*/
  • ยามครับ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-04-03
  • จำนวนเรื่อง : 359
  • จำนวนผู้ชม : 1219521
  • จำนวนผู้โหวต : 193
  • ส่ง msg :
  • โหวต 193 คน
วันพุธ ที่ 28 ธันวาคม 2559
Posted by ยามครับ , ผู้อ่าน : 1434 , 11:06:54 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน ณัฐรดา , แม่มดเดือนMarch และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

ชื่อหนัง  ถึงคน..ไม่คิดถึง From Bangkok To Mandalay

กำกับการแสดง / เขียนบทภาพยนต์ ชาติชาย เกษนัส 

ดารา :  ไซ ไซ คำ แลง ,วุดมนชเว ยี,เน โต (เนโท),พิไลพร สุบินชุมภู 

 

ปีนี้ได้ดูหนังไทยดีๆ ถึง 3 เรื่องด้วยกัน หนึ่งในนั้นก็คือ  ถึงคน..ไม่คิดถึง From Bangkok To Mandalay

ดีขนาดที่ผมยอมเสียเงินเพื่อดูถึง 2 รอบด้วยกัน

 

หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่กำกับโดยคนไทย แต่ดาราส่วนใหญ่เป็นดาราพม่า และฉากของหนังส่วนใหญ่ก็ถ่ายทำในพม่า และต้องบอกว่า การดำเนินเรื่องของหนังทำให้คนดูเหมือนได้ไปชมวัฒนธรรมของพม่า กึ่งๆส่งเสริมการท่องเที่ยวพม่าเลยทีเดียว เพราะดูจบแล้วนึกอยากไปเที่ยวพม่า

ประทับใจวิธีการเล่าเรื่องแบบอิงกับศิลปะมากถึงมากที่สุด คือ ตัวละครเอกทุกตัว ต่างก็มีศิลปะในหัวใจ เพียงแต่ว่าจะในมุมมองที่มากหรือน้อยเท่านั้นเอง แต่หนังพยายามขับเน้นเอาส่วนของศิลปะมานำวิถีอย่างอื่น แน่นอนว่า เรื่องความรัก ซึ่งออกแบบไม่ได้ มันก็กลายเป็นศิลปะอย่างหนึ่งของการดำรงชีวิตของตัวละครในเรื่องนี้ด้วย

รักแต่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน มีวาสนาผ่านพบ  ผูกพัน แต่ไม่สามารถยึดเหนี่ยว  เคียงคู่กัน แต่รักนั้นก็กลายเป็นแรงผลักดันที่จะทำให้แต่ละฝ่าย สามารถใช้วันเวลาที่เหลืออยู่ได้ และหวังใจลึกๆว่าสักวัน คงได้มีโอกาสที่จะได้ใกล้ชิดกัน ในรูปแบบใด รูปแบบหนึ่ง

ฟังแล้วเหมือนเรื่องประมาณจิตวิญญาณ Soul-mate อะไรแบบนั้นทีเดียว แต่ในระดับของการตีความ หนังเรื่องนี้สามารถตีความลงลึกได้ถึงขั้นปรัชญาของมีความรักอย่างปล่อยวางได้เลย

“เราไม่สามารถจะโทษความรักได้เลย เพราะความรักไม่ผิด”  นันดะ ในวัยแก่ชราบอกเล่าให้ ปิ่น หลานสาวของ สุชาดา (ธูซ่า) เหมือนจะพูดกับตัวเอง แต่คำพูดนี้มีน้ำหนักกระทบใจคนดูอย่างผมมากๆ

นันดะ กับ ธูซา เป็นคู่รักที่จำต้องพลัดพรากกัน เพราะความจงใจหรือพรมลิขิตขีดเส้น ตามแต่ความเชื่อ  เรื่องราวความสัมพันธ์ของทั้งสองคน ถูกเปิดเผย โดยเนื้อความในจดหมาย ซึ่ง นันดะ เฝ้าเขียนมาถึง ธูซา เมื่อทั้งสองต้องจากกันโดยไม่มีโอกาสได้พบอีก   จดหมายแต่ละฉบับ  ถูกเขียนจากสถานที่ที่แตกต่างกันในพม่า   และด้วยเหตุผลที่ ปิ่น จำเป็นต้องเดินทางไปยังสถานที่นั้นๆ จึงจะสามารถซึบซับเรื่องราวในจดหมายได้อย่างซาบซึ้ง  จึงเกิดเป็นเรื่องเล่า ผ่านภูมิทัศน์ ทัศนียภาพที่สวยงามในพม่า  เป็นหนังที่สวยงามมากครับ ดูไปก็นึกคับแค้นใจไปว่า ทำไมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยไม่หาโอกาสแนวคิดทำหนังแบบนี้มาตั้งนานแล้ว 

 

โครงสร้างของหนัง ไม่ใช่แค่ตามรื้อฟื้น คดีความหลังของชีวิตรักของ นันดะ กับ ธูซา แต่คนสร้างฉลาดมาก เพราะเขาได้สร้างให้ คู่รัก วัยหลาน คือ ปิ่น และ โมนาย  มาพบกัน โดยปูพื้นในเรื่องของความรักแบบป๊อบ คือ สมัยใหม่เปี๊ยบเลย  สร้างออกมาคู่ขนานไปกับการเล่าเรื่องความรักแบบสมัยดั้งเดิมของ รุ่นคุณปู่ คุณย่า นี่คือ ศิลปะในการสร้างหนังอย่างแท้จริง

ในหนังเรื่องนี้  คนรุ่น ปู่ ย่า ก็มีศิลปะที่จะซาบซึ้ง และตกหลุมรัก โดยผ่านมุมมองศิลปะแบบเก่าๆ หนังเล่าเรื่องได้น่าประทับใจ ถ้านับจากเรื่อง The Road Home ของจาง อวี้ โหมว ในปี 1999 แล้ว ก็หนังเรื่องนี้ล่ะครับ ที่เล่าเรื่องความรักได้อย่างมีศิลปะ (สำหรับผมเองนะครับ)

แต่พอยุคสมัยเปลี่ยนไป คนรุ่นใหม่ ไม่ซาบซึ้งกับศิลปะและขนบธรรมเนียมเดิมๆ เพราะโลกเปลี่ยนไป แต่พวกเขาก็ยังตกหลุมรักเหมือนเดิม  แต่เราเรียกว่า ความรักแบบป๊อบๆ  ซึ่งหนังก็เข้าใจหาวิธีการเล่าเรื่องมากๆเช่นเดียวกัน

ขาดความรักแบบคนรุ่นเก่าหนังก็ไม่สวยงาม  ขาดความรักแบบรุ่นใหม่ หนังเรื่องนี้ก็จะไม่สมบูรณ์  ต้องขอชื่นชมผู้กำกับจริงๆ ที่สามารถสร้างหนังออกมาได้อย่างแปลกใหม่

เหตุผลที่ผมไปดูถึงสองรอบ คือ ดูศิลปะแต่ละอย่างที่หนังเอามาผูกโยงเป็นตัวเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นหุ่นกระบอก  เสียงเพลง โบราณสถาน  หนังเข้าใจวิธีการเล่าเรื่องจริงๆครับ เพราะ ธูซา เป็นคนที่รักศิลปะทุกประเภท พยายามทำความเข้าใจ พยายามบันทึกรายละเอียดของศิลปะ และบทพูดของธูชาก็ออกแบบมาได้อย่างกินใจ  ประมาณว่า เป็นมุมมองของคนที่เข้าใจศิลปะ และ เข้าใจชีวิต

 

เมื่อครั้งเคียงคู่ นันดะ กับ ธูซา เคยสร้างหุ่นกระบอก พระ-นาง และเชิดด้วยกัน เพราะต่างฝ่ายก็หมายมั่น ว่า หุ่นกระบอก พระ-นาง นั้นคือ ฉัน และจะรักกันตลอดไป

ครั้นพอ ธูซา ต้องจากไปไม่หวลคืน ฉากที่ นันดะ  เชิดหุ่นกระบอก อย่างเดียวดาย ที่ศาลา ริมทะเล ในเวลาโพล้เพล้ ท่ามกลางสายลมหนาว นี่กระชากวิญญาณคนดูอย่างผมเลย

น่าเสียดายที่คนไทย นักดูหนังส่วนใหญ่ มองผ่านแง่มุมประเด็นความสวยงามของหนังไทยแบบนี้  หนังเรื่องนี้จึงลาโรงไปอย่างเงียบๆ

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 แม่มดเดือนMarch ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ยามครับ วันที่ : 29/12/2016 เวลา : 11.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

คห 3 พี่แม่มด

ผมเพิ่มรายละเอียดให้แล้วครับ

DVD น่าจะมีการผลิต แต่ต้องรอครับ เพราะหนังเพิ่งลาโรงไปเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2559

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ยามครับ วันที่ : 29/12/2016 เวลา : 11.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

คห 1 พี่ลูกเสือ

งานละเมียดละมัยครับ ถ้าชอบดูหนังดราม่า ผมว่ามันใช่

คห 2 พี่แม่หมี

ต้องรอแผ่นละครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 28/12/2016 เวลา : 19.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

ขอบคุณมากมายค่ะ
หนังดีๆอย่างนี้แหละที่โหยหา
มี DVD ขายไหมคะ
คุณยามครับไม่มีรายละเอียดของผู้สร้าง ผู้กำกับ ผู้เขียนบทมาให้เลย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
แม่หมี from mobile วันที่ : 28/12/2016 เวลา : 19.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

น่าไปดู

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 28/12/2016 เวลา : 11.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

อยากดูเลยครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน