*/
  • ยามครับ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-04-03
  • จำนวนเรื่อง : 359
  • จำนวนผู้ชม : 1157063
  • จำนวนผู้โหวต : 190
  • ส่ง msg :
  • โหวต 190 คน
วันพุธ ที่ 14 ตุลาคม 2558
Posted by ยามครับ , ผู้อ่าน : 1129 , 17:03:11 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 12 คน หวานหวาน , นายยั้งคิด และอีก 10 คนโหวตเรื่องนี้

หนังเรื่องฟรีแลนซ์ ที่พระเอกชื่อ ยุ่น  ทำงาน ทำงาน ทำงาน จนร่างกายขาดสมดุลย์  ทำให้เกิดอาการเหมือนภูมิแพ้ตัวเอง คือ คัน และเป็นตุ่มหนองใส เป็นหนังที่หลายๆคนดูแล้วได้ข้อคิด

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้คุยกับเพื่อนหลายคน ทั้งบนออนไลน์และในชีวิตจริง  ทุกๆคนกำลัง “ป่วย”  ด้วยอาการที่คล้ายๆกับพระเอกเรื่องฟรีแลนซ์

ไม่ใช่อาการเดียวกันเป๊ะๆ หรอกครับ แต่มัน เป็นอาการที่บอกว่าร่างกายไม่ไหว ซึ่งเป็นไปได้หลายอย่าง เช่น ร้อนใน ปากเป็นแผลเป็น ปวดหัวเป็นพักๆ    ตาพร่ามัว  กระสับกระส่าย นอนไม่หลับ   รู้สึกตื่นตัว alert ตลอดเวลา  , paranoid หวาดระแวง กลัวเสียงโทรศัพท์  มีการ   panic คิดกลัว หลงกลัว ,  ทำอะไรไม่ปะติดปะต่อ ,   คุยกับคนได้ไม่ยาว ไม่จบเรื่อง   กระโดดจากเรื่องโน้นไปเรื่องนี้ , สมาธิสั้น  ทำอะไรไม่จบ  มือไม้สั่น

ผมกล้าพูดเพราะผมก็เป็นครับ  ปกติเวลาทำงานของเราคือ 0830 – 1730 แต่บางทียืดเยื้อออกไปนานกว่านั้น หรือถูกตามงานด้วย deadline ที่ส่งเข้ามาให้ทำ ถ้าหากไม่ทำก็จะตก KPI ก็ต้องทำไป

ผมทำงานด้านไอที ส่วนงานปฏิบัติการระบบ ที่ต้องพยายามทำให้ระบบทำงานให้ได้อย่างต่อเนื่องและตลอดเวลาที่ผู้ใช้ต้องการใช้งาน  และระบบการ monitor จะแจ้งเตือนเราเสมอๆ ทั้งทาง SMS , E-mail และทางโทรศัพท์ ว่าระบบใช้งานไม่ได้ เกิดปัญหา  บางครั้ง user ก็โทรศัพท์มาหาเราโดยตรง โดยไม่คำนึงถึงเวลา  และโดยส่วนใหญ่ มันมานอกเวลาทำงาน  ส่วนเวลาทำงานนั้นเป็นเวลาของการประชุม การออกแบบบริการ และการช่วยแก้ปัญหา หรือวางแผนงานให้กับทีมงาน

ไม่ใช่เฉพาะคนในวงการไอทีที่ป่วยบ่อย หรือมีความเครียดเรื้อรัง แต่ที่ผมยกตัวอย่าง เพราะมันคือสิ่งที่ผมประสบด้วยตัวเอง   แต่ในวงการอื่นก็เป็นเหมือนกัน

เพื่อนผมทำงานในโรงพยาบาล ป่วยเป็นโรคเครียด ซึมเศร้า ต้องกินยาระงับประสาทบ่อยๆ  เพื่อนอีกคน ทำงานฟรีแลนซ์  คนนี้ อาการ  panic  หลง กระวนกระวาย  หมอต้องนัดรักษาเป็นระยะๆ และให้ยาตลอด 

 นี่ยังไม่นับถึงอาการร่วมๆทั่วไปของคนที่ทำงานเงินกำลังจะพบได้  เช่น ความดันสูง ใจเต้นแรงผิดปกติ (ที่มาของการ alert ตลอด)

 เมื่อสัก ๒ -  ๓ ปีก่อน  ผมมักทำใจให้สงบได้ง่าย และพบว่า การทำสมาธิ โดยทำให้ใจสงบลงก่อน ทำได้ไม่ยาก แต่ช่วงนี้ แทบจะทำไม่ได้เลย หรือเอาไม่อยู่  ถ้าหากจะทำจริงๆ ต้องหนีไป “โดดเดี่ยว” ปลดทิ้งภาระงานทั้งหมดประมาณ 1 วัน ใจจึงจะสงบลง

นี่การทำงาน ทำร้ายเราได้ขนาดนี้ เชียวหรือ? 

 

ถ้าหากเกินจากจุดสมดุลย์ ร่างกายกลับคืนสู่ธรรมชาติและความปกติไม่ได้ คงตอ้งขึ้นพึ่งยาสินะ?  เพราะเคมีในร่างกาย ไม่รู้สารอะไรต่ออะไรมันหลังออกมา เพื่อตอบโต้กับร่างกายที่ถูกใช้งานอย่างหนัก  การกินยาคือการ เอาเคมีไปต่อสู้กับมัน ใช่มั้ย?

 

ถามตัวเองอีกที  นี “ยามครับ” คนที่เขียนเรื่องความพอเพียง ธรรมะ  ก้าวมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 19 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ยามครับ วันที่ : 30/10/2015 เวลา : 15.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

คห 12 คุณรัตติยา

ผมมาตอบช้าเลยครับ งานของผมก็เครียด เพราะมันมี dead line เข้ามาเกี่ยวข้องเสมอๆ ถูก pushing ตลอดๆ

(กำลังคิดว่า จะ.. มีการเปลี่ยนแปลงอะไรดีมั้ย)


ส่วนเรื่อง การรองรับอารมณ์คน ผมคนหนึ่งล่ะ ไม่ยินยอม จะรองรับอารมณ์ใคร .. แต่ก็ไม่เคยระบายอารมณ์ใส่ใครนะครับ เพราะว่า .. เราไม่ชอบแบบไหน คนอื่นก็ไม่ชอบแบบนั้น

เคยเจอ คนอารมณ์ร้ายๆ ตลอดเหมือนกัน พวกนี้ อยู่ด้วยยากครับ

ความคิดเห็นที่ 18 กระเจี๊ยบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ยามครับ วันที่ : 30/10/2015 เวลา : 15.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

คห 10 พี่ชบาตานี

เกิดเป็นคนก็ต้องดินรนกันไป ใครแบกมาก ขวนขวายมาก ก็ทุกข์มาก

สุดท้าย ต้องบอกตัวเอง ตายแล้วก็ไปแต่ตัวนะครับ

คห 11 ป้ากระเจี๊ยบ

อ่านของคุณหมอสมชัยเรื่องการใช้ยา แล้วก็ไม่ต้องห่วงเรื่องการสะสม(ยา) ในร่างกายมากนัก

ร่างกายคนเรา พออายุมากขึ้น โรคก็มักจะถามหาเป็นปกติครับ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ยามครับ วันที่ : 30/10/2015 เวลา : 15.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

คห 9 พี่หมอสมชัย


ขอบคุณมากครับ สำหรับคำแนะนำดีๆ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ยามครับ วันที่ : 30/10/2015 เวลา : 15.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

กว่าจะได้กลับมาตอบ สงสัยเพื่อนๆ พี่ คงไม่ได้กลับมาอ่านแล้ว

คห. 8 คุณริน

วัยทอง?? ไม่อยากได้ยินคำนี... เพราะวัยนี้ ยังไม่มีทองสักสลึงให้เก็บ

ความคิดเห็นที่ 15 ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
หวานหวาน วันที่ : 28/10/2015 เวลา : 20.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/warnwarn
คาราโอเกะกับหวานหวาน http://www.oknation.net/blog/warnwarnsong

งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข
ถ้างานและเงินบันดาลทุกข์ ก็พักซะบ้าง
เดินสายกลางนะคะ

ความคิดเห็นที่ 14 ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 20/10/2015 เวลา : 19.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ทำงานหนักจนพักผ่อนไม่เพียงพอก้ไม่ดีแน่ครับ แม้แต่นั่งหน้าจอคอมฯนานๆก็ยังเป็นเรื่องเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 13 ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พลอยแสง วันที่ : 16/10/2015 เวลา : 11.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phoisaeng

ทำงานและการพักผ่อนต้องสมดุลกันให้มากนะคะคุณยาม
และอย่าลืมให้รางวัลแก่ตัวเองมากๆ ค่ะ
ทำงานมาทั้งชีวิต มีเงินแต่ต้องมารักษาตัวเอง ไม่คุ้มเลยนะคะ
เทคแคร์ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rattiya วันที่ : 15/10/2015 เวลา : 19.56 น.

เข้าใจคุณยามนะ เรื่องทำงานเเล้วเครียด งานบางสิ่งบางอย่างหลีกเลี่ยงยากเหมือนกัน
เมื่อประมาณ 8 ปีที่เเล้วสมัยที่รัตติยาทำงานอยู่ที่เก่า ก็มีปัญหาเครียดจากการทำงาน บังเอิญหน่วยงานนี้ถูกปิดไป ทำให้รัตติยาไม่ต้องตัดสินใจลาออกเอง ...ว่างงานอยู่ 1 ปี เเล้วก็ไปเรียนทางด้านคอมฯเพิ่มเติม...ทำให้ร่างกายเเละจิตใจไดพักผ่อนบาง...
ส่วนตัวคิดว่าเรื่องทำนองนี้ เเต่ละคนควรจะทำความเข้าใจกับตนเองว่า ตัวเองมีขีดจำกัดในการทำงานเเค่ไหน เเต่ละคนจะมีความสามารถในเรื่องทนต่อความกดดันใด้มากน้อยต่างกัน ถ้าเรารู้ตัวเเล้วเริ่มมาคิดหาทางเเก้ไขก็ยังไม่เเย่จนเกินไป รัตติยาถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เหมือนกับที่คุณยามเขียนมา คุณยามรู้ตัวเองเเล้วว่า "ฉันไม่ไหวเเล้ว"....เริ่มมาคิดทบทวนต้องทำอะไรสักอย่างหนึ่ง....

ขอให้คุณยามโชคดีนะค่ะ

มีเรื่องจะเล่าให้ฟัง
วันเสาร์-อาทิตย์ที่เเล้วรัตติยาไปเยี่ยมคนไข้ที่บ้าน คนไข้อารมณ์ไม่ดี โวยวายตลอด เเล้วก็ใช้เเต่อารมณ์ รัตติยาเห็นว่าโต้เถียงกันไปก็เท่านั้น รัตติยาก็เดินไปบอกภรรยาผู้ป่วย วันนี้ทำเเค่นี้ รัตติยาจะไปเเล้วนะไม่ทำต่อ .ภรรยาเห็นเหตุการณ์ตลอด....รัตติยาบอกลาเเล้วเดินออกจากบ้านเลย หลังจากนั้นโทรศัพท์ไปรายงานหัวหน้าหน่วยให้รับทราบใว้ก่อน ...ขับรถกลับบ้าน...(รัตติยาบอกกับตัวเอง..ฉันมาทำงานพยาบาลไม่มารอรับอารมณ์ใครจบ.)

ความคิดเห็นที่ 11 ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
กระเจี๊ยบ วันที่ : 15/10/2015 เวลา : 18.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JinjokJiap
www.oknation.net/blog/QuatschBox (-: ............ :-)

คุณยามครับ (คห.๕)

ของป้าไม่ต้องสมมติเลยค่ะ เป็นความดันโลหิตสูงจริง ๆ นี่บอกคุณยามฯออกสื่อเป็นคนแรกเลยนะนี่ เรื่องของเรื่อง เป็นอยู่นานเหมือนกันนะ ทนสามีบ่นไม่ไหว เลยไปหาหมอเมื่อปลายปีที่แล้ว (กันยายน) แล้วก็ได้ยาลดความดันมากิน ปรับเปลี่ยนอยู่หลายขนาน จนได้ยาตัวหนึ่ง กินตอนเช้าเวลาเดียว ต้องไปหาหมอเป็นระยะ ตามกำหนดเวลานัดค่ะ จนเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ ปีนี้ หมอบอกไม่ต้องกินยาลดความดันแล้ว เพราะความดันต่ำลงมาก บอกหมอว่าหลังปีใหม่มา ควบคุมน้ำหนักและออกกำลังกายด้วยการเดินทุกวัน น้ำหนักลด - ความดันก็ลดลง ......จนถึงทุกวันนี้ไม่ต้องกินยาลดความดันแล้วค่ะ แต่ก็ยังไปหาหมอ ตรวจสุขภาพตามกำหนด วัยทองแล้วด้วย

- ช่วงที่เราไปที่ร้านสตีลโรสเมื่อปีที่แล้วนั่นล่ะค่ะที่ป้าเริ่มกินยาลดความดัน บังเอิญ ไปอ่านเรื่องพิชิตโรคร้ายโดยไม่ใช้ยา (ลิ้งค์ที่เคยส่งมาให้) ลองทำดู โดยการคุมเรื่องอาหารและออกกำลัง ก็ได้ผลนะ กินยาไม่กี่เดือน ก็ไม่ต้องกินแล้ว และไม่คิดอยากจะกินอีก ไม่ชอบ

เป็นเรื่องลำบาก ที่สภาพการทำงานและกิจวัตรของคนเรา ทำให้ไม่มีเวลาออกกำลัง เพื่อคลายเครียด

ถ้าไม่ได้อยู่คนเดียว หรือคนในครอบครัวร่วมมือทำกิจกรรมด้วย (เช่น ควบคุมอาหารและออกกำลังกาย) มันเป็นเรื่องยากที่จะทำให้สำเร็จได้เหมือนกันนะ ลุงชอบทำอาหารอร่อย ทำให้ป้าอดใจไม่ไหวที่จะกินเยอะ แล้วก็น้ำหนักขึ้น

ความคิดเห็นที่ 10 ยามครับ , กระเจี๊ยบ ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ชบาตานี วันที่ : 15/10/2015 เวลา : 17.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

มนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่มักจะเป็นโรคคล้ายๆกันนี่ล่ะค่ะ
ใช้ร่างกายอย่างหักโหม เพื่องาน จนลืมไปว่า เรากำลังทำร้ายตัวเอง

ความคิดเห็นที่ 9 กระเจี๊ยบ , ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 15/10/2015 เวลา : 15.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

โรคสังคมเมืองที่บีบรัดชีวิตจนสารเคมีในร่างกายมันแปรปรวนไปหมด
การสร้างฐานะด้วยอาชีพที่สุจริต เบียดเบียนผู้อื่นน้อย ไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันง่ายๆ เหนื่อยกายมากมาย และถ้าไม่เข้าใจในเหตุและผลที่ต้องกระทำ ไม่สันโดษ ความเหนื่อยใจย่อมตามมา
ส่วนการสร้างฐานะด้วยการทุจริต ย่อมได้มาโดยง่าย ไม่เหนื่อยกาย แต่เหนื่อยใจที่เป็นวิบาก รอวันแสดงผล
นั่งดูงานที่ตนเองต้องทำต้องรับผิดชอบ ต้องเจอปัญหาอะไรบ้าง ดูทุกแง่ทุกมุม แล้วจัดสรรเวลาเพื่อร่างกายตนเอง ทั้งสิ่งที่ต้องรับทานเข้าไป และสิ่งที่ต้องบริหารให้คงสภาพ
การนอนหลับคือขบวนการที่ร่างกายได้ใช้เวลาซ่อมแซมตนเอง ต้องนอนให้ได้ อาจต้องใช้ยาช่วยก็ต้องทำ ความดัน เบาหวาน สิ่งเหล่านี้ ควรใช้ยาควบคุมให้ได้เสียก่อน ไม่ต้องกลัวว่าจะสะสม
ทั้งหมดนี้ต้องทำควบคู่กันไป ส่วนการทำสมาธินั้น มันไม่ใช่ทำเพื่อรักษาร่างกายอะไร เป็นเพียงการพักจิตให้สงบ ให้สารเคมีที่ก่อโทษคือความตึงเครียดมันเบาบางลงไป
อย่านั่งโดยวางเป้าว่าจะได้ ยิ่งวางยิ่งไม่มีทางได้
ขอให้นอนให้หลับเพียงพอก่อน และการทานอาหารที่มีคุณภาพต่อร่างกาย ไม่ใช่ไปสนองความอร่อยอย่างเดียว
เราต้องเริ่มก่อนครับ มันใช้เวลาและความมุ่งมั่นอย่างสูง
เป็นกำลังใจให้ฝ่าฟันไปให้ได้ครับ

ความคิดเห็นที่ 8 กระเจี๊ยบ , ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (2)
รินรู้ดี วันที่ : 15/10/2015 เวลา : 13.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rinrudee



มนุษย์เงินเดือนประจำ ก็เป็นบ่อยๆ ตาพร่ามัว
เวียนศีรษะ ใจสั่นๆ แถมบางทีอารมณ์ ก็ขึ้นเหนือ ลงใต้
ไปตะวันออก จรดตะวันตก สันนิษฐานไปเรื่อยๆ
มีคนช่วยเดาด้วย ว่า เราเป็นโรควัยทอง 555
สู้ สู้ คะ คุณยาม

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ยามครับ วันที่ : 15/10/2015 เวลา : 07.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

คห 3 คุณ แพนด้าขี้เซา
จริงครับ พักผ่อนก่อนเพียงพอ ออกกำลังกาย เพื่อกลับสู่สมดุลย์

แต่ของผม ความดัน ไขมัน พวกนี้ ต้องพึ่งยาแล้วครับ ไม่มีจุดให้กลับ และการควบคุมก็ยาก เพราะตามใจปาก กินนั่นแหละครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ยามครับ วันที่ : 15/10/2015 เวลา : 07.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

คห 2 พี่คนปทุม
ผมนี้ เกือบเป็นเด็กอนามัย คือ นอนอย่างน้อย 6 และพยายามทำให้ถึง 8 โดยเพลาๆเรื่องงานลงไปบ้าง แต่พฤติกรรมอย่างออกกำลังกาย มันหายไป การผ่อนคลายมันหายไป ในช่วง 2 3 ปี ที่ผ่านมา ตอนนี้กำลังหาทางกลับจุดสมดุลย์ครับ

ความคิดเห็นที่ 5 กระเจี๊ยบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ยามครับ วันที่ : 15/10/2015 เวลา : 07.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

ขอบคุณทุกคอมเม็นต์ครับ นำเรื่องนี้มาเล่า เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัวของมนุษย์วัยทำงานทุกคน โดยเฉพาะคนที่ต้องรับผิดชอบงานมาก และมีภาระส่วนตัว จะมีความเครียดสูง โอกาสเสี่ยงต่อความเจ็บป่วยมาก

คห 1 ป้ากระเจี๊ยบ
สมมุติความดันสูง เราจะยอมกินยา ซึ่งแน่นอนมีผลต่อตับ หรือจะปล่อยให้ไต หัวใจ เส้นเลือด รับงานหนักจาก ความดันเลือดสูงเกิดที่อวัยวะเหล่านั้นจะรับ อันไหนมันเสี่ยงน้อยกว่ากัน?

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 15/10/2015 เวลา : 04.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

น้องยามครับคะ

มีคำสอนหนึ่งที่พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) เคยสอนไว้ ชอบมากค่ะ จึงนำมาใช้ในชีวิตประจำวันเสมอๆ จึงทำให้ผ่านเรื่องทุกข์ใจต่างๆไปได้ไม่ว่าเรื่องอะไร ท่านสอนว่า ให้หาความดีในสิ่งที่ไม่ดีให้ได้

คงเพราะชีวิตเราหากต้องอยู่กับบางอย่าง บางคน บางเรื่อง เป็นประจำ หากเห็นแต่แง่ไม่ดีก็อยากหลีกหนี แต่เพราะหนีไม่ได้จึงทุกข์ จนเมื่อเห็นแง่ดีที่ต้องค่อยๆตามเห็นเพิ่มขึ้น จึงจะยอมรับเรื่องนั้นได้ ก็อะไรก็ตามที่ทำให้เราทุกข์ เราก็อยากผลักออก เห็นแง่ดีเราก็อยากดึงเข้า เห็นแล้วทั้งสองแง่ จึงวางไว้ตรงที่มันอยู่ อยู่กับมันในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นปกตินะคะ

และเชื่อว่าทุกเรื่อง หากได้นำคำสอนของพระพุทธเจ้าเข้าเทียบเคียง จะยิ่งเห็นพ้องกับคำสอนนั้น ยิ่งทำให้เรามั่นใจในธรรมที่พระองค์ตรัสรู้แล้วนำมาแสดงว่าช่วยให้เราพ้นทุกข์ได้จริง เมื่อมั่นใจ ก็ทำให้ศรัทธาในพุทธศาสนายิ่งมั่นคง ยิ่งน้อมการปฏิบัติเพื่อความดับมาสู่ตน อย่างการที่น้องยามครับถามตัวเองว่า ตนมาถึงจุดนี้ได้ยังไง เพียงเรื่องนี้ยังตรงกับคำตรัสในพระคาถานี้ในคัมภีร์ธรรมบทเลยค่ะ

ภิกษุยังไม่ถึงความสิ้นไปแห่งอาสวะ อย่าถึงความชะล่าใจ
ด้วยเหตุเพียงศีลและวัตร ด้วยความเป็นพหูสูต
ด้วยการได้สมาธิ ด้วยการนอนในที่สงัด
หรือด้วยเหตุเพียงความดำริเท่านี้ว่า
เราถูกต้องสุขอันเกิดแต่เนกขัมมะ
อันปุถุชนเสพไม่ได้

ซึ่งอรรถกถาจารย์อธิบายความในพระคาถาว่าหมายถึง แม้จะได้อะไรๆต่างๆตามที่ตรัสถึง ก็อย่าพึ่งวางใจว่าเราจะไม่พบกับความทุกข์อีกต่อไปค่ะ

ตรงนี้น่าจะเพราะส่วนที่ว่า “หากยังไม่ถึงความสิ้นไปแห่งอาสวะ” นะคะ เพราะการพิจารณาเรื่องบางเรื่องอันเป็นสาเหตุที่ทำให้ทุกข์ กว่าที่จะพิจารณาเรื่องนั้นจนวางใจเป็นกลางได้ กว่าที่ทุกข์จะดับได้ ใช้เวลามากมายเลยค่ะ บางเรื่องใช้เวลานานเป็นปี บางเรื่องก็กว่าปี แล้วเราๆมีเรื่องที่ต้องพิจารณาเป็นภูเขา (สมเด็จพระสังฆราชตรัสว่ากิเลสเรามีเป็นภูเขา เพราะฉะนั้นปฏิบัติให้สิ้นกิเลสไปเถิด ไม่ต้องกลัวว่าจะรีบนิพพาน) สมมติว่าเราเริ่มการพิจารณามาแล้วสิบปี อย่างเก่งก็วางใจเป็นกลางกับเรื่องที่นำมาพิจารณาได้สิบเรื่อง ดังนั้น เรื่องที่เหลืออีกเป็นภูเขาเหล่านั่นแหละค่ะ ที่ยังทำให้เราเป็นทุกข์ได้

น้องยามครับน้อมธรรมเข้ามาในตนอยู่แล้ว ปฏิบัติธรรมอยู่แล้ว เชื่อว่าอย่างไรก็ผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Sleepypanda วันที่ : 15/10/2015 เวลา : 01.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sleepypanda

สวัสดีคุณ ยามครับ
ถ้าร่างกายขาดความสมดุลย์ อย่าพึ่งยาเลยค่ะ คืนความสมดุลย์ให้ร่างกายก่อน การนอนเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ตามอ่านคอลัมน์สุขภาพมาก็หลาย บอกเหมือนกันหมดว่า นอนให้พอเพียงจะช่วยปรับความเครียด ความเหนื่อย ไม่ได้มาล้อเล่นกันนะคะ พูดจริงๆ ยังไงก็ ขอให้หายเร็วๆนะคะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 14/10/2015 เวลา : 21.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

เป็นกำลังใจให้คุณยามกลับมามีใจสงบเหมือนเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว อย่าเครียดกับงานมากนัก เดี๋ยวโรคร้ายต่างๆ จะถามหาครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
กระเจี๊ยบ วันที่ : 14/10/2015 เวลา : 19.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JinjokJiap
www.oknation.net/blog/QuatschBox (-: ............ :-)

พูดถึงยา โดยเฉพาะยาฝรั่งนี่ไม่ชอบกินเลยค่ะ ป่วยขึ้นมา จะพยายามเลี่ยงไม่ใช้ยา ... ตอนนี้เริ่มชรา ไม่อยากกิน ก็ต้องกิน.....สงสารตับ ไต ที่ต้องทำงานหนัก

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน