• เยี่ยมทองน้อย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yiumthongnoy@thaimail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-27
  • จำนวนเรื่อง : 139
  • จำนวนผู้ชม : 139446
  • ส่ง msg :
  • โหวต 89 คน
กวีแห่งหุบเขาพญาฝ่อ
สาระชีวิต วิถีท้องถิ่น
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/yiumthongnoy
วันอังคาร ที่ 24 พฤศจิกายน 2552
Posted by เยี่ยมทองน้อย , ผู้อ่าน : 1501 , 02:39:32 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ตามรอยเพื่อน

๕. วรรณกรรมและเพลงลูกทุ่งของวีระ   สุดสังข์

          เพื่อนมิตรในแวดวงวรรณกรรมคนหนึ่งบอกกับผมว่าเขาชอบชื่อหนังสือรวมเรื่องสั้นที่กนกพงศ์  และเพื่อนๆจัดทำขึ้น  "ราหูอมจันทร์"  เพราะมันมีนัยยะแห่งการตื่นรู้

          การตีเกราะ  เคาะไม้   การยิงปืน   หรือการกระทำใดๆที่ก่อให้เกิดเสียงดังเพื่อส่งสัญญาณขับไล่ความมืดมน  เพื่อให้พระจันทร์ได้ส่องแสงสว่างนวลขึ้นมาตามวิถีธรรมชาติของมัน  เปรียบได้กับการปลุกให้คนเล็กคนน้อย  หรือสรรพสิ่งในโลกนี้ได้ตื่นรู้เพื่อเคลื่อนขับความเป็นชีวิตนั่นเอง

          เช่นเดียวกับการทำหน้าที่ของผม   บนถนนวรรณกรรมแล้ว   ผมเองก็เปรียบได้กับคนสวนที่ทำหน้าที่รดน้ำ  พรวนดิน   ขุดก่น  เนื้อดินให้แตก  เพื่อหน่อเนื้อเมล็ดพันธุ์วรรณกรรมจะได้ผลิดอกออกผล  โดยเฉพาะบนแผ่นดินอันแห้งแล้งลำเค็ญแถบถิ่นอีสานบ้านเฮา

          บนถนนวรรณกรรมของวีระ  สุดสังข์  ในพอศอนี้  หรือ  ฟอน  ฝ้าฟาง  ในพอศอโน้น  การก่อเกิดของเขาก็อยู่ในช่วงหลังบรรยากาศสังคมไทยยุคหลังพอศอ  ๒๕๒๕  ซึ่งเป็นยุคสมัยคนป่าคืนเมือง   การแสวงหาครั้งใหม่   การอธิบายวรรณกรรมใหม่   ความแปลกแยก  ความแปลกหน้า  ความเหงา   ความเจ็บปวด  ความอกหักเพราะรักพรรค   จึงต้องสู่ฝันและฟันฝ่าจนกลายเป็นอื่นแห่งคนพันธุ์ใหม่

          ฟอนบอกว่า...เขาชอบ"คนโซ"  ของคนุท  แฮมซุน  และ"รักของผู้ยากไร้"ของเยฟสกี้  ครั้งหนึ่ง  ฟอนถึงกับเขียนจดหมายรักโดยได้รับแรงบันดาลใจจาก"รักของผู้ยากไร้"  ถึงพี่อิ๊ด--ไพลิน  รุ้งรัตน์   พี่สาวแห่งวรรณกรรมพินิจ  ที่ฟอนให้ความเคารพนับถือเสมือนดังพี่สาวในยุคสมัยนั้น

          ครั้งหนึ่ง  หลังจากการฆาตกรรมนิ้วข้างซ้ายของฟอนแล้ว  ผมได้ยินทองคร้าม  ภูเดชกล้า  หรือเสี้ยวจันทร์   แรมไพร  บอกว่าเขาอยากเห็นตัวละครที่นิ้วกุดทุกนิ้วนั่งดีดกีต้าร์   มันคงโศกสลดหดหู่กับคนที่ได้พบเห็น   ผมกลับโหยหวนครวญคำนึงถึงคำกอย  มหาสารคาม  หรือยุทธศักดิ์  จรลี  นั่งดีดกีต้าเปิดหมวก

          ว่ากันตามจริงความคิดของนักเขียนในยุคหลังพอศอ  ๒๕๒๕   มันช่างมีลักษณะแห่งการอธิบายใหม่อยางพิลึกพิลั่นกันจริงๆ  

          นอกจากเพื่อนมิตรทางวรรณกรรมตามภูมิภาคต่างๆไม่ว่าจะเป็นพี่แสงดาว  ศรัทธามั่น  กวีนักเขียนจดหมายปลอบปลุกแห่งเชียงใหม่แล้ว  ก็มีกานท์นิรนาม   เวียง  วชิระ   ไพวรินทร์  ขาวงาม   รุ่ง   ใจมา   เสรี   ทัศนศิลป์  ซึ่งแต่ละคนคือเพื่อนของฟอนจริงๆ

          จำได้ว่าทุกครั้งที่ฟอนเข้ากรุงเทพฯ   เขามักจะแวะไปดื่มกินกับเพื่อนมิตรทางวรรณกรรมที่ร้านสกายไฮ  ข้างๆสำนักงานหนังสือพิมพ์สยามรัฐนั่นแหละ

          เช่นเดียวกันกับเพื่อนมิตรชาวราษีไศล   พี่ชาว  มุดหิน   และกลุ่มชอล์กสีเงิน  ซึ่งมีสำราญ  บุญธรรม  เป็นโต้โผ  ก็มีวิถีอันแนบแน่นอยู่กับครูวีระ   สุดสังข์  อย่างที่เรียกว่าตายแทนกันได้  ว่ากันด้วยหัวใจแล้ว   วีระ   สุดสังข์  หรือฟอน   ฝ้าฟาง  เป็นคนที่มีหัวใจแบบที่เรียกว่าสุดๆไปเลย  

          ครั้งหนึ่ง   ท่ามกลางฝนที่โปรยลงอย่างหนัก   พวกเรากำลังดื่มด่ำอยู่ในร้านแห่งหนึ่ง   ฟอนก็เดินออกไปนั่งตากฝนแล้วร้องไห้  หรือตอนที่ผมกับฟอนไปดูหนัง"ทุ่งสังหาร"  ทีโรงหนังศรีสะเกษ   เขาก็ร้องไห้  กวี  นักเขียน  อย่างฟอน   ฝ้าฟาง  ดูไปแล้วเขาช่างเป็นคนอ่อนไหวจริงๆ   อ่อนไหวพอๆกับความเกรี้ยวกราด   บางครั้ง  ผมเองก็รู้สึกหวาดหวั่น   กลัวว่าเขาจะทำอัตตวิบากรรมกับตัวเอง   เหมือนอย่างที่ครั้งหนึ่งเขาเคยเสียนิ้วข้างซ้ายไป

         บนถนนวรรณกรรม   ฟอน   ฝ้าฟาง  หรือวีระ  สุดสังข์  เดินทางมายาวนาน  เขามีงานเขียนรวมเล่มมากมาย   ในช่วงหลัง   เขาไปคลุกคลีอยู่กับกลุ่มวรรณศิลป์สโมสรสุรินทร์   ซึ่งมีอาจารย์จากสถาบันราชภัฎสุรินทร์   ถิ่นเดิมของวีระ   สุดสังข์  เขาเคยเรียนป.กศ.ต้นที่นี่  พร้อมกับเป็นนักร้องในร้านอาหารด้วย   

         นอกจากนี้  กลุ่มดอกติ้วป่า  ซึ่งเป็นกลุ่มคนทำงานเอ็นจีโอ  โดยมีสนั่น  ชูสกุล   เป็นโต้โผใหญ่   ฟอนก็มีความผูกพันอย่างแนบแน่น   รวมไปถึงพี่วิวัฒน์   โรจนาวรรณ  แห่งร้านหนังสือน้ำพุบุ๊คสโตร์  เมืองบุรีรัมย์  ด้วยเช่นกัน

         ในระยะหลัง   ฟอนฝ้าฟาง  หรือวีระ  สุดสังข์ในพอศอนี้   คลุกคลีอยู่กับครูสลา  คุณวุฒิ  และสัญญลักษณ์  ดอนศรี   รวมไปถึง  คม  ทัพแสง   ด้วยเช่นกัน   เขาเริ่มหันเหไปสู่เพลงชีวิต  และเพลงลูกทุ่ง   (ตอนหน้าค่อยว่ากัน) 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
เยี่ยมทองน้อย วันที่ : 05/12/2009 เวลา : 04.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yiumthongnoy

หนูพราวนภา ความตายแม้จะเป็นเรื่องธรรมดาของวัฏฏสงสาร สังขารคนบ่เที่ยง แต่เราก็อยากมีชีวิตให้นานที่สุด หนูป่วยด้วยโรคเช่นนี้ ลุงรู้สึกเป็นห่วงหนูมาก กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หนู่ต้องฝึกสมาธิ เอาธรรมะมาใช้ บางคนอาจจะเข้าใจว่าเหลวไหล แต่ชีวิตด้านใน จิตกับกายประสานกันเป็นหนึ่ง บางที โรคร้ายก็สู้ไม่ได้ มัจจุราชจะต้องปล่อยวางลูกสาวคนดีของแผ่นดินคืนสู่ชีวิตเพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้กับมนุษยชาติ สาธุ ลุงขออวยพรให้หนูพราวนภาหายจากโรคร้าย กลับมาเป็นหญิงสาวเริงร่า ทำงานสร้างสรรค์สังคมต่อไปนะครับ ๑๓ ปีที่จากบ้านมา มิต่างจากคุณเช่นนั้นเอง--หลานสาวลุงฟอนเลยนะ บ้านเราคือสถานที่อบอุ่น พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตายาย และญาติพี่น้องรอคอยหนูพราวนภาเสมอ ขอให้หายป่วยไวๆนะครับลูกสาวของพ่อครู

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
พราวนภา วันที่ : 05/12/2009 เวลา : 02.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yui


..
กราบขอบพระคุณค่ะพ่อครู..

ตอนนี้ยุ้ยก็ยังไม่ค่อยแข็งแรงดีนัก เหนื่อยง่าย ใช้แรงมากหรือเดินเร็วๆก็จะเหนื่อยหายใจไม่ทัน ยังต้องไปพบหมอทุกๆเดือน ปลายเดือนมกราคม จะตรวจเช็คใหญ่อีกครั้งค่ะ ไม่แข็งแรงเหมือนแต่ก่อนแล้ว..

พ่อครูค่ะ..หากหมอบอกว่า จะมีเวลาอยู่อีกแค่ 6 เดือนพ่อครูจะทำอย่างไรกับชีวิต...{ตอนนั้น(ตุลาปีที่แล้ว)หมอตรวจพบมะเร็งที่ตับ..ระยะสุดท้าย}.. ยุ้ยนอนร้องให้ทุกคืน แต่ต่อหน้าพ่อ แม่ และญาติพี่น้องก็ทำเป็นสนุกสนานเหมือนคนไม่กลัวความตาย อาจจะเป็นอย่างที่พ่อครูบอกกระมัง พญามัจจุราชไม่ต้องการ เดือนเมษา(ครบกำหนด 6 เดือน) ก้อนเล็กลง ..แต่ยังไม่ได้ทำอะไร กินยา+ฉีดแค่นั้นเพราะยังเหลือ วิทยานิพนธ์ ..แต่ตอนนี้กลายเป็นว่า ระบบไตไม่ดีเลย ต้องรักษาไตให้ดีกว่านี้แล้วจึงค่อยจัดการอีกที

ยุ้ยตั้งใจไว้นะว่า เรียนจบก็จะกลับไปอยู่บ้าน จากมา 13 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้กลับจนบัดนี้ ความรู้ที่เรียนมาก็ไม่ได้ใช้เลย มานั่งรักษาตัวเอง..

เวลานี้ยุ้ยไม่ค่อยกลัวอะไรแล้ว หากไม่หายหรือจะต้องไป ก็ไม่เป็นไร เพราะ กำไรแล้ว

บ่นมาเสียยืดยาวเพราะอยากเล่าให้พ่อครูฟังค่ะ

วันนี้วันพ่อ ยุ้ยขอให้พ่อครูมีความสุขนะคะ อย่าให้โรคภัยไข้เจ็บมากล้ำกลาย

..

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
เยี่ยมทองน้อย วันที่ : 04/12/2009 เวลา : 03.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yiumthongnoy

ตอบหนูยุ้ย-พราวพรายนภา ยินดีที่หนูยุ้ยกลับมาเยี่ยมยามพ่อครูอีกครั้ง นานแล้วสินะที่หนูยุ้ยห่างหายไปจากบ้านหลังนี้ พ่อเองก็เฝ้าถามไถ่ข่าวคราว ช่วงกลางเดือนตุลาคม หลังงานของพี่สมคิด สิงสง มัคคุเทศก์และเคี่ยว โคมคำ หรือ ลุงเสของหลานๆแวะมาเยี่ยมยามกวีแห่งหุบเขาพญาฝ่อ พ่อก็ถามไถ่ถึงหนูยุ้ยอยู่นะ เพิ่งมารู้ว่าหนูไม่สบาย คนดีพระคุ้มครอง อายุมั่นขวัญยืน หนูเป็นคนเก่งคนกล้า ท่านพญามัจจุราชไม่ชอบคนเก่งคนกล้าดอก ยินดีและดีใจ หนองบัวระเหวกับภักดีชุมพล อยู่ห่างกันแค่ภูเขาบังเหยกั้นเท่านั้นแหละ ถ้ามีปีกก็บินข้ามไปได้เลย เวลาเข้าจังหวัดไปหาซื้อหนังสือ พ่อครูก็ขับรถผ่านเส้นนี้แหละ คงได้มีโอกาสมาเยือนถิ่นกวีหุบเขาพญาฝ่อนะครับ.

