• เทพชัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : thepchai@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 168
  • จำนวนผู้ชม : 397843
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2140 คน
เทพชัย หย่อง
เวทีสำหรับทุกความคิดและทุกความเห็น
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/yong
วันจันทร์ ที่ 30 กรกฎาคม 2550
Posted by เทพชัย , ผู้อ่าน : 2501 , 12:09:11 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

           

 

                ในยุคที่ยังเป็นใหญ่อยู่ในแผ่นดินนั้น  อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร มีวิธีการจัดการกับสื่อและนักข่าวหัวดื้ออย่างได้ผลชะงัด

 

                หนังสือพิมพ์ฉบับไหนที่วิพากษ์วิจารณ์ทักษิณหรือรัฐบาลก็ต้องทำใจที่จะไม่ได้เงินโฆษณาจากบริษัทที่ครอบครัวชินวัตรถือหุ้นใหญ่ หรือจากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ              หลายฉบับจึงต้องเปลี่ยนสีเพื่อความอยู่รอด

 

                และนักข่าวคนไหนที่ยังดื้อดึง  ก็เตรียมตัวถูกเด้งหรือเตรียมหางานใหม่ได้

 

                เสริมสุข กษิติประดิษฐ์  อดีตหัวหน้าข่าวสายทหารและความมั่นคงของหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ “เดอะบางกอกโพสต์”  เป็นหนึ่งในนักข่าวที่ถูกพิษของระบอบทักษิณ เล่นงานจนต้องระหกระเหเร่ร่อนออกไปจากหนังสือพิมพ์ที่ทำมานานถึง 23 ปีเต็มๆ

 

                เพียงเพราะทำให้ทักษิณโกรธด้วยการเปิดโปงว่ารันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิซึ่งยังไม่ได้เปิดใช้ในขณะนั้นมีอาการร้าวและเป็นอันตรายต่อการขึ้นลงของเครื่องบิน

 

            ใครๆ ก็รู้ว่าทักษิณมีความหวงแหนสนามบินสุวรรณภูมิแค่ไหน เพราะมันเป็นหน้าเป็นตาและช่วยสร้างคะแนนนิยมให้อย่างมหาศาล    เพราะฉะนั้นข่าวในเชิงลบเกี่ยวกับสนามบินใหม่แห่งนี้จึงเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้เป็นอันขาดไม่ว่าจะเป็นจริงหรือไม่ก็ตาม

 

                ผู้ถือหุ้นใหญ่ซึ่งสวมตำแหน่งบริหารสูงสุดของบางกอกโพสต์ในเวลาเดียวกันยอมแพ้ต่อแรงบีบทางการเมืองโดยไม่คิดจะสู้หรือปกป้องนักข่าวของตัวเองด้วยซ้ำ เพียงเพราะกลัวว่าผู้มีอำนาจในขณะนั้นจะหาเรื่องกลั่นแกล้งทางธุรกิจ

 

                การสอบสวนที่ดูเหมือนทำกันอย่างเร่งรีบ ได้ข้อสรุปว่าเสริมสุขกระทำการโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงและทำให้บริษัทเสียหาย เพราะข่าวเรื่องรันเวย์ร้าวที่เสริมสุขเขียนนั้นปราศจากข้อเท็จจริง    เสริมสุขถูกให้ออกจากการเป็นพนักงานเป็นการลงโทษ หลังจากปฏิเสธที่จะเซ็นใบลาออกเองเพราะเชื่อมั่นว่าตัวเองได้ทำหน้าที่อย่างสุจริตใจ

 

                และเพียงหนึ่งวันหลังจากที่ข่าวรันเวย์ร้าวของเสริมสุขปรากฏอยู่บนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์   บรรณาธิการใหญ่ของบางกอกโพสต์ก็มีคำสั่งให้ลงข้อความขอโทษรัฐบาลทักษิณโดยไม่มีการตรวจสอบด้วยซ้ำว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

 

                เป็นการแสดงออกของความกลัวจนลนลานของผู้บริหารกองบรรณาธิการ  และเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่าอำนาจการเมืองของรัฐบาลทักษิณนั้นแทรกซึมไปทุกที่

 

                แต่กาลเวลาก็เป็นเครื่องพิสูจน์ในที่สุดว่า สิ่งที่เสริมสุขรายงานนั้นเป็นจริงหรือไม่

 

                หลังทักษิณสิ้นอำนาจ ความเลวร้ายทั้งหลายที่สนามสุวรรณภูมิซึ่งเป็นผลพวงจากการทุจริตอย่างเป็นระบบแต่ถูกอำนาจการเมืองปกปิดมาตลอดก็ถูกเปิดเผย  จนสนามบินสุวรรณภูมิกลายเป็นโจ๊กระดับโลก

 

                รันเวย์ร้าวเป็นเพียงหนึ่งในความเสียหายที่เกิดขึ้นจากฝีมือของคนในรัฐบาลทักษิณที่เข้าไปโกงกินเกือบทุกขั้นตอนในการประมูลงานและการก่อสร้างที่สนามบิน

 

            และในที่สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ศาลแรงงานกลางก็ให้ความเป็นธรรมกับเสริมสุขด้วยการสั่งให้หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์รับเสริมสุขกลับเข้าทำงานในตำแหน่งเดิม เพราะเสริมสุขไม่ได้ทำอะไรผิดตามที่ถูกกล่าวหา

 

            คำตัดสินของศาลนอกจากเป็นการสั่งสอนฝ่ายบริหารที่เห็นแก่ผลประโยชน์ทางธุรกิจมากกว่าการปกป้องหลักการของการทำสื่อแล้ว ยังเป็นการตบหน้าระบอบทักษิณฉาดใหญ่

 

                พอๆ กับการที่ศาลแรงงานได้ตัดสินในปี 2548 ให้ผู้บริหารของสถานีโทรทัศน์ไอทีวีรับอดีต “ขบถ” กว่า 20 คนที่ถูกยื่นซองขาวเพราะต่อต้านการแทรกแซงการทำข่าวโดยฝ่ายการเมืองกลับเข้าทำงานพร้อมค่าชดเชยความเสียหาย

 

                สิ่งที่ทักษิณกลัวมากที่สุดคือการตรวจสอบ  เพราะฉะนั้นการแทรกแซงองค์กรอิสระและสื่อมวลชนจึงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและหนักหน่วงในช่วงห้าปีที่อยู่ในอำนาจ

 

                แต่การแทรกแซงก็ไม่สามารถปิดกั้นความจริงได้

 

                นี่คือบทเรียนที่สำคัญสำหรับนักการเมือง

 

                และก็เป็นบทเรียนมีค่าเช่นเดียวกันสำหรับเจ้าของหรือผู้บริหารสื่อที่เห็นผลประโยชน์ทางธุรกิจอยู่เหนือความสำคัญของหลักการ

               

 

               

 

               

 

                 

 

           

 

           

 

                 

 

               





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
chaitham วันที่ : 31/07/2007 เวลา : 16.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/erp
ChaiTham

เรียนเชิญแวะไปแสดงความเห็นครับ

75 ปีนับจากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง

คงไม่เพียงพอสำหรับ การงอกงามเจริญเติบโตของ ต้นกล้าปะชาธิปไตยไทย
คงไม่นานพอสำหรับการพัฒนาการทางการเมืองที่ยั่งยืนและมั่งคง

หรือ
คงไม่พร้อมพอที่ คนบางกลุ่ม จะปรับตัวเข้าสู่สังตมประชาธิปไตยอย่างเต็มรูปแบบ ???

http://www.oknation.net/blog/change/2007/07/31/entry-1

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
xpresso วันที่ : 31/07/2007 เวลา : 12.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/xpresso
The Power of Crack!!   ขออภัยในความไม่สะดวก!


เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
tengpong วันที่ : 31/07/2007 เวลา : 12.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

รู้สึก แว๊ปๆ ว่ายังมีประเภทนี้หลงเหลืออยู่นะ
พวกที่ หัวเขียวๆ นั่นแหละ ตัวกร่าง เลย

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
Huipretty วันที่ : 31/07/2007 เวลา : 11.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/huipretty
Thank   you  for  being  just  who  you  are

แผ่นดินไทย ยังไม่สิ้นคนดี

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ปรัตยา วันที่ : 31/07/2007 เวลา : 07.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

ปัจจุบันสื่อกำลังเข้าสู่วิกฤตการณ์ และอยู่ในสถานการณ์ที่ล่อแหลมเป็นอย่างยิ่งครับ จริงอยู่ที่สื่อไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลย สื่อเป็นแบบนี้มานานแล้ว แต่ในยุคข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็วฉับไวในปัจจุบัน สื่อถูกเปิดโปงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนขาดความน่าเชื่อถือ

วันก่อนผมเพิ่งจะนึกเรื่องนี้เอง ว่า สื่อรายใหนในตลาดเชื่อถือได้บ้าง?

เนชั่น เชื่อถือได้จริงหรือเปล่านะ?




ความคิดเห็นที่ 9 (0)
pnokeox วันที่ : 30/07/2007 เวลา : 23.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pnokeox
แล้วแต่จะจัด..

คนจริงต้องสู้..และมีจุดยืน.......

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
นารถ_บูรพา วันที่ : 30/07/2007 เวลา : 20.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dinhinzai
 ต้องมุ่งหน้าหา ดวงตะวัน ....ไม่งั้นก็ "แพ้"  แม้แต่เงาตัวเอง

ผมรู้สึกว่า ในระยะแรกที่คุณเสริมสุขโดน เขาค่อนข้างโดดเดี่ยวครับ องค์กรสื่อเพิ่งจะมาเคลื่อนไหวในระยะหลังๆ ไม่เหมือนกรณี อากู๋ อะไรทำนองนั้น จิตวิญญาณถูกเพรียกหาระงมเลย

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
อาจารย์เกรียง วันที่ : 30/07/2007 เวลา : 19.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/CheetangruayExtra
Best Regards, 

แวะมาทักทายครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 30/07/2007 เวลา : 19.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

รัฐบาลฝรั่งมีแต่กลัว/เกรงใจสื่อ ไม่กล้าแตะให้เปลืองตัว
รัฐบาลไทยกลับใช้วิธีใต้น้ำและใต้ดิน รวมทั้งอันธพาล มาจัดการสื่อ คงเป็นเพราะผลประโยชน์มันมหาศาล เช่น เขตปกครองพิเศษสุวรรณภูมิ?
แต่เหตุรันเวย์ร้าว ยังไม่แน่ใจว่า น้ำที่ท่วมขังข้างใต้ผิวรันเวย์ มีส่วนทำให้พื้นรันเวย์ไม่แน่นและร้าวในที่สุดหรือไม่ เคยถามผู้เกี่ยวข้อง ก็มีท่อสูบน้ำข้างใต้ แต่ทำไมปล่อยน้ำขังเป็นเวลานานก็ไม่ทราบ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ล่างฟานหวิน วันที่ : 30/07/2007 เวลา : 19.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/langfanvhin
ประตูสวรรค์ หิมะทองคำ เต่าทองแดง เขากิเลน หนวดมังกร เขี้ยวพยัคฆ์                         "ไม่มีที่อยู่ สำหรับคนอ่อนแอ" จอมยุทธ์ '

น่าเห็นพีใจ พี่เขามากนะครับ ช่วงที่ผ่านมา คงเครียด และได้รับความกดดัน มากนะครับ และเสียเวลากับการต่อสู้ ทางศาล ยกใหญ่ เลย

ในรัฐบาล ทักษิณ ที่ผ่านมาอย่างน้อยพิสูจน์ ชนิดหนึ่งที่สำคัญ คือ พิสูจน์จุดยืนสื่อมวลชน และวิชาชีพ ว่ามีใคร ผุ้ใด บ้างที่ชักไขว้เขว ไปกับอำนาจเงิน และอำนาจจากระบบ รัฐบาล ที่บีบ สารพัด ต่างๆ นานา
แต่สุดท้าย ในที่สุดก็ ผ่านมาได้ คนที่ผ่าน มาได้ กลุ่มที่ผ่านมาได้ มีจุดยืน ที่ตรงไปมา ในวิชาชีพ ก็ เป็นที่น่าภูมิใจ ตนเอง และผุ้อื่น ด้วยครับ

ขอแสดงความยินดี กับพี่ เขา ที่ฝ่าฟัน มาได้ และยังได้ ยังรับความยุติธรรมศาล ครับ ขอเป็นกำลังใจ ด้วยคนครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
vpts439 วันที่ : 30/07/2007 เวลา : 17.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vpts439dependent
vpts439- - - - - - - - - ->@/\_/\@

ผมได้อ่านแล้วนะครับ สำหรับคอลัมน์ของพี่..... ผมว่าบางทีกว่าศาลจะตัดสินเสร็จมันกินเวลานานมากเลยครับ..... อาจเป็นเพราะว่าความไม่ปกติของสังคมไทยเรา

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
นิธินันท์ วันที่ : 30/07/2007 เวลา : 12.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nithinand


คนทำสื่อคนเดียวกัน ที่ว่านี้ มิได้หมายถึงคุณเทพชัย หากหมายถึงคนทำสื่อทั่วๆ ไปที่ควรตั้งคำถามกับตัวเองว่า ทำเช่นนั้นหรือไม่

กล่าวคือ "นำ" ตัดสินพิพากษา คนอื่น "นำ" เยาะเย้ยเหยียดหยามคนอื่น "นำ" ความคิดเกลียดชัง ดูหมิ่น คนแตกต่าง โดยเฉพาะเพศที่แตกต่าง และใช้มาตรฐานที่แตกต่างในการให้คุณค่าสิ่งต่างๆ ซึ่งมีรูปแบบไม่ต่างกัน


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นิธินันท์ วันที่ : 30/07/2007 เวลา : 12.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nithinand


ที่คุณเทพชัยเขียนมาวันนี้เห็นด้วยอย่างมาก

แต่ด้วยความอึดอัดใจกับหลาย "มาตรฐาน" ของคนทำสื่อคนเดียวกัน ซึ่งกำลังเป็นปรากฏการณ์ในวงการสื่อขณะนี้

ขออนุญาตนำข้อความที่ไปแสดงความเห็นไว้ในเรื่องชีวิตนักข่าวยุคดิจิตัล มาลงไว้ในที่นี้ด้วย

ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่คุณเทพชัยเขียนโดยตรง แต่เกี่ยวกับทั้งหมด

.................

ไม่ล้าหลังเทคโนโลยีนั้นดีอย่างยิ่ง

แต่ข้อพึงระวังของความเร็วก็มี

ที่สำคัญมากคือ ความถูกต้อง และความเป็นธรรม

ตัวอย่างที่ดีคือในสถานการณ์ปัจจุบันนี้

เป็นเรื่องปกติที่ประชาชนทั่วไปจะเลือกข้าง

เป็นเรื่องปกติที่ประชาชนทั่วไปจะใส่อารมณ์เกลียดชังฝ่ายตรงข้าม ในข้อความที่เขียน หรือรายงานข่าวในมุมมองประชาชน

แต่เป็นเรื่องปกติและชอบธรรมหรือ ถ้าคนข่าว คนทำสื่อ จะทำอย่างนั้น การยั่วยุอารมณ์ฝูงชนเป็นเรื่องพึงกระทำของสื่อและคนทำสื่อหรือ

เมื่อประชาชนเกลียดฝ่ายตรงข้าม ด่าว่าและเหยียดหยามคนที่ตนไม่ชอบ เช่น ที่ปรากฎในบล็อกโอเคเนชั่นในระยะใกล้ๆ มานี้ ซึ่งมีถ้อยคำประมาณว่า ไอ้ อี อีตุ๊ด อีแต๋ว (นังเพ็ญ) ต้องโดนเสียบ้าง คงผั่บๆๆๆ ทั้งคืน รวมถึงคำที่แสดงการเยาะเย้ยถากถาง ฯลฯ ต่างๆ เหล่านี้

อาจยอมรับได้

แต่ควรยอมรับหรือ ถ้าคนทำข่าวและคนในวงการสื่อเป็นผู้นำการด่าว่าเยาะเย้ยเหยียดหยามเสียเอง เพื่อตอบสนองอารมณ์ของตนและอารมณ์ผู้บริโภคสื่อที่มีอารมณ์โกรธเกลียดอยู่แล้ว

ถ้าคนทำสื่อคิดว่าจะมีความน่าภาคภูมิใจในวิชาชีพของตนบ้าง ให้สมกับที่เรียกร้องสิทธิเสรีภาพของสื่อเสมอมา

ควรหรือไม่ที่คนทำสื่อจะต้องตระหนักว่า สิ่งสำคัญที่สุด
ของงานสื่อ

คือ ความรับผิดชอบต่อสังคม

คนทำสื่อไม่สมควรคิดตลอดเวลาหรือว่า คำพูด และการกระทำของตน จะสามารถส่งผลกระทบต่อสังคมอย่างไรบ้าง

ความตระหนักถึงผลกระทบต่อสังคม เป็นเรื่องสำคัญกว่า ความเร็ว และความมันสะใจ

ในกรณีบล็อก แม้จะอ้างว่าบล็อกเป็นพื้นที่ส่วนตัวเช่นเดียวกับคอลัมน์ เจ้าของบล็อกและคอลัมน์ย่อมเขียนได้ตามใจชอบ แต่คนทำสื่อก็เป็นคนทำสื่อมิใช่หรือ ไม่ควรจะมีจิตสำนึกแห่งความเป็นธรรมของคนทำสื่อทุกเวลาหรือ

แทนที่คนทำสื่อจะส่งเสียงดังในการเผยแพร่ความเชื่อว่า ความเป็นกลางไม่มี เพื่อจะได้กระโดดไปเลือกข้างนำผู้บริโภคสื่อ "ด่า" และ"เยาะเย้ย" ฝ่ายตรงข้าม โดยไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจ

ดีกว่าไหมถ้าคนทำสื่อจะช่วยกันตั้งคำถามกับตัวเองว่า อะไรคือคุณสมบัติสำคัญของคนทำสื่อ ซึ่งทำให้คนทำสื่อ ต่างจากอาชีพอื่น และต่างจากคนเขียนความเห็นทั่วไป (ที่อาจคิดว่าการทำสื่อง่ายมาก เพียงมีพื้นที่เป็นของตัวเองก็ด่าใครๆ ได้อย่างอาจหาญ)

คนทำสื่อไม่คิดกันหรือว่า ความเคร่งครัดในจริยธรรมสื่อ ซึ่งหมายถึงต้องมีความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างยิ่ง คือคุณสมบัติที่ทำให้คนทำสื่อ แตกต่าง

ความแตกต่างนี้ ทำให้คนทำสื่อสามารถภาคภูมิใจในวิชาชีพของตน ว่าเกิดขึ้นเพื่อช่วยรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อช่วยสร้างสติให้กับสังคม โดยเฉพาะในยามที่สังคมระส่ำระสาย

การเขียนบล็อก หรือคอลัมน์ของคนทำสื่อ โดยเฉพาะคนทำสื่อที่มีชื่อเสียง สามารถส่งอิทธิพลทางความคิดทางใดทางหนึ่งต่อผู้บริโภคสื่อ

รวมถึง สามารถยั่วยุ ปลุกเร้าอารมณ์ผู้บริโภค หรือสนับสนุนกระแสอารมณ์ร้อนแรงที่เต็มไปด้วยความโกรธเกลียดของผู้บริโภค

น่าละอายหรือไม่ ถ้าคนทำสื่อพูดถึงประเด็นความเป็นธรรม (โดยเฉพาะเพื่อตัวเอง เช่นในกรณีสื่อถูกฟ้อง) ด้วยท่าทีเคร่งขรึมว่าอยู่ข้างความเป็นธรรม แต่ไม่สามารถย้อนดูพฤติกรรมของตนด้วยใจเป็นธรรมที่ปราศจากอคติ

น่าละอายหรือไม่ ถ้าคนทำสื่ออยู่ในสถานะครูสอนนักศึกษานิเทศศาสตร์หนุ่มสาวผู้มีความมุ่งมั่นและมองคนทำสื่อที่มาก่อนเป็นแบบอย่าง สอนนักศึกษาให้ทำงานข่าวแบบตัดสินคนในข่าว ขณะปากพูด "หลักการ" ซึ่งเป็นสัจธรรมว่า คนทำสื่อและสื่อมิใช่ผู้พิพากษา

คนทั่วไป คำนึงถึงความเป็นธรรมน้อยกว่าคนทำสื่อได้ (แม้สังคมพึงปรารถนาของคนส่วนมากจะเป็นสังคมที่อ้างกันว่าทุกคนรักความเป็นธรรม) เพราะคนทั่วไปคือคนทั่วไป ที่บริโภคสื่อ และประกอบอาชีพอื่นเป็นหลัก

แต่คนทำสื่อ ซึ่งประกอบอาชีพสื่อเป็นหลักทำได้หรือ ?

คนทำสื่อคนหนึ่ง ขอฝากเป็นคำถาม (อย่างเศร้าๆ) ถึงคนทำสื่อทั่วไป ในยุคแห่งเทคโนโลยีทันสมัย


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 30/07/2007 เวลา : 12.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/derreiser
เพื่อชาติ และเป็นคนดีของชาติ

ครับ สวัสดีวันเข้าพรรษา ครับ มาอ่านบทเรียนครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ในเมื่อนักการเมืองยังเปลี่ยนใจได้...

ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าทำไม ประชัย ถึงได้ทิ้ง "ป๋าเหนาะ" ได้ลงคอ

View All
<< กรกฎาคม 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]