*/
  • หย่งศรี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2012-11-29
  • จำนวนเรื่อง : 7
  • จำนวนผู้ชม : 41640
  • จำนวนผู้โหวต : 14
  • ส่ง msg :
  • โหวต 14 คน
วันพุธ ที่ 31 ธันวาคม 2557
Posted by หย่งศรี , ผู้อ่าน : 957 , 23:17:30 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน แม่หมี , ลูกเสือหมายเลข9 และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

หม่าม้าจั่วหัวเหมือนหนังโรงเลยนะคะลูก!! แต่มันก็เป็นอย่างที่เขียนจริงๆ หนูอยากรู้ไหมคะว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในวันนี้เมื่อปีที่แล้ว? อ่านต่อไปค่ะลูก หม่าม้าจะเล่าให้ฟัง

*****

อันที่จริงกำหนดคลอดของหนูคือ วันจันทร์ที่ 30 ธ.ค. หม่าม้าก็ไปร.พ. เช็คอัตราการเต้นหัวใจของหนูตามปกติ หนูไม่มีทีท่าว่าอยากจะออกมาดูโลก (อยู่ในท้องหม่าม้ามันอุ่นดีใช่ไหมคะ?) และหม่าม้าก็ไม่ได้อยากเร่งให้หนูออกมา อยากให้เป็นไปตามธรรมชาติมากที่สุด แต่คุณหมอบอกว่าน้ำคร่ำเหลือน้อยแล้ว และเพราะหม่าม้าเป็นเบาหวานตอนท้อง (หมอเขาบอกอย่างนั้น แต่หม่าม้าไม่ได้เป็นหรอก เชื่อสิ) เขาอยากให้เร่งหนูออกวันนี้เลย

หม่าม้ายืนกรานว่าไม่พร้อม บ้านยังไม่ได้เก็บ กระเป๋ายังไม่ได้เตรียม ฯลฯ และใจหม่าม้าอยากให้หนูเกิดปี 2014 ปีใหม่ เริ่มต้นใหม่และจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องนับอายุวันเข้าเรียน นอกจากนั้นหม่าม้ายังปสด. อยากให้หนูเกิดวันพฤหัส (ถ้าเป็นไปได้) หรือวันอังคารก็ยังดี เพราะถ้าหนูเกิดวันจันทร์ ชื่อหนูจะมีสระไม่ได้ ลำบากในการตั้งชื่อมาก

หม่าม้ากะว่าจะรออีก 2-3 วัน ถ้าหนูยังไม่มา สักวันพฤหัสค่อยมาเร่ง หมอบอกว่าไม่ได้ ถึงจะรอ ก็ต้องมาตรวจที่ร.พ. ทุกวัน น้ำคร่ำมันเหลือน้อยแล้ว จะเข้าขั้นเป็นอันตรายต่อเด็ก

ก็เป็นปาป๊าของหนูนี่แหละที่มาให้สติกับหม่าม้า ปาป๊าบอกว่า เธออย่าคิดมากปสด.กับเรื่องไม่เป็นเรื่อง สุขภาพลูกสำคัญที่สุด และลูกเราเกิดวันไหน วันนั้นก็คือวันดีที่สุดนั่นแหละ

ได้ฟังดังนั้น หม่าม้าเลยบอกกับหมอว่า โอเค งั้นวันนี้ขอกลับไปเก็บบ้าน พรุ่งนี้จะมาเร่งคลอด หมอตกลง บอกพรุ่งนี้เจอกัน หม่าม้ายังเอามือจับท้องบอกหนูอยู่เลยว่า โอเคนะลูก หม่าม้าทำได้ดีที่สุดแค่นี้ หนูเลือกเอาเองแล้วกันว่าจะเกิดปี 2013 หรือ 2014!!

*****

เช้าวันอังคารที่ 31 ธ.ค. หม่าม้ากับปาป๊าไปร.พ. กันตั้งแต่ไก่โห่ตามที่หมอนัด อากาศวันสิ้นปีเย็นยะเยือก และด้วยความที่ร.พ.ตั้งอยู่กลางป่า ยิ่งทำให้อากาศเย็นเป็นพิเศษ หม่าม้าเงยหน้ามองดูอาคารที่ก่อด้วยอิฐแดงเข้มด้วยความรู้แปลกๆ นึกในใจว่า วันนี้เดินเข้าร.พ. กันไปสองคน ขากลับออกมาจะออกกันมาสามคนนะ!! และนี่ไม่ใช่เล่นซื้อของขายของ ไม่พอใจจะได้เอาไปคืนได้ ก้าวเข้าร.พ. ครั้งนี้ กลับออกมาอีกครั้ง ชีวิตจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป!!

ถามว่ากลัวไหม? กลัวค่ะลูก เพราะไม่เคยนี่เนาะ ไม่รู้จะเป็นยังไง แถมยังต้องมาคลอดในต่างประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาที่คุ้นเคยอีก แต่ถึงกลัวแต่ใจก็สู้นะ มนุษยชาติเขาก็คลอดลูกกันมาแล้วเป็นหมื่นๆ ปี หม่าม้าก็ต้องทำได้เหมือนกัน!!

หมอให้ยาเร่งคลอดตอน 8 โมงเช้า และบอกว่าคนส่วนมากเร่งคลอดแล้วไม่ใช่ว่าลูกจะออกมาเลย ใช้เวลา 2-3 วันโน่นแหละ เห็นจะจริง เพราะคนที่นอนเตียงข้างๆ หม่าม้าก็นอนมาสองวันแล้ว หม่าม้ายังแอบดีใจ อ๊ะ ลูกชั้นจะเกิดวันพฤหัส (ยังหวังอยู่ โฮะๆ)

แต่ลูกสาวหม่าม้าไม่ธรรมดา ตอนเที่ยงเริ่มมีอาการปวดท้อง หม่าม้าเคยอ่านหนังสือว่าให้คุณแม่ท้องแก่เดิน จะช่วยขยายปากมดลูก ทานข้าวกลางวันเสร็จ หม่าม้าก็เลยชวนปาป๊าออกไปเดินรอบร.พ. สักรอบน่าจะดี

ปรากฏว่ายังไม่ทันพ้น 100 เมตร ก็เจ็บท้องมาก และมาถี่มากประหนึ่งคลื่นกระทบฝั่งเป็นลูกๆ ไม่หยุด เดินได้สัก 10 ก้าวก็ปวดอีก อ๊ะ ไหนในหนังสือบอกว่ามันจะเริ่มด้วยระยะห่างชั่วโมง ครึ่งชั่วโมงไงล่ะ? ของหนูนี่มันแทบจะทุก 2-3 นาทีเลยนะลูก หม่าม้าดูท่าแล้วว่าเดินไม่ครบรอบร.พ. แน่ๆ เลยรีบบอกปาป๊าว่าเรากลับไปที่แผนกคลอดเถอะ หลังจากนั้นอาการปวดท้องคลอดจู่โจมมาไม่ยั้ง ที่หม่าม้าอุตส่าห์อ่านมาที่ว่าต้องหายใจยาวๆ ฯลฯ ไม่ได้ช่วยอะไรเลย เพราะไม่ทันได้หายใจก็ปวดอีกแล้ว

คุณพยาบาลทั้งหลายก็ไม่ค่อยมีเวลามาดูแลหม่าม้า เขาบอกว่าวันนี้เหมือนวันพายุเข้า มีแต่คนปวดท้องจะมาคลอดลูก!! ตอนนี้ห้องคลอดทั้งสามเต็มหมด และห้องฉุกเฉินอีกสองก็เต็มด้วย! เอายังไงล่ะทีนี้!? บ่ายโมงกว่า ถุงน้ำคร่ำแตก หม่าม้ารีบแจ้งพยาบาล คุณพยาบาลมาตรวจดูอาการแล้วก็ไสรถเข็นพาหม่าม้าไปที่ห้องคลอด พร้อมกับบอกผู้หญิงท้องแก่อีกคนที่อยู่ในนั้นว่า คุณคะ ขอเชิญคุณออกไปก่อน คุณคนนี้ (ชี้มาที่หม่าม้า) จำเป็นต้องใช้ห้องคลอดก่อนคุณแล้วล่ะ!

ตอนที่รออยู่ในห้องคลอด อาการปวดทบเท่าทวีคูณยิ่งขึ้นไปอีก ปวดทรมานมากจริงๆ ยืนก็เจ็บ นั่งก็เจ็บ ยังไม่ทันหายเจ็บ ความปวดระลอกใหม่ก็มาอีก ปาป๊าน่าสงสารเพราะต้องดูหม่าม้าเจ็บแต่ช่วยอะไรไม่ได้ ตอนที่ยังไม่ปวด หม่าม้าคิดว่าทำไมคนที่ปวดท้องคลอดลูกต้องกรีดร้องเสียงดังขนาดนั้น เจอเข้าเองกับตัว ต้องบอกว่า ใช่เลยลูก มันต้องร้องดังๆ อย่างนั้นนั่นแหละ

ตอนแรกหม่าม้าตั้งใจว่าจะคลอดเองธรรมชาติ อยากรู้ว่ามันจะเจ็บแค่ไหน (คนอื่นทำได้ หม่าม้าก็ทำได้) แต่เจออาการเจ็บท้องคลอดเข้าไป หม่าม้าก็ต้องเปลี่ยนใจ บอกตัวเองว่า ชั้นอุตส่าห์เกิดมาในศตวรรษที่ 21 ที่มีเทคโนโลยีก้าวหน้าช่วยอำนวยความสะดวกให้สารพัดอย่าง แล้วจะมาทนเจ็บอยู่ทำไม ทนปวดอยู่ 4 ชั่วโมง ก็เลยบอกพยาบาลว่าขอบล็อกหลังด้วยค่า

แต่ที่เยอรมนีนี่ไม่ใช่ว่าขอแล้วจะได้เลยนะลูก ต้องดูอาการก่อน ต้องถึงจุดที่ใช่เขาถึงจะยอมให้บล็อกหลัง หม่าม้าเซย์เยสทันทีที่พยาบาลบอกว่าได้แล้ว โอเค งั้นชั้นจะโทรเรียกหมอนะ พยาบาลบอกก่อนออกไป

หม่าม้านอนปวดต่อไป 15 นาทีก็แล้ว 20 นาทีก็แล้ว ครึ่งชั่วโมงแล้วนะ หมอยังไม่มา หมอก็อยู่ชั้นล่างนี่เอง ทำไมนานจัง? หม่าม้าบอกให้ปาป๊าไปถามพยาบาลหน่อยสิ ได้คำตอบมาว่า เนื่องจากปาป๊าทำประกันไว้อย่างดี เราจึงได้หมอใหญ่ วันนี้เป็นวันหยุด หมอใหญ่เลยอยู่บ้านฉลองปาร์ตี้ปีใหม่อยู่!! ตอนนี้โทรเรียกแล้ว กำลังขับรถมา พอบอกว่าเอาหมอไหนก็ได้ค่า พยาบาลบอกว่าไม่ได้หรอก โทรเรียกหมอมาแล้ว เดี๋ยวหมอโกรธ

ถ้าตอนนั้นหม่าม้ามีแรง คงจะกรี๊ดสักทีเหมือนกันนะ แต่เพราะไม่มี ก็เลยทำได้อย่างเดียวคือนอนเจ็บต่อไป สรุป หม่าม้าเจ็บฟรีไปอีกหนึ่งชั่วโมงเต็ม คุณหมอมาตอน 5 โมงเย็น สภาพหม่าม้าตอนนั้นคือย่ำแย่ เจ็บจนหมดแรง มองอะไรก็เบลอไปหมด คุณหมอน่ารักมาก รีบบล็อกให้ทันทีพร้อมพูดแซวทั้งขำทั้งฮา ถึงไม่มีแรงหม่าม้าก็ยังพอจะแค่นหัวเราะออกมาได้ 

การบล็อกหลังเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต แม้ว่าบล็อกแล้วความเจ็บจะไม่ได้หายไปหมด แต่มันอยู่ในระดับที่รับได้ ทำให้หม่าม้าได้พักฟื้นทั้งร่างกายและจิตใจ ตัวหม่าม้านี่สั่นงกๆ เลยนะ พยาบาลบอกว่าสั่นเพราะเครียดจากความเจ็บนี่ล่ะ ทีนี้ พอไม่เจ็บไม่เครียดแล้ว หม่าม้ารู้สึกเอ็นจอยกับการที่จะได้เจอหน้าหนูครั้งแรกได้มากขึ้น

รอต่อมาอีกสักพัก หม่าม้าก็รู้สึกถึงแรงผลักจากหนู รู้สึกว่ามันน่าจะใช้แล้ว คุณหมอและพยาบาลก็รีบเข้ามา หม่าม้าเบ่งไม่กี่ครั้ง หนูก็ออกมาให้หม่าม้าปาป๊าได้ยลโฉม 19.41 น. วันที่ 31 ธ.ค. ค่ะลูก หนูตัวเล็กนิดเดียว 2785 กรัม (ไหนหมอบอกว่าชั้นเป็นเบาหวาน ลูกตัวโตมากไงล่ะ?) พยาบาลส่งให้ปาป๊าตัดสายสะดือหนู แต่ปาป๊าไม่กล้า หม่าม้าเลยลงมือเอง

จากนั้น พยาบาลก็เอาตัวหนูมาวางที่อกหม่าม้า หม่าม้าเลยได้เห็นว่า อ้อ... เจ้าตัวเล็กที่อยู่ในท้องหม่าม้ามาตลอดเก้าเดือน หน้าตาเป็นอย่างนี้นี่เอง ตาหนูโตมาก ขนตาหนูก็ยาวมากด้วย... พักอยู่ในห้องคลอดอีกชั่วโมงกว่า เราก็ได้กลับเข้าห้องพักของเรากัน และอีกไม่นาน ทั้งโลกก็จุดพลุฉลองที่ลูกสาวหม่าม้ามาเกิดค่ะ 

*****

อ่านที่หม่าม้าเล่าเพลินดีไหมคะลูก? หม่าม้าอยากบอกว่าโลกของหม่าม้าเปลี่ยนไปจริงๆ ตั้งแต่หนูมาอยู่ด้วย แต่เป็นการเปลี่ยนแบบค่อยเป็นค่อยไป พอมีเวลาให้เราได้เรียนรู้กัน ปรับตัวเข้าหากัน เช่นให้ร่างกายของหม่าม้าได้ค่อยๆ ชินกับการไม่ได้หลับรวดเดียว 8 ชั่วโมงอีกต่อไป (ฮือๆๆ) การเลี้ยงดูหนูทำให้หม่าม้าได้รู้จักตัวเองมากขึ้น อาทิเช่น ได้เห็นความปสด. ใจร้อน โมโหง่าย ไม่ค่อยอดทน (โดยเฉพาะตอนป้อนข้าวหนู) ฯลฯ คุมได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่หม่าม้าก็จะพยายามพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นไป สำหรับหม่าม้า การเลี้ยงหนูคือการปฏิบัติธรรมชั้นเยี่ยมนั่นเอง

วันนี้หนูอายุครบหนึ่งปีเต็ม หม่าม้ายังต้องพูดเหมือนเดิมว่า ขอบคุณที่หนูมาเกิดเป็นลูก ทำให้ได้เข้าใจหัวอกของคนเป็นพ่อแม่อีกครึ่งค่อนโลก ได้เพลิดเพลินและปวดหัวกับการจับจ่ายซื้อของข้าวของเด็กเล็กที่มีให้เลือกมากมายอย่างไม่น่าเชื่อ ได้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนแปลกหน้าที่เป็นมิตรกับเรามากขึ้น ได้มีมิตรภาพใหม่ๆ กับพ่อแม่คนอื่นๆที่มีลูกน้อยเหมือนกัน หนูเป็นเหมือนยุวทูตตัวน้อยๆ ที่พาปาป๊าหม่าม้าเข้าไปสู่โลกใบใหม่เลยค่ะ

แต่ท้ายที่สุด ขอบคุณที่ทำให้หม่าม้าได้มีโอกาสเป็นแม่คน ขอบคุณที่มาทำให้ครอบครัวเราสมบูรณ์ยิ่งขึ้น มาเป็นแก้วตาดวงใจไม่เฉพาะแค่ปาป๊าหม่าม้า แต่รวมไปถึงคุณทวด ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอาทุกคนด้วย

วันเกิดปีนี้ขอให้ลูกแม่แข็งแรงทั้งกายและใจ เติบโตสมวัย เราเป็นทีมเดียวกัน เรียนรู้และเติบโตไปด้วยกันนะคะลูก

รักหนูที่สุด

หม่าม้า


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
แม่หมี วันที่ : 01/01/2015 เวลา : 16.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

จะมาสวัสดีปีใหม่
กลับได้อ่านเรื่องที่ผู้ชายไม่มีวันได้รับรู้อย่างแท้จริง
รับรู้มองเห็นเป็นห่วงแต่ก็ได้แต่ส่งกำลังใจและความรักมาให้ทั้งลูกและแม่ ผู้ชายคนหนึ่งที่จะต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่สองอย่างในเวลาเดียวกันเป็นทั้งสามีที่ดีและเป็นพ่อที่น่ารัก
ได้อ่านเรื่องราวของคุณแม่. อาจมีปสด.บ้างแต่ก็แบบน่ารักนะคะ
ในที่สุดก็ผ่านเรื่องมหัศจรรย์มาได้ นางฟ้าตัวน้อยน้ำหนักกำลังดี ไม่มากไม่น้อย เดี๋ยวก็มาโตเอาๆจนซื้อเสื้อผ้าแทบไม่ทัน ยังไม่ทันเก่าต้องซื้อใหม่อีกแล้ว
ขออำนวยพรให้ครอบครัวเล็กๆมีความสุขตลอดไปนะคะ
อ่านเรื่องนี้แล้วดีใจจังที่หนูหย่งของเรามีลูกสาวตัวน้อย
ว่างๆก็เขียนเรื่องราวให้รับทราบความเป็นไปของหลานตัวน้อยให้พี่ป้าน้าอาและคุณย่าคุณยายในบล็อกให้ชื่นใจ ว่างๆก็ได้ค่ะ เพราะรู้ว่าตั้งแต่นี้เป็นต้นไป คงวุ่นวายกับความน่ารักและช่างพูด
ดีใจด้วยจริงๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
redribbons07 วันที่ : 01/01/2015 เวลา : 08.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07


สวัสดีปีใหม่

ปลอดภัย แข็งแรง ทั้งคุณแม่ คุณลูกค่ะ



ความคิดเห็นที่ 2 (0)
กระเจี๊ยบ วันที่ : 01/01/2015 เวลา : 08.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JinjokJiap
www.oknation.net/blog/QuatschBox (-: ............ :-)

Ein Frohes neues Jahr.

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 01/01/2015 เวลา : 08.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

สวัสดีปีใหม่ ....
มีความสุขทั้งบ้าน ทั้งพ่อ แม่ ลูก นะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน