียน ก็เพื่อสอบวิชาหลักๆ เช่น ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา คณิตศาสตร์ เพื่อให้ได้คะแนนสูงๆ และสอบเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์  แพทยศาสตร์  วิทยาศาสตร์ประยุกต์ต่างๆ ให้ได้ หลายคนประสบความสำเร็จ ได้รับปริญญา วศบ. วทบ. ด้านที่อยากได้ แต่การขาดแรงบันดาลใจ และแนวคิดที่จะประดิษฐ์หรือพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างแท้จริงแล้ว วิชาที่เรียนมาก็ไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่    ประเทศไทยจึงกลายเป็นแหล่งผลิตนักเทคนิคเพื่อให้อ่านหรือทำตามคู่มือของฝรั่งให้ได้เท่านั้นเอง แต่จะให้คิดเองนั้น ต้องการอีกสิ่งหนึ่ง สิ่งนั้น หาชมได้จากหนังเรื่องนี้ครับ

Jiro Horikoshi หลงไหลในอากาศยานตั้งแต่เด็ก  หนังเปิดฉาก เล่าปูพื้น จิโร สมัยยังเด็กๆ  นอนหลับ และฝันว่า เขากำลังขับเครื่องบิน ซึ่งครื่องบินในจินตนการของเขาทำด้วยไม้ ทาสีสันสวยงาม บินโฉบเฉี่ยวไปตามท้องฟ้า แวะชมคลื่นในทะเล และเหินหาวดูภูเขาไกลโพ้น ชมความงามของธรรมชาติ นี่คือ ฉากที่ตอบคำถามของผู้กำกับที่เสมือนตอบโจทย์ว่า    จิโรไม่ได้ต้องการสร้างเครื่องบินรบ แต่เขาต้องการสร้างสิ่งที่สวยงาม เพราะสำหรับเด็กแล้ว เขาไม่เคยมีสงครามในหัวใจ มีแต่ความดีงาม

ในตอนท้ายของความฝัน เครื่องบินที่จิโรขับถูกโจมตีทางอากาศ (เพราะเป็นยุคของสงครามโลกครั้งที่ 2 ข่าวการทิ้งระเบิดทางอากาศเป็นที่รับรู้ของคนญี่ปุ่น)  จากฝันดีกลายเป็นฝันร้าย จึงปลุกจิโรตื่น

จิโรซึ่งยังเป็นเด็กนักเรียนชั้นประถม แต่หลงไหลในเครื่องบิน ได้ไปขอยืมหนังสือเกี่ยวกับ “อากาศยานและการบิน” จากครู ครูก็ยินดีให้ยืม แต่บอกว่า มีแต่ภาษาอังกฤษนะ จิโรบอกว่า ผมมีดิกชั่นนารีครับ 

หลังจากนั้น เด็กชายจิโรก็ขลุกอยู่กับหนังสือเล่มนั้น และออกแบบเครื่องบินในจินตนาการของเขาไปด้วย ผมละชอบการเล่าเรื่องตรงนี้ของหนังมากๆ

Blog ของ  The  Wall Street Journal Japan พูดถึง การทำหนังเรื่องนี้ของ โดยความหมายรวมๆก็คือ คุณมิยาซากิ ต้องการสร้างหนังที่แสดงถึง ชีวิตของวิศวกรคนหนึ่ง โดยไม่ต้องไปตัดสินว่า มันผิดหรือถูก ที่เขาทำแบบนั้น เพราะคุณมิยาซากิบอกว่า จิโร เป็นอัจฉริยะ  ผู้มีพรสวรรค์ ที่ไม่ได้คิดอะไรเกี่ยวกับยุทโธปกรณ์ทางสงคราม เขาเพียงแต่ต้องการสร้างเครื่องบินที่สวยงาม

หนังเรื่องนี้ จึงเป็นเรื่องที่สอดแทรกปรัชญาของการออกแบบและการใช้ชีวิต ของวิศวกรคนหนึ่ง โครงสร้างของหนัง ออกจะเป็นแนวแฟนซี (น้อยกว่าเรื่องอื่นของคุณปู่มิยาซากิ แต่ผมก็ว่ายังเป็นแฟนซี โดยเฉพาะฉากที่เขาคุยกับ คาโปรนิ  วิศวกรชาวอิตาลี)  ผสมกับมุมมองของชีวิตแบบเศร้าๆตามสไตล์ของ คุณปู่นั่นแหละครับ 

ไม่รู้สิครับ ผมดูหนังของ Hayao Miyazaki ไม่ว่าจะเป็นหนังที่เขากำกับเอง หรือเขียนบท  ผมมักเดินออกจากโรงหนังด้วยความรู้สึกเศร้าเงียบๆทุกที  เรื่องนี้ก็เหมือนกัน ผมดูจนจบ End Credit แล้วก็นั่งบนเก้าอี้ ความเศร้าไม่จางหาย

เมื่อเชื่อมโยงกับความสวยงามของเครื่องบินที่ จิโร่ สร้าง กับฉากที่ จิโร (แฟนซี-จินตนาการ) คุยกันกับ จิโอวานนิ แบททิสต้า คาโปรนิ วิศวกรออกแบบเครื่องบินชาวอิตาลี ว่า

“เครื่องบินทั้งหมด ขับโดยนักบิน บินไปสงคราม แล้วก็ไม่เคยได้กลับมาอีกเลย”

 เพลงประกอบตอน End Title ให้ความรู้สึกที่สวยงามแต่หม่นหมอง ประมาณว่า พรรณนา ถึง ท้องฟ้ากว้างไกล เธออาจจะขึ้นไปสูง ได้เท่าที่เธอต้องการ โบยบินไปกับอิสระที่เธอได้รับ แต่เธออาจจะจะเปล่าเปลี่ยว โดดเดี่ยวบ้าง มีดินแดนบางแห่งที่อาจจะมีใครสักคนที่เธอรักรออยู่

 ผมพาลูกชายไปดูหนังเรื่องนี้ด้วย  เด็กชายชอบเล่นเครื่องบิน รถไฟ และชอบดู youtube หนังเรื่องนี้เด็กชอบมากครับ ในส่วนตัวของผม การพาเด็กเข้าไปดูเรื่องนี้ไม่น่าจะมีผลเสียแต่อย่างใด เพราะหนังไม่มีฉากรุนแรง หรือการฆ่าฟัน ผลของสงครามใดๆ

อย่างที่เล่าในเบื้องต้นว่า หนังบอกเล่าถึงชีวิตของ จิโร่  วิศวกรด้านอากาศยาน ที่อยากฝันจะสร้างเครื่องบิน หนังใส่แรงบันดาลใจ ใส่รายละเอียดลงไปในจินตนาการ ไปมากพอดู

คนดูจะเห็นความสามารถเชิงคณิตศาสตร์ กับการประยุกต์ในการออกแบบ ผสานกับจินตนาการของ จิโร เพื่อให้เครื่องบินให้สวยงามดังที่เขาต้องการ ในขณะเดียวกันก็ใช้ได้จริงๆ   เด็กๆจะได้เห็นว่า เวลาออกแบบเครื่องบิน เกิดมาจากความฝัน ถ่ายทอดจินตนาการลงบนเป็นภาพบนกระดาษก่อน  แล้วจึงค่อยๆ ทำให้เป็นรูปเป็นร่าง

ฉากที่ผมชอบมากคือ เมื่อสมองถึงทางตัน หาทางออกให้กับปัญหาไม่ได้  จิโร ไปพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งที่นั่นเขาพบกับนางเอก(อีกครั้ง-) เขาปิ๋ง ไอเดียบางอย่าง แล้วก็ตัด-พับเครื่องร่อนด้วยกระดาษ เจ้าเครื่องร่อนกระดาษนี้ จึงเป็นแบบจำลอง ของเครื่องซีโร่นั่นเอง ซึ่งสวยงาม ลงตัวในทุกๆองศาการมอง – เพียงแต่ว่า สุดท้ายมันถูกใช้ในการสงคราม (น่าเศร้าเน๊อะ) 

บ้านเราก็มีการประกวด การพับเครื่องร่อน แต่ผมไม่แน่ใจว่า ครูผู้สอน จะสอนเกี่ยวกับ ชีวิต และการนำไปประยุกต์ใช้ให้แก่เด็กๆหรือเปล่า  หรือว่า จะเพียงแต่จ้องจะเอาที่หนึ่ง ชนะคนอื่นๆ กับตามค่านิยม

เป็นหนังที่ถือว่าให้เกียรติแก่เรืองราวในชีวิตของ คนที่ถูกนำมาทำหนังคือ Jiro Horikoshi และเป็นการผสานกับชีวิตของคุณมิยาซากิ ที่ชีวิตในวัยเด็ก ชมชอบการวาดเครื่องบินอยู่ไม่น้อย

 

ผมแนะนำหนังเรื่องนี้ให้พาเด็กๆเข้าชม (ถ้าเขาชอบเครื่องบิน )   เพราะหนังเรื่องนี้ มีมิติ ลึก – ตื่น ที่พูดคุยได้ในหลายระดับ ในระดับเด็กๆ เราอาจจะพูดถึง การสร้างแรงบันดาลใจ ในขณะที่สำหรับผู้ใหญ่ก็อาจจะพูดถึง ความไม่ท้อถอยในชีวิต  ส่วนคนสูงวัย เราอาจจะพูดถึงความปล่อยวางทุกสรรพสิ่ง เมื่อเวลาผ่านเลยไปแล้ว



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ยามครับ วันที่ : 08/07/2014 เวลา : 12.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

คห 10 พี่ณัฐรดา

นักวิจารณ์ มีหลายระดับครับ พวกติเรือทั้งโกลน นี่เป็นกลุ่มริดรอนกำลังใจกลุ่มหนึ่ง

โชคดีที่นักสร้างสรรค์ โดยส่วนใหญ่ วางแปลน แล้วก็เร่งก่อสร้างตามที่จินตนาการไว้ ไม่ฟังเสียงนกเสียงกา เขาจึงไปถึงจุดหมายปลายทาง

ส่วนพวกชอบติ พอเรื่องซาไป ก็หาเรื่องไปติเรื่องอื่นที่กำลังเป็นกระแสต่อไป บางทีพวกติเรือทั้งโกลน กับพวกเกาะกระแสนี่ เป็นพวกเดียวกัน รู้บ้างไม่รู้บ้างก็ขอให้ได้พูด เสนอหน้าทางทีวี

อั้ยยะ ผมชักจะเขียนมากไปล่ะ จะวกไปการเมืองเสียเรื่อย

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ยามครับ วันที่ : 08/07/2014 เวลา : 12.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

คห 9 คุณฝายชะลอน้ำ

ในฐานะที่เคยเป็นนักสังเกตการณ์เด็กเก่ง ผมยอมรับว่า บ้านเรามีเด็กเก่ง มีพรสวรรค์ ด้านต่างๆ ครบถ้วน แต่ เราใช้วิธีการ หรือการบริหารการศึกษาไม่เป็น ก็เลย ทำให้เด็กๆ ที่ไม่เก่งส่วนใหญ่ อยากเก่ง จึงเฮละโล ไปเรียนกวดวิชา เรียนเพื่อให้สอบผ่านครับ แล้วก็ลืมหมด ท่องอะไรเจื้อยแจ้วเป็นนกขุนทอง แต่เอาไปประยุกต์ใช้ไม่เป็น

จะปฏิรูปกันแบบไหน ก็ยังมองไม่ออก เพราะคนที่มีอำนาจ และหน้าที่ในการปฏิรูป ยังไม่มีศักยภาพเลย

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ยามครับ วันที่ : 08/07/2014 เวลา : 12.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

คห 8 คุณบีน
อยากบอกว่า สำหรับ ญี่ปุ่น Anime and Manga is Everything

แต่สำหรับไทย แล้ว บางที คนไทยบางกลุ่มก็มองว่า Anime and Manga is nothing and non-sense

ญี่ปุ่นผลิตการ์ตูน เพื่อส่งออก การ์ตูน ใช้ในการนำเสนอทุกสิ่ง นักเขียนการ์ตูนบางคน ถือว่าเป็น professional ของเขาทีเดียว

ผมอ่านนิยายการ์ตูนญี่ปุ่นไม่น้อย บางเรื่องเข้มข้นจริงๆ เช่น เรื่องของหมอ เรื่องของนักฟุตบอล นักแข่งจักรยาน

เขาแฝงอะไรต่อมิอะไรไวในการ์ตูนของเขามากมาย

คนที่ทำให้ผม หาอ่านหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นคือ นายแพทย์ ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ เขียนในคอลัมน์การ์ตูนที่รัก ใน มติชนสุดสัปดาห์

ส่วนละครไทย ตบตี แย่งชิงภรรยาน้อย ก็อยู่มาหลายปีแล้ว และยังจะอยู่คู่สังคมไทยต่อไป แต่ผมขอไม่เรียกว่า คลาสสิกนะ

ความคิดเห็นที่ 12 ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 08/07/2014 เวลา : 12.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

ขอบคุณที่แนะนำมาครับคุณยาม จะลองให้เด็กๆ ไปชมดู

ความคิดเห็นที่ 11 สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ยามครับ วันที่ : 08/07/2014 เวลา : 08.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

คห 7 พี่ BG สมชัย

ผมว่าอีก 20 ปี งานของปู่ Miyazaki ก็ยังมีคนตามดู เพราะเป็นงานคลาสสิก

บ้านเราก็มีนักดูหนัง จำนวนหนึ่ง ไล่ตามดูหนังของปู่

หนังของฮอลี่วู๊ด ผมก็ดูครับ เพียงแต่ว่า ถ้าหากเป็นโรงทั่วไป ผมเบื่อโฆษณา จะไปดูหนังทีหนึ่ง หมดไปครึ่งวัน ส่วนหนังบู๊ หนังแอ็คชั่น หรือ ไซ ไฟ บางเรื่อง หรือบางซี่รี่ ผมก็ไม่ได้ดู

พูดถึง Samsara เอาไว้ัมีโอกาส ผมจะลองเล่าเหมือนกันครับ เคยไปแสดงความเห็นไว้ที่
http://www.oknation.net/blog/chettapat/2009/12/28/entry-1

ความคิดเห็นที่ 10 ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ณัฐรดา วันที่ : 07/07/2014 เวลา : 23.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

คนสร้างงานโดยหวังจะสร้างสิ่งสวยงาม คงปวดใจไม่น้อยนะคะ ที่ผลงานของเขากลายเป็นเครื่องมือในการทำลาย
เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่น่าดูค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ฝายชะลอน้ำ from mobile วันที่ : 07/07/2014 เวลา : 22.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/slowlylife

การเรียนการสอนของบิ้านเรา..เน้นคำเดียวครับ..คือเก่ง..แบกหนังสือเป็นตั้งๆ..กวดวิชากันจนสมองเบลอ..เฮ้อ..ปฎิรูปครับ..คุณยาม..

ความคิดเห็นที่ 8 ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
bene วันที่ : 07/07/2014 เวลา : 18.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bene

ชอบ spirited away มากๆค่ะ จากนั้นก็ตามดูของค่า Gibbhi

และเรื่องล่าสุด เมื่อสองวันก่อน ผีซ่าส์กับฮานาดะ
ได้อ่านหนังสือก่อนดูหนังวีดิโอ.. เสียดายว่า เรื่องนี้ ถ้าได้อ่านตั้งแต่ยังเด็กๆ คงไม่กลัวผีตั้งนานแล้ว ...

วัฒนธรรมความเชื่อของคนตะวัน ไม่ต่างกันมากนัก มังคะ
เลยประทับใจ และเข้าใจเรื่องบางอย่างได้

การ์ตูนญี่ปุ่น บางเรื่องไม่เหมาะกับเด็กค่ะ หรือเด็กอาจจะไม่รู้สึกสนุก(นอกจากภาพสวย) อย่างผีซ่าฯ ก็ดูจะเป็นเด็กแก่แดดซักหน่อย ด้วยซ้ำ ...แต่เนื้อหา สอน-เตือนใจผู้ใหญ่
ได้ดีมากๆ เสียแต่ว่าคนไทยที่โตๆแล้วส่วนมากไม่ชอบอ่านการ์ตูน ...หาว่าเป็นเรื่องของเด็ก ผู้ใหญ่ไทยส่วนมากไปดูละครทีวี ตบแย่งผัวเขา เมียใคร ไปโน่น

ความคิดเห็นที่ 7 ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 07/07/2014 เวลา : 17.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

มีไม่มากนักที่หาคนวิจารณ์หนังของปู่Miyazaki เพราะเป็นคนดูกลุ่มแคบๆ ขนาดออกมาเป็นแผ่นยังหายาก โดยมากคนไทยเคยชินกับหนังฮอลลิวูดส์มากกว่า อย่างTransfomer สู้กันจนหลับไปข้าง ดูเอาแอคชั่นอย่างเดียว แรกๆก็ตื่นตาตื่นใจ พักหลังก็เฝือ ดูในโรงหนังผมตีตั๋วหลับประจำ ขนาดยิงกันสนั่นจอ ว่าแต่ว่าคุณยามครับได้ดูหนังเก่า เรื่อง Samsara ที่พระสึกออกมามีเมีย กับเรื่อง The Flowers of WAR ที่มีชื่อไทยว่า สงครามนานกิง สิ้นแผ่นดินไม่สิ้นเธอ หรือยังครับ น่าจะเอามาวิจารณ์กันบ้าง ผมนั่งดูจบน้ำตาคลอ และเข้าใจในเพื่อนมนุษย์ว่าคนเราเป็นสีเทา เพียงแต่เราจะค้นหาสีขาวของเขาเจอหรือไม่ ส่วนเรื่องที่นำเสนอในเอ็นทรี่นี้ คงต้องพยายามขวนขวายมาดูให้ได้

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ยามครับ วันที่ : 07/07/2014 เวลา : 17.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

คห 2 พี่ลูกเสือ
ถ้ามีระบบ โฮม เธียเตอร์ ดีๆ สักนิด การดูหนังที่บ้าน เป็นความสุขครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ยามครับ วันที่ : 07/07/2014 เวลา : 16.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

คห 4 คุณพี่แม่หมี

อ้าว ได้เจอแฟนพันธุ์แท้ ลิโด้ อีก เดือนนี้ผมมีแผนจะดูที่ ลิโด้ อย่างน้อย 1 เรื่องครับ MIILION DOLLAR ARM ส่วน Begin Again เสียดายไม่เข้า Lido


การดูหนังในโรงหนังให้บรรยากาศดีจริงๆครับ โรงหนัง House RCA เพิ่งฉลองครบรอบ 10 ปี ใน Facebook hash tag #house10th ผมน่าจะมีโอกาสไปดูสัก 2-3 เรื่อง เพราะโดยมาก หนังใน List ผมดูแล้ว ยกเว้น บางเรื่อง ไม่ใช่แนวเรา ก็ไม่ดูครับ

ผมดูที่ลิโด้ กับ เฮาส์ เพราะ ราคาถูก และไม่มีโฆษณาครับ อีกอย่าง คนรักหนัง เขาไม่เอาโทรศัพท์ ไปคุย ไป chat กัน เราก็พลอยสบายใจไปด้วย

ความคิดเห็นที่ 4 ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 07/07/2014 เวลา : 16.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ไปดูที่ลิโดทุกครั้ง. ไม่แพงเท่าโรงสมัยใหม่แถมได้อารมณ์ย้อนวัยไปตอนสาวๆ. ห้องน้ำก็เหมือนเดิม. เก้าอี้ก็เดิมๆ. กลิ่นเก่าๆ. แถมบางครั้งเจอคนเดินตั๋วอายุไล่เลี่ยกันอาจน้อยกว่าแม่หมี. แต่เราก็คุยกับเขาได้อย่างสนุก
ลูกๆก็ชอบไปดูที่ลิโดเหมือนกัน. เขาบอกมันขลังดี

ความคิดเห็นที่ 3 แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ยามครับ วันที่ : 07/07/2014 เวลา : 16.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

คห 1 คุณแม่หมีครับ
สงสัยเป็นแฟน จิบลิ พันธุ์แท้แน่เลย :-)

ขอให้หายไวๆนะครับ ผมว่า งาน มาสเตอร์พีช ของ คุณมิยาซากิ คงเป็นแผ่นในเร็ววัน

เรื่องอื่นๆ ผมดู ลิโด้ แต่เรื่องล่าสุด ไปเสพสุนทรีย์ ที่โรงหนัง เฮาส์ RCA ขอบอกว่า ฟินมากๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 2 ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 07/07/2014 เวลา : 16.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ผมรอแผ่นอยู่ครับ
ชอสารภาพว่าทุกวันนี้ ไม่ชอบดูหนังที่โรง

ความคิดเห็นที่ 1 ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 07/07/2014 เวลา : 16.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

กำลังคิดอยากไปดูเรื่องนี้มากค่ะ. แม่หมีชอบหนังการ์ตูนของสตูดิโอจิบลิมากค่ะ. แม่หมีว่าการ์ตูนของเขามีความน่าสนใจในเนื้อหาและแนวคิด. ตามดูทุกเรื่อง. ถ้าดูไม่ทันเพราะการ์ตูนของเขาก็จะมีแฟนคลับอยู่จำนวนหนึ่ง. บางทีฉายไม่นานก็ลาโรงไป. ตอนนี้ตามเก็บหนังแผ่นจนครบแล้ว. เรื่องที่ทำให้เสียน้ำตามากที่สุดก็คือ. สุสานหิ่งห้อย. และที่ทำให้ฉุนขาดก็อีตรงยักษ์ใหญ่อย่างวอลท์ดิสนีย์มารังแกเรื่องPonyo. เรื่องปลาที่แสนน่ารัก. จนต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ไปเป็นจำนวนมาก การ์ตูนเรื่องใหม่นี้เป็นผลงานชิ้นสุดท้ายของมิยาชากิ. น่าเสียดายจัง. เคยได้ข่าวว่า. ลูกชายของเขาก็ทำการ์ตูนเหมือนกันแต่ก็ทำคนละสไตล์กัน
อยากไปดูจริงๆ. แต่ลูกบอกคุณแม่อย่าเพิ่งไปดูเลย. คือแม่หมียังนั่งนานๆไม่ได้ค่ะ. เพิ่งผ่าหลังนั่งได้ไม่เกิน 20 นาที. เสียดายมากๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน