• เทพชัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : thepchai@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 168
  • จำนวนผู้ชม : 401138
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2140 คน
เทพชัย หย่อง
เวทีสำหรับทุกความคิดและทุกความเห็น
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/yong
วันอาทิตย์ ที่ 4 มีนาคม 2550
Posted by เทพชัย , ผู้อ่าน : 2369 , 21:57:32 น.  
หมวด :

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                                                        

ไอทีวีต้องล้มลุกคลุกคลานตั้งแต่ก่อนได้ออกอากาศด้วยซ้ำ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับว่า กลุ่มคนและบริษัทที่ชนะการประมูลไอทีวีไม่เคยมีความคิดของการสร้างสถานีข่าวสารและสาระตั้งแต่เริ่มต้น   ความต้องการอย่างเดียวก็คือการเอาทีวีช่องใหม่นี้มาให้ได้ ถึงแม้จะต้องเสนอค่าตอบแทนที่เป็นไปไม่ได้เลย 

บทที่ 3 ของ "บทสุดท้าย...ทีวีเสรี" เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเบื้องหลังการประมูลไอทีวี และผมเข้าไปเกี่ยวข้องกับไอทีวีได้อย่างไร  ตลอดจนถึงก้าวแรกของการเตรียมตัวให้ไอทีวีเป็นสถานีข่าวเสรีแห่งแรกของไทย

                                                            บทที่ 3                                                             

                                           การตัดสินใจ

ผมรู้สึกผิดหวังระคนความโล่งใจ เมื่อรู้แน่ชัดในคืนวันที่ 4 เมษายน 2537 ว่า เดอะเนชั่นและกลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจแพ้การประมูลสถานีโทรทัศน์เสรีแห่งแรกของประเทศไทย

คณะกรรมการพิจารณาการประมูลสถานีโทรทัศน์ระบบ UHF ที่แต่งตั้งโดยรัฐบาลของนายชวน หลีกภัย  ได้ตัดสินให้กลุ่มผู้ประมูลที่มีธนาคารไทยพาณิชย์เป็นแกนนำเป็นผู้ชนะ ด้วยเหตุผลที่คงไม่มีใครปฏิเสธได้

ผู้ประมูลกลุ่มนี้เสนอเงินมากถึง 25,000 ล้านบาท เป็นค่าตอบแทนสำหรับสัมปทานระยะเวลา 30 ปี

ดร. มนตรี เจนวิทย์การ หนึ่งในอนุกรรมการที่พิจารณาเรื่องนี้ ยอมรับกับผมว่ากลุ่มเดอะเนชั่นมีข้อเสนอทางด้านเนื้อหาโดดเด่นที่สุด  แต่ค่าตอบแทนที่มากถึง 25,000 ล้านบาท ทำให้กลุ่มแบงค์ไทยพาณิชย์ชนะตั้งแต่ในมุ้ง

ค่าตอบแทนเพียง 9,000 ล้านบาท ที่เสนอโดยกลุ่มเดอะเนชั่นเทียบไม่ได้เลย

 “เราไม่มีทางอธิบายให้กับสังคมได้ ถ้ากลุ่มที่เสนอให้เงินกับรัฐถึง 25,000 ล้านบาท ไม่เป็นผู้ชนะ” ดร. มนตรีสารภาพกับผมภายหลัง 

มีเสียงครหาจากคนในวงการต่างๆ ว่าผู้ชนะกลุ่มนี้เสนอในสิ่งที่ไม่มีทางทำได้เพียงเพื่อให้ได้สถานีโทรทัศน์ช่องนี้มาอยู่ในมือเท่านั่น โดยหวังว่าสักวันหนึ่งคงจะพยายามหาทางแก้ไขสัญญา  ซึ่งเป็นวิธีการที่ใช้กันมาบ่อยครั้งในการประมูลโครงการต่างๆ ในอดีต

ที่ผมบอกว่ารู้สึกผิดหวัง ก็เพราะผมมีความหวังที่จะมีส่วนในการร่วมสร้างสถานีโทรทัศน์เสรีแห่งแรกของเมืองไทย   การทำข่าวทีวีเป็นความฝันของผมมานานทีเดียว หลังจากใช้ชีวิตเกือบ 20 ปีกับการทำงานหนังสือพิมพ์  ผมเริ่มคิดที่จะหาสิ่งท้าทายใหม่ ๆ

แต่ในความรู้สึกอีกส่วนหนึ่งก็โล่งใจ เพราะผมจะได้ไม่ต้องทำงานร่วมกับคนบางคนที่ผมมีความเคลือบแคลงในจุดยืนและความคิดทางด้านวิชาชีพ

ดร. สมเกียรติ อ่อนวิมล เป็นตัวแทนของบริษัทแปซิฟิค อินเตอร์คอมมิวนิเคชั่น  ในการประชุมร่วมกับผมและทีมงานจากเดอะเนชั่น เพื่อวางผังรายการต่าง ๆ  และทำเป็นข้อเสนอในการประมูล  เดอะเนชั่น มติชน แปชิฟิค และบริษัทสามารถ   เป็นการรวมพลังที่ทำให้เรามั่นใจว่าเราจะได้ข้อเสนอทางด้านเนื้อหาของรายการ และทางด้านเทคนิคที่ดีที่สุด เพื่อชนะการประมูล

ผมมีความฝังใจกับบทบาทของ ดร. สมเกียรติ ในช่วงเหตุการณ์ “พฤษภาทมิฬ” เกินกว่าที่จะทำตัวเองให้รู้สึกเป็นปกติเมื่อเราต้องทำงานด้วยกัน  ความจริง ดร. สมเกียรติ กับทีวีเสรี ซึ่งเป็นผลพวงจากเหตุการณ์นองเลือดครั้งนั้นไม่ควรจะไปด้วยกันได้ด้วยซ้ำ

ในสายตาและความรู้สึกของ ดร. สมเกียรติ  ประชาชนที่เสี่ยงชีวิตออกมาเดินตามท้องถนนเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย ในเหตุการณ์ครั้งนั้น เป็นเพียง “พวกก่อความวุ่นวาย”   ในช่วงเวลาที่วิกฤติที่สุด ในขณะที่ประขาชนนับแสนร่วมเดินขบวนขับไล่พลเอกสุจินดา ดร. สมเกียรติใช้สถานีวิทยุ จ.. 100  เป็นเวทีแสดงจุดยืนคัดค้านพลังประชาธิปไตย

 ไม่น่าเชื่อนะครับว่านักวิชาการที่มีภาพของความเป็นนักปฏิวัติข่าวโทรทัศน์ผู้นี้ จะยอมให้ตัวเองกลายเป็นเครื่องมือของอำนาจเผด็จการ   จะโดยเต็มใจหรือไม่ก็ตาม

“คุณอาจจะคาดหวังกับผมสูงเกินไป อาจเป็นความเข้าใจผิดว่าผมเป็นคนดีมากถึงขนาดนั้น …..ผมอยากเคลียร์ว่าผมเป็นคนธรรมดา ผมยังต้องมีจิตใจเผื่อแผ่กับลูกน้อง พนักงานผมที่ต้องดูแลก็มากขึ้น ถ้าผมตัวคนเดียวก็ยังเป็นฮีโร่มากมายอยู่    แต่นี่ผมไม่ใช่ตัวคนเดียว ผมก็ต้องรอบคอบ ชีวิตมันได้แค่นี้เอง คนอื่นก็มาทำบ้างสิ ……” นี่คือเหตุผลของ ดร.สมเกียรติ ในการให้สัมภาษณ์กับหนังสือ ข่าวพิเศษ ประมาณสองสัปดาห์หลังจากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ   เพื่ออธิบายว่าทำไมเขาจึงใช้สถานีวิทยุ จ.. 100 เป็นกระบอกเสียงให้กับรัฐบาลสุจินดา

เมื่อแพ้ประมูลทุกอย่างก็จบ ผมกลับไปบริหารหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่นเต็มตัวเหมือนเดิม  การทำข่าวโทรทัศน์ก็ยังคงเป็นความฝันต่อไป 

 แต่ไม่ถึงกับเป็นความฝันที่สูญสลายเสียทีเดียว   ประมาณหนึ่งเดือนหลังจากนั้น เดอะเนชั่นได้รับข้อเสนอจาก “ไทยสกาย” หนึ่งในสองสถานีเคเบิลทีวีในขณะนั้น   ให้ร่วมทำช่องข่าวช่องหนึ่ง ผมตอบตกลงโดยไม่ลังเลในที่จะเข้าไปมีส่วนในงานนี้

 และนั่นเป็นโอกาสให้ผมได้ลิ้มรสการทำข่าวทีวีอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก ถึงแม้จะเป็นช่วงสั้น ๆ ก็ตาม

สถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ ในขณะนั้นยังมีปัญหาในการทำให้รายการข่าวมีความน่าสนใจ  รายการข่าวของไทยสกายที่ผลิตโดยทีมเดอะเนชั่น สร้างความฮือฮาได้ในระยะเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ของการออกอากาศ  สรยุทธ สุทัศนะจินดา เป็นหนึ่งในบรรดานักข่าวของเดอะเนชั่นที่ต้องผันตัวเองมาเป็นผู้บริหารข่าวให้กับไทยสกาย และเป็นบันไดก้าวแรกให้นักข่าวหนุ่มไฟแรงผู้นี้เข้าสู่วงการข่าวโทรทัศน์

 ผลงานที่ถือได้ว่าโดดเด่นที่สุดของทีมข่าวในขณะนั้นก็คือการรายงานสดการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของนายชวน หลีกภัย  ความไม่โปร่งใสในการปฏิรูปที่ดินที่รู้จักกันในชื่อของ ส... 4-01 ทำให้พรรคพลังธรรมภายใต้การนำของ พ... ทักษิณ ชินวัตร ถอนตัวจนทำให้เกิดการยุบสภา

ทีมข่าวของเดอะเนชั่น-ไทยสกาย  สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับการรายข่าวการประชุมสภาฯ  ด้วยการเจาะความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่าง ๆ  แบบถึงลูกถึงคน  รายงานเบื้องหน้าเบื้องหลังของทุกย่างก้าวของแกนนำของทั้งพรรครัฐบาลและฝ่ายค้าน  และยังดึงเอานักการเมืองที่ตกเป็นประเด็นของการอภิปรายมาสัมภาษณ์กันสด ๆ

สมัยนั้นการเจาะข่าวการเมืองและการสัมภาษณ์สดในลักษณะเช่นนี้ยังเป็นสิ่งใหม่มาก  ต้องยกเครดิตส่วนหนึ่งให้กับสรยุทธ สุทัศนะจินดา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการวางแผนการทำข่าวให้กับทีมงาน และดำเนินรายการด้วยตัวเอง 

โครงการเดอะเนชั่น-ไทยสกาย เริ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและก็จบลงอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน  สถานะทางการเงินที่แย่อยู่แล้วของไทยสกายยิ่งแย่ลงไปอีก ในขณะที่ความขัดแย้งกับเดอะเนชั่นก็เริ่มทวีความรุนแรง 

ในที่สุดเดอะเนชั่นประกาศยุติความร่วมมือกับไทยสกายหลังจากออกอากาศได้เพียงเดือนเศษๆ  นักข่าวกว่า 30 ชีวิตที่เรารับเข้ามาต้องตกงานหลังจากรับเงินเดือนได้เพียงไม่กี่งวด  ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาจบใหม่ ทุกคนคงจะขวัญหนีดีฝ่อที่เห็นงานแรกในชีวิตสลายไปต่อหน้าต่อตา 

ถ้าจะบอกว่าประสบการณ์ไทยสกายเป็นความล้มเหลวก็คงไม่ผิด  แต่ผมพยายามมองในแง่ดี อย่างน้อยมันได้ช่วยพิสูจน์ว่าการทำข่าวโทรทัศน์ให้ได้ดีนั้นไม่ใช่เป็นสิ่งที่ยากเหมือนที่หลายคนคิด   ในการทำข่าว ไม่ว่าหนังสือพิมพ์หรือสื่อใด ความตั้งใจ การทุ่มเท และความสำนึกถึงภารกิจที่มีต่อสังคม  เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ประสบการณ์ของคนทำเป็นเพียงองค์ประกอบเสริมเท่านั้น

หลังจากไทยสกาย ความฝันที่ผมจะได้ทำข่าวโทรทัศน์ยิ่งห่างไกลออกไปอีก ผมคงต้องเลิกคิดถึงการทำข่าวโทรทัศน์และหันกลับมาทำงานหนังสือพิมพ์อย่างเต็มที่

แต่วันหนึ่ง หลังจากโครงการเดอะเนชั่น-ไทยสกายต้องพับตัวลงไปประมาณสองเดือน  คุณธนาชัย ธีระพัฒนวงศ์ ประธานกรรมการบริหารของเดอะเนชั่น บอกกับผมและคุณสุทธิชัย หยุ่นว่า ได้รับการติดต่อจากคุณบรรณวิทย์ บุญญรัตยน์  ผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งของธนาคารไทยพาณิชย์

       .   คุณบรรณวิทย์ต้องการให้เดอะเนชั่นไปร่วมงานในสถานีโทรทัศน์แห่งใหม่ที่กลุ่มที่มีธนาคารไทยพาณิชยเป็นแกนนำประมูลไปได้เมื่อต้นปี  

มันเป็นข้อเสนอที่แปลกมาก  ผู้ชนะการประมูลกำลังขอให้ผู้แพ้ไปร่วมงานด้วย     

คุณบรรณวิทย์ ยืนยันว่าต้องการให้เดอะเนชั่นเข้าไปรับผิดชอบบริหารข่าวให้กับสถานีโทรทัศน์แห่งนี้   เบื้องหลังก็คือ กลุ่มไอเอ็นเอ็น ซึ่งมีประสบการณ์ทางด้านการทำข่าววิทยุมาหลายปี และถูกวางตัวให้เป็นผู้ดูแลด้านข่าว ได้ถอนตัวออกไป เพราะความขัดแย้งบางประการ  

เดอะเนชั่นได้รับความมั่นใจจากคตุณบรรณวิทย์ว่าจะมีอิสระเต็มที่ในการบริหารข่าว  โดยมีเป้าหมายให้สถานีโทรทัศน์แห่งนี้เป็นสถานีข่าวสารและสาระ ตามเงื่อนไขของการประมูล

                วันที่  20 กรกฎาคม 2538 เป็นวันแห่งการตัดสินใจสำหรับผม   มันจะเป็นการตัดสินใจที่จะเปลี่ยนชีวิตการทำงานของผมอย่างที่ผมไม่ได้คาดคิดมาก่อน  

 

เดอะเนชั่นได้ตอบตกลงกับธนาคารไทยพาณิชย์อย่างเป็นทางการที่จะเข้าร่วมในการบริหารข่าวให้กับสถานีโทรทัศน์ไอทีวี   สิ่งที่คุณสุทธิชัย และคุณธนาชัยต้องทำโดยด่วนที่สุดก็คือหาทีมที่จะไปจัดตั้งฝ่ายข่าวให้กับสถานีโทรทัศน์แห่งใหม่นี้โดยเร็วที่สุด 

เรามีเวลาไม่ถึงปี ในการเตรียมตัวออกอากาศ

                ในช่วงเวลานั้น เดอะเนชั่นมีแผนกโทรทัศน์เล็ก ๆ แผนกหนึ่งภายใต้การดูแลของคุณโสภณ องค์การ อดีตบรรณาธิการข่าวเศรษฐกิจของหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น คุณโสภณเป็นทั้งเพื่อนร่วมงานและเพื่อนร่วมเมาของผมมานานนับสิบปี   เราสองคนเป็นคู่แฝดในสายตาของเพื่อนร่วมงาน 

คุณโสภณเป็นตัวอย่างที่ดีของคนที่ไม่ต้องเรียนสูง ๆ หรือเรียนจบเมืองนอก แต่ประสพความสำเร็จในการทำงาน   ภาษาอังกฤษทั้งพูดและเขียนเยี่ยมหาตัวจับยาก ถึงแม้จะเรียนจบแค่โรงเรียนพาณิชย์ธรรมดา ๆ ในเมืองไทยนี่แหละ   แถมยังใช้ชีวิตสมัยวันรุ่นไม่แตกต่างไปจากคนร่วมสมัยยุคบีทเติ้ล หรือ     เอลวิส เท่าไหร่  คือกิน เที่ยว และดื่ม 

ประวัติของเดอะเนชั่นควรจารึกชื่อคุณโสภณ (ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องของความปากร้ายพอ ๆ กับความเก่งทางด้านภาษา)  ไว้ในฐานะที่เป็นพนักงานพิสูจน์อักษร นักข่าว นักเขียน และในที่สุดบรรณาธิการ  ที่มีส่วนสำคัญในทำให้หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษฉบับนี้เป็นที่ยอมรับ

เราสองคนผ่านร้อนผ่านหนาว มาด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติทางการเมือง การปฏิวัติโดยกลุ่มยังเติร์กในปี 2524 และปี 2529  และสุดท้าย เหตุการณ์  “พฤษภาทมิฬ”  

ความจริงคุณโสภณมีโอกาสได้โผล่หน้าออกทีวีก่อนหน้าผมด้วยซ้ำ ในฐานะผู้ดำเนินรายการ Face The Nation ซึ่งเป็นรายการสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายการข่าวภาคภาษาอังกฤษผลิตโดยทีมงานของเดอะเนชั่น   และออกอากาศทางช่อง 9  ผมรับหน้าที่สัมภาษณ์ในรายการนี้แทนโสภณ ราวต้นปี 2536 หลังจากโสภณได้รับทุน Nieman Fellowship ไปอยู่ที่บอสตัน สหรัฐอเมริการเป็นเวลาเกือบหนึ่งปี 

                ในฐานะที่เป็นผู้ดูแลแผนกทีวี และมีประสบการณ์ด้านนี้มากที่สุด คุณโสภณน่าจะเป็นคนที่เหมาะที่สุดที่จะเป็นหัวหน้าทีมข่าวของไอทีวี  ถึงแม้ผมเองมีความปรารถนาอย่างยิ่งที่จะรับบทบาทที่แสนจะน่าท้าทายนี้  แต่ก็ยังไม่กล้าแสดงออกทันที เพราะไม่คิดว่าคุณสุทธิชัย หยุ่น อยากให้ผมไปจากเดอะเนชั่น ในขณะนั้น

                “เอาละ ใครจะอาสารับงานนี้”  เป็นคำถามจากคุณสุทธิชัย

นอกจากผมแล้วคนที่นั่งอยู่รอบโต๊ะประชุมในวันนั้นก็มี คุณโสภณ องค์การ คุณอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  คุณพนา จันท์วิโรจน์  บรรณาธิการข่าวเศรษฐกิจของเดอะเนชั่น และคุณสุภาพ คลี่ขจาย ซึ่งขณะนั้นมีหน้าที่ดูแลแผนกวิทยุของเดอะเนชั่น

                คุณโสภณเป็นคนแรกที่ตอบปฏิเสธ  คุณโสภณอธิบายว่าเขายังอยากจะอยู่ที่ เดอะเนชั่นต่อไป และไม่พร้อมจะรับภาระที่เขาเชื่อว่าจะเต็มไปด้วยความยุ่งยาก และต้องอาศัยการทุ่มเทเป็นอย่างมาก 

คนอื่นแสดงท่าทีชัดเจนเช่นเดียวกันว่าไม่ต้องการรับงานนี้  คุณสุภาพ แบ่งรับแบ่งสู้

 “ถ้าไม่มีใคร ผมขอเสนอตัวครับ” ผมพูดขึ้นมา เมื่อแน่ใจว่าคนอื่น ๆ ได้ปฏิเสธไปหมดแล้ว 

ไม่มีเสียงคัดใครค้าน คุณสุภาพถือโอกาสแทรกด้วยการเสนอตัวที่จะไปที่ไอทีวีด้วย แต่มีเงื่อนไขว่าผมต้องเป็นตัวหลักในการทำงาน โดยเฉพาะในการจัดหาทีมข่าว   และวางแผนการทำงาน  ส่วนคุณสุภาพจะทำหน้าที่ทางด้านการ “ประสานงาน” และ “ช่วย” ผมเท่านั้น   

ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับสุภาพในขณะนั้นยังถือว่าอยู่ในขั้นปกติ ถึงแม้ผมพอจะรู้จักคุณสุภาพในบทบาทของคอลัมน์นิสต์ที่มีความใกล้ชิดนักการเมืองและนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่อยู่บ้าง  แต่นั่นผมถือว่าเป็นอดีต ทุกคนมีโอกาสจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ 

ผมไม่รังเกียจที่คุณสุภาพจะมาช่วยผม ถึงแม้เป็นเพียงแค่  “ประสานงานและช่วย” ก็ตาม  ผมยอมรับว่าตัวเองยังใหม่กับวงการโทรทัศน์ ถึงแม้อาจจะเคยทำรายการสารคดีและสัมภาษณ์ทางช่อง 5 และ ช่อง 9 มาบ้างแล้วก็ตาม แต่การจัดตั้งฝ่ายข่าวขึ้นมาใหม่ให้กับสถานีโทรทัศน์ซึ่งยังไม่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ เป็นความท้าทายที่ผมรู้ดีว่าผมไม่พร้อมที่จะเผชิญคนเดียวอย่างแน่นอน  

เพราะฉะนั้น ในสถานการณ์อย่างนั้นมีเพื่อนสักคน ถึงแม้จะเป็นคุณสุภาพก็ตาม ก็คงดีกว่าไม่มีเอาซะเลย

หลังจากแสดงความเห็นเพิ่มเติมเล็กน้อย ที่ประชุมก็ได้ข้อสรุปว่าผมและคุณสุภาพจะเริ่มปฎิบัติหน้าที่ในบทบาทใหม่ตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป  คุณพนา จันท์วิโรจน์  บก.ข่าวมือดีและมีอาวุโสมากที่สุด ได้รับมอบหมายให้รับตำแหน่งบรรณาธิการแทน

ผมไม่เคยคิดมาก่อนว่า วันหนึ่งผมต้องเดินออกไปจากองค์กรข่าวที่ผมได้ทุ่มเทชีวิตการทำงานให้เกือบ 20 ปี  องค์กรข่าวที่ช่วยหล่อหลอมความเป็นสื่อมวลชนที่ดีให้กับผม องค์กรที่สอนให้ผมเคารพในจรรยาบรรณและหลักการ 

ถึงแม้วันนี้ผมกำลังจะกลายเป็น “อดีตเนชั่น” แต่ผมมั่นในว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมได้เรียนรู้จากที่นี่ จะติดตัวผมไป ไม่ว่าผมจะอยู่ที่ไหนก็ตาม    ผมบอกกับตัวเองว่าถ้าผมทำได้ ผมจะพยายามทำให้สิ่งเหล่านี้เป็นรากฐานการทำงานของฝ่ายข่าวของไอทีวี เช่นเดียวกัน

คืนนั้นผมฝันเห็นสถานีข่าวแห่งแรกของประเทศไทย  สถานีข่าวที่มีภารกิจในการรายงานเหตุการณ์บ้านเมืองอย่างอิสระเสรี  และด้วยความเป็นธรรม   สถานีข่าวที่เป็นความหวังของคนในสังคม   

                                                   ----

 

 

 

 

 

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ตมิสา วันที่ : 04/03/2007 เวลา : 23.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/onion
ย้งยี้

วันสุดท้ายไอทีวี (ที่ไม่ใช่ทีวีเสรี) กำลังมาถึงแล้ว หลัง 6 มีนาคม จอมืดแน่ อยากให้พนักงานไอทีวีใช้เวลาช่วงที่หยุดออกอากาศ คิดทบทวนบทบาทตัวเองที่ผ่านๆ มาจัง ฝันไปป่าวเนี่ย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ล่างฟานหวิน วันที่ : 04/03/2007 เวลา : 23.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/langfanvhin
ประตูสวรรค์ หิมะทองคำ เต่าทองแดง เขากิเลน หนวดมังกร เขี้ยวพยัคฆ์                         "ไม่มีที่อยู่ สำหรับคนอ่อนแอ" จอมยุทธ์ '


ถ้าระลึก เหตุการณ์ที่ผ่านมา
คุณสุทธิชัย หยุ่น ผมรู้จักครั้งแรก และชอบมาก ช่วง วิเคราะห์ รายงาน ข่าว สงครามอ่าวเปอร์เชีย (อิรัก-คูเวต ภาค1) ต่อมาถึง ไอทีวี ในรายการประเภท วิเคราะห์การเมือง เชิญนักการเมือง มาพูดแสดง ความคิดเห็น
นึกถึง ไอทีวี ทีไหรก็ ต้องนึกถึง ทีมงานเดอะเนชั่น ช่วงแรก ทำข่่าว วิเคราะห์ข่าว ถือว่า มีคุณภาพ และ น่าสนใจติดตามมาก เช่น
1. รายการวิเคราห์การเมืองรายวัน ช่วงหัวค่ำ่ ของ คุณ สุรยุทธ
2. รายการถอดรหัส ที่ไปแอบถ่าย ตามจุดต่าง ทั้ง ตำรวจ รับ ส่วย สิบล้อ โสเภณีเด็ก สารพัด ดูแล้ วน่า สนใจ ได้ ลุ้น ชวนติดตาม มันดี
3. รายการข่าว ด่วนต้นชั่วโมง ที่มีข่าว บ่อยมาก และสด ตลอด มีข่าว ให้ ดู ให้ ลุ้น แทบ ทั้งวัน
. นึกถึงไอทีวี ช่วงหลัีง จาก เครือเดอะเนชั่น ถอนตัวแล้ว
1.นึกถึง 30 นักข่าว ที่โดนไล่ออก ทั้งที่ทำดี ให้กับ องค์ให้ มีความน่าเชื่อ ในการเสนอข่าว แต่โดนไล่ออก จากงานหมด
2. นึกถึง กิตติ,สายสวรรค์ ขยันแต่เชียร์ รัฐบาลทักษิณ จริงๆๆ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
warakorn วันที่ : 04/03/2007 เวลา : 22.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/warakorn
"ท้อแท้ได้ ก้าวเดินอย่างช้าๆ ได้ แต่อย่าคิดเดินถอยหลังหรือละทิ้งโอกาส เพราะนั่นคือการยอมแพ้"

ได้รู้อะไรดีดีหลายอย่างก็วันนี้เอง ทั้งประวัติ คุณโสภณ ผมชอบคุณโสภณครับ ฟังรายการของคุณโสภณ ทุกเช้าและเค่ที่ 90.5 เล่าข่าวดุเดือดดี.. แนวคิดอุดมการณ์ของคุณเทพชัย สมกับเป็นนักสื่อสารมวลชนคนข่าวจริงๆครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ดวงใจ วันที่ : 04/03/2007 เวลา : 22.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vttoom

เสียดายนะคะที่ไม่ได้ทำจนตลอดรอดฝั่ง แต่ก็ขอบคุณที่ได้ดูสิ่งที่ดีในช่วงแรก ๆ ติดใจไอทีวีมาก ๆ แต่ตอนหลังเลิกดูไปเลยเพราะกลายพันธ์ไปแล้ว หวังว่าอนาคตคงดีขึ้นถ้าเครือเนชั่นมีโอกาสเข้าไปบริหารอีกครั้งแบบเต็มตัว ขอร้องว่ากรุณาเลือกแต่พนักงานที่มีจิตวิญญาณของสื่อที่แท้จริงเช่นพวกกบถไอทีวี อย่าเลือกพวกที่ท่าดีทีเหลวคือพ่ายแพ้ต่ออำนาจเงินเช่นคุณกิตติและพวกนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ในเมื่อนักการเมืองยังเปลี่ยนใจได้...

ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าทำไม ประชัย ถึงได้ทิ้ง "ป๋าเหนาะ" ได้ลงคอ

View All
<< มีนาคม 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]