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
เยี่ยมทองน้อย วันที่ : 04/12/2009 เวลา : 02.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yiumthongnoy

ตอบ -- "เด็กหลงยุคเช่นนั้นเอง" ขอบคุณมากสำหรับทัศนะแห่งการอ่านและวิถีชีวิตที่เล่าด้วยความจริงใจ ผมเองมีความชื่นชมและรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เด็กสาวชาวป่ามีประสบการณ์ในเรื่องการอ่านจากหนังสือของนักเขียนผู้แปลกแยก ท่วงทำนองดุดัน แต่แฝงด้วยหัวใจที่นอบน้อม ผมคิดว่านักอ่านคนหนึ่งที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือเล่มเล็กๆไม่มีรางวัลใดๆมารับประกันคุณภาพ หากทว่าได้นำพาเด็กสาวชาวป่าโลดทยานไปสู่โลกกว้าง เพื่อแสวงหาความหมายของชีวิต ก้าวเดินมาสู่เมืองใหญ่ ด้วยหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ ผม คุณเช่นนั้นเอง และคนอื่นๆที่พลัดเดินมากระจายพรายพลัดอยู่ตามซอกหลืบของเมืองใหญ่ ดังคำโบราณว่าไว้...ขั่นบ่ออกจากบ้าน บ่เห็นด่านแดนไกล ขั่นบ่ลงไปไทย กะบ่มีความฮู้" การเดินทางจากบ้านนอกนอกคอกนาเพื่อมาแสวงหาความหมายของชีวิตในเมืองใหญ่ คือชะตากรรมของคนเล็กคนน้อย เราเหล่าลูกหลานคนจนที่หนีความซำซากจำเจ ณ บัดนี้ พวกเรายึดกรุงเทพฯได้แล้ว เราเหล่าลูกหลานคนจน คนชายขอบ คนชั้นล่าง คนอีสาน คนเหนือ คนตะวันตก คนชายแดน คนๆๆๆๆๆ ล้วนกระจายพรายพลัดถิ่น เพราะกรุงเทพฯคือศูนย์รวมของความเจริยรุ่งเรือง กรุงเทพฯและเมืองใหญ่ทั้งหลายได้ดูดกลืนเอาทรัพยากรของพวกเรามาโฮมตุ้มไว้ในกระเพาะของตัวเอง พวกเราจึงพากันอพยพเข้ามาเพื่อทวงถามและร่วมใช้ในฐานะเจ้าของทรัพยากรที่แท้จริง ผม คุณ และคนอื่นๆล้วนตกอยู่ในชะตากรรมอันเดียวกัน การหวนโหยกลับคืนถิ่นฐานบ้านนา ดูเหมือนกลับจะยิ่งห่างเหิน และห่างหายไปเรื่อยๆวิถีชีวิตที่เป็นอื่น ความแปลกหน้า ความแปลกแยก และความแปลกใจ ล้วนระบายแต้มแต่งอยู่ในใบหน้าลาวๆใบหน้าของคนท้องทุ่ง ใบหน้าของคนชายขอบที่หลูบต่ำลงเพราะดวงตาของคนยึดครองฉายโชนมากระทบและบาดใจ ดีแล้วล่ะครับที่คุณเช่นนั้นเองสามารถฝ่าฟันมายืนอยู่แนวหน้าในฐานะนักพัฒนาซอฟแวร์ โปรแกรมเมอร์ในตึกสูง มันน่าจะเป็นเรื่องสั้นสมัยใหม่ได้ดีทีเดียว อ่านแล้วอย่าลืมเขียนบ้างนะครับ ผมเองมีลูกชายเรียนเทคโนสารสนเทศ เขาอยากเป็นโปรแกรมเมอร์เหมือนคุณนั่นแหละ แต่เขาเพิ่งอยู่ปีหนึ่ง เส้นทางชีวิตยังเหลืออีกยาวนาน คุณเช่นนั้นเอง อย่าลืมส่งใจไปหาลุงยอด เสือยอด ลุงวีระ ลุงฟอน โอ้ยๆๆๆๆสารพัดชื่ออันลือนาม ผมไม่ทราบว่าเสือยอดกลับมาจากทะเลหรือยัง อย่าเศร้านักเลยเพื่อนรัก กลับมาอ่านเรื่องราวของตัวเองและคนอื่นๆ โดยเฉพาะคำความเห็นของหลานสาวชาวป่า เด็กหลงยุคเช่นนั้นเองคนี้ ลุงฟอนจะได้มีพลังทำงานเขียนอย่างไรล่ะ.

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
พราวนภา วันที่ : 03/12/2009 เวลา : 22.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yui

...

พ่อครูค่ะ..

อ่าน ตามรอยเพื่อน ของพ่อครูแล้ว ทำให้คิดถึงเมื่อครั้งที่ยุ้ยไปวนเวียนหาเพื่อนแถวๆ กุดชุม สอบถามเพื่อนๆเกี่ยวกับเรื่องพ่อครูค่ะ..


ช่วงนี้เริ่มกลับมาเข้าบล็อก คงจะได้แวะมาหาพ่อครูอีกค่ะ..



...

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
พราวนภา วันที่ : 03/12/2009 เวลา : 22.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yui

...

แก้ไข.....


พ่อครู........ไม่ใช่พี่ครู....


ขอโทษค่ะ..


ความคิดเห็นที่ 24 (0)
พราวนภา วันที่ : 03/12/2009 เวลา : 22.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yui


...

กราบสวัสดี งามๆค่ะพี่ครู...

ยุ้ยหายไปเกือบปีไม่ค่อยได้เข้ามาค่ะ..ไม่สบายจนคิดว่าไม่รอดแล้ว
ก็ยังต่อสู้ต่อไป..

ยุ้ยรู้จักเพื่อนคนหนึ่ง เขาอยู่ที่ หนองบัวระเหว ยุ้ยยังบอกเขาว่ามีพ่อครูอยู่ที่ภักดีชุมพล(ใช่เปล่าค่ะ)

ดูรูปพ่อครูรูปนี้ หนุ่มกว่ารูปเดิมเยอะเลยค่ะ..

พ่อครูสบายดีนะคะ ..

..
เดี๋ยวจะอ่านย้อนหลังค่ะ..

..

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
เช่นนั้นเอง วันที่ : 02/12/2009 เวลา : 09.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kbd
ความเพียรเป็นกิจที่ต้องทำวันนี้, ใครจะรู้ความตาย แม้พรุ่งนี้

ถึงครูเยี่ยม ที่เคารพอย่างยิ่ง

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้แวะเวียนเข้าหน้าบล็อกของครูเยี่ยมทุกวัน เพื่อดูว่าได้เล่าเรื่องที่ค้างไว้แล้วหรือยัง... (เป็นเอามาก ToT ) แม้ว่าเรื่องราวเกี่ยวกับลุงฟอน จะค้นหาได้ทางอินเตอร์เนท แต่ก็ไม่เหมือนฟังครูเยี่ยมเล่า

ไหนๆ ก็ได้ชื่อว่าเป็น ’แฟนคลับงานเขียน’ แล้ว (ครูเยี่ยมเป็นคนตั้งให้) จึงอยากร่วมแสดงความคิดเห็น สะท้อนแง่มุมของนักอ่านว่า งานเขียนอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเขียนเพียงหนึ่งประโยค สามบรรทัด หรือเล่มโตๆ เล่มหนึ่ง หากงานเขียนชิ้นนั้นกระทบจิตกระทบใจผู้อ่าน และก่อเกิดเป็นแรงสร้างสรรค์บันดาลใจ ให้ผู้อ่านมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี สำหรับผู้อ่านแล้วจะถือว่างานชิ้นนั้นคือ ‘ผู้มีพระคุณ’ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่เป็นลูกชาวป่าชาวดง แม่จบ ป.2 พ่อเรียน ก ไก่ ไม่ถึง ฮ นกฮูก พี่ๆ อีก 7 คน จบชั้นสูงสุดแค่ ป.6 การที่เป็นลูกคนสุดท้อง จึงเห็นความซ้ำซากจำเจ ของวิถีชีวิตชาวนา วิถีชีวิตของคนท้องถิ่นชนบทที่เชื่อคนง่าย ใครบอกว่าอะไรดี ก็เชื่อเขาไปเสียทุกอย่าง เขาบอกให้เรากินแบบนี้ เราก็ต้องกินแบบนี้ เขาบอกให้เราอยู่แบบนี้ เราก็ต้องอยู่แบบนื้ นี่คือกระแสบริโภคนิยม ทุนนิยม ที่แทรกซึมเข้ามาในวิถีชีวิตของคนพื้นถิ่นชนบท เราเคยอยู่กับแบบง่ายๆ ใช้ทรัพยากรธรรมชาติแต่พอดี ภาคตะวันตกที่เราอยู่อาจโชคดีกว่าภาคอื่นๆ เพราะเรา(เคย)มีป่าไม้ที่สมบูรณ์ ดินดำ น้ำชุ่ม ต้นข้าวสูงท่วมหัว (สมัยที่เป็นเด็ก) เพียงไม่กี่ปี ที่ ‘ความเสื่อม’ ในนามเรียกขานว่า ‘ความเจริญ’ เริ่มเข้ามาในหมู่บ้าน ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป กระเพาะเล็กๆ ของผู้คนดูเหมือนว่าจะขยายใหญ่โตขึ้น พวกเรากินภูเขา กินป่าไม้ กินแม่น้ำลำธาร ความอุดมสมบูรณ์หายไปหมดสิ้น ภาพภูเขาหัวโล้น แม่น้ำลำธารที่เหือดแห้ง เหมือนเศษซากกองกระดูกที่เราขย้อนออกมา...

แล้วเกี่ยวอะไรกับงานเขียน...

งานเขียนของลุงฟอน คนหนุ่มในสมัยนั้น มักบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตชนบท แม้จะเป็นพื้นถิ่นอีสาน แต่สาระของงานก็กระตุ้นเตือนผู้คนทั่วทุกภาค และแน่นอนว่าลุงฟอนไม่ได้ทิ้งประโยคอมตะไว้เพียงประโยคเดียว หรือทิ้งไว้เพียงบทกวีสามบรรทัด แต่การทำงานที่ต่อเนื่อง มุ่งมั่นและชัดเจน แสดงให้เห็นถึงความดื้อด้านของลุงฟอน นักสู้ผู้ไม่แพ้ เราอยากบอกเล่าเรื่องราวเหล่านี้ให้ครอบครัวเราฟัง เล่าให้พ่อกับแม่ฟัง แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะเกือบสิบชีวิตในครอบครัวเรา มีเราเพียงคนเดียวเท่านั้นที่อ่านหนังสือ...!

แล้วงานเขียนทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร...

การต่อสู้ระหว่างคนอ่านหนังสือ กับคนไม่อ่านหนังสือ แน่นอนว่าเราสู้คนในครอบครัวเราที่ไม่อ่านหนังสือไม่ได้ เพราะเราโดดเดี่ยว และแปลกแยกพอๆ กับคนเขียนหนังสือ งานเขียนของลุงฟอน ไม่สะท้อนเพียงความกราดเกรี้ยว ดุดัน แต่ยังมีแง่มุมของความอ่อนน้อม ความเห็นอกเห็นใจ และความเข้าใจผู้อื่น และในช่วงเวลาที่ลูกสาวชาวป่าอย่างเรา สับสน มึนงงในชีวิต ที่เกิดมาหลงยุค นี่คือยุคสมัยของการเดินตามๆ กัน และการเอาความอยู่รอดของตัวเองเป็นที่ตั้ง ไม่มีใครเขาคิดเรื่องปฏิวัติยุคสมัยกันอีกแล้ว ความอึดอัด อัดอั้น ไม่รู้จะเลี้ยวไปทางซ้าย หรือไปทางขวาดี ขณะที่หนังสือเล่มเล็กๆ เล่มหนึ่งยังคงค้างอยู่ในมือ เราได้ตัดสินใจกลับมาเริ่มต้นเรียนใหม่อีกครั้ง ยอมทำตามความหวังของพ่อ ที่อยากให้ลูกสุดท้อง หนึ่งเดียวคนนี้ เป็นคนเมือง เหมือนหนึ่งว่าจะเป็นเกียรติและศักดิ์ศรีแห่งวงศ์ตระกูลชาวนา พ่อที่ยอมขายวัว ขายควาย ขายไร่นา เพื่อส่งให้ลูกเรียนหนังสือและใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวง แต่การยินยอมของเราในครั้งนั้น เป็นการยอมอย่างมีเงื่อนไข เราบอกกับพ่อว่า เราจะพยายามทำทุกอย่างให้สมกับที่พ่อหวังไว้ให้มากที่สุด และเมื่อถึงวันที่เราทำทุกๆ อย่าง ให้พ่อครบแล้ว เราจะกลับไปเป็น ‘ชาวนา’

13 ปี ผ่านไป...

ลูกสาวชาวป่าของพ่อ กลายเป็นนักพัฒนาซอฟแวร์ หรือโปรแกรมเมอร์ นั่งซ่อนตัวอยู่ในห้องแอร์ของตึกสูงระฟ้า แห่งมหานครใหญ่อย่างเงียบเหงา ทุกครั้งที่ละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ที่เต็มไปด้วยภาษาโปรแกรมอันยุ่งเหยิง ในใจจะคิดถึงแม่น้ำ ผืนป่า และขุนเขา ท้องทุ่งเขียวขจี ที่เฝ้ารอวันเวลาหวนคืนอีกครั้ง

----------------------------------------------

ปล. การร่วมแสดงความคิดเห็นกับครูเยี่ยมในครั้งนี้ เหมือนได้ปอกเปลือกหัวใจเพื่อให้เห็นความรู้สึกภายใน โลกในยุคโลกาภิวัฒน์ทำให้เราอยู่ใกล้กันเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส รู้สึกเขินๆ เวลาจะเลื่อนเม้าท์กลับเข้าไปยังหน้าเวปบล็อกของลุงฟอน... อย่างไรก็ดี หากลุงฟอนได้เข้ามาอ่าน เรื่องของเด็กหลงยุคคนหนึ่ง อยากกราบขอบพระคุณท่าน ที่ได้ผลิตงานชิ้นหนึ่งออกมาจากความแร้นแค้น และผลงานอีกหลายๆ ชิ้น จากความดื้อรั้น เรื่องของคนชายขอบฝั่งหนึ่ง สะท้อนมาถึงคนชายขอบอีกฝั่งหนึ่ง แต่สิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้และรู้สึกเหมือนกัน คือการมองโลก หรือเห็นโลกนี้มีแต่แง่ร้าย เราจึงอยู่ด้วยความหวังและลงมือทำให้โลกนี้น่าอยู่ ความสุข ความสนุกสนาน ความเบิกบาน สำราญใจที่แสดงออกมา คือความร้าวลึกภายในใจ เราไม่คาดคั้นให้ใครมาทำตามเรา หรือคิดเหมือนเรา แต่เราจะทำในสิ่งที่เราอยากทำ ทำไปตามความคิด และซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเอง แม้ว่าใครจะว่าเราเป็นพวกดื้นรั้น ดังทุรังก็ตาม


ด้วยเคารพและศรัทธา

เด็กหลงยุค – ‘เช่นนั้นเอง’

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
เยี่ยมทองน้อย วันที่ : 02/12/2009 เวลา : 05.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yiumthongnoy

ชาวาลา ชัยมีแรง เจ้าของคลื่นวิทยุชุมชน อาร์เอส จัตุรัส ชัยภูมิ เป็นอดีดกวีหน้าราม และเจ้าของเพลง"แสงจันทร์" อันโด่งดัง ถึงแม้จะอยู่ชัยภูมิเหมือนกัน หากทว่าก็เคยพบกันครั้งเดียวที่งานพี่สมคิด สิงสง เมื่อปี ๕๐ ทุกวันนี้สามารถเขียนเพลงให้นักร้องสาวลูกสาวหล้า--การะเกด สาวสวยแห่งเมืองจัตุรัส เป็นศิลปินดังของอาร์เอส แว่วๆว่าเพื่อนกวีคนยากนักเพลงคนจน คม ทัพแสง ก็ป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้น แม่นบ่ ติดตามงานของชาวาลา ชัยมีแรงอยู่สม่ำเสมอ ขอบคุณที่มาเยือนอีกครั้งและอีกครั้ง.

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
เยี่ยมทองน้อย วันที่ : 02/12/2009 เวลา : 04.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yiumthongnoy

ขอบคุณท่านเสือยอด และบักขี้เจี้ยมที่ช่วยขยายความเป็นอ.๓ (ครูชำนาญการพิเศษ) ว่ากันตามจริง ถึงแม้ผมเองจะตีฆ้องร้องเป่าเรื่องการทำผลงานของครูเรา รวมทั้งผมด้วย ก็เนื่องจากว่าการทำผลงานวิชาการเพื่อเลื่อนตำแหน่งนั้น มันไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าหากไม่ลงมือทำเองก็ไม่รู้ดอกว่ามันยากสักแค่ไหน หากทว่างานนี้ คงต้องขอบคุณเพื่อนมิตรทุกๆคน วิถีชีวิตที่เดินทางของผมค่อนข้างจะล้มลุกคลุกคลาน เพื่อนๆหลายคนเดินนำหน้าไปนานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นท่านเสือยอดที่จบโทและทำครูเชี่ยวชาญแล้ว ครูสังคมหรือดอกเตอร์หวดก็เรียนโทและทำครูเชี่ยวชาญด้วยเช่นกัน ส่วนท่านวงเดือน ทองเจียว ก็ลงเรียนป.เอกแล้วเช่นกัน ผมยังคงงมๆซาวๆอยู่กับอะไรก็ไม่รู้ สถานการณ์เช่นนี้ ผมเคยย้อนไปมองท่านมาโนช พรหมสิงห์ ผมนี่แหละที่ไปฉุดเขามาเดินบนถนนวรรณกรรม ด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพของเพื่อน จนกระทั่งเขาประสพผลสำเร็จด้วยการประดับช่อการะเกดจากเรื่องสั้น"คุกดอกไม้" เช่นเดียวกัน ในเวลานี้ ผมทำหน้าที่บอกอเรืองสั้นของนักเขียนสาวนามว่า"นกแสงตะวัน" เรื่องสั้นล่าสุดชื่อ"ก่อนสิ้นแสงตะวัน" ได้ส่งไปยังเนชั่นฯ นี่คือการหวนกลับมาจับปากาอีกครั้ง หลังจากห่างหาย ผลุบๆโผล่ๆตามใจอยู่เป็นนาน ทั้งหมดทั้งมวลเพราะผมเชื่อมั่นในความดีงามและมิตรภาพบนถนนสายวรรณกรรมล้วนๆ เพราะผมมีเพื่อนที่ดี ผมจึงมีวันนี้ ถึงแม้ว่าในสายตาของคนอื่นอาจจะธรรมดามาก แต่สำหรับผมและครอบครัวแล้ว เส้นทางอันยาวนานที่เราฝ่าฟันมา มันคือรอยยิ้มที่เบิกบานที่สุด ขอบคุณเพื่อนมิตรทุกคนที่ให้กำลังใจ ดอกไม้แห่งความดีงามนี้ ผมขอมอบให้สังคม เภสัชมาลา และวงเดือน ทองเจียว เป็นพิเศษ ขอบคุณครับ.

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ชะเอง วันที่ : 01/12/2009 เวลา : 17.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chawala
chawala

ฟังได้ชัดเจนบ่ครับ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
เช่นนั้นเอง วันที่ : 01/12/2009 เวลา : 10.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kbd
ความเพียรเป็นกิจที่ต้องทำวันนี้, ใครจะรู้ความตาย แม้พรุ่งนี้

ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นนะคะ ครูเสือยอด (กลัวๆ กล้าๆ วันนี้ครูดุจัง )

คือว่า ... ในความเห็นของหนู 'เช่นนั้นเอง' ที่เคยผ่านมาแล้วทั้งการเป็นนักเรียนประถมที่เรียกผู้สอนว่าคุณครู และเป็นนักศึกษาที่เรียกผู้สอนว่าอาจารย์... เคยสงสัยเหมือนกันค่ะว่าทำไมจึงต้องเรียกต่างกัน จากการค้นคว้าหาคำตอบ โดยการใช้ความรู้สึกของตัวเองล้วนๆ ก็พบว่า คำว่า 'ครู' ไม่ชี้เฉพาะว่าท่านผู้นั้น จะสอนเราเพื่อให้ความรู้ด้านวิชาการเพียงอย่างเดียว แต่ท่านทั้งหลายยังเพาะบ่มต้นกล้าที่อ่อนแอ ให้กลายเป็นไม้ยืนต้นที่แข็งแรง นั่นหมายถึงท่านได้ให้ชีวิตแก่เด็กนักเรียนด้วยค่ะ

สำหรับอาจารย์ในระดับอุดมศึกษามุ่งเน้นการสอนด้านวิชาการ ความรู้สึกผูกพันเป็นเพียงผู้สอนกับผู้เรียน นักศึกษาส่วนใหญ่ไม่ค่อยเรียกเต็มๆ ว่า อาจารย์ มักจะได้ยินเรียกสั้นๆ ว่า จานๆ

สำหรับหนู 'เช่นนั้นเอง' ไม่ว่าท่านผู้นั้นจะสอนในระดับไหน ฐานันดรของท่านจะเป็นเช่นไร จบปริญญาเอกมากี่ใบ หรือเป็นเพียงยาจกข้างถนน หากรู้สึกเคารพนับถือและศรัทธาในตัวท่าน หนูมักจะเรียกท่านว่า'ครู'ค่ะ ...

หากมีคำใดกร้าวร้าว ครูเสือยอด และครูเยี่ยม โปรดอย่าหักคะแนนความประพฤตินะคะ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
เสือยอด วันที่ : 01/12/2009 เวลา : 09.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/weerasud

ขอแสดงความยินดีกับครูชำนาญการพิเศษ
ถ้าอยู่ระดับอุดมศึกษา เขาเรียกว่า ท่าน ผศ.
ถามกระทรวงหน่อยว่า เป็นคนสอนเด็กๆเหมือนกัน
ทำไมเรียกคนที่สอนระดับประถม-มัธยมว่า ครู
เรียกคนสอนอุดมศึกษาว่า อาจารย์
ตำแหน่งครูประถม-มัธยม ก็เรียกว่า ครูชำนาญการ,ครูชำนาญการพิเศษ ครูเชี่ยวชาญ ครูเชี่ยวชาญพิเศษ แต่เรียกพวกนั้นว่า ผศ. รศ. ศ.
ครูแสงดาวช่วยคิดช่วยเขียนหน่อยโว้ย

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
เช่นนั้นเอง วันที่ : 30/11/2009 เวลา : 16.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kbd
ความเพียรเป็นกิจที่ต้องทำวันนี้, ใครจะรู้ความตาย แม้พรุ่งนี้

ถึงครูเยี่ยม ที่เคารพอย่างยิ่ง

"ด้วยอารมณ์ปกติ ผมคิดจะฆ่าตัวตาย
๓ มกราคม ๒๕๒๖ ผมตัดนิ้วก้อยข้างซ้ายทิ้งไป บอกกับคนใกล้ชิดว่า นั่นคือสัญญาที่ผมจะทำอะไรดีๆ เพื่อโลกนี้ ผมยินดีที่จะเป็นไอ้นิ้วด้วน ไอ้เก้านิ้วครึ่ง..."

พบเหตุผลของครูยอดแล้วค่ะ อยู่ในหน้า เสี้ยวหนึ่งของถ้อยคำ บทนำของหนังสือที่เปิดผ่านมาตลอด

ครั้งหนึ่งที่เคยทำร้ายตัวเองด้วยการเอามีดปอกผลไม้ปักลงที่กลางฝ่ามือข้างซ้ายนั้น เพราะอยากรู้ว่าเราอกหักจริงหรือเปล่า เราเจ็บปวดจริงหรือเปล่า ความรู้สึกที่ปลายแหลมคมของมีดเสียดแทงทะลุลงกลางฝ่ามือนั้น มันแตกต่างจากความรู้สึกเจ็บปวดในใจอย่างไร เมื่ออยากรู้ก็ต้องพิสูจน์ค่ะ ...

พิสูจน์แล้วพบว่า ... มันเจ็บปวดมากค่ะ ที่กลางฝ่ามือ สรุปบทเรียนให้กับตัวเองว่า จงเลิกโง่ และรักตัวเองเถิด รวมทั้งจดจำไว้ว่าอย่าทำร้ายใครให้เจ็บปวด ไม่ว่าจะทางร่างกายหรือจิตใจ ทุกวันนี้เหลือแผลเป็นยาวประมาณ 1 เซนฯ ไว้เตือนความทรงจำ

ครูยอดคะ นิ้วก้อยข้างซ้ายยังจำเป็นสำหรับคนหัดไวโอลินมือใหม่ค่ะ ครูยอดไม่มีนิ้วก้อยข้างซ้ายแล้วก็ไม่เป็นไรค่ะ หากชิวีตนี้ยังไม่สิ้น จะเล่นไวโอลินเพลงโปรดเสือยอดให้ฟังค่ะ

เพลง 'คืนรัง'
--------------

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
คนไม่มีประโยชน์ วันที่ : 30/11/2009 เวลา : 14.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/brid
ขี้เจี้ยม


ขอแสดงความยินดีกับครู เยี่ยม ทองน้อย

ครูวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ (ภาษาไทย)

โรงเรียนบ้านวังตะกู อ.ภักดีชุมพล จ.ชัยภูมิ

ต่อไปคงเลื่อนเป็น ครูวิทยฐานะเชี่ยวชาญ

(บ่ยากดอกครับครู สู้ต่อไปครับ สู้ ๆ ๆ ๆ )


ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ชะเอง วันที่ : 30/11/2009 เวลา : 07.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chawala
chawala

มาเชิญชวนไปฟังจัตุรัสเรดิโอครับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
อณูทิพย์ธารทอง วันที่ : 29/11/2009 เวลา : 11.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Anutip

สำหรับ ฟอน ฝ้าฟาง หรือ ท่านวีระก็ตาม เห็นชื่อแล้วไม่กล้าผ่านเลยโดยไม่เปิดอ่าน..ผมมี ฟ้าไกลจะไต่ฟ้า ของพี่ฟอน นับเป็นฉันทลักษณืชั้นครูทีเดียว เหมือนบทกวีที่คมคำในบล๊อก อ่านแล้วน้อยคนจะทำได้ ข้อสังเกตหนึ่งที่เห็นและทำตามไม่ได้คือ การลงคำตามในแต่ละบท ซึ่งถ้าจำไม่ผิด ครูกวีชั้นครูสมัยก่อนหลายคนถางทางไว้..ใครทำได้นับว่ายอดเยี่ยม..จะติดตามตอนต่อไปด้วยระทึกครับพี่เยี่ยม

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
จักรวาล วันที่ : 26/11/2009 เวลา : 22.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawitkhaenkhan

อ่านสามเรื่องรวด

อิ่มเอมมากพี่เอ้ยยยยยยยยย..พี่เยี่ยม

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
เยี่ยมทองน้อย วันที่ : 26/11/2009 เวลา : 02.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yiumthongnoy

คุณเช่นนั้นเองที่นับถือยิ่ง
บนสายธารวรรณกรรม นับเป็นความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่คุณได้ติดตามอ่านงานเขียนของฟอน ฝ้าฟาง หรือวีระ สุดสังข์ หรือเสือยอดแห่งบล็อกโอเคเนชั่น คุณติดตามงานเขียนของเขามาเป็นเวลา ๑๐ กว่าปี นับว่าเป็นแฟนคลับแห่งงานเขียนอย่างแท้จริง ผมเองอดดีใจกับฟอนไม่ได้ การอ่านงานเขียนของใครคนหนึ่งการชื่นชมงานเขียนของใครคนหนึ่งย่อมเป็นอิสรภาพของแต่ละคน ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับแนวคิดของคุณ เหมือนอย่างงานเขียนของมูราคามิ ที่หลายๆคนชื่นชอบ แต่บางคนเขาก็ชื่นชอบงานของเฮสเสมากกว่า ถึงแม้ว่างานของมูราคามิจะโดนใจแฟนๆไปทั่วโลก เพราะมีลีลาหวือหวา สะท้อนความดิบเถื่อน กระชากใจคนสมัยใหม่อย่างล่อนจ้อน แต่ขนบของวรรณกรรมก็มิได้อยู่แค่นี้ งานเขียนดีๆยังมีให้เสพอีกมาก เหมือนอย่างงานเขียนของวีระ สุดสังข์ ที่ใครบางคนบอกว่าพื้นๆ แต่ก็กระทบจิตใจของคุณ และสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คุณเดินตามความฝันของตัวเอง นีก็สุขใจแล้วมิใช่หรือ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
เยี่ยมทองน้อย วันที่ : 26/11/2009 เวลา : 02.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yiumthongnoy

ขอบคุณอาจารย์เจนอักราพิจารย์ เนื่องจากคอลัมน์"โรงเรียนนอกหน้าต่าง" ของครูแสงดาว ต้องการสร้างเครือข่ายงานวิชาการชายขอบ คนเล็กคนน้อย คนพื้นถิ่น และภูมิปัญญาที่ไม่ใช่กรุงเทพฯสร้างบรรยากาศกระบวนการเรียนรู้นอกห้องเรียนหรือการเรียนรู้ตลอดชีวิต อันเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการลืมรากเหง้าของการศึกษาไทย เรามาร่วมกันปฏิรูปการศึกษาในรอบที่สองนี้ ให้คนกระทรวงศึกษาธิการได้รับรู้ว่ายังมีคนเล็กคนน้อยมากมายที่ร่วมกันสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้กับคนท้องถิ่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย ขอบคุณที่อาจารย์เจนอักราพิจารย์ร่วมขับเคลื่อนเป็นเครือข่าย ซึ่งทางสารคามก็ได้หลานนกแสงตะวันมาบรรเลงเพลงท้องถิ่นในสัปดาห์นี้

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
เจนอักษราพิจารณ์ วันที่ : 25/11/2009 เวลา : 10.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/numsunjon

สวัสดีครับ คุณครู

แวะมาทักทายอีกครั้ง
เรื่องบทความกำลังเรียบเรียงให้ครับ
เรื่องราวของผู้คนบนถนนวรรณกรรม
ยังมีหลากหลายเรื่องราวให้ค้นหา
อ่าน คิด ขีด เขียน แห่งจินตนาการ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
เช่นนั้นเอง วันที่ : 25/11/2009 เวลา : 09.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kbd
ความเพียรเป็นกิจที่ต้องทำวันนี้, ใครจะรู้ความตาย แม้พรุ่งนี้

สวัสดีค่ะ ครูเยี่ยม

ติดตามงานของ"ครูยอด" มานานเป็นสิบปีแล้วค่ะ ก่อนหน้านี้ก็ติดตามแต่ผลงาน ไม่ได้เข้าใกล้ชีวิตส่วนตัวมากนัก เพราะทราบเหมือนกันว่านักเขียนเป็นปัจเจกชนที่เข้าใจยาก แต่อย่างที่เคยบอกไว้ว่า งานของครูยอด มักกระแทกกระทั้นวิญญาณอย่างบอกไม่ถูก บางคนบอกว่าก็งานพื้นๆ ไม่เห็นมีอะไรดี และก็ไม่เคยได้รับรางวัลอะไรด้วย คนเราอาจรู้สึกอะไรได้ไม่เหมือนกัน เรารู้สึกของเราแบบนี้ เราก็ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเอง ในขณะที่งานที่ได้รับรางวัลหลายเรื่อง อ่านแล้วเราไม่เข้าใจ เข้าไม่ถึง เราก็บอกไปตามนั้น

บังเอิญมาพบครูยอดอีกครั้ง ในบล็อกเนชั่น ดีใจที่ได้อ่านฟรีๆ มาตลอด และครูยอดก็แวะมาเยี่ยมที่บล็อกเราบ้าง เป็นบางครั้ง ทำให้รู้สึกเหมือนเข้าใกล้ครูยอดมากขึ้น และเกิดความสนใจในชีวิตนักเขียน พอได้เข้ามาอ่านในบล็อกของครูเยี่ยม ซึ่งมักจะเขียนเล่าเรื่องเพื่อนๆ อยู่เสมอ ก็ทั้งอ่านเพลิน ตื่นเต้น และฉงนในการใช้ชีวิตของนักเขียนในเวลาเดียวกัน

อย่าว่าแต่ชีวิตนักเขียนเลยค่ะ ที่เข้าใจได้ยาก ชีวิตเราเองเรายังเข้าใจยากเลย

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
เยี่ยมทองน้อย วันที่ : 25/11/2009 เวลา : 06.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yiumthongnoy

ถึงหลานนกแสงตะวัน เมื่อวานนี้ ลุงโทรเข้ามือถือของคม ทัพแสงตามที่ท่านผอ.บุญมาแจ้งไว้ คมรับสายและบอกว่าอยู่ศรีสะเกษ แต่ไม่ใช่บ้านฟอน คมยังบอกอีกว่า ช่วงนี้ชีวิตวนเวียนอยู่ตามเมืองอุบลฯและศรีสะเกษ เหมือนชีวิตผมตอนตกงานก้เวียนวนอยู่ในแถบถิ่นนี้ ในขณะที่เสือยอดยังนอนเล่นอยู่ที่พัทยา ใช่แล้ว ชีวิตยังมีเรื่องเล่าให้หยอกเอินเล่น เล่าเป็นงานเขียนให้มีชีวิต ชีวิตคือเรื่องเล่า เล่าแบบวรรณกรรม เป็นเรื่องสั้นของนกแสงตะวันเมื่อสมัยเป็นนักเรียนพยาบาลแล้วอ่านแพรว อ่านสู่ฟันของพี่ปอน และเขียนเรื่องสั้นตีพิมพ์ที่สยามรัฐ อย่างที่ลุงรู้ว่านกแสงตะวันไม่ใช่คนไม่มีชื่อชั้นทางวรรณกรรม เพียงแต่จะนำออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์หรือเปล่า เขียนเรื่องสั้นกันต่อไปนะนกแสงตะวันเจ้าเอย...

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
นกแสงตะวัน วันที่ : 25/11/2009 เวลา : 05.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/arunprapa
ส่วนเสี้ยวชีวิตที่เหลืออยู่

เจ้าของเรื่อง ยังครวญกวีบทโศกอยู่ที่พัทยา
โอ้ชีวิต
ใช่เพียงให้หวนรำลึกถึงวันวัยที่ล่วงเลยมาเท่านั้น
วันนี้และขณะนี้ ชีวิต.. ยังมีอะไร ๆ ให้คร่ำครวญอยู่เสมอ

ตามอ่านค่ะลุงเยี่ยม

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
เยี่ยมทองน้อย วันที่ : 25/11/2009 เวลา : 03.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yiumthongnoy

คุณโอชิน คุณธรรมทัพบูรพา คุณเช่นนั้นเอง ท่านเสือยอด ท่านเจนอักราพิจารณ์ ขอบคุณที่เข้ามาทักทาย โดยเฉพาะคุณเช่นนั้นเอง ผมเข้าใจว่าคุณติดตามและเฝ้ามองลุงยอดของคุณมาตลอด เช่นนี้แหละคือรายทางแห่งการก้าวเดินบนถนนคนเขียนหนังสือ มันช่างมีเสน่ห์เสียเหลือเกิน ไม่เสียแรงที่ที่ขุดก่น ท่านเสือยอด ดีแล้วเพื่อนรัก เราเองก็รอคอย รอคอยว่าเพื่อจะเข้ามาต่อเติมสีสัน เมื่อตรงใจที่อยากให้เล่า แสดงว่าเราทำงานได้ผล ท่านเจนฯก็เช่นเดียวกัน มีหลายๆคนชมชื่นท่านว่าฝีมือการทำบล็อกสุดยอด อ่านกันต่อไปนะครับ ยังมีเพื่อนพ้องน้องพี่เรา เรียงร่ายส้ายรอขึ้นเวทีกันอย่างเนืองแน่น โปรดติดตามด้วยความรื่นรมย์

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
เจนอักษราพิจารณ์ วันที่ : 24/11/2009 เวลา : 20.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/numsunjon

ติดตามอ่านเสมอ

ชวนทั้งคุณครูเยี่ยม ทองน้อย
และคุณครูวีระ สุดสงข์
สมัคร อ.ก.ค.ศ. บรรยากาศคงคึกคักดีแท้

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
เสือยอด วันที่ : 24/11/2009 เวลา : 20.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/weerasud

ผมตัดนิ้วก้อยมือซ้ายครับ เยี่ยมอาจจะจำผิดไปครับ
แต่โดยภาพรวมเขาเขียนได้ตรงใจเหมือนรู้จักผมอย่างแท้จริง
เขียนต่อไปเถอะ ถ้าแฟนๆไม่เบื่อเสียก่อน

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เช่นนั้นเอง วันที่ : 24/11/2009 เวลา : 17.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kbd
ความเพียรเป็นกิจที่ต้องทำวันนี้, ใครจะรู้ความตาย แม้พรุ่งนี้

อ่านแล้วรู้สึกควบคุมหัวใจที่สั่นไหวของตัวเองไม่ได้

ครูยอดเค้าทำอะไรกับนิ้วข้างขวาหรือคะ....

สมัยวัยรุ่น เคยหลงรักชายหนุ่มคนหนึ่งมาก แต่ไม่เคยบอกให้เขารู้(เพราะคิดว่าเขาจะรู้ได้เอง) อยู่มาวันหนึ่งเขามาบอกว่า เขามีคนรักแล้ว... เหตุที่เขามีคนรักเพราะว่าเราไม่รักเขา...งงเลย... เหตุผลหรือนี่... เขาถามเราว่า ทำไมไม่รักเขา ก็ตอบเขาไปว่า รักสิ ... รักมากด้วย ... และเจ็บมากที่เขามีคนรักใหม่ เขาไม่เชื่อ ฟูมฟายว่าเราโกหก จึงเอามีดปอกผลไม้มาปักกลางฝ่ามือข้าวซ้ายให้เขาดู ... เขาตกใจมาก รีบดึงมีดออกจากมือเรา ตะโกนใส่หูเราว่า "ยัยบ้า"

.... แล้วเราก็จากกันไปชั่วนิรันดร์ .....

เหตุผลของครูยอด ต้องไม่ใช่เรื่องแบบนี้แน่ๆ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ธรรมทัพบูรพา วันที่ : 24/11/2009 เวลา : 07.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thum
http://www.oknation.net/blog/sirachat  "งานกวี ที่รัก"

สวัสดีครับ
มาอ่านชีวิตอาจารย์วีระครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
โอชิน วันที่ : 24/11/2009 เวลา : 06.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chunmom

ฟอน ฟ้าฟาง
อุดม แต้พานิชย์

ลองเล่าต่อนะค่ะ สองคนนี้มีข่าวเรื่องเดียวกัน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



[ Add to my favorite ] [ X ]