*/
  • หย่งศรี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2012-11-29
  • จำนวนเรื่อง : 7
  • จำนวนผู้ชม : 41593
  • จำนวนผู้โหวต : 14
  • ส่ง msg :
  • โหวต 14 คน
วันพุธ ที่ 24 กรกฎาคม 2556
Posted by หย่งศรี , ผู้อ่าน : 1360 , 19:50:49 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน ni_gul , สิงห์นอกระบบ และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

สมัยที่ยังอยู่เมืองไทย ฉันทำงานเป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่นค่ะ ดูแลข่าวสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และนโยบายต่างประเทศ 

เวลาเล่าอย่างนี้ให้ใครๆ ที่มารู้จักกันเมื่อย้ายมาอยู่ยุโรปแล้ว ปฏิกิริยาตอบรับมักจะเป็น..อู้หู... และมีคำถามตามมาว่า ต้องลงภาคใต้บ่อยไหม?

คำตอบคือ ไม่บ่อยค่ะ เรามีนักข่าวท้องที่ประจำอยู่แล้ว และหากมีความจำเป็นต้องลงพื้นที่จริงๆ บ.ก. (หัวหน้าของฉัน) จะเป็นคนลงพื้นที่เอง เนื่องจากบ.ก. ติดตามข่าวมานานกว่า รู้จักแหล่งข่าวมากกว่า จับประเด็นได้มากกว่า นอกจากนั้น บ.ก. ยังเป็นผู้ชายและนับถือศาสนาอิสลามด้วย ทำให้ลงพื้นที่ได้สะดวกกว่าฉัน ซึ่งตรงกันข้ามกับบ.ก. ทุกอย่าง หน้าที่ของฉันกับข่าวสายนี้ เป็นการมอนิเตอร์ข่าวยู่ที่ออฟฟิศ คอยนับว่ามีคนถูกยิงบาดเจ็บและเสียชีวิตวันละกี่คน สมัยเริ่มงานใหม่ๆ เครียดมากค่ะ เพราะมีแต่ข่าวน่าหดหู่ใจ อยู่ไปๆ ก็รู้สึกชาชิน กลายเป็นเรื่องธรรมดา เพราะมีแต่นับตัวเลข

ส่วนข่าวนโยบายต่างประเทศนั้น จะไปทำที่กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งมีกรมสารนิเทศซึ่งดูแลเรื่องการข่าวโดยเฉพาะ หากมีงานแถลงข่าว จะมีจดหมายเชิญล่วงหน้า หากไม่ได้รับจดหมายเชิญ หรือเป็นงานสำคัญมากๆ เจ้าหน้าที่จะโทรมาตามตัวด้วยซ้ำไป นอกจากนั้น หากมาไม่ได้ ก็ยังมีภาพข่าว และข่าวประชาสัมพันธ์ ส่งมาให้ถึงออฟฟิศ เรียกได้ว่า ทำงานค่อนข้างง่าย นักข่าวมีหน้าที่จับประเด็นให้ได้ เขียนให้คล่องให้ไว เรื่องอื่นๆ มีคนพร้อมช่วยเราอยู่แล้ว

++++++++

เมื่อต้องย้ายมาพำนักอยู่ในยุโรป ฉันต้องทำข่าวทุกอย่างไม่เลือกประเภท ขอเพียงอย่างเดียวว่าต้องเกี่ยวข้องกับคนไทย (เพราะถือว่าเป็นข่าวเอ๊กซ์คลูซีฟ ส่วนข่าวการเมือง เศรษฐกิจในยุโรป หนังสือพิมพ์สามารถใช้ข่าวของสำนักข่าวต่างประเทศ ซึ่งเร็วกว่าฉันมากค่ะ)

ประสบการณ์การทำข่าวของฉันเปลี่ยนไปทั้งหมด กลายเป็นว่าต้องทำเองทุกอย่าง ตั้งแต่การหาข่าวเอง คุยกับบ.ก. เอง (สอบถามบ.ก. ว่าสนใจเรื่องลักษณะนี้หรือไม่ จะได้ไม่เขียนเก้อ) นัดสัมภาษณ์เอง เดินทางไปกลับเอง ถ่ายรูปเอง เขียนเอง ส่งเรื่องเอง ทุกกระบวนการต้องทำด้วยตัวเองทั้งหมด

 

จะเรียกว่าวิกฤตสร้างโอกาส สถานการณ์สร้างวีรบุรุษและวีรสตรีก็ได้ เพราะทำให้ตัวเองต้องพัฒนาศักยภาพในทุกๆ ด้าน ที่เห็นได้ชัดก็คือการถ่ายภาพ ปกติแล้วเวลาทำข่าวที่เมืองไทย จะมีช่างภาพไปด้วยเสมอ แต่เมื่ออยู่ยุโรปต้องทำเองทุกอย่าง จากที่ฉันถ่ายรูปได้คุณภาพธรรมดา ก็กลายเป็นคนที่ถ่ายภาพดีขึ้น จนถึงขั้นมีคนเชิญให้ไปสอนถ่ายภาพ ซึ่งก็ไม่อยากจะบอกคนเชิญเลยว่า อันตัวฉันนี้ทฤษฎีไม่มี อาศัยครูพักลักจำและประสบการณ์ล้วนๆ จะให้ไปสอนใครนี่ก็อายเขาอยู่เหมือนกันค่ะ

การที่ต้องทำเองทุกขั้นตอน ทำให้กว่าจะออกมาเป็นแต่ละข่าวนั้นใช้เวลามาก และไม่คุ้มกับค่าตอบแทนที่ได้รับ กระนั้น ฉันก็ยังตัดสินใจทำอาชีพนี้ต่อไป (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แม้บางครั้งเรื่องที่เขียนจะไม่ได้รับค่าตอบแทนก็ตาม) เพราะฉันเชื่อว่า เรื่องดีๆ หลายๆ เรื่อง ควรได้เป็นข่าว ควรได้มีคนรับรู้ ไม่ว่าจะมากหรือน้อย หากเรื่องนั้นๆ สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านมีกำลังใจ อยากลุกขึ้นมาทำอะไรดีๆ บ้าง ฉันว่านั่นก็คุ้มค่าแล้วกับข่าวชิ้นนั้นๆ ที่ฉันทุ่มเทแรงกายแรงใจเขียนมันขึ้นมา

++++++++

จากการทำข่าวในยุโรปมา ๕ ปี ฉันพบว่าคนไทยส่วนใหญ่ยินดีให้สัมภาษณ์ค่ะ คนจำนวนมากอาจจะเขินๆ ก่อนในตอนแรก แต่ถ้าคะยั้นคะยอสักหน่อย ก็ยินดีเล่า ยินดีคุยด้วย น้อยคนนักที่จะปฏิเสธ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่ออธิบายให้เห็นภาพได้ว่าจะเขียนไปลงที่ไหน เรื่องเกี่ยวกับอะไร นโยบายส่วนตัวของฉันคือ ไม่เขียนข่าวประเภทโจมตี จิกกัด เพราะไม่เห็นประโยชน์อันใด ตรงกันข้าม ขอนำเสนอเรื่องราวดีๆ น่าสนใจ เป็นประโยชน์ต่อสังคม ฝากประเด็นให้คุณผู้อ่านนำไปขบคิดต่อได้

ประสบการณ์ที่ขำๆ มีมากมาย เช่น เคยไปสัมภาษณ์พี่ผู้หญิงท่านหนึ่ง ซึ่งดีใจมากอย่างเห็นได้ชัดที่มีคนมาสัมภาษณ์เธอ และเล่าประวัติชีวิตให้ฟังอย่างละเอียดยิบ ว่าเป็นมาอย่างไรจึงได้มาอยู่ที่เยอรมนี จนแม้กระทั่งตัวฉันเองยังนึกทึ่งในใจว่า พี่กล้าเล่าขนาดนี้เลยหรือคะ? (แต่พี่กล้าเล่า นักข่าวก็กล้าถามนะคะ เพราะว่านานๆ ทีเราถึงจะได้เจอคนที่พร้อมเปลือยชีวิตให้ฟังค่ะ)

ยังไม่ทันข้ามวัน พี่เขาโทรกลับมาบอกว่า ห้ามเอาเรื่องพี่ไปลงนะ สามีพี่บอกมาว่าถ้าเอาไปลง เขาจะฟ้อง!!! สามีกลัวว่าลูกสาวจะไปอ่านเจอว่าคุณแม่ตัวเองมีชีวิตโชกโชนมาอย่างไรบ้างน่ะค่ะ... แหม... ถ้าอย่างนี้คราวหน้าพี่ “คิด” สักนิดก่อนเล่าดีไหมคะพี่? ๕๕๕

++++++++

ส่วนเรื่องไม่ค่อยจะขำที่เจอบ่อยๆ ก็คือ คนไทยจำนวนมากคาดหวังว่า “นักข่าวหัวเห็ด” ต้องไปทำข่าวทุกๆ ที่ เจอหน้ากันปุ๊บ คำที่ทักไม่ใช่ “สบายดีไหม?” แต่เป็น “อาทิตย์หน้ามาทำข่าวที่เมืองพี่หน่อยสิ” หรือไม่ก็ “ทำไมพี่จัดงานเมื่อเดือนที่แล้ว พี่ไม่เห็นเธอ?”
ก็ต้องเรียนด้วยความสัตย์จริงว่า ไม่ใช่เรื่องทุกเรื่องเป็นข่าวได้ค่ะ และการที่นักข่าวจะไปทำข่าวได้นั้น ก็ต้องมีการวางแผน มีการเชิญกันล่วงหน้า มีการคุยประเด็นว่า งานที่ท่านจะเชิญให้ไปนั้น มันจะเป็นข่าวได้หรือไม่ (บ.ก. จะให้ลงหรือไม่) เพราะท่านเชิญนักข่าวไป ท่านก็คงคาดหวังว่าจะได้ลง ใช่ไหมคะ?

และที่สำคัญ นักข่าวมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางค่ะ ลำพังค่าเรื่องหลักพันบาทต้นๆ ของเมืองไทย (ที่ต้องหักภาษีอีก ๕ เปอร์เซนต์) คิดเป็นเงินยูโรแล้วไม่ถึงร้อย แค่ค่ารถก็หมดแล้วค่ะ ไหนจะค่าที่พัก ค่ากินอยู่ ฯลฯ หากท่านไม่กรุณาช่วยบ้าง นักข่าวก็ไปไม่ไหวค่ะ
แต่ก็เข้าใจนะคะ เพราะท่านไม่ใช่นักข่าว ท่านก็คงไม่เข้าใจการทำงานของเรา นักข่าวไม่โกรธค่ะ เราพูดกันตรงๆ มีอะไรก็สอบถาม วิน-วิน ทั้งสองฝ่ายค่ะ

แต่ที่ไม่เข้าใจ คือ ท่านที่มาพูดว่า “อีเมลรูปให้พี่ด้วยนะ”

พอตอบไปว่า ส่งให้ทางอีเมลไม่ได้ค่ะ เพราะมีรูปเป็นร้อยๆ ใบ แต่ละใบก็ขนาดใหญ่โต (เพราะการพิมพ์ลงหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารต้องใช้ไฟล์ขนาดใหญ่ ไม่งั้นภาพแตกค่ะ อีกทั้งนักข่าวไม่มีเวลามาคัดเลือก ย่อขนาด และเลือกส่งรูปที่ใช่ให้ทีละท่าน) เอาอย่างนี้ดีไหมคะพี่ พี่ให้เงินมา ๑๐ ยูโร แล้วนักข่าวจะเบิร์นดีวีดีภาพทั้งหมดส่งให้พี่ถึงตู้ไปรษณีย์หน้าบ้านเลยค่ะ

เชื่อไหมคะ? เกือบทั้งร้อย ไม่ยอมควักเงินค่ะ

น้องนักข่าวถ่ายรูปสวยจัง อยากได้รูป ส่งให้หน่อย แต่พอบอกให้เสียตังค์... ไม่เอาค่ะ

ท่านไม่นึกบ้างว่า น้องนักข่าวก็ต้องเสียเวลานั่งจัดปรับแต่งรูปให้ท่าน ต้องเสียค่าดีวีดีเบิร์นภาพ ค่าไฟ ค่าซอง ค่าแสตมป์เหมือนกันนะคะ...

แต่ก็เป็นที่น่ายินดีว่า ไม่ใช่เป็นอย่างนี้ทุกคนค่ะ
คนอีกจำนวนหนึ่ง จะเดินเข้ามาหาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม กระตือรือล้น และถามว่า “น้องคะ พี่อยากได้รูปในกล้องน้องจังเลย พี่จะต้องทำยังไง?”

พออธิบายด้วยคำพูดเดียวกันนี้ ท่านเหล่านี้จะควักเงินให้ทันที บางคนถามย้ำด้วยว่า พอหรือคะน้อง? บางคนควักแบงค์ยี่สิบส่งให้เลยด้วยซ้ำไป... อย่างนี้ก็น่าชื่นใจ น้องนักข่าวทำให้ถวายชีวิตเลยค่ะ

++++++++

ฉันดีใจที่ตัวเองไม่ได้ทิ้งอาชีพนักข่าว เพราะมันทำให้มีโอกาสได้พบเจอเรื่องราวที่หลากหลาย ผู้คนมากมาย ทำให้ฉันเข้าใจสัจธรรม ความไม่แน่นอนของชีวิต ทุกอย่างมีขึ้นก็มีลง กาลเวลาเปลี่ยน สิ่งต่างๆ ก็เปลี่ยน อย่าได้ยึดมั่นถือมั่นกับอะไรให้มาก ฯลฯ

และตั้งใจว่าจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดต่อไป 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
toondee วันที่ : 24/07/2013 เวลา : 22.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toondee
เกษียณแล้ว ไปไหน

ถ้าป้าทุนดีสาวกว่านี้สักยี่สิบปีจะแบ่งเบาภาระให้นะคะ ป้าทุนดีมองด้านที่เป็นความสนุกของนักข่าว ความทุกข์ ความลำบากมองข้ามเสมอค่ะ อย่างไรก็ตามขอเป็นกำลังใจให้นะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
BlueHill วันที่ : 24/07/2013 เวลา : 20.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เอาน่า อย่างน้อยก็เป็นตัวของตัวเิอง
เลือกที่อยากจะทำได้ ดีหรีือไม่ดีเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
อย่างน้อยก็ไม่ต้องมีบก.มานั่งบ่นให้ฟังนิ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน