• เทพชัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : thepchai@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 168
  • จำนวนผู้ชม : 401050
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2140 คน
เทพชัย หย่อง
เวทีสำหรับทุกความคิดและทุกความเห็น
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/yong
วันพฤหัสบดี ที่ 1 มีนาคม 2550
Posted by เทพชัย , ผู้อ่าน : 1072 , 11:23:16 น.  
หมวด :

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                          

                      วันนี้ผมขอนำตอนที่หนึ่งของ "บทสุดท้าย ทีวีเสรี"  ซึ่งเป็นหนังสือที่ที่ผมเขียนไว้เมื่อปลายปี 2543  หลังจากที่ผมถูกปลดออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการข่าวของไอทีวีหลังจากบริษัทชิน คอร์ป ของคนในตระกูลชินวัตรเข้าไปซื้อไอทีวี    หนังสือเล่มนี้ฉายภาพให้เห็นถึงเบื้องหน้าเบื้องหลังของสถานีโทรทัศน์เสรีแห่งแรกของไทย แ ละการทำงานของฝ่ายข่าวนับตั้งแต่วันที่รับพนักงานคนแรกจนถึงวันที่ไอทีวีได้รับการยอมรับในฐานะเป็นสถานีโทรทัศน์ที่โดดเด่นในการเจาะข่าวและเปิดโปงความเลวร้ายในวงการต่างๆ  ผมเห็นว่า "บทสุดท้าย ทีวีเสรี" น่าจะทำให้ผู้อ่านได้เข้าใจถึงเจตนารมณ์ของการก่อเกิดไอทีวีและการต่อสู้ของฝ่ายข่าวที่ต้องการเห็นไอทีวีเป็นสถานีโทรทัศน์ที่เป็นที่พึ่งพิงของประชาชนได้  และเห็นภาพชัดขึ้นว่าทิศทางในอนาคตของสถานีโทรทัศน์ช่องนี้ควรจะเป็นอย่างไร    

                  

                                                          

บทสุดท้าย ทีวีเสรี

บทนำ

 

                                         ถ้าจะมีสิ่งที่ถือได้ว่าเป็นผลพวงของเหตุการณ์ “พฤษภาทมิฬ”  ที่เป็นรูปธรรมที่สุด และสังคมสามารถสัมผัสได้จนถึงทุกวันนี้  ผมคิดว่าสิ่งนั้นน่าจะเป็น สถานีโทรทัศน์ไอทีวี

                                         ถึงเราจะเรียกไอทีวี ว่าเป็น “ทีวีเสรี” ได้เต็มปากเต็มคำ เหมือนเมื่อก่อนหรือไม่ มันก็คงไม่สามารถลบล้างที่มาของสถานีโทรทัศน์แห่งนี้ได้

                                         ผมอาจจะมีความรู้สึกผูกพันกับสถานีโทรทัศน์แห่งนี้มากเป็นพิเศษ เหตุผลหนึ่งก็คือ   ผมมีส่วนร่วมตั้งแต่วันแรกในการผลักดันให้ไอทีวีเดินตามแนวทางที่สังคมมีความคาดหวังไว้     และความเชื่อมั่นของผมที่มีต่อเจตนารมณ์ดั้งเดิมของสถานีแห่งนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย แม้แต่ในวันที่ผมต้องเดินออกมา ด้วยความผิดหวังกับการบิดเบือนแนวทางของทีวีช่องนี้โดยอำนาจธุรกิจ

                                         เมื่อมองย้อนกลับไปเมื่อกว่าสี่ปีที่แล้ว ผมยังจำปฏิกิริยาจากคนทั้งในและนอกวงการสื่อมวลชนได้ดี  ทันทีที่เราประกาศตัวว่าไอทีวีจะเป็น “สถานีข่าว” แห่งแรกของประเทศไทย

                                         โทรทัศน์คือสื่อเพื่อความบันเทิงเท่านั้น  ไม่มีใครเปิดโทรทัศน์เพื่อดูข่าว   เพราะฉะนั้นสถานีโทรทัศน์ที่มุ่งจะเสนอข่าวเป็นรายการหลักไม่มีทางอยู่รอดได้ทางธุรกิจ นี่เป็นความเชื่อของแม้กระทั่งผู้ร่วมก่อตั้งและผู้ถือหุ้นของไอทีวีส่วนใหญ่ 

                                         คิด ๆ ดูแล้ว ไม่รู้ว่ามันน่าตลกหรือน่าเศร้า ที่เจตนารมณ์ของการก่อเกิดไอทีวีเกือบถูกลืมไปเสียแล้ว หลังจากเหตุการณ์ “พฤษภาทมิฬ” ผ่านไปเพียงไม่กี่ปี  และก่อนที่ไอทีวีจะเริ่มออกอากาศด้วยซ้ำ

                                         นับตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้าไปเป็นนส่วนหนึ่งของสถานีโทรทัศน์แห่งนี้ผมต้องเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคนานัปการ ร่วมกับทีมข่าวรุ่นบุกเบิก ก่อนไอทีวีจะกลายเป็นสถานีข่าวที่ได้รับการยอมรับจากสังคม   ถึงแม้ต้องปะทะกับแรงเสียดสีอย่างมากมายจาก ผมไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งผมต้องเดินออกจากสถานีโทรทัศน์แห่งนี้ ด้วยความรู้สึกผิดหวัง

                                         กว่าสี่ปีของการเป็นผู้อำนวยการฝ่ายข่าว ผมมีความรู้สึกตลอดเวลาว่านี่คือองค์กรข่าวในฝันของผม  ความภูมิใจของผมไม่ได้อยู่ที่รางวัลที่ตัวผมเองหรือที่ไอทีวีได้รับ   หรือคำสรรเสริญจากผู้ชม  แต่มันเกิดจากความรู้สึกที่ว่าไอทีวีได้รับการยอมรับว่าเป็น “ความหวัง” ของสังคมไทย ในการต่อสู้กับความไม่เป็นธรรม  การเอารัดเอาเปรียบ และความสกปรกทางด้านการเมืองและสังคม

                                         ไม่ว่าภาพลักษณ์ของไอทีวีจะถูกนักการเมืองหรือกลุ่มผลประโยชน์บางกลุ่มบิดเบือนอย่างไร สิ่งหนึ่งที่ผมสามารถยืนยันด้วยความมั่นใจก็คือ ฝ่ายข่าวของสถานีโทรทัศน์แห่งนี้ ไม่เคยต้องทำงานภายใต้อิทธิพลของใคร  เราไม่เคยต้องทำข่าว “ตามใบสั่ง” หรือ “คำขอ” ของใคร   และไม่เคยต้องยอมสยบต่อแรงกดดัน หรือกลุ่มผลประโยชน์ใด ๆ  นักข่าวทุกคนที่ร่วมงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับผมมาตั้งแต่วันแรกย่อมเป็นพยานได้เป็นอย่างดีว่า ฝ่ายข่าวของไอทีวี มีเสรีภาพในการทำงานแค่ไหน

                                         การที่ไม่มีใครเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ฝ่ายข่าวไอทีวีปลอดจากการถูกแทรกแซงโดยฝ่ายบริหาร หรือกลุ่มธุรกิจที่เป็นผู้ถือหุ้น   แต่นั่นไม่ได้หมายความจะไม่มีความพยายามของฝ่ายบริหารที่จะเข้ามามีอิทธิพลต่อการเสนอข่าวในบ้างเรื่อง 

                                         แต่สิ่งที่เป็นเกราะกำบังที่ดีที่สุดของฝ่ายข่าวไอทีวีในการปกป้องการทำหน้าที่สื่อมวลชนได้อย่างเสรี คือ ความเป็นหนึ่งเดียว และความยึดมั่นในหลักการของฝ่ายข่าวเอง

                                         ผมและเพื่อนร่วมงานบางส่วนตัดสินใจลุกขึ้นมาคัดค้านการเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในไอทีวีของชินคอร์ปอเรชั่นส์ (มหาชน) จำกัด เมื่อเดือนพฤษภาคม 2543  ก็เพราะเราเชื่อว่าเจตนารมณ์ของสถานีโทรทัศน์เสรีแห่งนี้กำลังจะถูกเปลี่ยนไป  ถึงแม้เสียงของเราอาจจะไม่ดังเท่ากับเสียงร้องเพื่อความอยู่รอดทางธุรกิจของฝ่ายบริหาร และผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่  แต่ผมคิดว่าเราได้ทำในสิ่งที่เราควรจะทำในฐานะคนทำข่าว

                                         ตรงกันข้าม ถ้าเราอยู่เฉย ๆ โดยไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เลยต่อชะตากรรมที่เกิดขึ้นกับไอทีวี  ความเป็นทีวีเสรี ที่กล้าต่อสู้กับความไม่ถูกต้อง และเป็นความหวังให้กับสังคม ก็คงเป็นเพียงแค่ภาพลวงตาเท่านั้น

                                         ผมไม่ปฏิเสธว่าผมมีความผิดหวังที่ พนักงานในฝ่ายข่าวจำนวนมาก โดยเฉพาะในระดับหัวหน้าและระดับบริหาร เลือกที่จะนิ่งเงียบ  ในภาวะที่ความเป็นเสรีของสถานีโทรทัศน์แห่งนี้กำลังถูกคุกคาม   อาจจะเป็นเพราะคนส่วนนี้ยังมองไม่เห็นอันตรายที่แอบแฝงมากับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น  หรือไม่ก็เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง   

                                         แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็ชื่นชมในความกล้าหาญของพนักงานอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็นเพียงส่วนน้อย ที่เอาอนาคตทางการงานเป็นเดิมพัน ลุกขึ้นมาปกป้องความเป็นเสรีขององค์กรแห่งนี้    คนเหล่านี้ยังอยู่ในใจของผมเสมอ

                                ผมเริ่มเขียนหนังสือเล่มนี้หลังจาก “สงคราม” ระหว่างฝ่ายข่าว กับฝ่ายบริหารของไอทีวีได้ปิดฉากลงและผมถูกย้ายออกจากฝ่ายข่าวและถูกแขวนเป็นที่ปรึกษา  มันเป็นการ “ลงโทษ” ที่ผมคัดค้านการเข้ามาของชินคอร์ปฯ อย่างออกหน้าออกตา

                ผมเขียนหนังสือเล่มนี้เสร็จ ในขณะที่ “สงคราม” รอบใหม่ระหว่างฝ่ายข่าวกับฝ่ายบริหารปะทุขึ้น    ”สงคราม” ครั้งนี้ถ้าดูผิวเผิน อาจจะแตกต่างจากการต่อสู้ครั้งก่อน  เพราะผู้ที่เป็นแกนนำคัดค้านความพยายามครอบงำฝ่ายข่าวโดยฝ่ายบริหารที่มาจากชินคอร์ปฯ เป็นนักข่าว และพนักงานระดับปฏิบัติงาน

                แต่เนื้อหาของการต่อสู้ไม่ได้แตกต่างกันเลย  เพียงแต่ครั้งนี้การคุกคามเสรีภาพในการทำงานของฝ่ายข่าว ไม่ใช่เป็นเพียงแค่คำขู่หรือคำเตือนอีกแล้ว

                มันได้เกิดขึ้นจริง ๆ  เหมือนกับที่ผมได้ทำนายไว้ก่อนหน้านี้หกเดือน

“ผมยอมรับว่าตอนที่พี่ออกมาคัดค้านชินคอร์ป ผมไม่เชื่อคำเตือนของพี่ว่าฝ่ายข่าวจะถูกแทรกแซง  แต่ตอนนี้ผมเชื่อแล้ว เพราะมันเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา” วิศาล ดิลกวานิช  ผนักข่าวและผู้ประกาศข่าวซึ่งเป็นแกนนำในการเคลื่อนไหวล่าสุดสารภาพกับผม

ไม่มีใครรู้ว่าอนาคตของวิศาล และคนอื่น ๆ ในฝ่ายข่าวที่กล้าออกมาปกป้องเสรีภาพในการทำงานของคนข่าว จะเป็นอย่างไร  พอ ๆ กับที่เราไม่รู้ว่าอนาคตของไอทีวี จะเป็นอย่างไร

แต่ที่แน่ ๆ  ไอทีวี ทุกวันนี้ ไม่ใช่ไอทีวี เมื่อวันวานอีกแล้ว    

     ผมตั้งใจให้หนังสือเล่มนี้ เป็นการถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานของผม  โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับไอทีวี   ผมมีส่วนร่วมในการสร้างฝ่ายข่าวของสถานีโทรทัศน์แห่งนี้นับตั้งแต่วันแรก   มีส่วนในการกำหนดนโยบายข่าว และทิศทางการทำงานของฝ่ายข่าว และรับรู้ความเปลี่ยนแปลงทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่สถานีแห่ง   ความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่ผมไม่เห็นได้วยทำให้ผมต้องเผชิญหน้ากับฝ่ายบริหาร และฝ่ายอื่น ๆ ตลอดเวลา

