*/
  • ยามครับ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-04-03
  • จำนวนเรื่อง : 358
  • จำนวนผู้ชม : 1108365
  • จำนวนผู้โหวต : 185
  • ส่ง msg :
  • โหวต 185 คน
วันอังคาร ที่ 16 กันยายน 2557
Posted by ยามครับ , ผู้อ่าน : 8197 , 17:30:41 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 9 คน soultraveller , ni_gul และอีก 6 คนโหวตเรื่องนี้

ตัวอย่าง เมื่อต้องการเปลี่ยนรหัสผ่าน ที่ OKNation ต้อง log-in เข้าระบบ และเลือก (1) เปลี่ยน password และ ก่อนจะเปลี่ยนได้ต้อง (2) ยืนยัน password เก่า

 ข่าวร้าย อาชญากรรมไอที ล่าสุดที่หลายคนได้ยิน คือ มี e-mail,  password ของ Gmail  รั่วไหลออกมา 5 ล้านบัญชี! และหลายคนได้รับแจ้งเตือนให้เปลี่ยน password ทันที

เรื่องกวนใจคนใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ หรือที่เรียกกันว่า User อย่างหนึ่งก็คือ ถูกบังคับให้เปลี่ยน password เป็นระยะๆ  เช่น ทุกๆ 60  วัน  ถ้าหากไม่ทำ ก็ถูกปฏิเสธในการเข้าระบบ  User หลายคนก็บ่นว่า ทำไมยุ่งยากแบบนี้

 

เมื่อโปรแกรมเมอร์รู้ว่า user ไม่ชอบความยุ่งยาก แต่ก็ต้องบังคับให้ทำ  ก็เขียนโปรแกรมให้ตรวจสอบ บังคับให้เปลี่ยน password  ถ้าไม่เปลี่ยน ก็เข้าระบบไม่ได้  Your password is expire , enter new password to continue  แล้ว ไม่ใช่ว่าpassword expire แล้วจะขอ Renew ใส่อันใหม่แล้วจะใช้ได้เลยก็หาไม่   ต้องยืนยันก่อนว่า เป็น user  ตัวจริงหรือเปล่า  โดยการให้ใส่ password เดิมเพื่อยืนยัน  ถ้าหาก password เดิมก็จำไม่ได้   โปรแกรมเมอร์ต้องทำให้ระบบหาวิธีการตรวจสอบ (verification) ให้ได้ว่า นี่คือ user จริงๆ ไม่ใช่คนที่ไปขโมย user name มาใช้  อาจจะให้ใส่ Password  hint คือ ตัวช่วย หรือ ใส่วันเดือนปีเกิด  หรือใส่เบอร์โทรศัพท์มือถือ  หนักไปกว่านั้นก็คือ มีการตรวจสอบ โดยการส่ง One time password (OTP)มายังเบอร์มือถือที่ผูกกับ user name ไว้ ให้กรอกใส่ลงไปเพื่อยืนยันอีกชั้นหนึ่ง  จะเรียกว่าเป็น 2 step verification

เผลอลืมรหัสผ่าน หรือ user name กลายเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย   User ก็จะบ่นว่า อะไรกันนักกันหนา ตกลงจะให้ฉันทำงานมั้ยเนี่ย?     

ใจเย็นๆครับ ต้องเข้าใจก่อนว่า เหตุที่ทางฝ่าย IT เขาต้องทำเช่นนี้ เพราะการเจาะระบบ  การเข้าโจมตีระบบของพวกเหล่าวายร้าย ที่มีเทคโนโลยีและเทคนิคชั้นก้าวหน้า ทำให้ต้องวางกลไกในการป้องกันอย่างแข็งแรงตามไปด้วย

ภาพแสดง จากหน้าจอโปรแกรม Norton  Identity safe บนสมาร์ทโฟน Android ผมมี 70 Log-in

User name หรือ  user key ภาษาคอมพิวเตอร์เรียก  Identity คือ การบ่งชี้ ความมีตัวตนของ user  identity ไม่จำเป็นต้องเป็นชื่อจริง ขอแค่มี user key เช่น BKBKTH1 ที่อ้างอิงตัวตนจริงๆ ว่าใครใช้  ให้ user ตั้งเอง หรือระบบตั้งให้ก็ได้ นึกถึงตัวเราเองสิครับ มี E-mail account gmail,  Hotmail,  yahoo มี account line , facebook , ebay แล้วยังบรรดา E-Banking ต่างๆ  มีทั้งหมดเท่าไร?  ของผมมีทั้งหมด 70  account ครับ (ใช้จริง คงไม่เกิน 20)  เมื่อปี 2013 บริษัท Cartesian ตีพิมพ์บทความเรื่อง  Identity in the Internet Age   มีการสำรวจ พบว่า อเมริกันชนแต่ละคนมี  Identity หรือ User name เฉลี่ย 26 Identity   คนไทยเราก็คงมีกันคนละไม่น้อยหรอกครับ

ที่น่าสนใจคือ Cartersian สรุปให้ฟังอีกว่า  ในบรรดาคนหนึ่งคนที่ไปสร้าง user name หรือ account เข้าบริการสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็น บริการอีเมล์ , ฝากรูป , ฝากไฟล์ พื้นที่เก็บข้อมูล , ตลอดจน โซเชียล เน็ตเวิร์ก ทั้งหลาย IG, Facebook,  Twitter นั้น  มี password วนเวียนใช้ 5 ตัว  ใช้สลับกันไปมา

โดยนิสัยของคนเราแล้ว ชอบอะไรง่ายๆ ไม่อยากจำมาก จึงสร้างของง่ายๆมาใช้ แล้วก็วนเวียนใช้งาน เอามา reuse , recycle กันอยู่นั่นแหละ  นี่ยังไม่รวมถึง password ยอดนิยม ได้แก่   password,  abcdefgh , 12345678  , qwertyui , 123123 , 11111 , iloveyou  เพราะมันง่ายในการจำ แต่ไม่ปลอดภัย แต่ระบบ IT ใหม่ๆ หลายระบบ สร้างระบบคัดกรอง และห้ามใช้ password ง่ายๆแบบนี้

ระบบ IT ใหม่ ถ้าเราใช้ password ง่ายๆ ระบบไม่ยอมรับ แต่พอเราไปตั้ง password ยากๆ ตัวเองก็ดันจำไม่ได้ซะอีก user จึงควรยึดหลักว่า จะใช้ระบบเขาก็ต้องทำตามนโยบายของเขา  เช่น รหัสผ่านอย่างน้อย 8 หลัก มีอักขระพิเศษด้วย

 

ตัวอย่าง โปรแกรม Norton  Identity safe  ผมบันทึก user name , password ของการเข้าบริการ blog OKNation     user name, password ในภาพนั้นเป็นตัวอย่างนะครับ ท่านอย่าได้เอาไปลอง log-in ผมเพียงจะโชว์ว่า ผมตั้ง password ยาว และซับซ้อน และใช้โปรแกรมจัดการ password ให้ผม

เวลาโดนเจาะระบบ คนที่เดือดร้อนคือ  ผู้จัดเตรียมระบบ หรือ provider ต้องเสียชื่อเสียง เสียเงินทองในการอุดช่องโหว่  คิดดูครับ ถ้าหากใครล่วงรู้  Identity  แค่ 1-2 รายชื่อ แล้วเอาไปลอง log-in ระบบ โดยใช้ Identity นั้น แล้วเดา password  เอา ถ้ากำหนด password ง่ายๆ 123456  โป๊ะเช๊ะ เข้าใช้งาน แก้ไข นั่น โน่น นี่ได้  มันคงเป็นเรื่องใหญ่โตมาก ถ้ามีการออกข่าวว่า เจาะระบบของที่นั่นสำเร็จแล้ว ทั้งๆที่ความจริง มันเป็นความเผลอเรอ หรือประมาทของ user คนหนึ่งเท่านั้นเอง

เครื่องมือเครื่องใช้ในการป้องกันระบบคอมพิวเตอร์ ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ขอพูดภาษาคอมพิวเตอร์สัก 1 ย่อหน้า   อุปกรณ์ป้องกันการโจมตีระบบขั้นพื้นฐานคือ Firewall  ย้อนไปเมื่อสัก 20 ปีก่อน หน่วยงานธุรกิจหลายหน่วยงาน หรือองค์กรภาครัฐ ต้องลงทุนติดตั้งไว้หมดแล้ว แต่ยังไม่พอ เพราะ firewall  ป้องกันการเข้าระบบโดยผิดกฎหมาย เมื่อเข้าระบบไม่ได้  แฮกเกอร์ก็ทำลายระบบ ให้ใช้งานไม่ได้  โดยเทคนิคที่เรียกว่า  Distributed Denial of Service (DDoS)  พูดง่ายๆ แอบเข้าบ้านไม่ได้ ก็หาคนไปล้อมบ้าน ไม่ให้คนที่มีสิทธิเข้าบ้าน เข้าใช้งาน  ระบบ IT ต้องรลงทุน DDoS Prevention กันอีก  คราวนี้ คนร้ายหันไปใช้วิธีการ ส่งม้าโทรจัน โปรแกรมสปายแวร์ มัลแวร์มาฝังในเครื่องคอมพิวเตอร์ในระบบ หวังให้ทำงานเป็นไส้ศึก  ฝ่าย IT ก็ต้องลงทุนในอุปกรณ์ที่เรียกว่า intrusion prevention system (IPS) เพิ่มขึ้นมาอีก  แต่แฮกเกอร์มักจะมาพร้อมเทคโนโลยีที่เหนือกว่า เมื่อ IPS เอาไม่อยู่   IT ก็ต้องลงทุนใน  Advanced Persistent Threat Detection  (APT Prevention)  เรียกว่า ตรวจสอบ Network Packet ที่เข้ามาอย่างถี่ยิบ  กรองหลายชั้น กว่าจะยอมให้เข้าไปทำงานได้    นอกจากนี้ยังไม่รวมถึง Reverse Proxy ,  Application Firewall, Database Firewall  อุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยยุบยับจริงๆ ยังไม่รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ต้องเฝ้าระวัง ทั้งส่วนงานของ Network Operation และ  Security Operation

ปราการด่านสุดท้ายที่ต้องขอความร่วมมือคือ User นี่แหละครับ การจัดการ Identity Management  เป็นความท้าทาย การนำ User Key และ Password ไปเข้ารหัส ป้องกันการ Scan user name, Scan password  ฝ่าย IT จะต้องไปจัดเก็บไฟล์ User Key และ Password  โดยการเข้ารหัสให้เรียบร้อย ห้ามเก็บแบบ Plain text โดยเด็ดขาด  และเพิ่มนโยบายเกี่ยวกับการตั้ง password ให้มีความซับซ้อน  เช่น ความยาว 8 ตัวอักษร มีส่วนผสมของตัวเลข ตัวอักษร ตัวพิมพ์ใหญ่ พิมพ์เล็ก

Password ที่ดี ควรมีหมดอายุ (expire date) เมื่อ user ตั้ง password ใหม่  ,password นั้นจะตายภายใน 2 เดือน และการตั้ง password มาแทน จะต้องไม่ซ้ำกับของเดิม 6 ครั้งที่ผ่านมา  อุ๊ต๊ะ อะไรมันจะซับซ้อนขนาดนี้  แต่เป็นความจำเป็นจริงๆครับ เพราะเคยมีสมมุติฐานว่า แฮคเกอร์เจาะระบบได้ user name, password ไปแล้ว ใช้เวลา 3 เดือน กว่าจะถอดรหัส user name ,password ได้ แต่โชคร้าย ระหว่างนั้น user ไม่ได้เปลี่ยน password หรือ หวนกลับไปใช้ password ที่เคยใช้แล้วอีก   ผลปรากฎว่าก็คือ เสร็จโจร

โจรไอทีในปัจจุบัน แทนที่จะมุ่งไปโจมตี หรือเจาะระบบ ก็หันมาเอาดีทางด้านการ "หลอกเหยื่อ" แทน เช่น การสร้างเว็บปลอม ขึ้นมา โดยให้มีหน้าตาเหมือนของจริงทุกอย่าง แต่ส่วน URL นั้น เปลี่ยนชื่่อไป เหมือนกระเป๋าปลอมที่ทำเลียนแบบ แต่ยี่ห้อเปลี่ยนตัวอักษรไปเล็กน้อย แบบนั้น User ไม่ทันสังเกต จากโจรก็ได้  User Name, password ไปใช้ในการก่ออาชญากรรม ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงิน การหลอกให้คนอื่นโอนเงินมาให้ เพราะตัวเองกำลังได้รับความเดือดร้อน ซึ่งมีข่าวให้ได้ยินมาตลอดช่องระยะเวลา 10 ปีทีผ่านมา

ดังนั้น นโยบายขององค์กรก็คือ ห้ามไม่ให้ user ใช้รหัสผ่านซ้ำกับของเดิม และรหัสผ่านต้องมีความซับซ้อนระดับหนึ่ง และ User ควรเปลี่ยน password เป็นระยะๆ

แต่ความท้าทายก็ต้องให้มันง่าย และไม่ขัดขวางการทำงานของ User ดูอย่างผมเองครับ พก Token Key สำหรับ Log-in ระบบ 1 อัน  แถมด้วยมือถือสมาร์ทโฟนที่มีโปรแกรมจด password สำหรับการใช้บริการทุกเว็บไซต์ จะ log-in ที ต้องดู key บน Token ต้องเปิดดูรหัสผ่านบนมือถือ  ยุ่งยากพอควร    แต่จริงๆแล้ว คน IT ก็พยายามคิดว่า ทำอย่างไร จะให้ User เข้าใช้งานได้ง่ายๆ และถ้าหากต้องลงทุนในระบบการจัดการ Identity ก็ต้องมีงบประมาณไม่สูงเกินไป 

ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีปัจจุบัน  ระบบ IT  ยิ่งก้าวหน้าเท่าไร ยิ่งต้องสนับสนุนสโลแกน 3 A มาใช้ คือ  Any place ,  Any time ,   Any Device พูดง่ายๆ มีพีซี ทำงานบนพีซี มีโน้ตบุ้กก็ใช้โน้ตบุ้กหรือมีแท็บเล็ตก็ใช้แท็บเล็ต ต้องเข้าระบบได้ทุกที่ ทุกเวลา!   ความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของระบบยิ่งสูงขึ้น เพราะความหลายหลายของระบบ และแต่ละระบบของมีช่องโหว่ของมันเอง  แน่นอนว่า Windows 7 , Android 4.0 , Mac OS X ต่างก็พัฒนา อัพเกรดเวอร์ชั่นมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อปิดช่องโหว่ แต่จะประเมินขีดความสามารถของแฮคเกอร์ต่ำเกินไปไม่ได้เด็ดขาด

และสิ่งที่ธุรกิจจะต้องจ่าย สำหรับการนำเอาระบบคอมพิวเตอร์ เข้ามาใช้ก็คือ การปกป้องความปลอดภัยให้กับระบบสารสนเทศ โดยต้องลงทุนทั้งอุปกรณ์ เครื่องมือ และบุคลากร 

ถ้าหากมีหลาย User name  และต้องเปลี่ยน password เป็นระยะๆ แล้วจะทำยังงัยไหว  ไม่ต้องจำครับ เดี๋ยวนี้ มีโปรแกรมที่เรียกว่า Password Manager ให้ใช้งานไม่ต่ำกว่า 50 ตัว ผมเคยใช้ Password Keeper เมื่อปี 1997 ตอนหลังผู้พัฒนาหยุดพัฒนาไปแล้ว ตอนนี้ ผมมีโปรแกรม 2 ตัว แนะนำ

  1. aWallet ตัวนี้เป็นโปรแกรมบน ฉผมใช้ประจำ   ข้อจำกัดคือ ใช้ได้เฉพาะบน แอนดรอยด์   เวอร์ชันฟรี เก็บข้อมูลได้เฉพาะบนแอนดรอยด์ เวอร์ชั่นเสียเงิน เก็บข้อมูลบน cloud ได้ด้วย

  2. Norton Identity Safe ตัวนี้  ฟรี   Any device ผมใช้ประจำ ใช้งานผ่านหน้าเว็บบนเครื่องพีซีก็ได้  ลงเป็น Native Application บน Android ก็ไม่มีปัญหา

    ตัวอย่าง หน้าตา จากโปรแกรม aWallet บนแอนดรอยด์  ยอดเยี่ยมเหมือนกัน นี่เป็นตัวอย่างนะครับ โปรดอย่าเอา user name , password ไปทดลองเลย :-)

ใช้โปรแกรมเหล่านี้ ช่วยจัดการ password ทำให้ชีวิตยุ่งยากน้อยลง  แต่ต้องมีวินัยในการเปลี่ยน password เป็นระยะๆ

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ยามครับ วันที่ : 23/09/2014 เวลา : 11.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

คห 7 คุณกำหนัน

ทาง ทีมงาน OKNation แจ้ง กำลังแก้ไขครับ

http://www.oknation.net/blog/BIRDS-SHOW/2014/09/23/entry-1

ความคิดเห็นที่ 7 ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
กำหนัน วันที่ : 22/09/2014 เวลา : 21.12 น.

สวัสดีครับของผมโพสต์ในโอเคบ่ได้เขาบอกคุณเป็นพวกคอมเม้นท์อย่างเดียว ตายล่ะคราวนี้สงสัยต้องบ๊ายบายแล้วครับอิอิ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ยามครับ วันที่ : 18/09/2014 เวลา : 12.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

คห 4 บก ชาลี
FB ผมใส่เฉพาะ ชื่อ นามสกุล เบอร์โทร มันก็ค่อยเตือนให้เรา อัพเดทตัวตนให้มากขึ้น

FB ใช้ข้อมูลดังกล่าว ไปปกป้อง "ตัวเราบน FB" ในณะเดียวกันก็เอาไปสร้างสังคม และสร้างแผนการตลาดด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 5 ตะเกียงน้อย ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ยามครับ วันที่ : 18/09/2014 เวลา : 11.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

คห 3 พี่ตะเกียงน้อย

ลองอ่าน http://www.techrepublic.com/blog/it-security/how-safe-are-online-password-managers/

แต่ละผู้พัฒนาก็มั่นใจในความปลอดภัยของโปรแกรมของตัวเองนะครับ ว่าไม่ควรจะทำได้ง่าย

ความคิดเห็นที่ 4 ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 18/09/2014 เวลา : 07.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เฟสบุ๊คมันเตือนให้ผมเพิ่มข้อมูลส่วนตัวเข้าไปในระบบ อ้างว่าป้องกันถูกแฮ็ก
แต่ผมไม่อยากเปิดเผยข้อมูลอะไรมากเกินความจำเป็นกับระบบที่ผมไม่ไว้ใจ

ความคิดเห็นที่ 3 ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ตะเกียงน้อย วันที่ : 17/09/2014 เวลา : 12.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/small-lamp

สวัสดีคุณยามครับ
ใช้ แอพ ก็ดี ครับ แต่ กลัว ใช้ แอพ บางตัว มัน เกิด เป็น ตัว ลวง เสร็จเลย ได้พาสเวิดทั้งแผง เคยเจอไวรัสตัวนึง นานละ มันขึ้นว่า ระบบ ไม่ปลอดภัยให้คลิก ติดตั้งโปรแกรม สแกนไวรัส ชื่อ antivirus ปี ไร จำไม่ได้ แต่ตัวมันเอง เป้นไวรัสเอง
เดี๋ยวนี้ มันมี พวกดักเหยือ จากหลายทาง ระวังกัน ไม่หวาดไหว

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ยามครับ วันที่ : 17/09/2014 เวลา : 11.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

คห 1 พี่ตะเกียงน้อย

ผมก็เคย ใช้ notepad, แม้กระทั่ง เดี๋ยวนี้ก็ยังใช้ครับ แต่ว่า ชั่วครั้ง ชั่วคราว เมื่อจัดเก็บลง password manager แล้วก็ลบ

ข้อดีของพวก password manager คือ จัดการได้ ค้นหาได้ ไม่ยุ่งยาก และปลอดภัยกว่า

ภาษาไทยทับศัพท์ หลายคนใช้ครับ ตั้ง คีย์บอร์ดให้เป็นภาษาอังกฤษ แต่พิมพ์ชื่อตัวเอง เช่น pk,8iy[r ก็คือ "ยามครับ" ที่กด อักษรเป็นภาษาอังกฤษ

ความคิดเห็นที่ 1 ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ตะเกียงน้อย วันที่ : 16/09/2014 เวลา : 20.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/small-lamp

สวัสดีครับ คุณยามครับ
กลับฐานเข้าโหมด ไอที อีกรอบนะครับ มาที เล่นคนอ่านที่เป็น user ถึงกับ พึ่งพารา เพราะ เจอ ยาขมเลย
แต โลก ความจริง ก็เป็นแบบนี้ละ ยิ่ง เดี๋ยวนี้ มือถือ สมาร์ทโฟน ต้องใช้ account เพื่อ ออนไลน์ ตลอดเวลา สำหรับการลง หรืออัพเดท แอพ
ถ้าไม่ใช่ แอพ ช่วยอย่างที่คณยามครับ บอก อย่างผม ใช้ แอพพวก โนตแพด ต่าง ๆ ช่วยจำ แต่ไม่รู้เข้าใจถูกหรือเป่า เพราะ โปรแกรม แฮค ต่าง ๆ ส่วนใหญ่ เน้น ภาษา อังกฤษ ถ้าเรา ใช้ ภาษาไทยทับศัพท์ เช่น abc12345 อาจจะ โนต ไว้ เอบีซี หนึ่งสองสามสี่ห้า จะพอช่วยได้ไหม ฝาก แนะนำเพิ่มด้วยนะครับ สำหรับ คนความจำไม่ดี

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน