• เทพชัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : thepchai@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 168
  • จำนวนผู้ชม : 397843
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2140 คน
เทพชัย หย่อง
เวทีสำหรับทุกความคิดและทุกความเห็น
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/yong
วันเสาร์ ที่ 14 กรกฎาคม 2550
Posted by เทพชัย , ผู้อ่าน : 13405 , 19:50:02 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ผมเชื่อว่า นาทีนี้ ใครๆก็พูดถึงเรื่องราวชีวิตของ "หมูแฮม" หรือนายกัณฑ์พิทักษ์ ปัจฉิมสวัสดิ์ ซึ่งคงไม่ต้องท้าวความถึงเหตุผลที่ทำให้หนุ่มน้อยคนนี้กลายเป็น "ทอล์ค ออฟ เดอะทาวน์" อยู่ในเวลานี้  

กรณีของ "หมูแฮม" เป็นมากกว่าคดีฆ่าคนตายโดยเจตนา  เพราะเรื่องราวของ "หมูแฮม" สามารถสะท้อนสารพัดปัญหาที่มีอยู่ในสังคมปัจจุบัน  หากมองอย่างผิวเผินแล้ว อาจคิดว่าจุดเริ่มต้นมาจากการเชี่ยวชน และทะเลาะวิวาทระหว่าง "คนใช้รถเบนซ์"  และ "คนใช้รถเมล์" ที่สะท้อนปัญหาวินัยในการขับขี่  และนำไปสู่ความขัดแย้ง แต่แท้ที่จริงแล้ว นั่นคือ ปลายเหตุแห่งปัญหา                                              

เมื่อเรื่องราวดำเนินมาถึงวันนี้  กรณีของ"หมูแฮม" ยังฉายภาพของ ปัญหาครอบครัวหย่าร้าง ปัญหาความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว ปัญหาการเลี้ยงดูบุตรหลาน (ที่ยากขึ้นในสังคมสมัยใหม่) ปัญหาความไม่เท่าเทียมกันในสังคม และการแบ่งชนชั้น และอาจมีปัญหาอื่นๆที่ซ่อนอยู่อีกมาก (อย่างเช่น กรณีการออกใบอนุญาติขับขี่รถยนต์ ) ซึ่งสั่งสมและรอวันปะทุเหมือนภูเขาไฟ                                                                                                                                                                                           ทุกเรื่องราว ที่รวมกันอยู่ในกรณีของ "หมูแฮม" ผมอยากให้จากนี้ไป เมื่อเรานึกถึงเรื่องราวของหนุ่มน้อยคนนี้ ขอให้เรานึกถึงบทเรียนครั้งสำคัญ บทหนึ่ง ที่สังคมไทยต้องเรียนรู้ร่วมกัน  และอยากให้ทุกคนช่วยกันเยียวยาสังคมที่กำลังบอบช้ำอยู่นี้เพื่อลูกหลานของพวกเราในวันข้างหน้า 

ขอนำบางส่วนของบทสัมภาษณ์ที่ผู้สื่อข่าวคมชัดลึก (ฉบับวันเสาร์ที่ 14 กรกฎาคมนี้ ) ซึ่งมีโอกาสพูดคุยกับคุณสาวิณี ปะการะนัง คุณแม่ของ"หมูแฮม"  ซึ่งมีเนื้อหาที่สามารถสะท้อนเหตุแห่งปัญหาได้เป็นอย่างดี                                                                                                                                                                         

                                                                               ********

ยามนี้ ชื่อของ สาวิณี ปะการะนัง ถูกเอ่ยถึงอีกครั้ง ในฐานะแม่ และ (อดีต) เมีย ในภาวะที่หนักหน่วงเหลือเกิน อยากให้ลองมารู้จัก และสัมผัสความรู้สึกของหัวอก "คนเป็นแม่" ดูสักนิด                                                                            

                                                                        * * * * *

 ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยเห็นออกงาน ทำอะไรบ้างคะ

 เอ๋ ใช้ชีวิตเป็นแม่บ้าน เงียบๆ ดูแลลูก ดูแลน้องแฮม มีงานเป็นช่วงๆ มีละครบ้าง ทำธุรกิจส่วนตัวนิดหน่อย เป็นพวกเครื่องสำอาง ทำของตัวเองใช้ชื่อ "สาวิณี" ไม่ได้วางขาย ขายตรงมากกว่า เราไม่ได้โปรโมทอะไรมากมาย ปากต่อปาก ไม่ได้เงินตรงนี้เท่าไร

ทราบว่าไม่ได้อยู่กับลูกๆ แบ่งเวลาดูแลกันอย่างไร

เป็นความต้องการของคุณพ่อเขา ตั้งแต่แยกทางแล้ว เขาไม่อยากให้เจอด้วยซ้ำไป เอ๋ต้องทำทุกอย่างเพื่อที่จะให้เจอลูกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราเป็นผู้หญิงพยายามทำหลายอย่างเพื่อดูแลตัวเองด้วย

เอ๋มีคอนโดอยู่ในกรุงเทพฯ เด็กๆ ก็เรียนหนังสือกัน ลูกอยู่โรงเรียนประจำ กว่าจะมีเวลาให้เรา ก็วันศุกร์-เสาร์ เราไปรับเขาที่โรงเรียน คุณพ่อเขาก็เป็นพักๆ ไม่ค่อยปล่อย

อดีตสามีเป็นคนเจ้าระเบียบหรือคะ

คำว่าเจ้าระเบียบเป็นยังไงไม่ทราบ ต้องดูเองดีกว่านะคะ

พอจะบอกสาเหตุที่เลิกกันได้ไหมคะ

แต่งงานแล้วก็ต้องทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่มีใครคิดว่าจะเลิกกัน อยู่ที่ว่าเราไม่สามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้ ถ้าอยากให้เกิดขึ้นคงไม่มีลูกถึง 3 คนมังคะ

สาเหตุที่ทำให้อยู่ด้วยกันไม่ได้ เอ๋คิดว่าคำถามนี้ทุกคนก็น่าจะได้คำตอบอยู่แล้ว ถ้าหากดูจากทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นเวลานี้ คนคงเข้าใจดี ไม่อยากคอมเมนท์มาก แล้วก็แล้วกันไป ตอนนี้เป็นห่วงลูก ไม่อยากให้กระทบกระเทือน ไม่อยากให้คิดมาก

เรื่องนี้มีส่วนที่ทำให้ลูกเครียดหรือเปล่าคะ

เอ๋ คิดว่าวันเวลา...คือต้องมองทั้ง 2 ด้านว่าทำไมต้องเป็นอย่างนี้ วันนี้เขาอาจจะยังไม่เข้าใจ วันหนึ่งเขาจะรู้ และเข้าใจดีกว่านี้ เราพยายามทำดีที่สุดแล้วเหมือนกัน เอ๋คิดว่าพ่อแม่เลิกกัน ยังไงทุกคนก็ต้องคิดมากอยู่แล้ว ลูกๆ ก็เหมือนกัน

หมูแฮมเริ่มมีอารมณ์ผิดปกติตั้งแต่เมื่อไรคะ

ไม่ใช่นะคะ เขาชักเฉยๆ เป็นตอนเล็กๆ ชักแค่ 2 หน เด็กคนอื่นก็คงเป็นเหมือนกัน ตอนนั้นหมูแฮมอายุประมาณก่อนขวบหรือขวบกว่านี่แหละค่ะ เขาไข้ขึ้นสูงเลยชัก ตอนชักอีกครั้งก็ยังเล็กอยู่

มาครั้งนี้ ไม่แน่ชัดว่าเกิดจากอะไร เขายังปะติดปะต่ออะไรไม่ค่อยดีอยู่เลย เอ๋ไม่ได้พูดเลี่ยง แต่ไม่รู้เรื่องนี้โดยแท้จริง จากความรู้สึกจริงๆ ต้องให้ทางหมอช่วย คล้ายๆ ว่าเขาช็อก แต่จะว่าเป็นอะไรอย่างไร เราคงตอบแทนเขาไม่ได้

 ตอนเกิดเหตุลูกสาวอีกคนอยู่กับหมูแฮมด้วย ตอนนี้อยู่ที่ไหนคะ

 เขาไปแข่งบัลเลต์ ที่ออสเตรเลีย คงประมาณอาทิตย์กว่าถึงจะกลับ

 ลูกๆ สนิทกันไหมคะ

 แฮมรักน้องมากๆ พี่ชายเขารู้ความฝันของน้อง ว่าอยากจะไปแข่งบัลเลต์ ก็พยายามไปรับส่งน้อง เพราะเรียนโรงเรียนประจำ ก็หนักหน่อย เรียนเสร็จก็รับน้องมาซ้อมบัลเลต์ ซ้อมเสร็จก็ไปส่งที่โรงเรียน รับๆ ส่งๆ อย่างนี้ตลอด  

เป็นน้องคนกลางที่เป็นออทิสติกใช่ไหมคะ

 ไม่ใช่ค่ะ คนนี้คนเล็กชื่อแบมบี้ อายุ 14 ปี ห่างจากแฮม 6 ปี คนกลางชื่อสแปม อ่อนกว่าแฮมปีกว่า เป็นออทิสติก คือไม่ได้เรียน เขาไม่พูด พยายามกระทบเขาให้น้อยที่สุด เด็กๆ ก็เป็นห่วงกัน พี่น้องรักกันทุกคน

 สแปมรู้ไหมว่าพี่ชายเกิดเรื่อง

 ตอนนี้น้องสแปม เฝ้าแฮมที่โรงพยาบาลค่ะ

 มีวิธีการเลี้ยงลูกอย่างไรคะ

 จริงๆ เราเองไม่ได้มีมาตรฐานว่าจะดีหรือไม่ดี แต่พยายามทำทุกอย่างด้วยใจ เวลามีน้อยที่อยู่กับลูก ก็พยายามบอกโน่นบอกนี่ให้มากที่สุด

 ตอนแยกกัน ตอนนั้นลูกๆ อายุเท่าไรคะ

 ตอนนั้นแฮมอายุ 6 ขวบ แต่เราไม่เคยหายขาดจากกันไปไหน

 ชีวิตคู่เป็นเหมือนนางฟ้าตกสวรรค์ได้ไหมคะ

 เอ๋ คิดว่าเป็นชีวิตที่ปกติ ไม่ต่างจากคนอื่นมั้งคะ ทุกคนก็มีทั้งขึ้นทั้งลง คงไม่ได้ตกทีเดียว เอ๋ว่าชีวิตทุกคนก็ลำบาก มีทั้งสุข ทั้งทุกข์

 ที่ทุกข์ที่สุดในชีวิตเรื่องอะไรคะ

 ทุกข์ที่สุดก็เรื่องลูกนี่แหละ

 หมูแฮมคุยอะไรกับแม่บ้าง

 เขาบอกว่าถ้าทำได้ด้วยตัวเองก็จะทำ แฮมอยากไปเยี่ยมคนไข้ด้วยตัวเอง อยากมาก แต่สุขภาพของเขาไม่พร้อมทีเดียว รอให้ดีกว่านี้ก่อน ตอนนี้เขายังกังวลกับทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวหมดเลย ปะติดปะต่อไม่รู้เรื่อง แต่อาการดีขึ้นแล้ว

 ให้อ่านหนังสือพิมพ์หรือดูข่าวหรือเปล่า

 อ่านพอประมาณ เอ๋กลัวสภาพจิตใจ ค่อยๆ ให้เขารู้ แต่ก็ไม่อยากจะปิดทีเดียว ต้องให้เขารู้ในสิ่งที่ทำ

 ลูกชายมีนิสัยใจคออย่างไร คนมองว่าใจร้อน เป็นคนเจ้าอารมณ์หรือเปล่า

 จิตใจเขาไม่ได้เป็นอย่างนั้น ทำลงไปโดยไม่รู้ตัว เขาก็พูดออกมาว่า แฮมเสียใจมากๆ แฮมไม่อยากให้คนอื่นเจ็บ ถ้าเป็นแฮมได้จะง่ายกว่าเยอะเลย ต้องให้เขาเรียบเรียงตรงนั้นเองจะดีกว่า

 แฮมเป็นคนที่ห่วงน้อง รักคนรอบข้าง เอ๋ไม่ได้เลี้ยงลูกแบบสปอยล์ ไม่มีแม่คนไหนที่อยากเลี้ยงลูกอย่างคุณหนู เอ๋เลี้ยงด้วยใจ ทำให้ดีที่สุดเท่าที่ตัวเองมีความสามารถ และความรู้

ได้ปรึกษาคุณกัณฑ์เอนกบ้างไหม

 ก็คุยกันอยู่ว่าทำอะไรให้ได้มากที่สุด ก็ประสานเรื่องลูก ยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร ต้องออกทุกวัน วันหนึ่งต้องเยี่ยมคนเจ็บหลายโรงพยาบาล บางทีไปได้ 2 ราย อย่างปากน้ำ จ.สมุทรปราการ ไกลมากๆ รถก็ติดมากด้วย พยายามทำให้ดีที่สุด ให้ทุกฝ่ายเข้าใจ

 แต่การให้สัมภาษณ์ของคุณกัณฑ์เอนกแต่ละครั้ง เหมือนจะทำให้เรื่องบานปลาย

 (ถอนหายใจ) เอ๋เองก็อ่อนใจ ความคิดเห็นบางทีไม่หมือนกัน พูดกันแล้ว ไม่เข้าใจว่าทำไม เอ๋แยกทางกับเขามาจะเป็น 10 ปี เอ๋พูดอะไรมากไม่ได้ สื่อคงเดาๆ ได้ว่าเพราะอะไร จะออกความคิดเห็นตรงนั้นไม่ได้ ก็ขอทำตรงนี้ ในหน้าที่ของแม่ด้วยใจ ด้วยความรัก ด้วยความเป็นห่วงทุกๆ คน

 เป็นหัวอกแม่ ที่ต้องทำแทนลูกทุกอย่าง

 อย่าพูดอย่างนั้นเลย เราไม่ได้เป็นแม่ลูก 2 คนเท่านั้นที่เดือดร้อน คนที่บาดเจ็บหรือเสียไปก็เป็นแม่คนเหมือนกัน เขาก็รักและเป็นห่วงลูกไม่ต่างกัน เอ๋กับลูกพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ให้เร็วที่สุด ทุกวันนี้เยี่ยมลูกตัวเองน้อยกว่าคนอื่นอีก เมื่อวานเยี่ยมแฮมแค่ 10 นาทีเอง มีเวลาให้ลูกตัวเองน้อยมาก ตอนนี้เหมือนจะเป็นไข้ ล้าเหมือนกัน ไปไหนก็ขับรถไปเอง บางทีน้าว่างก็ไปเป็นเพื่อน ถ้าไม่ว่างก็ไปคนเดียว

 หลังจากนี้ จะทำอย่างไรต่อไป

 ก็พยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เท่าที่คนคนหนึ่งจะทำได้ เท่าที่ความสามารถเราจะมี ดูแลลูก และทำแทนลูก ไปเยี่ยมคนเจ็บ ไปงานศพผู้เสียชีวิต คนเราเลี้ยงลูกมา เราจะพูดแทนลูกหมดทุกอย่างคงเป็นไปไม่ได้ แต่ก็เข้าใจกระแสสังคม ไม่อยากจะขอร้องใครเลย เอ๋มีความรู้สึกว่าทำให้ใครหลายคนเสียใจ บาดเจ็บ แม้ไม่ได้ทำเอง แต่เขาเป็นลูกเรา คนอื่นบาดเจ็บเพราะลูกเรา





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 41 (0)
หนุ่ม วันที่ : 22/07/2007 เวลา : 19.51 น.

คุณแม่น้องแฮมน่ารักดี พยายามช่วยทำให้สถานการณ์ดีขึ้น
แต่พ่อน้องแฮมนี่สิ พูดออกมาแต่ละที คำไหนก็คำนั้นเลยล่ะ

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
แต้วรักยม วันที่ : 18/07/2007 เวลา : 16.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sansanee
แต้วไร้ส้ม ณ บ้านกล้วย... 2527

กลัว คนที่ผิด จะไม่ผิด สังคมไทย ลื่มง่าย อยากให้รายงานข่าวความคืบหน้าของคดี ด้วย กลัวอำนาจ อิทธิพล จะทำให้เหมือน คดีลูกเฉลิม

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
kibagnkok วันที่ : 17/07/2007 เวลา : 09.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaithai
สีน้ำ(มือสมัครเล่น)และเรื่องราวชิวชิวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่     .    ลุงกิ๊..


ด้วยความรักและอยากให้ลูกมีชีิวิตที่ดีที่สุด
พ่อแม่ทำได้ทุกอย่างเพื่อลูก

ความรักทำให้คนตาบอด สามารถนำมาใช้ได้กับพ่อแม่
เช่นกัน รักลูกมาก บางครั้งก็ทำให้พ่อแม่ตาบอดได้ครับ

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
okeda วันที่ : 16/07/2007 เวลา : 15.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/okeda

จะมีใครซักกี่คนครับที่ยอมลดธิฐิของตัวเอง

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
Destroyer วันที่ : 16/07/2007 เวลา : 12.38 น.
 เกียรติศักดิ์รักช้า มอบไว้ แก่ตัว

พ่อแม่แยกทางกัน กรรมเกิดกับลูก

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
eggs วันที่ : 16/07/2007 เวลา : 11.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/psitirat
“All truths are easy to understand once they are discovered.” Galileo 

ช่วงแรกๆ ที่มีการนำเสนอข่าวนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่คุณกัณฑ์อเนกออกมาโวยวายในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ของคุณสรยุทธ ผมได้โพสต์ไปแสดงความคิดเห็น(ด่า)ตระกูลปัจฉิมสวัสดิ์ยกใหญ่โดยเฉพาะในประเด็นที่คุณกัณฑ์เอนกระบุว่า “คนเหล่านั้นเป็นคนชั้นต่ำไม่มีการศึกษา” แต่แล้วก็หยุดไปและกลับมาคิดใหม่ว่า ผมไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นั้น ความจริงเป็นอย่างไรไม่สามารถรู้ได้ นอกจากการอ่านข่าวในสื่อต่าง ๆ เท่านั้น ทั้งนี้ หากมีการนำเสนอข่าว ๒ แง่ประชาชนจะคิดอย่างไร? โดยแง่ที่ ๑ เสนอข่าวว่า “นายกัณฑ์พิทักษ์ ปัจฉิมสวัสดิ์ลูกไฮโซมีเรื่องกับคนขับรถเมล์ ระงับอารมณ์ไม่ได้จึงเอาก้อนหินที่ถืออยู่ในมือทุบหน้าคนขับรถเมล์แตกยับเยิน เสร็จแล้วยังไม่สาแก่ใจ ขับรถเบ๊นซ์คันหรู ทะเบียน ศศ ๖๖๙๙(ทะเบียนแสดงถึงความรวย)ขึ้นฟุตบาธชนผู้โดยสารที่ยืนรอรถคันต่อไปโดยไม่สนใจชีวิตของสามัญชน ทำให้ทับผู้โดยสารบาดเจ็บสาหัสนอนอยู่ใต้รถเบ๊นซ์ ๓ คน ต่อมาหนึ่งในผู้บาดเจ็บก็เสียชีวิต ชาวบ้านจึงช่วยกันรุมประชาทัณฑ์ นายกัณฑ์เอนกผู้เป็นพ่อบอกว่าจะชดใช้ตามความเหมาะสมเท่านั้น” กับอีกข่าวหนึ่งที่นำเสนอในแง่ที่ ๒ ดังนี้ “นายกัณฑ์พิทักษ์ทนไม่ไหวที่รถเมล์คนหนึ่งมาขับปาดหน้าไปมาเฉี่ยวชนจนรถของตัวเองบุบเสียหาย แล้วรีบขับหนี นายกัณฑ์พิทักษ์ขับรถตามและกดแตรให้หยุดเพื่อมาตกลงกัน แต่พอรถหยุดคนขับรถเมล์ทำเป็นทองไม่รู้ร้อนพูดจายียวนกวนประสาท ทำให้เด็กวัยคึกคะนองควบคุมอารมณ์ไม่ได้ใช้หินก้อนเล็ก ๆ ที่หาได้แถวนั้นทุบไปที่หน้าผากได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ชาวบ้านย่านนั้นไม่รู้อิโหน่อิเหน่เห็นคนขับรถเมล์เลือดออกจึงช่วยกันสกัดรถเบ๊นซ์ไม่ให้ไป ด้วยความหวาดกลัวว่าน้องสาวอายุเพียง ๑๔ ปีที่นั่งอยู่ในรถจะได้รับอันตราย นายกัณฑ์พิทักษ์จึงขับรถไปข้างหน้าแบบไม่คิดชีวิตเสียหลักขึ้นฟุตบาธชนผู้โดยสารโดยไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป ซ้ำยังถูกชาวบ้านทุบรถเสียหายยับเยินจนคอเคลื่อน ดีที่ตำรวจเข้ามาระงับเหตุทันพอดี” “คุณกัณฑ์อเนกและคุณสาวิณีได้ออกมาขอโทษประชาชนแล้วกรณีพูดจาแบบเสียสมาธิเมื่อวันก่อน พร้อมกับยอมรับที่จะชดใช้ค่าเสียหายทุกอย่าง(ไม่ใช่ตามสมควรและฟ้องร้องกลับแบบวันก่อน) ผมเลิกวิจารณ์เรื่องนี้แล้วครับ ตัวผมเองเคยสัมผัสกับชีวิตของเพื่อนที่รวยมาก ๆ มาแล้ว ขณะเดียวกันก็มีเพื่อนที่เรียนหนังสือด้วยกันมาตั้งแต่เด็กเป็นคนขับรถเมล์ที่คลองเตยด้วย ตอนนี้ผมคิดไปอีกแบบหนึ่งเกี่ยวกับคดีนี้?

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
สิงห์ดำ30 วันที่ : 16/07/2007 เวลา : 10.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/arnon

ลูกคนรวยทำผิด หลายฝ่ายพยายามเห็นใจ แต่เวลาลูกคนจนทำผิด เช่น แก๊งซิ่งมอเตอร์ไซต์ เวลาโดนจับมาคนมักไม่เห็นใจ หรือแนะนำให้ปราบรุนแรง เช่น เอารถขวางให้ชนตาย ไล่ยิง ผมว่าสังคมไทยสองมาตราฐานไปหรือเปล่าครับ ถ้าผิดเหมือนกัน ควรได้รับโทษเท่ากันจริงไหมครับ ดังนั้นแก๊งซิ่งมอเตอร์ไซต์อย่าไปรุนแรงกับเขา อาจจะเป็นเพราะครอบครัวไม่ดูแลใกล้ชิดเหมือนลูกคนรวยก็ได้

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
สงสาร วันที่ : 16/07/2007 เวลา : 10.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/8289

คนที่น่าสงสารที่สุดก็คือแม่ ทุกข์ก็แม่
เด็กๆที่โตแล้วด้วยต้องรักแม่/คิดถึงแม่ให้มากๆนะ
ดูแลแม่ด้วยตอนแม่ทุกข์

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
ราษีไศล วันที่ : 16/07/2007 เวลา : 10.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/motorcyrubjang
ณ บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ twitter : @motorcyrubjang / facebook.com/motorcyrubjang  

แวะมาอ่านครับ

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
buasawan วันที่ : 16/07/2007 เวลา : 09.08 น.

เมื่อวานดูรายการปากต่อปาก เค้าสัมภาษณ์ฝรั่งร่วมกตัญญูที่อยู่ในรูปข่าว เค้าบอกว่าหงิกจริง ก่อนหน้านั้นไม่รู้ แต่ตอนที่ไปช่วยตามรูปในภาพข่าวนั้นเค้ากำลังก้มลงไปหยิกขาหมูแฮมเพื่อทดสอบ ปรากฏว่าไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง และมีอาการเกร็งไปทั้งตัว ไม่ใช่แค่มือหงิก เค้าทราบจากประสบการณ์ว่าไม่ได้แกล้งทำ (ไม่ใช่แฟนคลับนะ แค่เล่าให้ฟังค่ะ)

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
AS วันที่ : 15/07/2007 เวลา : 23.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/curtain

เรื่องของหมูแฮมผมว่าน่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนในสังคมเมืองในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ให้ได้เห็นคุณและโทษของการกระทำที่ไม่อยู่ในกฎระเบียบของสังคม ก็หวังว่าเมื่อเรื่องมันเกิดแล้ว ก็ของให้มันจบอย่างสันติวิธี
แต่อย่างไรคงต้องชมคุณแม่ของหมูแฮม ที่ทำหน้าที่ของแม่ได้อย่างดีเยี่ยม น่าจะเป็นแม่ตัวอย่างของปี

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 15/07/2007 เวลา : 22.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

เห็นด้วยกับคุณไกอาร์ ค.ห.ที่19ครับ ไม่ทราบเป็นอะไร พวกชนแล้วยังหน้าด้านโกหก ปฏิเสธความรับผิดชอบมีเยอะเหลือเกิน
ผมขับจากัวร์มาดีๆ ฝนเริ่มเท ใครๆก็รู้ว่า มอเตอร์ไซด์ยังไงก็ต้องหาที่หลบฝน เสี่ยงตายตัดหน้ารถใหญ่ เพื่อเข้าที่กำบัง ก็จอดให้ไปก่อน ตูม บีเอ็มขับโดยวัยรุ่นชนท้ายรถผมเต็มๆ กันชนอ้าออกมาเท่ากันทั้งซ้ายและขวา นศ.ลงมาและรีบพูดคำแรกเลยว่า "พี่เปลี่ยนเลนทำไม?" ผมก็งงอยู่เล็กน้อย เพราะไม่กล้าเปลี่ยนเลนตอนฝนตกอยู่แล้ว ก็เลยบอกว่า ไม่เถียงด้วย รอประกันมาดูก็แล้วกัน พอประกันฝ่ายเขามาเห็นกันชนอ้าออกสองข้างเท่ากัน ไม่ต้องเถียง งัดใบเคลมออกมากรอกให้เลย
เมืองฝรั่งเขามีกฏเลยว่า ชนท้ายคนอื่น ผิดทั้งปี และ ชนรถที่จอดอยู่นิ่งๆ (ดับเครื่องหรือไม่ก็ตาม) ผิดทั้งปีเหมือนกัน แต่บ้านเรายังพยายามหน้าด้านถูไถ ว่าตัดหน้ากระทันหัน เบรค/หลบไม่ทัน
นี่ขนาดนักศึกษานะครับ หัวไวเรื่องเลวๆ จบมาไม่แปลกใจเลยครับ พลเมืองคุณภาพ

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
Watchpuppy วันที่ : 15/07/2007 เวลา : 18.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/watchpuppy

จนถึงตอนนี้ผมก็ยังข้องใจ ว่าข่าวใหญ่ขนาดนี้ยังไม่เห็นมีนักข่าวมาหาข่าวที่มหาวิทยาลัยเลย...
สงสัยมหาวิทยาลัยวางยาอีกแบบสิงหาคมปีก่อนที่มีปัญหาที่พารากอน...

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
สวยเสมอ วันที่ : 15/07/2007 เวลา : 17.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lila


เห็นใจคุณสาวิณีมากค่ะ ใครจะเจ็บช้ำเท่าหัวอกคนเป็นแม่

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
น้ำค้างบนยอดหญ้า วันที่ : 15/07/2007 เวลา : 15.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kungja

น่าสนสงสารทั้ง 2 ฝ่าย และอยากบอกว่าอย่าเชื่อในสิ่งที่ และอย่าเห็นในสิ่งที่ ให้ใช้ความจริงเป็นเครื่องพิสูจน์โดยใช้สติไม่ใช่อารมณ์

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
นานาจิตตัง วันที่ : 15/07/2007 เวลา : 15.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yorwor
บ้านหลังใหม่ฮะ --- >>>> http://www.oknation.net/blog/mouthshell

คนไทยต้องมืดมัว เพราะสื่อมวลชนอันเลวทราม

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
พายุหินกูรู วันที่ : 15/07/2007 เวลา : 13.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/payuhin

เรื่องใหญ่ระดับชาติเลยครับ ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม ช่องว่างระหว่างความรวยกับความจน สันดานคนไทยที่ชอบ "เอามันส์" มากกว่า "เอาจริง" ทัศนคติเรื่องการอบรมลูก การหย่าร้าง การไร้ระเบียบวินัยจราจร ผมเป็นคอลัมนิสท์หนังสือพิมพ์มา 20 ปี เขียนและด่าความไม่มีวินัยของคนไทยในการข้ามถนนมาประมาณ 4000 ครั้ง คนขับรถมารยาททราม รถเมล์นรก เรื่องนี้ต้องระดมความคิด สัมมนา หาทางออก ใช้เวทีทีวีแก้ปัญหาโครงสร้างทางสังคมที่นับวันจะมีช่องว่างถอยห่างออกไปทุกที เพราะเหตุฉะนี้น เราจึงมี "คนโกง" คอรัปชั่นอยู่ทุกหย่อมหญ้า อาเมน ประเทศไทย!!

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
ดร.ส้ม วันที่ : 15/07/2007 เวลา : 11.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sudtida

สนใจข่าวนี้ ในประเด็น จิตวิทยาครอบครัวและสังคม ตั้งแต่แรก ... และอยากให้สื่อ ทำหน้าที่ให้ความรู้ (ช่วยกันสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้) กับประชาชน ในประเด็นนี้ให้มากขึ้น ... ซึ่งในช่วงแรกมีการนำเสนอข่าวอย่างเข้มข้น แต่ในประเด็น รายละเอียดผิวเผิน และเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก (อย่างกับดูละคร) รู้สึกเสียดายเวลามาก...เพราะวันนี้ ข่าวนี้เริ่มจากลงไปแล้ว... ถ้าสื่อใช้เวลาก่อนหน้านี้ ให้เป็นประโยชน์มากกว่านี้ ... อาจช่วยให้ ครอบครัวอื่น หรือ เด็กคนอื่น ไม่ต้องเดินเข้าไปสู่ เหตุการณ์ซ้ำเดียวกัน...อย่างน้อย คนเป็นพ่อเป็นแม่ เป็นผู้ปกครอง จะได้หยุด คิด มีสติขึ้นบ้าง ...ว่าเคยเป็นส่วนหนึ่ง ในการรังแก (ทำให้เขามีพฤติกรรมที่ไม่เป็นที่ต้องการสังคม) เขา หรือไม่...

ขอเชิญมาอ่านความเห็นเพิ่มเติมที่นี่ค่ะ
http://www.oknation.net/blog/sudtida/2007/07/09/entry-1

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 15/07/2007 เวลา : 10.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

....เรื่องนี้ ในความคิดของตนเอง
คิดว่า อย่างนี้นะคะ

...** ทุกครั้งที่มีเรื่องของการใช้อารมณ์
ที่ทำให้เกิด การเจ็บ การตายกันเกิดขึ้น

เราต้องมองที่สาเหตุหลัก ประเด็นใหญ่

ก่อนอื่นเลย คือ ประเด็นการไม่ได้ฝึกควบคุมอารมณ์
มาตั้งแต่อ้อน แต่ออด ส่วนประเด็นอื่น เป็นประเด็นรอง
ถามว่า แล้วควรเอามาวิเคราะห์มั๊ย...

แต่การจะแก้ปัญหาอะไร ให้มันทะลุ คนเราต้องแก้ปัญหา
ประเด็นหลักก่อน ...ประเด็นหลักคือ การไม่ได้รับการฝึก
ให้ควบคุมอารมณ์ ...

ประเด็นนี้ใหญ่มาก ....ใหญ่แค่ไหน ใหญ๋ถึงขั้นยังมีคนตาย อีกจำนวนมาก ถ้าสังคมไทยยังละเลยสิ่งนี้

คนที่ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ทำได้ทุกสิ่ง แม้เค้าเจ็บเค้าตายก็ทำได้ เพราะทำด้วยอารมณ์ที่ควบคุมไม่ได้...
พออารมณ์ชั่ววูบผ่านไป ก็จะมานึกได้ทุกรายไป
แต่มันสายเสียแล้ว จะมานึกให้เปล่าประโยชน์ทำไม

ตอนนี้สังคมไทยต้องมองเรื่งนี้เป็นเรื่องใหญ่ ...และ
เห็นความสำคัญมากๆๆด้วย จึงจะลดกรณีศึกษาเช่นนี้ได้

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
t_smita วันที่ : 15/07/2007 เวลา : 10.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tsmit

ยอมรับครับ ตอนที่ผมได้ฟังการให้สัมภาษณ์ของคุณกัณฑ์เอนกในรายการตอนเช้า ผมอารมณ์ทันทีครับ
ก็ตามประสาธาตุไฟ...
จากทั้ง 21 comment ผมขออนุญาติ รวมเป็นวลีสั้นๆ ว่า
"ทุกการกระทำ มีกรรมกระทบ"

...ขอบคุณครับ...

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
mr.zakkman วันที่ : 15/07/2007 เวลา : 10.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/simpleman
http://www.oknation.net/blog/zokzak

ถ้าจะมองเรื่องนี้ทั้งหมด จุดหักเห ของเรื่องมีหลายจุด ซึ่งสามารถจะทำให้เปลี่ยนเรื่องนี้ไปได้อย่างสิ้นเชิง ถ้า...

- รถเมล์ไม่แซงรถแท็กซี่ออกนอกบัสเลนและสวนทางเดินรถ เพียงแค่ไม่อยากรอแท็กซี่จอดรับผู้โดยสาร (ถ้าจอดแช่ก็บีบแตรไล่ได้)
- คนขับยอมลงมาดูตั้งแต่แรกว่าเฉี่ยวจริงหรือไม่ เห็นรอยเฉี่ยวแล้วยอมรับก็คงจบแค่นั้น แทนที่จะตอบว่าไม่ได้ทำแล้วขับต่อไป
- หมูแฮมควบคุมตัวเองได้ ไม่ไปทุบหน้าคนขับรถเมล์
- ตำรวจควบคุมตัวหมูแฮมไว้ได้ ที่ได้ทำผิดซึ่งหน้า
- หมูแฮมไม่เสียสติขับรถชนคน ซึ่งเป็นจุดหักเหของเรื่องมากที่สุด
- พ่อหมูแฮมเข้าใจคนที่สูญเสีย และควบคุมอารมณ์โกรธได้ ไม่พูดเหยียดหยามคนอื่นเพื่อจะเอาชนะ

ทั้งสี่ห้าประเด็นนี้สามารถเปลี่ยนเรื่องทั้งหมดไม่ให้เกิดขึ้นหรือลดความรุนแรงลดได้ เพียงแค่ทุกคน "ไม่ทำด้วยอารมณ์"

พอเกิดเรื่องแบบนี้ แทนที่จะเป็นเรื่องของคนสองคน ก็กลายเป็นเรื่องของคนทั้งประเทศ มีผู้เข้าไปต่อเติมเรื่องนี้อีกหลายคน เช่น

- สื่อมวลชน ทั้งแพร่ข่าวและทำให้เกิดข่าวใหม่ที่รุนแรงขึ้น
- พ่อหมูแฮม ที่ปกป้องลูกด้วยอารมณ์และความคิดส่วนตัว จนคนทั่วไปรับไม่ได้
- ประชาชนแสดงอารมณ์เกลียดชังทั้งลูกและพ่อ จากภาพและคำพูดที่ได้รับ
- จิตแพทย์ซึ่งเป็นถึงโฆษกและอธิบดีกรมสุขภาพจิตให้ข่าวในทำนองว่าหมูแฮมไม่ได้เป็นโรคจิตทั้งที่ตัวเองไม่ได้ตรวจหรือพบเจ้าตัวเลยด้วยซ้ำ

ดูไปดูมา เหมือนเรื่องทั้งหมดเกิดจากการขาดสติ ใช้แต่อารมณ์ ความรู้สึก เอาแต่ความคิดตัวเอง ไม่พิจารณาให้รอบคอบ ใช้การคาดคะเน อ่านจากข่าวหรือเอกสารรายงาน แล้วลงมือกระทำตามบทบาทและศักยภาพของแต่ละคน ประชาชนทั่วไปก็ยังคิดว่าคนดีกับคนบ้า เหมือนขาวกับดำ หรือ 1 กับ 0 ถ้าไม่ได้บ้าก็คือคนปกติ แต่ในความเป็นจริง เรื่องของสภาพจิตใจของมนุษย์มีความลึกล้ำซับซ้อนมาก การปิดป้ายว่าคนนี้เป็นโรคจิต ไม่ใช่เรื่องที่จะเข้าใจได้ง่ายๆ นอกจากพระอรหันแล้ว มนุษย์ทุกคนมีปัญหาทางด้านจิตใจ ไม่มากก็น้อย ถ้าไม่เป็นเรื่องที่วิกฤติก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่เป็นอันตราย หมูแฮมจะป่วยเป็นโรคจิตหรือไม่ หรือมีความผิดปกติอย่างไรแค่ไหน ตอนนี้ยังไม่ชัดเจน แต่ประชาชนก็ตัดสินเขาไปแล้วด้วยความโกรธ แม้แต่จิตแพทย์ใหญ่ที่สุดของราชการก็ออกมาให้ความเห็นว่าไม่เข้าข่ายโรคจิตไปแล้ว (ทีนี้จิตแพทย์ในโรงพยาบาลหรือสถาบันจิตเวชของรัฐคนไหนจะกล้าวินิจฉัยหักหน้าผู้บังคับบัญชา คงต้องใจถึงหน่อย)

ทั้งหมดของเรื่องนี้ผมเห็นเพียงแค่คุณแม่หมูแฮม ลูกสาวของผู้เสียชีวิต และคุณพ่อของเหยื่ออีกรายที่บาดเจ็บดูจะใช้สติได้ดีที่สุด

เลยย้อนกลับมาดูบ้านเมืองเวลานี้ว่า ใครขาดสติ ทำอะไรต่างๆไปด้วยอารมณ์ ด้วยความคิดหรือคาดเดาเอาจากข้อมูลที่ได้รับได้ฟังมาสั้นๆ โดยไม่คิดจะหาความจริงที่ถูกต้องกันก่อนหรือเปล่า

หรือว่านี่เป็นลักษณะของคนไทยที่ชอบความรู้สึกสนุกสนาน ชอบทำอะไรที่ได้อารมณ์ ถึงอกถึงใจ จะต้องให้มันสะใจ แล้วจะมีความสุข (นี่ผมพูดจริงๆนะครับ ไม่ได้ประชด) ไม่อย่างนั้น ละครทีวีของเราคงไม่มีแนวเรื่องและบทบาทตัวละครไม่หนีเรื่องสะใภ้แม่ผัว ขี้อิจฉา แก้แค้ ตบตี นางร้ายต้องกรี้ดดังๆหรือโต้คารมแบบสะใจ หรือไม่ก็ตลกโปกฮาไปเลย ทีวีแบบนี้ถึงจะมีคนดูมากและมีโฆษณาเข้า ผิดกับละครเกาหลีและญี่ปุ่นที่แฝงปรัชญาการใช้ชีวิต คุณธรรม ความสามัคคี ความกล้า จะมีฉากเฉือดเฉือนอารมณ์ก็พอเป็นน้ำจิ้มเท่านั้น ไม่ได้เอามาเป็นกับข้าวจานหลักแบบของเรา แล้วเอาความดีมาเฉลยในตอนจบแค่ห้านาที แต่สามสิบสี่สิบตอนที่ชาวบ้านชาวช่องเฝ้าดูมาหลายเดือน ละครได้ส่งข้อมูลบางเรื่องซึมซับเข้าไปในจิตใจคนดูแบบ "ถึงใจ" ไปแล้ว

ลองคิดดูซิครับ ทำไมเราเหมือนถอยหลังเข้าคลองในขณะที่ประเทศคู่แข่งเขาวิ่งไปข้างหน้า ทั้งๆที่ไม่กี่สิบปีก่อนเราก็อยู่ไม่ห่างกันมากนัก ถ้าถอยไปไกลกว่านั้น เราอาจจะเจริญก้าวหน้ามากกว่าด้วยซ้ำ ดูใกล้ๆแค่มาเลเซียก็พอครับ ยังไม่ต้องไปถึงเวียดนาม ที่อีกไม่เกินสิบปีเราอาจตามเขาไม่ทันแล้วก็ได้ ถ้าเราชอบ "เอามัน" เป็นชีวิตจิตใจในขณะที่คนอื่นเขา "เอาจริง" แบบนี้.

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
นิธินันท์ วันที่ : 15/07/2007 เวลา : 10.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nithinand


อ่านของคุณไกอาร์แล้ว เกิดประกายความคิดหนึ่งวาบ จึงขอเติมข้อ 6 ซึ่งเป็นผลของข้อ 1 และข้อ 5 บางส่วน ว่า

6. เรียนรู้ว่า ควรใช้เหตุผลให้มากในทุกๆ เรื่อง และเรียนรู้ที่จะเคารพคนอื่นเหมือนๆ กับเคารพตนเอง ถ้าใช้เหตุผลก็จะสามารถวินิจฉัยปัญหาและแก้ไขปัญหาไปตามเหตุผล

โดยไม่มีอคติว่า คนรวยดีกว่าเสมอ หรือคนจนน่าสงสารเสมอ หรือคนจนงี่เง่าเสมอ เป็นต้น

แต่มองเห็นทุกคนเป็นคน ที่มีทั้งทำผิด ทำถูก มากและน้อย เข้าใจเหตุซึ่งเป็นที่มาของการกระทำนั้น และเข้าใจว่า ทุกการกระทำของแต่ละคน แต่ละคนต้องรับผิดชอบ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
ไกอาร์ วันที่ : 15/07/2007 เวลา : 09.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kulkomut

ผมโดยส่วนตัวได้วิเคราะห์ไปคร่าว ๆ แล้วว่า การไปจบที่การโทษเด็กมันไม่ใช่เหตุหลัก ผมมองสองด้านว่า คนที่อาจจะเฉี่ยวชนเค้าก่อนแล้วหนีหน้าด้าน ๆ ก็ผิด และอาจผิดมากกว่าในทีแรกที่ไม่ยอมรับความจริง และอาจไม่สนใจ เพราะรถมันไม่ใช่ของเขา และถ้ามันมีปัญหาก็ให้เจ้าของบริษัทรถไปจัดการ ผมว่าผมเห็นด้วยระดับหนึ่งทีเดียวในแง่ของ คห ที่ สิบ ผมเองเคยผ่านประสบการเลวร้ายมาด้วยตัวเอง ขณะที่ผมขับรถแซงรถหกล้อขนถั่ว บริเวณ ปิ่นเกล้า นครชัยศรี ผมออกจากเลนกลางและเข้าซ้ายสุดไปจ่อรอออกด้านข้างเพื่อเข้าถนนเส้นในสุด ผมไปจอดรอประมาณ สิบกว่าวินาที ทันใดนั้นผมตระหนักว่ารถหกล้อไม่เบรกและผมไปข้างหน้าไม่ได้เพราะรถคันหน้ารอเข้า ทางซ้าย ผลคือ ชน และคนขับหกล้อบอกยอมรับผิด แต่พอประกันทั้งสองฝ่ายมา เค้าเปลี่ยนคำพูดหมดและบอกผมปาดหน้ากระชั้นชิด ด้วยความที่ตอนนั้นผมเด็ก เกินไปผมเลยไม่แย้งอะไร มาตอนนี้ผมเสียใจที่ปล่อยคนเลว ๆ ไป การปาดหน้ากันไม่สามารถชนท้ายรถได้เต็มลำแบบหลังรถผมทั้งแทบยุบแบบตรง ๆ ตำรวจก็ไม่ได้มาที่เกิดเหตุ มันน่าเศร้านะครับ ที่บ้านเราคอยมองแต่ว่า คนจนหรือคนบ้าน ๆ ทำผิดไม่ได้ กรณีของแฮมเองผมเคยประสบมาคร่าว ๆ ผมจึงจะไม่ฟันธงว่าสังคมคิดยังไง และทำไมไม่มองที่เหตุอย่างแท้จริง และแท้จริงเราและเขาเท่าเทียมกันจริงหรือ ถ้าผมอ้างว่าผมจนผมไปทำร้ายคนอื่นข้อหามันน้อยกว่าหรือ ถ้าเกิดรถเมล์ไม่ผิดจริงทำไมต้องขับรถหนี เคลียกับประกันเรียกตำรวจมาดูจุดเกิดเหตุก็จบกันไปตั้งแต่ทีแรกว่ามั้ย มองกันดีดีครับ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
หนอนน้อยนักสืบ วันที่ : 15/07/2007 เวลา : 08.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NuNa

น่าเห็นใจค่ะ เห็นใจครอบครัวคนตายคนเจ็บ
คุณ สาวิณี เธอกำลังทำ"หน้าที่"แม่หลัง
เกิดเหตุเป็นสิ่งที่เธอพูด และเราก็รับฟัง
แต่เหตุ"พยามฆ่า"ครั้งนี้อาจไม่เกิดขึ้นก็ได้
ถ้า"หน้าที่แม่"ที่เธอกำลังทำอยู่นี้เป็นการทำ
หน้าที่ๆ..สายเกินไปหน่อย..สำหรับ..หมูแฮม

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
นิธินันท์ วันที่ : 15/07/2007 เวลา : 03.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nithinand


มีความเห็นว่า นอกจากเรื่องการช่วยเยียวยาสังคมที่บอบช้ำ ซึ่งเป็นคำพูดแบบ "นามธรรม" แล้ว คนในสังคมไทยยังควรเรียนรู้มากๆ ในเชิงรูปธรรม (นอกเหนือจากที่คุณเฟิงสุ่ยกล่าวในความเห็นที่ 1 เช่น ประเด็นความสะใจ) อย่างน้อย 5 เรื่องคือ

1. เรียนรู้ว่าคนไทยต้องรักความรู้ให้มากกว่านี้ เพื่อที่เวลามีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้น จะได้พยายามรู้ว่า "อะไร" เกิดขึ้น ทำไมจึงเกิด เกิดจาดเหตุและเงื่อนไขอะไรได้บ้าง และเกิดขึ้นในรูปแบบใดได้บ้าง ไม่ใช่เอาแต่วิ่งตามกระแส
หรือ ตามแห่ด่าคนอื่นเพื่อความสะใจ

2.เรียนรู้ว่า เรื่องที่ไม่รู้ ไม่ได้แปลว่าไม่มีอยู่จริง เช่น อาการเจ็บป่วยทางจิตที่มีมากมายหลายรูปแบบ

3. เรียนรู้ว่า คุณหมอทั้งหลายต้องวินิจฉัยอาการของโรคตามจริง หมอที่บกพร่องทางจริยธรรมในปัจจุบันนี้คงมีอยู่บ้าง แต่น่าจะเป็นส่วนน้อยมาก และเมื่อหมอต้องมาเกี่ยวข้องกับคดีที่อยู๋ในความสนใจของสังคม ก็ต้องมีคณะทำงาน เป็นไปได้ยากมากที่หมอจะบิดเบือนความจริงเพื่อประโยชน์ส่วนตน

ประเด็นคือ ขณะนี้คนภายนอกไม่ทราบว่าหมูแฮมป่วยหรือไม่และป่วยเป็นโรคอะไร แต่ถ้าหมอผู้รักษาหมูแฮมวินิจฉัยไม่ถูกใจกระแสสังคม ก็ไม่บังควรสรุปว่าหมอไม่มีจริยธรรม

หมอมีหน้าที่วินิจฉัยตามความจริง ตามอาการที่ตรวจพบ ตามอาการที่หมอให้การรักษา ตามหลักวิชาทางการแพทย์ที่คนเป็นหมอได้ศึกษามา

มิใช่วินิจฉัยตามกระแสสังคม

4. เรียนรู้ว่า การเลี้ยงดูลูกหลานให้ถูกทาง เป็นเรื่องสำคัญมาก ซึ่งหมายความว่า พ่อแม่ผู้ปกครองต้อง "เข้าใจ" ลูกหลาน เต็มใจและให้เวลากับลูกหลานเพื่อช่วยสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพของเขาตามที่เขาถนัด ไม่ใช่คาดหวังให้เขาเป็นอย่างที่เราต้องการ

5. การหย่าร้าง เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะกับพ่อแม่ที่เติบโตมาในทศวรรษ 1970 ซึ่งมีอิทธิพลเรื่องเสรีภาพ และความเสมอภาคทางเพศเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่บ้าง

แต่การหย่าร้างไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่จะทำให้ลูกต้องเป็นเด็กมีปัญหาเสมอไป

เรื่องนี้ขึ้นกับวิธีทำความเข้าใจปัญหาของพ่อแม่ และระหว่างพ่อแม่กับลูก รวมถึงวิธีอบรมเลี้ยงดูลูก ซึ่งสมควรให้คุณค่าลูกและเคารพลูกในฐานะ ผู้ใหญ่ตัวเล็กๆ คนหนึ่ง

เมื่อมนุษย์รู้จักเคารพตนเองอย่างแท้จริง จึงจะรู้จักเคารพผู้อื่น รู้จักความอ่อนน้อมถ่อมตน รู้จักเกียรติยศและศักดิ์ศรีของมนุษย์ รู้จักว่ามนุษย์ทุกคนมีคุณค่าเสมอกัน ไม่เกี่ยวกับเพศ สีผิว ศาสนา และชนชั้นวรรณะ

ถ้าเราทั้งหลายรู้จักเช่นนั้นเหมือนกัน ก็จะไม่ต้องเสียเวลาเสียหัวเกรี้ยวกราด เฉพาะเมื่อมีคนที่อ้างตัวว่ารวยคนหนึ่งออกมาด่าคนจนว่าไร้การศึกษา แล้วตามแห่ด่าเฉพาะ "คนรวย" คนหนึ่ง

ในโลกแห่งความเป็นจริง มีคนจนนับไม่ถ้วนถูกกระทำให้กลายเป็นคนไร้ที่ทำกิน และไม่มีโอกาสเข้าถึงโอกาสทั้งหลายทั้งปวงแม้เพียงเล็กน้อย

กลุ่มคนที่ทำร้ายคนจนอีกจำนวนหนึ่ง ไม่ได้ขับรถเบนซ์มาฆ่าคนจนซึ่งๆ หน้า ไม่ได้ออกมาด่าคนจนผ่าน "สื่อ" ว่าการศึกษาต่ำกว่า แต่ด่าคนจนว่าโง่ ต่อหน้าคนจน และทำร้ายคนจนซึ่งๆ หน้าในรูปแบบอื่นๆ ซึ่งหลากหลายกว่า และซึ่งทำให้คนจนมีชีวิตเหมือนอยู่ในนรกบนดิน

ความจริงคือ เราจำนวนมาก ละเลยทุกข์ยากของคนจน ราวกับพวกเขาไม่มีตัวตนอยู่ในโลกนี้

และความจริงคือ เราจำนวนมาก ละเลยที่จะทำความเข้าใจจิตใจของเด็กๆ ซึ่งเป็นลูกหลาน ละเลยที่จะเอาใจเขามาใส่ใจเรา แต่คาดหวังหรืออาจถึงขั้นบีบบังคับให้ลูกหลานเอาใจเราโดยลืมใจเขาซึ่งเหมือนมีค่าน้อยกว่าเรา เพราะเราคิดเอาเองว่าเรารู้มากกว่า เราจึงถูกกว่าและดีกว่าเสมอ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
dy วันที่ : 15/07/2007 เวลา : 01.56 น.

การดูถูกเหยียดหยามผู้ด้อยโอกาสกว่ายังมีอีก การศึกษาสูงน่าจะแยกแยะสถานการณ์ได้บ้าง(สำหรับพ่อ) แต่ที่สุดกฎหมายต้องศักดิ์สิทธิ์ครับ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
nomer วันที่ : 15/07/2007 เวลา : 01.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/birdsanook

เห็นใจคุณสาวิณี นะคะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
June วันที่ : 14/07/2007 เวลา : 23.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/junemankind

เห็นใจทุกคน ในความสูญเสีย ทั้งผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ แต่ที่น่าจะทำต่อไป คือ ป้องกัน แก้ไข ให้อภัย ดิฉันอยู่วงนอกอาจพูดได้ง่ายๆ ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าถ้าต้องเผชิญกับเรื่องนี้เองจะทำได้หรือไม่

ดิฉันเองก็มีลูก ทิ้งทุกอย่างออกมาเลี้ยงลูกตั้งแต่เกิด สามีก็ไม่ร่ำรวย แค่พอกิน หนี้สินก็เยอะ แต่อยากเลี้ยงลูกเอง เลี้ยงลูกในกรอบของศีล 5 ไม่เบียดเบียนตนเอง และคนอื่น ให้ลูกมองโรงเรียนเป็นที่ฝึกฝนตัวเองให้อยู่กับคนอื่นโดยทุกข์น้อยที่สุด ถ้าวันไหนลูกเป็นทุกข์ขัดอกขัดใจ ไม่เบิกบานที่โรงเรียน ก็จะมานั่งแคะขุดคุย กับลูก เพราะดิฉันคิดว่าหนังสือเรียนไม่ยาก แต่มันยากที่จะอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข ทุกข์น้อยที่สุด

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
musiclover วันที่ : 14/07/2007 เวลา : 22.46 น.
Musiclover's พื้นที่เล็กๆในใจคุณ

ขอเป็นกำลังใจให้กับคุณสาวิณีด้วยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ดำดูดี วันที่ : 14/07/2007 เวลา : 22.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/audas

สงสารคุณสาวิณี ค่ะ แวะมาเชิญไปชมคลิปวีดีโอคำสารภาพโจรลักรถจยย.ทำไปเพราะบูชารัก http://www.oknation.net/blog/audas/2007/07/06/entry-1

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
kwangtung วันที่ : 14/07/2007 เวลา : 22.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kwangtung

ความจริง ครอบครัวที่ต้องหย่าร้าง พ่อแม่แยกทางก็เยอะ ไม่มีพ่อแม่เลยก็แยะ แต่ทุกคนไม่ได้ทำตัวมีปัญหาเหมือนกันหมด

ฉะนั้นเมื่อปัญหาเกิดขึ้นมาแล้วสิ่งที่พลาดในคราวนี้คือ วิธีการแก้ปัญหาค่ะ พลาดจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 14/07/2007 เวลา : 22.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

ปัญหาสั่งสมในสังคม ไม่เคยได้รับการแก้ไขจริงจัง มีแต่แย่ลงด้วยลูกเล่นใหม่ๆ
1.ชนแล้วหนี ชนแล้วไม่รับผิดชอบ ไม่มีประกัน บางทียังไม่มีพรบ.ด้วยซ้ำไป
2.รถขับสวนทาง ก่อนนี้เห็นมอเตอร์ไซด์ (ล้ำเลนในซอยแคบถือว่าธรรมดา) เด๊ยวนี้ ซาเล้ง รถขายกาแฟ/ไอติม รถกระบะส่งของ/ก่อสร้าง จริงมั้ยครับ?
3.สะพานลอยที่ไม่ยอมใช้กัน แม้ในจุดที่จราจรคับคั่งและอันตราย เด็ก/พนักงานหญิงเดินเกาะกลุ่มกันมายังกับพินโบว์ลิ่ง
4.คนเดินเท้าลงมาเดินบนถนน ไปดูตลอดรามคำแหงช่วงเย็นสิครับ เพราะเพิงขายของรุกล้ำบาทวิถี คนเลยต้องลงมาเดินบนถนน เพิงตามลงมาบนถนนด้วย ปากซอยทางเลี้ยวเข้าซอย43/1 และ 53 ไม่สนใจวงเลี้ยวของรถ แต่ถ้าชน ต้องเหมาสินค้าไป
ไม่มีพ่อแม่คนไหน เตรียมลูกสำหรับทุกสถานการณ์ได้หรอก ส่วนใหญ่ก็เลี้ยงด้วยความรักความนิ่มนวล ไม่เคยสอนวิธีรับมือกับพวกถ่อยๆ หรือจบปริญญามหาลัยชีวิต (เช่นบางขวาง คลองเปรม ตลาดสด ฯลฯ) เลยบานปลาย
ไม่ใช่สต็อกโฮล์มซินโดรมแน่ๆ ไม่เข้าข้างใครเด็ดขาด

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
papa2496 วันที่ : 14/07/2007 เวลา : 22.06 น.
คนเมืองลิง

เห็นใจทั้และลูก
หลายๆครอบครัวในสังคมที่ประสบปัญหาเดียวกันนี้คงมีอีกมาก
ชีวิตคู่นี่เป็นเรื่องยากจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
มดคันไฟ วันที่ : 14/07/2007 เวลา : 22.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/modkunfai


แม่ทำทุกอย่างเพื่อลูก ห่วงลูก เดือนหน้า 12 สิงหาคม คือวันแม่ น้องหมูแฮมควรรักแม่ให้มาก ๆ อย่าทำเรื่องที่ ไม่น่าชม อีก และหมูแฮมควรสำนึก ว่าเพื่อนมนุษย์ก็มีลมหายใจ ในโลกใบเดียวกันนี้ละค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
เก็ดถวา วันที่ : 14/07/2007 เวลา : 21.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gedtawa
ความใฝ่ฝันแสนงามแต่ครั้งเคยเนา ชื่นหวานในใจเราอยู่มิเว้นวัน 

เห็นใจคุณสาวิณี นะคะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
mr.koe วันที่ : 14/07/2007 เวลา : 20.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nammon
*ก า ร เ ดิ น ท า ง ข อ ง นั ก ถ่ า ย ภ า พ ส มั ค ร เ ล่ น บ้ า น น อ ก ! ! !

บทเรียน...

1. ความพร้อมของชีวิตครอบครัวที่เร็วเกินกว่ากำหนดของ..วัยวุฒิ และ วุฒิภาวะๆๆทุกอย่าง...

2. ความพร้อมของการมีบุตรธิดา....

3. ความพร้อมในการเลี้ยงลูก...ทั้งบุตรและธิดา

4. การอย่าล้างมีผลต่อการเลี้ยงดูบุตรและธิดา

5. มีเงินมากใช่ว่าจะเลี้ยงให้บุตรและธิดา..ให้ได้ตามเป้าหมาย...

6. "ปากเป็นเอกเลขเป็นโท....

สรุปผมเห็นใจฝ่ายแม่...แต่ไม่เห็นใจคนเป็นพ่อ....

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
opun วันที่ : 14/07/2007 เวลา : 20.47 น.

ขอเป็นกำลังใจให้คุณสาวิณี นะคะ เราเข้าใจคุณเพราะเราก็มีลูกผู้ชายที่มีภาวะสมาธิสั้น ก็ยังกังวลในเรื่องการควบคุมตัวเองของลูกอยู่

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นานา วันที่ : 14/07/2007 เวลา : 20.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nana

เด็กเกิดมาทุกอย่างเริ่มจากศูนย์
ครอบครัวเป็นผู้ให้ แล้วแต่ว่าให้ในสิ่งที่ดีหรือไม่
และสิ่งนั้นสามารถใช้ร่วมกับสังคมภายนอกได้รึเปล่า
เพราะแต่ละครอบครัวพื้นฐานความคิดย่อมต่างกัน
โอกาสในสังคมก็ต่างกัน มีแต่ความต่างที่ไม่ลงตัว
สังคมถึงวุ่นวายอยู่เช่นนี้ร่ำไป

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Visaninee วันที่ : 14/07/2007 เวลา : 20.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lawyee

บทเรียนการที่หากเป็นโรคประจำตัวหมูแฮมไม่ควรขับรถ...ก็ไม่เกิดอุบัติเหตุ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
saleman วันที่ : 14/07/2007 เวลา : 20.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saleman

ถ้าเบ้าหลอมมันไม่ดี หล่อออกมาก็ไม่ดี

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
feng_shui วันที่ : 14/07/2007 เวลา : 19.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ดิฉัน อ่านสแกนคร่าวๆ 1 รอบ
รู้สึก ประทับใจในความเป็นมืออาชีพของคุณเทพชัยค่ะ
และเห็นด้วย ..อยากให้ทุกคนช่วยกันเยียวยาสังคมที่กำลังบอบช้ำอยู่นี้เพื่อลูกหลานของพวกเราในวันข้างหน้า
ไม่ใช่ ตั้งกระทู้ประณามฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งให้ล่มจม เพื่อสะใจตัวเอง และ เรียกเรตติ้งคนมาอ่าน
ขออนุญาติ แสดงความเห็นอย่างจริงจัง
เพราะอย่างที่คุณกล่าว ประเด็นมันละเอียดอ่อนและซับซอ้นเกินกว่าที่เรา เพื่งอ่านข่าวได้แค่วัน 2 วันแล้วไปตัดสินกัน .....ว่ากันเป็นประเด็นปัญหา แยกแยะให้ออก เรื่องนี้ คงยังมีเรื่องซับซ้อนอีกยาววว ค่ะ ต่อแต่นี้ คงเกิดความเครียดกับหมอผู้รักษาหมูแฮมค่ะ
เห็นใจหัวอกแม่ แต่ไม่เห็นใจผู้ที่มีส่วนทำให้หมูแฮมกลายเป็นอย่างนี้
แหะแหะ เข้าข่ายสต๊อกโฮล์มซินโดรมไหมค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ในเมื่อนักการเมืองยังเปลี่ยนใจได้...

ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าทำไม ประชัย ถึงได้ทิ้ง "ป๋าเหนาะ" ได้ลงคอ

View All
<< กรกฎาคม 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]