   ก่อนเริ่มงานที่ไอทีวี ผมได้ใช้ชีวิตทำงานเกือบ 20 ปี กับหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น  และที่นี่เองที่ผมเรียนรู้จิตวิญญาณของความเป็นสื่อมวลชน  และความหมายของจรรยาบรรณ

เพราะฉะนั้นผมคิดว่าผมมีความรับผิดชอบที่จะต้องให้ความเป็นธรรมกับเดอะเนชั่น ซึ่งตกเป็นเป้าของการปล่อยข่าวและใส่ร้ายป้ายสี ทุกครั้งที่ไอทีวีมีปัญหา  หนังสือเล่มนี้จึงจำเป็นต้องกล่าวถึงบทบาทของเดอะนชั่นทั้งในส่วนที่เปิดเผย และในเบื้องลึก

           ผมกล้าพูดอย่างไม่ลังเลเลยว่ากลุ่มเดอะเนชั่นมีส่วนสำคัญมากในการผลักดันให้ข่าวกลายเป็นเอกลักษณ์ของสถานีโทรทัศน์แห่งนี้  แต่เดอะเนชั่นและตัวผมเองต้องพบกับแรงต่อต้านอย่างมากจากผู้ถือหุ้นและผู้บริหารคนอื่นๆ            ซึ่งไม่คิดอะไรไปมากกว่าการบริหารไอทีวีเสมือนหนึ่งสถานีแห่งนี้เป็นเพียงธุรกิจธรรมดา ๆ ธุรกิจหนึ่ง

                สถานีโทรทัศน์ไอทีวี คงไม่สามารถเป็นทีวีเสรี อย่างที่เราได้เห็นนับตั้งแต่วันแรกของการออกอากาศ ถ้าคนที่ได้เข้าไปวางรากฐานการทำงานด้านข่าว ไม่ใช่คุณสุทธิชัย หยุ่น   คุณสุทธิชัย ไม่เป็นเพียงสัญลักษณ์ที่เป็นหลักประกันความเป็นเสรีของไอทีวี ในการทำหน้าที่เป็นสถานีข่าว เท่านั้น  แต่นักหนังสือพิมพ์อาวุโสผู้นี้ยังเป็นตัวอย่าง และแรงดลใจให้กับนักข่าวรุ่นใหม่ ที่ตัดสินใจก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของผู้บุกเบิกสถานีโทรทัศน์แห่งนี้

                สำหรับผม คุณสุทธิชัย คงมีความหมายพิเศษ   เกือบทุกอย่างที่ผมได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเป็นสื่อมวลชนที่ดี  การเคารพในหลักการ และการกล้าที่จะแสดงออกเพื่อต่อสู้กับสิ่งที่เราเห็นว่าไม่ถูกต้อง  ผมได้แรงดลใจจากพี่ชายคนนี้ของผมเสมอ  (ถึงแม้ในหลาย ๆ ครั้ง ความเป็นพี่น้องของเราได้สร้างปัญหาให้กับเรามากกว่าที่คิด)  เพราะฉะนั้นคุณสุทธิชัย จึงเป็นบุคคลที่ผมต้องขอขอบคุณเป็นพิเศษ ไม่ใช่เฉพาะสำหรับคำแนะนำในการเขียนหนังสือเล่มนี้เท่านั้น แต่ยังสำหรับสิ่งดี ๆ ที่เป็นแบบอย่างให้กับผมมาตลอด

               

ในช่วงที่ผมต้องเผชิญกับแรงกดดันมากที่สุด ผมได้รับกำลังใจอย่างมากจากบุคคลในวงการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการ  เพื่อน ๆ สื่อมวลชนด้วยกัน    กลุ่มองค์กรเอกชนต่าง ๆ  หรือแม้แต่จากคนที่ผมไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่ได้ส่งจดหมาย แฟกซ์ หรือ อีเมล์ ตลอดจนดอกไม้ เข้ามา เพื่อแสดงความเห็นใจและให้กำลังใจ     มันเป็นสิ่งที่มีความหมายสำหรับผมเป็นอย่างยิ่ง   คำขอบคุณเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอสำหรับสิ่งเหล่านี้

                คุณเสาวนีย์ ลิมมานนท์ ซึ่งผมเคยรู้จักในนามของอดีตผู้นำนักศึกษาสมัยเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516  ทำให้ผมมีความรู้สึกว่าผมและเพื่อนร่วมงานไม่ได้โดดเดี่ยวในการต่อสู้   ผมขอถือโอกาสนี้ขอบคุณสำหรับกำลังใจและคำชี้แนะทีที่เธอมอบให้มาตลอด และโดยเฉพาะสำหรับคำนำที่เธอเขียนให้สำหรับหนังสือเล่มนี้

                 สภาทนายความ เป็นองค์กรหนึ่งที่ผมต้องขอขอบคุณ ที่ให้ความช่วยเหลือทางด้านกฎหมายในคดีที่ผมฟ้องร้องผู้บริหารของไอทีวี  จนกระทั่งประสบความสำเร็จในการทำให้มาตรา 41 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออกของสื่อมวลชน มีความศักดิ์สิทธิ์  และเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการสื่อมวลชน  เช่นเดียวกับที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์คัดค้านการกระทำใด ๆ ที่ละเมิดสิทธิพื้นฐานของสื่อมวลชน

                ยังมีบุคคลและองค์กรอีกมากมายที่ผมไม่อาจกล่าวนามได้หมด ที่ให้ทั้งกำลังใจและคำแนะแก่ผมและเพื่อนร่วมงาน ซึ่งทำให้เรามีพลังยืนหยัดต่อสู้   ผมจึงขอถือโอกาสขอบคุณมา ณ ที่นี้

                บุคคลพิเศษคนหนึ่งที่ผมต้องกล่าวมากกว่าคำว่าขอบคุณ ก็คือคุณสิริลักษณ์ พัฒนาลีลาวงศ์  ผู้ซึ่งให้ผมทั้งกำลังใจ และความเข้าใจ  หลายครั้งเธอต้องเผชิญกับแรงกดดันไม่น้อยไปกว่าผม   แต่เธอไม่เคยลังเลที่จะยืนเคียงข้างผมด้วยความอดทนในทุกสถานการณ์

                ผมตระหนักดีว่ามีคนในวงการสื่อมวลชนอีกมากมาย ที่ได้ยืนหยัดต่อสู้เพื่อหลักการ  โดยไม่ยอมก้มหัวให้กับผลประโยชน์ หรืออิทธิพลทางธุรกิจหรือการเมือง   ผมขอน้อมคารวะคนเหล่านี้ ด้วยความชื่นชมและความเคารพ   อย่างน้อยที่สุด ผมมีความเชื่อว่าท่ามกลางความเสื่อมโทรมทางด้านการเมืองและสังคม สื่อมวลเป็นหนึ่งในสถาบันที่สังคมไทยยังสามารถฝากความหวังไว้ได้

 

 

                                                                                เทพชัย หย่อง

                                                                                2 ธันวาคม 2543

      

 

 

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
นายหรอย วันที่ : 02/03/2007 เวลา : 11.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loy

คำว่า ทีวีเสรี หมดลงไปแล้วล่ะครับ ตั้งแต่กลุ่มทุน ชินคอร์ป เข้ามาถือหุ้น ซึงผมรู้สึกเสียใจมากกับแนวคิดของพนักงาน ไอทีวี ที่วันนี้เพิ่งจะตื่นมาทวงสิทธิของเจตนารมย์คำว่า ทีวีเสรี อย่างว่าล่ะครับ คนเราเมื่อกำลังหมดหนทาง ก็ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดเป็นธรรมดา สุดท้ายผมอยากทวงถามพนักงาน ไอทีวี ครับว่า
" เจตนารมย์ของพวกคุณอยู่ที่ไหน"

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
Dek•Zen วันที่ : 02/03/2007 เวลา : 09.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/FarLive

ผมว่าทีวีไทยดูได้อยู่แค่ 2 ช่อง คือ Nationchannel กับ ASTV เท่านั้นแหละ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ดวงใจ วันที่ : 01/03/2007 เวลา : 20.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vttoom

สมัยแรก ๆ ชื่นชอบไอทีวีมาก ตามดูตลอดเพราะข่าวและรายการมีคุณภาพแต่ตั้งแต่ชินคอร์ปเข้าไปบริหารคุณภาพของรายการต่าง ๆ หายไป มีเกมโชว์และละครน้ำเน่าไม่ต่างจากช่องอื่น โดยเฉพาะในยามที่บ้านเมืองกำลังมีปัญหาเรื่องการทุจริตคอรัปชั่นของอดีตนายกทักษิณ ไอทีวีก็ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงของทักษิณ และยังทำหน้าที่จนถึงปัจจุบัน ข่าวที่ชอบเจาะก็คือข่าวพระ แต่ไม่เคยเจาะข่าวการทุจริตเลย ไม่มีวิญญาณของสื่อเสรี สู้พวกขบถไอทีวีที่ถูกขับออกจากไอทีวีไม่ได้เลย ไม่เข้าใจว่าทำไมรัฐบาลจึงเกรงใจพนักงานไอทีวียุคปัจจุบันถึงกับต้องเข้าไปอุ้มชูให้ได้รับเงินเดือนและสวัสดิการเท่าเดิม(ซึ่งคงสูงมาก)โดยใช้เงินภาษีของประชาชน การอนุมัติเงินทำไมทำได้รวดเร็วนัก ถึงไม่มีไอทีวีก็มีอีก 5 ช่องให้ประชาชนดู จึงฟังไม่ขึ้นที่จะต้องดำเนินการต่อเนื่อง หยุดคิดสักระยะ วางแผนให้รอบคอบก่อนก็ยังไม่สายเกินไป งานนี้คนที่ได้ประโยชน์คือพนักงานไอทีวีเท่านั้น เสียดายเงินจริง ๆ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
สงราษฎร์ วันที่ : 01/03/2007 เวลา : 15.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Leo

เจตนารมย์ ของการตั้ง ITV ไม่เคยเปลี่ยน แต่คนเปลี่ยน เปลี่ยนไปสภาพแวดล้อม และปัจจัยอื่นๆ ได้แต่หวังว่าจะได้องค์กรดีๆกลับมาอีก แม้ว่าวันนี้จะแทบมองไม่เห็นความเป็นไปได้ก็ตาม
จาก....คนที่เคยบ้าดูแต่ ITV ทั้งวันเมื่อออกอากาศในช่วงแรกๆ แต่ปัจจุบันกดรีโมทไปเจอกดหนีแทบไม่ทัน..

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Watchpuppy วันที่ : 01/03/2007 เวลา : 12.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/watchpuppy

เป็นความฝันกันต่อไป...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
pimthipat วันที่ : 01/03/2007 เวลา : 12.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pim
Walk to the [right] way I believE

ทุกอย่างในปัจจุบันเป็นธุรกิจไปหมด เมื่อผลประโยชน์มาจากการเมือง(ที่เห็นแก่ส่วนตัว)มีส่วนร่วมเมื่อไหร่ เกิดปัญหาทุกครั้งไป ทำให้ฟรีทีวีดีๆจะต้องเสียไปจากวงการสื่อ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Maysayon วันที่ : 01/03/2007 เวลา : 11.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maysayon
www.ivyjewel.com

ได้อ่านเล่มนี้แล้วเหมือนกันค่ะ
แต่ยังไม่กล้าเข้าไปขอขอลายเซ็นต์คนเขียน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
kuppa วันที่ : 01/03/2007 เวลา : 11.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kuppa

เร็วเหมือนกันน่ะครับ เผลอแปปเดียวก็ปาไป 7 ปีแล้ว ผมยังจำได้ว่าตอนนั้นเคยส่งอีเมล์หาคุณเทพชัย และผมรู้สึกดีใจมากที่ผมได้อีเมล์จากคุณเทพชัยกลับมา

แต่ตอนนั้นกับตอนนี้ผมว่ามันก็ไม่ต่างกันเลยน่ะครับ พนักงานไอทีวีตอนนี้เท่าที่ฟังข่าว ผมว่าอาจเลวร้ายกว่าเมื่อ 7 ปีก่อน ที่คิดหวังแต่ผลประโยชน์ตนเอง บอกรัฐบาลชุดนี้ว่าอย่าให้การเมืองแทรกแซง แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมาเกือบ 5ปี พวกเขาไม่เคยเรียกร้องสิ่งนี้มาก่อนเลย ผมเห็นแล้วก็อดที่จะรู้สึก ไม่อยากให้รัฐบาลเอาเงินภาษีของผมไปช่วยพวกเขาเลยครับ
เฮ้ย ผมหวังว่าจากวันนี้ไปทุกอย่างในไอทีวี (หรือชื่อใหม่อะไรก็ตาม) จะดีขึ้นน่ะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ในเมื่อนักการเมืองยังเปลี่ยนใจได้...

ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าทำไม ประชัย ถึงได้ทิ้ง "ป๋าเหนาะ" ได้ลงคอ

View All
<< มีนาคม 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]