• เทพชัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : thepchai@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 168
  • จำนวนผู้ชม : 397838
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2140 คน
เทพชัย หย่อง
เวทีสำหรับทุกความคิดและทุกความเห็น
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/yong
วันเสาร์ ที่ 3 พฤศจิกายน 2550
Posted by เทพชัย , ผู้อ่าน : 3703 , 11:20:54 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

          ถ้าไม่คิดอะไรมาก   เราก็น่าจะดีใจที่เห็นพรรคการเมืองทั้งหลายแข่งกันเสนอนโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมเพื่อหวังเอาชนะใจประชาชนในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 23 ธันวาคมนี้

          พรรคนี้เสนอจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจแบบเบ็ดเสร็จ  อีกพรรคก็เน้นการการเอาอกเอาใจคนระดับรากหญ้า ส่วนอีกพรรคก็รับปากจะทำให้ชาวบ้านทั้งในเมืองและในชนบทมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

          ซึ่งก็เป็นธรรมดาที่พรรคการเมืองจะต้องสร้างจุดขายให้ตัวเอง  ทั้งๆ ที่ยังตอบไม่ได้ด้วยซ้ำว่า ที่คุยโม้ไว้จะทำให้ได้แค่ไหน  หรือจะหาแหล่งเงินที่ไหนมาสนับสนุนโครงการทั้งหลาย

          เอาล่ะ ถึงแม้นโยบายส่วนใหญ่จะออกมาในแนวเชิงประชานิยมก็ตาม แต่เราก็เริ่มเห็นความพยายามของพรรคการเมืองที่จะผูกมัดตัวเองด้วยคำมั่นสัญญา 

          แต่ชาวบ้านไม่น้อยยังสงสัยว่า นโยบายที่กำลังใช้ในการโฆษณาหาเสียงกันอยู่นั้นเป็นไปได้ในทางปฏิบัติแค่ไหน

          และที่สำคัญพรรคการเมืองทั้งหลายมีความจริงใจหรือมีความสามารถในการบริหารและจัดการให้นโยบายเหล่านี้เป็นจริงได้หรือเปล่า

          เพราะประสบการณ์บอกเราว่า  นโยบายหรือจุดยืนของพรรคการเมืองมีความหมายเฉพาะในช่วงเวลาหาเสียงเท่านั้น 

          เราคงจำกันได้ดีว่าในอดีต แทบไม่มีพรรคการเมืองไหนมีความตั้งใจแปลงนโยบายที่ใช้ในการหาเสียงให้เป็นจริง  เพราะทันทีที่ได้อำนาจ ก็มุ่งแต่หาทางถอนทุนคืนเสียมากกว่า

          คงมีแต่รัฐบาลทักษิณเท่านั้นที่ดูเหมือนจะจริงจังกับการผลักดันนโยบายที่หาเสียง   เพียงแต่ว่าในทางปฏิบัติเกิดความเลยเถิดและผลประโยชน์ทับซ้อนจนนโยบายที่ทำท่าจะดีทั้งหลายกลายเครื่องมือหาประโยชน์ทางการเมือง

          ที่ชาวบ้านเป็นห่วงกันมากที่สุดก็คือ ทันทีที่การเลือกตั้งจบลงพร้อมผลการเลือกตั้ง  การเมืองจะอยู่เหนือเรื่องนโยบายทันที

          ฝุ่นการเมืองจากการวิ่งเต้นต่อรองตำแหน่งระหว่างพรรคการเมืองทั้งหลายจะบดบังความสำคัญของนโยบาย

          ยิ่งมีแนวโน้มชัดเจนว่ารัฐบาลที่จะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งเที่ยวนี้จะเป็นรัฐบาลผสมหลายพรรค  ก็ยิ่งน่าเป็นห่วงว่าการต่อรองผลประโยชน์ทางการเมืองจะทำให้ทุกคนลืมไปหมดว่าพรรคการเมืองทั้งหลายเคยสัญญาอะไรกับประชาชนไว้บ้าง

           ยิ่งจำนวนพรรคการเมืองในรัฐบาลผสมมากเท่าไร การต่อรองก็จะมากขึ้นเท่านั้น  จนไม่มีใครพูดถึงนโยบาย

 

          เป็นที่รู้ๆ กันว่าในการต่อรองจัดตั้งรัฐบาผลสมที่ผ่านมา จะไม่มีพรรคการเมืองไหนต่อรองเรื่องนโยบาย

 

          สิ่งที่ต่อรองกันอย่างเอาเป็นเอาตายก็คือเก้าอี้ในคณะรัฐมนตรีและผลประโยชน์ทางการเมือง 

 

          ไม่เคยมีพรรคการเมืองไหนแสดงจุดยืนด้วยการปฏิเสธที่จะเข้าร่วมรัฐบาลเพราะไม่สามารถผลักดันนโยบายของพรรคให้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายของรัฐบาล มีแต่ไม่ยอมร่วมผสมด้วยเพราะผิดหวังตำแหน่งหรือผลประโยชน์ที่หมายปองไว้

 

          สื่อมวลชนเองก็มัวแต่สนุกกับการติดตามว่าพรรคไหนจะไปจับขั้วกับพรรคไหน  แทนที่จะสนใจว่าพรรคไหนจะผลักดันนโยบายอะไรในการต่อรอง  และตรวจสอบว่านโยบายที่ใช้หาเสียงเอาไว้นั้นยังมีความหมายอยู่หรือเปล่า

 

          นักการเมืองก็มักอ้างเสมอว่าเพราะเป็นรัฐบาลผสมจึงไม่สามารถผลักดันนโยบายที่หาเสียงเอาไว้ได้เต็มที่

 

          แต่ในความเป็นจริงพรรคการเมืองเหล่านี้ไม่มีความตั้งใจตั้งแต่ต้นที่จะทำตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับชาวบ้านมากกว่า

 

          เพราะฉะนั้น เลือกตั้งเที่ยวนี้ก็อย่าไปตื่นเต้นดีใจอะไรมากเกินไปกับนโยบายสวยหรูของพรรคการเมืองทั้งหลาย

 

          เอาไว้เลือกตั้งเสร็จแล้วค่อยมาดูกันดีกว่า นักการเมืองบ้านเราเริ่มเรียนรู้ที่จะซื่อสัตย์กับชาวบ้านมากขึ้นบ้างหรือเปล่า     

           





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ตอ วันที่ : 10/11/2007 เวลา : 22.16 น.

ดิฉันได้ดูการดีเบตของหัวหน้าพรรคการเมืองเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ในเรื่องนโยบายพรรค มีหลายนโยบายที่ดิฉันยังไม่ค่อยเข้าใจและอยากฝากให้ทางเนชั่นช่วยสัมภาษณ์หัวหน้าพรรคในการดีเบตครั้งหน้า ก็คือ แนวทางการดำเนินการตามนโยบายที่ได้ประกาศไว้ เช่น การให้กองทุนหมู่บ้าน ได้มีการวางกฏเกณฑ์ใดๆไว้บ้างในการอนุมัติงบประมาณ เป้าหมายของกองทุนเป็นเช่นไร เพื่อกระจายงบให้ทุกคนในหมู่บ้านหรือเพื่อสนับสนุนโครงการเพื่อเศรษฐกิจ(พอเพียง)อันเข็มแข็งและยั่งยืนในหมู่บ้าน เช่น สหกรณ์ข้าว สหกรณ์ปุ๋ยอินทรีย์ สหกรณ์ยาปราบศัตรูพืชเชิงชีวภาพ, ส่วนนโยบายเรียนฟรี มีการวางเงื่อนไขใดๆสำหรับการเรียนฟรีบ้างหรือไม่ เช่น การอนุมัติให้เรียนฟรีสำหรับผู้มีรายได้น้อย หรือการอนุมัติให้เรียนฟรีสำหรับวิชาชีพใหม่ๆที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาด แต่ยังไม่มีการเปิดการเรียนการสอนอย่างแพร่หลายในสถาบันการศึกษาในประเทศ, ส่วนนโยบายรักษาฟรี รวมหมายถึงการสนับสนุนการตรวจสุขภาพประจำปีฟรีเพื่อคัดกรองหาโรคเรื้อรังตั้งแต่ระยะแรก เช่น โรคไต โรคมะเร็ง โรคตับ ด้วยหรือไม่ เนื่องจากโรคเรื้อรัง ถ้าตรวจพบตั้งแต่ระยะต้น มีโอกาสรักษาให้หายขาด และยังมีค่าใช้จ่ายในการรักษาที่ต่ำกว่าการตรวจพบโรคในระยะท้าย แต่ส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักจะทราบว่าตนเองป่วยเมื่อโรคเรื้อรังอยู่ในระยะท้ายแล้ว ซึ่งหมายถึงค่าใช้จ่ายมหาศาลในการรักษาอีกด้วย

ด้วยความนับถือ
ผู้เขียน

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
หัสดีลิงค์ วันที่ : 06/11/2007 เวลา : 01.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hatsadeling

ยิ่งมีหลายพรรคพันธุ์ผสม
จะไปหวังอะไรกับนโยบายที่ชัดเจน

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ปอเด็กตาก วันที่ : 05/11/2007 เวลา : 23.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pordektak

หรือว่าตอนนี้
นโยบาย = เป็นรัฐบาลเท่านั้น
เค้าเลยบอกเราตรงๆไม่ได้

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ข้าวเปล่า วันที่ : 05/11/2007 เวลา : 12.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/clippingpong

ทุกวันนี้ยังไม่รู้เลยว่า จะตัดสินใจให้ 1 เสียงของเรากับใครดี (เพราะความจริงใจไม่มีในวงการนี้)

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
xpresso วันที่ : 05/11/2007 เวลา : 10.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/xpresso
The Power of Crack!!   ขออภัยในความไม่สะดวก!


มีแต่นโยบาย แต่ขาดความจริงใจครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ฟ้าบ่กั้น วันที่ : 04/11/2007 เวลา : 21.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/underthesamesun

สิ่งที่ลอยตามลมมาเข้าหูคุณก่อนเลือกตั้ง
ก็เหมือนผู้หญิงในชุดเจ้าสาว
สุดแต่จะบรรจงเสกสรรบรรจงแต่งให้เริดหรูฟู่ฟ่าราคาแพง
รักมากล้นจนต้องแต่งในคืนนี้ให้ได้

หลังวันแต่งถอดชุดออกไปเป็นคนเก่า
ภาพที่แสนหวานเป็นวันวานไปอยู่ในอัลบั้ม
บางรายหม้อไม่ทันดำ ก็ปากเหม็น เห็นกำพืดกัน เตียงหัก

นักการเมืองไม่มีอุดมการณ์
เน่ากว่า และ ร้ายกว่านั้นมากนัก

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
นักรบนักรัก วันที่ : 04/11/2007 เวลา : 11.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mymemory
สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วได้รับชัยชนะ นั่นคือการที่ คนดีๆนิ่งดูดาย ! !

มันดูเหมือนเรากำลังย้อนกลับสู่งวงจรอุบาทว์
การต่อรองเก้าอี้ การแบ่งเค้กประเทศไทย !!

อดีตเคยเห็นกันยังไง...
คนที่ชอบใช้ลิ้นเลียริมฝีปากแผลบๆ
(มีอยู่ 2 คนระดับผู้นำพรรค คนละพรรค)
อนาคตอันใกล้ก็อาจ...จะได้เห็นกันอีกครั้ง


เว้นเสียแต่ว่า" เทวทัต "จะขี่ม้าขาวกลับมา......

เราคงจำกันได้ดีว่าในอดีต แทบไม่มีพรรคการเมืองไหนมีความตั้งใจแปลงนโยบายที่ใช้ในการหาเสียงให้เป็นจริง เพราะทันทีที่ได้อำนาจ ก็มุ่งแต่หาทางถอนทุนคืนเสียมากกว่า
คงมีแต่รัฐบาลทักษิณเท่านั้นที่ดูเหมือนจะจริงจังกับการผลักดันนโยบายที่หาเสียง เพียงแต่ว่าในทางปฏิบัติเกิดความเลยเถิดและผลประโยชน์ทับซ้อนจนนโยบายที่ทำท่าจะดีทั้งหลายกลายเครื่องมือหาประโยชน์ทางการเมือง

ถ้าไม่มีประโยคสุดท้าย ที่"แป๊ะลิ้ม" เปิดประเด็น จุดเทียนแห่งธรรมขึ้นมาจากคนแค่หลักพัน

วันนี้ เราก็จะมี พรรคการเมืองในอุดมคติ ที่..พูดได้ และทำได้ เรียบร้อยถาวรไปแล้วครับ

การเป็น"สถาบัน" ที่จริงไม่ต้องใช้เวลา 60 ปี
แต่มันใช้แค่..."ความจริงใจ "ต่อ..มหาชน แค่นั้นเอง !!!





ความคิดเห็นที่ 7 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 04/11/2007 เวลา : 07.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

อย่าลืมไปรีบดำเนินการไปขอใช้สิทธิการเลื่อกตั้งก่อน บอกน้องๆนักข่าวด้วยครับ

ผมเป็นแฟนคุณหยุ่น ตั้งแต่ท่านชงกาแฟดำอยู่ราชดำเนินโน้น

คุณเทพชัยฯ ผมติดตามสมัยอยู่ไอทีวีครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
คนสยาม วันที่ : 04/11/2007 เวลา : 00.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/oksaim

ผมเสนอ "เอาเข้า เอาออก" อย่าคิดมาก นี่คือเรื่องจริง
เอาเข้าได้แล้วทำไมจะเอาออกไม่ได้ แต่สำคัญอย่างเป็นลูกจ้างเขาที่เขาให้ไปเลือกเขา
เราต้องเป็นผู้ให้เขาไปบริหารประเทศแทนเราตามที่เขาเสนอตัว แต่ถ้าเขาไม่ทำอ้างโน่นอ้างนี่ เรารวมตัวเอาเขาออกตามระบอบประชาธิปไตย
เริ่ม 23 ธันวาคมนี้เลยครับ ไม่เห็นแก่ใครทั้งสิน ให้ทำเพื่อ ชาติ ศสนา พระมหากษัตริย์ และตัวพวกเรา ง่ายๆครับ ไม่รับเงินค่าจ้างคราวนี้ จะโชคดีตลอดไป คอยดูซิ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
สุวิริโย วันที่ : 04/11/2007 เวลา : 00.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/19
 พระภูธรกับบทกลอน, หลักธรรม, การเมือง, และเรื่องอื่นๆอีกมากมาย...

ในสงครามมีศัตรู เป็นคู่ต่อสู้
ในสงครามมีศาตราวุธ เป็นเครื่องมืในการต่อสู้กับศัตรู
ในสังคมมีความไม่รู้ของประชาชน เป็นคู่ต่อสู้
ในสังคมมีวิชาความรู้ เป็นเครื่องมือในการต่อสู้ความไม่รู้ของประชาชน
นักรบผู้กล้า ดูเหมือนคนโง่เขลา ที่ยอมตายในสนามรบ
แต่นักรบผู้กล้า จะไม่ยอมตายในขณะวิ่งหนีศัตรู
ตายเหมือนกัน
แต่ไม่เหมือนกัน
สู้ๆครับ ยิ้มวันละนิดจิตแจ่มใสครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Supawan วันที่ : 03/11/2007 เวลา : 17.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

กลัวโดนหลอก ...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ราษีไศล วันที่ : 03/11/2007 เวลา : 14.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/motorcyrubjang
ณ บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ twitter : @motorcyrubjang / facebook.com/motorcyrubjang  

ที่พูดมาทั้งหมดผมว่าทำได้ไม่ถึง สิบเปอร์เซ็นต์ครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายหมอดี(แท้) วันที่ : 03/11/2007 เวลา : 13.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NARKA

นโยบายการหาเสียงของพรรคการเมือง
เป็นเพียงกระบวนการหนึ่งในการเข้าสู่อำนาจ
แต่มิใช่เป็นกระบวนการของการอาสาเข้าไปพัฒนาประเทศ
ต้องแยกให้ออก
ถ้าเรามีระบบประชาธิปไตยที่มาจากล่างขึ้นบน
เรามีประชาชนที่มีความรู้และความเข้าใจในระบบการเมือง
ถ้าเรามีโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่ดี มีวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ผลิตสินค้าแบนด์เนมเป็นของเราเอง เช่นกลุ่มG7
อย่างนี้นโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองเป็นจริงและจับต้องได้แน่นอน
แต่ของไทยเรา ยังขาดปัจจัยความพร้อมอีกหลายตัวดังกล่าวมาแล้ว
ดังนั้นนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองจึงบิดเบือนออกไปจากระบบ ปชต. เป็นได้แค่กระบวนการในการเข้าสู่อำนาจรัฐเท่านั้น มิใช่เป็นนโยบายที่แท้จริงไปได้
เหตุที่ต้องเป็นดั่งนี้ ก็เพราะการวิวัฒนาการของการเมืองไทย ได้ถูก ทรท.ที่มีความสามารถ กำลังจะทำให้นโยบายเป็นจริงในระบบการเมือง(อยู่แล้ว) ปชต.เดินมา15ปีโดยทหารไม่แทรกแซง
แต่แล้วจู่ๆ ทหารก็มาทำลายทางเดินของนโยบายทิ้งเสีย
ให้ไปศึกษารัฐธรรมนูญฉบับ คมช.ดูให้ดีๆว่าเขาวางหมากอะไรไว้
เช่น เมื่อคุณได้อำนาจรัฐ คุณก็ไม่มีเวลาไปบริหารงานแล้ว
เพราะสภาฯของคุณต้องออกกฏหมายเป็นร้อยฉบับตามข้อบังคับของกฏหมายและบทเฉพาะกาล
ซึ่งกฏหมายพวกนี้ไม่ใช่การแก้ไขหรือสร้างภายในปีเดียว
แต่นี่คุณถูกวางยาเอาไว้ ให้ไม่มีเวลาไปบริหารงานเพราะต้องยุ่งอยู่กับสภาฯทั้งปี แล้วนโยบายมันจะไปเดินได้อย่างไร
คมช.สนช.อาจจะเห็นว่า การใช้"ระบบ"คือกฏหมายมาบีบพรรคการเมือง น่าจะทำให้เกิด ปชต.ที่ดีขึ้น
แต่ผมมองว่า มันน่าจะถอยหลัง
คอยดู พอ ครม.ใหม่เดินงาน ในสภาฯต้องร้องว่า เฮ้ย กฏหมายกำลังจะออก กำลังจะแก้ คุณไปเดินงานก่อนได้อย่างไร
แค่นี้ ครม.ก็หยุดเดินแล้ว
และการหยุดเดิน คือการมาเจรจากับพรรคร่วม แบ่งโคว้ต้า ถ้าไม่ได้ ก็งัดกลยุทธ์ข้อกฏหมายที่กำลังจะแก้หรือสร้างมาใหม่มาต่อรอง รัฐบาลก็ไม่สามารถเดินนโยบายต่อไปได้
กลายเป็นรัฐบาลที่ต้องมาทำด้านนิติบัญญัติใหม่ เสียเวลาบริหารงาน
พอยุบสภาถ้าเกิดขึ้น พรรคการเมืองใหม่นั่นแหละจะโชคดี เพราะกฏหมายเสร็จ บริหารงานได้ตามนโยบาย และอาจเป็น พปช.ที่โชคดีก็ได้ ฮา

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ZhouYu วันที่ : 03/11/2007 เวลา : 11.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ZhouYu
Dik Dik Family 

ผมกลัวว่าจะทำได้แค่ขายความฝันอ่ะคับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ในเมื่อนักการเมืองยังเปลี่ยนใจได้...

ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าทำไม ประชัย ถึงได้ทิ้ง "ป๋าเหนาะ" ได้ลงคอ

View All
<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  



[ Add to my favorite ] [ X ]