• เยี่ยมทองน้อย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yiumthongnoy@thaimail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-27
  • จำนวนเรื่อง : 139
  • จำนวนผู้ชม : 162018
  • ส่ง msg :
  • โหวต 89 คน
กวีแห่งหุบเขาพญาฝ่อ
สาระชีวิต วิถีท้องถิ่น
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/yiumthongnoy
วันพฤหัสบดี ที่ 1 พฤศจิกายน 2550
Posted by เยี่ยมทองน้อย , ผู้อ่าน : 800 , 04:46:03 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

๒.ความฝันของเด็กชายชาวนา

     ชีวิตเด็กท้องนา เกิดมาท่ามกลางกลิ่นฟางท้องทุ่ง  ถูกแดดแผดเผา  เพราะเรามิใช่คนกรุง  ออกแรงก็ด้วยหมายมุ่ง  ผดุงถิ่นทองของไทย 

    ยามฝนหลั่งความหวังมี  ปีนี้ข้าวคงอุดมสมบูรณ์  แบ่งปันกันกินคนถิ่นท้องนาเกื้อกูล  ไม่หวังร่ำรวยเพิ่มพูน   ไม่อาดูรเพราะความยากจน

    เด็กท้องนา   เกิดมาต้องพึ่งแรงกาย   จะหวังสบายง่ายดายนั้นอย่าพึ่งมี   เรี่ยวแรงไม่สิ้น   ดิ้นรนชั่วนาตาปี   ล่มจมมาก็หลายปี   แต่ยังมีแรงสู้ต่อไป

    ลมพลิ้วผ่านบ้านนา   ตะวันจะลานกกาถลาคืนถิ่น  ค่ำลงแล้วหนา  แต่ภาระยังไม่สิ้น   ขลุ่ยครวญหวนมาได้ยินเรารักถิ่นบ้านนา.

    ที่มา  ลูกทุ่งเปลวเทียน  ๒๕๒๒

   ๖  เมษายน  ๒๕๐๒  เป็นวันที่ผมลืมตาดูโลกใบนี้  จากครรภ์หญิงหม้ายของหมู่บ้านที่ถูกสามีทอดทิ้ง  ผมจึงเกิดมาในลักษณะของคนที่ไม่เคยได้ใช้คำว่า"พ่อ"ในการเปล่งเสียงแห่งชีวิต  วัยเด็กของผมวนเวียนอยู่กับแม่ใหญ่ ลุง ป้า  ทุ่งนา  ป่าดอนและควายบักตู้

   "โสกขุมปูนขึ้นตำบลนาโส่   อำเภอกุดชุม   โสกขุมปูนเป็นบ้านคนชุมนุมและหลั่งไหลไปมา.."คำร้องทำนองสรภัญญะ  ซึ่งประพันธ์โดยพระอาจารย์มหาจันทร์   กำลังถูกขับขานจากกลุ่มสาวๆและคนเฒ่าคนแก่ของหมู่บ้าน   ส่วนชายหนุ่มและเด็กๆกำลังพากันรุมล้อมอยู่กับคณะทำบั้งไฟพลุ ตะไล  และโคมไฟ

    ใกล้จะออกพรรษาแล้วนิ่   ผมหนีจากทุ่งนาวังโกมาเที่ยวเลาะเล่นในวัดบ้างเหมือนกันในบางคืน   แต่ต้องเลี้ยงควายให้อิ่มเสียก่อน  ไม่งั้นก็จะโดนดุด่าและตีจากพ่อใหญ่แปและแม่ใหญ่เป็นแน่แท้   ท่านเป็นลุงและป้าของผมเองแหละ   ส่วนฟุตบอลนั้น  ผมไม่มีโอกาสได้สัมผัสมันดอก   ได้แต่ฟังเสียงดังตุ้มตุ้มเหมือนฟังเสียงกลองเพลที่เณรน้อยตีทุกวัน ก็ผมกำลังขี่ควายเล็มหญ้าอยู่กลางทุ่งนานี่ครับ

     ผมเป็นคนหัวป่อง  บ้านผมเรียกคนเรียนเก่ง  แม้จะเกิดและเติบโตอย่างยากแค้นลำเค็ญก็ตาม   แต่การเรียนเก่งของคนบ้านนอกก็คืออ่านออกเขียนได้คิดเลขเป็นเท่านั้นแหละ  มิได้เหรียญทองโอลิมปิคอะไรดอก   ครูประจำชั้นชอบใช้บริการของผม  เช่นว่าบีบเส้นบีบเอ็นเวลาพักเที่ยงในห้องพักครู ผมจึงได้มีโอกาสอ่านหนังสือที่มีปกหลังเป็นเรื่องราวของรามเกียรติ์

     หรือไม่ครูก็ชอบให้ผมทำหน้าที่เป็นครูสอนเพื่อนๆในชั้นเรียน   ถ้ายุคสมัยนี้เขาเรียกว่าเด็กมีแววหรือการวัดแววเด็กอะไรทำนองนี้แหละ   ที่จริงการเรียนหนังสือเก่งก็ไม่ได้ทำให้ผมหายจนดอกครับ   ผมจำได้ว่าฤดูหนาวเดือนธันวาคมผมต้องออกไปหาขุดแมงกิโป่มมาขายให้ครูใหญ่๑๐๐ ตัว  หกสลึง  

      ท่ามกลางอากาศที่เหน็บหนาวผมขุดหาแมงกิโป่มอยู่  ๓ วัน   จึงได้เงินมาหกสลึง  เรื่องนี้ผมจดจำได้มาจนถึงทุกวันนี้   เรียนจบชั้นป.๔  ครูประสาน โสวภาสเห็นแวว  จึงนำผมไปฝากไว้กับคุณครูพิน ทองน้อย บ้านโนนยาง  ตำบลกำแมดอำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร  บ้านเกิดของท่านพี่อดีดสอสออุดร  ทองน้อยนั่นเอง

      ผมจึงจากบ้านโสกขุมปูนมาตั้งแต่บัดนั้น   เวลาผมคิดถึงบ้านและทุ่งนา  มองดูยอดไผ่แล้วนำตามันไหล ก้อนสะอื้นแล่นลิ่ว  มันรู้สึกโดดเดี่ยวและอ้างว้างหมากหัวใจจริงๆครับ  แต่การอาศัยอยู่กับครูเมื่อมาเรียนต่อชั้นป.๕-๗  ก็ทำให้ผมได้อ่านบางกอก และขวัญเรือน  ผมชอบเรื่องบู๊ๆของเพชร สถาบัน และนิทานก่อนนอนในขวัญเรือนมากที่สุด

     ที่ห้องสมุดของโรงเรียนบ้านโนนยาง  ผมได้อ่านชัยพฤกษ์ สามก๊ก  และขุนช้างขุนแผน ครูพรหมา  ประทุม อดีดนักเรียนทุนจากวิทยาลัยครูจอมบึงเป็นคนจัดหามาให้อ่าน  เพราะเห็นว่าผมชอบอ่านหนังสือ      เช่นเดียกันกับครูบุญโฮม  ทองน้อย  พี่ชายอีกคนหนึ่งของท่านพี่อดีดสอสออุดร  ทองน้อยคอยจัดหาหนังสือแนวการเมืองมาให้ผมอ่าน   ก็ผมเป็นประธานนักเรียนนี่ครับ ครูต้องส่งเสริมกันหน่อย

     เรียกว่า  ผมเป็นเด็กปั้นมาตั้งแต่เด็กๆ  หากทว่า  เมื่อกำลังสอบปลายปีชั้นป.๗  แม่ของผมก็มาเสียชีวิต  สอบวันสุดท้ายผมไม่รู้เรื่องเลย   แต่ก็ได้คะแนนร้อยละ๗๑ .๙๗  เป็นอันดับสองของห้องเรียนในปีนั้น   ผมไม่มีจิตใจที่จะไปสอบเรียนต่อดอกครับ เพราะเสียใจที่แม่ต้องจากไปอย่างไม่มีวันกลับ

     เมื่อปีการศึกษาใหม่มาถึง   ญาติพี่น้องก็เลยเอามาฝากเรียนต่อที่โรงเรียนโสภณวิทยา เป็นโรงเรียนวัด  และอาศัยวัดอยู่  อดอยากหิวโซสุดๆเลย  เพราะพระ เณร  และเด็กวัดมาเรียนกันมาก   แย่งอาหารและตีกันทุกวัน   บางทีพวกเด็กชาวบ้านก็กลั่นแกล้งเด็กวัดอย่างพวกผม  เวลาพวกเด็กวัดจะเข้าไปยกอาหารจากที่พระและเณรฉันเสร็จ  พวกเด็กชาวบ้านก็จะเข้ามาแย่งเอากลับบ้านไปเสียเฉยๆ   พวกเด็กวัดก็อดและหิวจนตาลายเลยสิครับ

    ผมเรียนได้ปีเดียวก็ย้ายกลับมาเรียนต่อที่โรงเรียนสาธุวิทยาศิลป์กุดชุม ซึ่งเป็นโรงเรียนสาขาของวัดบ้านโพนขวา   สำนักวัดบ้านโพนขวาอำเภอหัวตะพาน เป็นสำนักเรียนที่โด่งดังมากนะครับ   สมัยก่อน  ท่านพี่อดีดสอสออุดร ทองน้อย  และประยงค์  มูลสารก็เคยบวชเรียนอยู่ที่นี่

    โรงเรียนสาธุวิทยาศิลป์กุดชุม   ก่อเกิดขึ้นมาหลังเหตุการณ์ ๑๔  ตุลาคม   ๒๕๑๖   จึงเปรียบเสมือนเป็นโรงเรียนการเมืองโดยปริยาย  กลุ่มคนที่ไม่ชอบและต่อต้านก็มาก   โดยเฉพาะกลุ่มของกำนันชาลีและผู้ใหญ่เม้า  ว่ากันว่าพวกเขาเป็นฝ่ายขวา   ในขณะที่พวกนักเรียนและครูเป็นฝ่ายซ้าย   สงครามย่อยจึงเกิดขึ้นอยู่ทุกวัน

    ท่านพี่อุดร ทองน้อย  เคยนำเอาฉากของความขัดแย้ง  และท้องไร่ท้องนาไปเขียนลงในฟ้าเมืองไทยเป็นตอนๆ  ผมได้อ่านตอนไปอาศัยอยู่ที่บ้านของพี่ปราจีน  ทรงเผ่า   ช่วงนั้นท่านพี่อุดร   เข้าป่าไปแล้ว   เหลือแต่พี่ป้อม  ซึ่งเป็นน้องสาวของพี่ปราจีน ทำงานและเลี้ยงดูลูกชายคนโตที่ชื่อเจ้าเอกอยู่ที่นั่น

    เรียนจบม.ศ.๓  ผมสอบครูตำบลไม่ได้   ครูตำบลคือโครงการที่รัฐบาลคึกฤทธิ์   ปราโมช  เป็นเจ้าของไอเดีย โดยการสอบคัดเลือกของสภาตำบล   ผมไม่มีเงินจ่ายให้คณะกรรมการก็เลยพลาดโอกาสเป็นนักศึกษาครูป.กศ.  แต่ก็เป็นแรงผลักไสให้ผมต้องสอบเรียนครูและเป็นครูให้ได้ เพราะคนที่สอบได้เรียนไม่เก่งเท่าผม

    ผมกลับมาเรียนต่อที่เมืองอุบลฯเป็นโรงเรียนราษฎร์อีกเช่นเคย  โรงเรียนสิทธิธรรมศาสตร์ศิลป์เป็นโรงเรียนของนายฟอง  สิทธิธรรม   อดีดนักต่อสู้ และนักการเมืองของชาวอุบลฯ   ผมมาเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้โดยอาศัยอยู่กับตำรวจท่านหนึ่งเป็นพี่ชายของครูประสาน   โสวภาส  อดีดครูประจำชั้นของผมเอง

    มันเป็นช่วงเวลาที่เหตุการ์บ้านเมืองหลังเหตุการณ์ ๑๔  ตุลาคม  ๒๕๑๖  บรรยากาศแห่งประชาธิปไตยกำลังเข้มข้น   ผมชอบไปฟังการปราศรัยทางการเมืองที่ทุ่งศรีเมืองอยู่เสมอ  ก่อนเหตุการณ์  ๖  ตุลาคม ๒๕๑๙    ผมได้ไปฟังกลุ่มของคุณผไท   ภูธา  อดีดผู้สมัครพรรคสังมนิยมแห่งประเทศไทย  กำลังปราศรัยต่อต้านการกลับมาของสามเณรถนอม กิตติขจร

    คืนนั้น  มีตัวแทนนักเรียนหญิงจากโรงเรียนนารีนุกูล ชื่อนางสาวมาริสา  พละสูรณ์  กำลังลังปราศรัยถึงเรื่องจอมพลถนอมอาศัยพระพุทธศาสนาบังหน้ากลับมาเมืองไทย ทำให้พวกลูกเสือชาวบ้านไม่พอใจ   จึงพากันลึกฮือขึ้นไปบนเวที   เพื่อจะเข้าไปทำร้ายนางสาวมาริสา  แต่คุณผไท ภูธา ได้มาปกป้องเอาไว้  จึงถูกชายนิรนามชกปากไป

    ผมทราบทีหลังว่าคุณมาริสา พละสูรณ์  ก็คือลูกสาวของครูคำหมาน คนไค  นักเขียนนิยายครูบ้านนอกอันโด่งดังนั่นเอง   ปัจจุบัน  คุณมาริสา  พระสูรณ์เป็นครูอยู่ที่ศรีสะเกษ   และเป็นสมาชิกของสโมสรนักเขียนภาคอีสานด้วย ส่วนคุณผไท ภูธา   หลังจากที่ไปเป็นทีมงานสร้างหนังของดวงกมลฟิล์มแล้ว  ได้ข่าวว่าไปใช้ชีวิตครอบรัวอยู่ที่เชียงใหม่

    เหตุการณ์ ๖  ตุลาคม  ๒๕๑๙   ทำให้ผมล้มป่วยและเป็นโรคปวดหัวมาจนถึงทุกวันนี้  และเมื่อผมเรียนจบม.ศ.๕  ผมก็เข้ากรุงเทพฯเพื่อจะไปสมัครเรียนมหาวิทยาลัยรามคำแหง  ผมอยากเป็นนักการเมือง  อยากเป็นสอสอเหมือนท่านพี่อุดรทองน้อย   โดยไปอาศัยอยู่กับพี่ป้อม-พรรณผกา  แฟนของพี่อุดร หมู่บ้านเสนานิคมนั่นเอง

   หากทว่าพี่ป้อมบอกให้พวกเรากลับบ้าน   พวกเราในที่นี่คือผมและทวีสิน  ศรีวะสุทธิ์  หรือไอ้เตี้ยของเพื่อนๆหลานชายของท่านพี่อุดรนั่นเอง  พวกเรากลับมาบ้านเพื่อที่จะสร้างหมู่บ้านในฝันเหมือนหมู่บ้านซับแดงของสมคิด สิงสง และประเสริฐ  จันดำที่ร่วมกันสร้างหมู่บ้านเคียวเกี่ยวดาวอันลือลั่นนั่นเอง

   ปลายปี ๒๕๒๒  ผมถูกจับข้อหาเป็นแกนนำในหมู่บ้าน   ช่วงนั้นเป็นรัฐบาลของพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ นายพลผู้ชอบดื่มบรั่นดีเป็นชีวิตจิตใจ และในเวลานั้นกองกำลังของพคท.ได้เคลื่อนไหวลงมาขยายงานในเขตที่ราบ  ผมถูกจับในขณะที่กำลังอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้าวิทยาลัยครูอยู่พอดี   

    หลังจากนั้นผมก็ถูกนำไปสอบสวนและนำไปกลับใจที่โรงแรมปทุมรัตน์ ในเมืองอุบลฯ  พวกเขาบอกว่าให้ผมรับสารภาพ   และกลับไปเรียนหนังสือ  จะส่งเสียให้เรียนจบปริญญาตรี  ผมบอกกับพวกเขาไปว่าผมเป็นคนหนุ่มสาวของหมู่บ้านที่ปรารถนาอยากให้บ้านเมืองสงบสุขและประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น  ผมไม่ได้จับอาวุธมาต่อสู้กับรัฐบาล  ผมไม่มีอะไรจะรับสารภาพ   เพราะไม่ได้ทำผิด

    ผมไปสอบเรียนต่อที่วิทยาลัยครูอุบลฯในปี ๒๕๒๓   เอกเกษตรศาสตร์ และได้พบกับเพื่อนพ้องน้องพี่อย่างที่เขียนเอาไว้ก่อนหน้านี้   โดยใช้เวลาเรียนตั้งแต่ปี  ๒๕๒๓-๒๕๒๖  ก่อนที่จะสอบบรรจุเป็นครูได้เมื่อปี  ๒๕๒๙ บรรจุครั้งแรกที่โรงเรียนบ้านโนนแฝก   ตำบลบัวงาม   อำเภอเดชอุดม   จังหวัดอุบลราชธานี  ใกล้ๆกับบ้านของต่าย อรทัย  ศิษย์เอกของครูสลา คุณวุฒินั่นแหละ.

     




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
พราวนภา วันที่ : 03/11/2007 เวลา : 11.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yui

มาอ่านเส้นทางชีวิตค่ะ..
เคยไปบ้านเพื่อนที่ชุดชุม เส้นทางกุดชุม-ป่าติ้ว..
..

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เยี่ยมทองน้อย วันที่ : 02/11/2007 เวลา : 02.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yiumthongnoy

ขอบคุณเพื่อนพ้องน้องพี่ที่เข้ามาทักทาย แม้วันเวลาจะล่วงเลยมาเนิ่นนาน หากทว่าหัวใจของพวกเรายังคงเกี่ยวร้อยสายสัมพันธ์มิสิ้นสุด.

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เต๋อคนดิน วันที่ : 01/11/2007 เวลา : 17.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thur

แวะมาเยี่ยมบ้านเพื่อน อ่านชีวิตสามัญชนผู้ยิ่งใหญ่
จากครูเต๋อ(ศิลปินแหกคอก)

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  



[ Add to my favorite ] [ X ]