• บรรณาลัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yut_nt.com@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-19
  • จำนวนเรื่อง : 66
  • จำนวนผู้ชม : 424337
  • ส่ง msg :
  • โหวต 105 คน
จากอดีตถึงปัจจุบัน
ประวัติศาสตร์ทางสังคมคือสิ่งที่ทุกคนต้องเรียนรู้และเข้าใจในความเป็นรากเหง้าของตนเอง สิ่งที่นำมาซึ่งความสงบเรียบร้อยของสังคมที่หลากหลายบนแผ่นดิน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/yongyoot
วันอังคาร ที่ 18 กันยายน 2550
Posted by บรรณาลัย , ผู้อ่าน : 2625 , 23:14:54 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

บางเชือกหนัง - บางระมาด - นางเลิ้ง  ชื่อนี้ที่กรุงเทพฯเพี้ยนมาจากภาษาเขมรจริงหรือ ?  

            ท่านผู้อ่านเคยทราบเเหล่งที่มาของสถานที่ดังกล่าวหรือไม่ครับ  ชึ่งข้าพเจ้าได้หยิบยกความน่าสนใจในแหล่งที่มาของชื่อเรี่ยกสถานที่ดังกล่าวในมุมมองของนักวิชาการและในมุมมองประสปการณ์ความเข้าใจในฐานะเจ้าของภาษาถิ่นเขมรอีสานใต้มาผนวกเเละวิเคราะห์ความน่าเป็นไปได้   ชึ่งจะขอกล่าวในมุมมองทัศนะในแบบฉบับของตนเองบวกกับข้อมูลที่เกิดขึ้นมาแล้วมาประกอบ

             บางเชือหนัง   เป็นชื่อชุมชนและคลองตั้งอยู่ในเขตตลิ่งชันฝั่งธนบุรีของกรุงเทพมหานคร  

ในอดีตชุมชนแห่งนี้น่าจะมีความเก่าแก่ไปถึงสมัยต้นๆกรุงศรีอยุธยาดังปรากฏหลักฐานจากโคลงกำศรวลสมุทรหรือกำศรวลศรีปราชญ์กวีแห่งกรุงศรีอยุธยา  ความว่า

           เยียมาแส้วไส้หย่อน         บางฉนัง

           ฉนังบ่อมาทันสาย            แสบท้อง

           ขนมทิพย์พงารัง              รจเรขมาแม่

           ยินข่าวไขหม้อน้อง           อิ่มเอง ฯ

        ( ตัดมาเฉพาะตอนที่ปรากฎคำว่า  บางฉนัง  ในบทที่  62  นิราศกำศรวลสมุทรหรือกำศรวลศรีปราชญ์)

ในโคลงดังกล่าวมีการบรรยายให้ทราบถึงราบละเอียดพื้นที่บริเวณกรุงเทพฯริมแม่น้ำเจ้าพระยาสายเดิมชวนให้นึกถึงสภาพบรรยากาศชุมชนพื้นที่สมัยนั้นได้อย่างพอเห็นภาพ  จนกระทั่งในโคลงได้บรรยายเรี่ยกชื่อสถานที่ดังกล่าวเมื่อมาถึงดังที่กล่าวมาข้างต้น

          บางฉนัง    ฉนัง หรือ ชนัง  เป็นภาษาเขมร  แปลว่า   หม้อ    บางฉนัง จึงหมายถึง บ้านหม้อ 

ทั้งนี้เมื่อมาทำความเข้าในความหมายของคำว่าบางฉนังแล้ว  พอจะสันนิฐานได้ว่า  ชุมชนแถบนี้น่าจะมีความเกี่ยวข้องอะไรสักอย่างเกี่ยวกับคำว่าหม้อเมื่อครั้งสมัยโบราณ  ไม่ว่าจะเป็นแหล่งผลิตหม้อ   ขายหม้อ   หรือมีความเกี่ยวโยงไปถึงความเป็นชุมชนโบราณเมื่องครั้งเขมรมีอิทธิพลในพื้นที่แถบนี้    หรืออาจเป็นชุมชนใหม่ที่ก่อตัวขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาครั้งเมื่อกรุงศรีไปตีเมืองพระนครได้แล้วอาจจะกวาดต้อนชาวเขมรเข้ามาในแถบนี้จึงก่อตัวเป็นชุมชนและบวกกับความสามารถมีฝีมือในการผลิตหม้อ  จากสถาพทางพื้นที่มีความน่าเป้นไปได้เพราะเป็นชุมชนที่ตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสมติดริมสายน้ำเจ้าพระยาเดิมมีแหล่งวัตถุดิบในการคิดค้นทำหม้อโดยใช้ดินจากบริเวณสายน้ำเจ้าพระยาแห่งนี้      แต่หลักฐานที่แสดงออกมาสนับสนุนของชื่อว่า   ฉนังหรือหม้อ   ไม่ปรากฎหลักฐานที่เป็นตัวหม้อเหลือให้เห็นมีเพียงก็แต่โคลงชื่อเรี่ยกชุมชนนี้

และนอกจากนั้นยังมีข้อความของนักวิชาการจากการสรุปการสัมนา   โครงการส่งเสริมศักยภาพของการพัฒนาเเหล่งท่องเที่ยว  หลักสูตร "  การฟื้นฟูชุมชนโบราณให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืน " โดย  รศ.ศรีศักร   วัลลิโภดม   เมื่อวันที่  7  กันยายน  2545  ณ  โรงเเรมราชพฤกษ์   จังหวัดพิษณุโลก   ความว่า 

"การเกิดของสุโขทัยนั้นอยู่บนเส้นทางการค้า เช่น จากแควน้อย จากพิษณุโลกอาจจะขึ้นไปทุ่งยั้ง อุตรดิตถ์ ตัดไปศรีสัชชนาลัย ลงสุโขทัย นี่คือเส้นทางโบราณ นอกจากเส้นทางแม่น้ำแควน้อยแล้วยังมีลำน้ำจรที่สามารถไปทุ่งยั้ง ไปศรีสัชชนาลัยได้ด้วย

ต่อคำถามที่ว่าพ่อขุนผาเมืองมาจากไหนนั้น พ่อขุนผาเมืองนั้นมาจากนครไทย ผ่านทุ่งยั้ง ไปศรีสัชชนาลัย จากศรีสัชชนาลัยผ่านเมืองบางฉนังเข้าตีสุโขทัย นี่คือเส้นทางโบราณ พ่อขุนผาเมืองไม่ได้มาจากเพชรบูรณ์ แต่มาจากนครไทย ในขณะเดียวกันทุ่งยั้งอาจเป็นเมืองของพ่อขุนบางกลางหาว ซึ่งมาผนวกกำลังกันเข้าตีศรีสัชชนาลัยและสุโขทัย "

ที่มา : http://www.lek-prapai.org/activity/activity7.htm

ซึ่งท่านรศ.กล่าวถึงสถานที่ดังกล่าวคือเมืองบางฉนังซึ่งน่าจะมีความหมายเดียวกับที่บางฉนังแต่ในข้อความดังกล่าวที่พูดถึงการเป็นเมืองของบางฉนัง  ซึ่งถ้ามีความเป็นไปได้ว่าสองแห่งนี้มีความสอดคล้องกัน  บางฉนังก็น่าจะมีความเก่าแก่ลงไปถึงสมัยกรุงสุโขทัยหรือก่อนการก่อตั้งกรุงสุโขทัยหรือหมายลงไปถึงสมัยเมืองพระนครก็เป็นได้

          แม้จะประการใดก็แล้วแต่ในความจริงของที่มาว่าคนกลุ่มใดของบางฉนังเป็นผู้ก่อตั้งชื่อเป็นชุมชนนี้ขึ้น    บางชนังนั้นที่สำคัญน่าจะมีความสัมพันธ์และเกี่ยวโยงอะไรบางอย่างกับคนเขมรและหม้อที่ยังปรากฎออกมาจากการออกเสียงและรูปแบบการเขียนในโคลงดังกล่าว    กระทั่งถึงแม้นการเวลาและวิวัฒนาการณ์ทางภาษาได้ดำเนินมาเรื่อยๆการเรี่ยกขานมีความเพี้ยนไปนี่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการการแทนที่ที่แสดงถึงความเป็นจริง   จากบางฉนัง ในที่สุดก็กลายมาเป็น   บางเชือกหนัง   ในปัจจุบัน  

ที่มา : ศรัณย์  ทองปาน และวิชญดา  ทองแดง.ชุมชนทางตลิ่งชัน.วารสารเมืองโบราณ :ฉบับที่  4  ตุลาคม -ธันวาคม 2549 .43 - 55

 http://www.onep.go.th/misc/topic0004-01.asp

             บางระมาด   เฉกเช่นเดียวกับบางฉนัง   ซึ่งปรากฎชื่อในโลงกำศรวลสมุทรหรือกำศรวลศรีปราชญ์ สมัยอยุธยาความว่า

                กล้วยอ้อยเหลืออ่านอ้าง    ผักนาง

                 จรหลาดเล็กคนหนา         ฝั่งเฝ้า

                 เยียมาลุดลบาง                ระมาด

                 ถนัดระมาดเต้นเต้า           ไต่เฉนียนฯ

 ( ตัดมาเฉพาะตอนที่ปรากฎคำว่า  บางระมาด   ในบทที่  57  นิราศกำศรวลสมุทรหรือกำศรวลศรีปราชญ์)

และนอกจากนั้นยังปรากฎการกล่าวถึงสถานที่ดังกล่าวเรื่อยมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ในโคลงนิราศสุพรรณ  นิราศพระประธม  แสดงให้ถึงความเก่าแก่ของชุมชนบางระมาดนับแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาหรือเก่าแก่กว่าก่อนหน้านั้นถ้ามองในแงอิทธิพลของเขมรโบราณหรือการถูกกวาดต้อนมาเมื่อกรุงศรีอยุธยาตีเมืองพระนครหรืออาจเป้นชุมชนเขมรดั้งเดิมในสมัยเขมรมีอิทธิพลในแถบนี้

       และนอกจากนั้น ว่ากันว่าพื้นที่แถบนี้มีความอุดมสมบูรณ์ของผื้นป่าอยู่และมีชุมชนประกอบอยู่ด้วย  ซึ่งในป่าแถบนี้มีแรดชุกชุมมาก  นี่เป็นมุมองหนึ่ง

       บางระมาด     ระมาดนั้นเป็นภาษาเขมร ภาษาเขมรเขียนว่า   รมาส เวลาอ่านอ่านว่า  ระเมีย๊ะส์ ออกเสียงอาเป็นเอีย  แปลว่า  แรด    ซี่งลักษณะการเขียนยังคงรูปแบบ  เดียวกับเขมร   แต่การออกเสียงอย่างเขมรต้องเป็นสระเอีย 

คำว่า  ระเมี๊ยะส์     นั้นยังปรากฎในการใช้เรี่ยกสถานที่ที่เป็นโบราณสถานในกัมพูชาและเรี่ยกชื่อชุมชนในปัจจุบันเช่น

กลุ่มปราสาท   โรบังโรเมี๊ยะส์   แปลว่า    รั้วเเรด    ปราสาท  เกราโรเมี๊ยะส์  แปลว่า    คอกเเรด    ซึ่งกลุ่มปราสาทเหล่านี้อยู่ในหมู่ปราสาทสมโบไพรกุก  ชื่อที่นำมาเรียกปราสาทชาวเขมรนำมาเรี่ยกประกอบภายหลัง(ป่าปราสาทที่สมโบไพรกุก: วารสารเมืองโบราณ ฉบับบที่ 4 ตุลาคม-ธันวาคม 2545  .64-78.)

ส่วนในประเทสไทยมีชุมชนชื่อ   ปรือคัน  หรือ เปร็ยโรเมี๊ยะส์  หมายถึง  ป่าเเรด   ปรือ  หมายถึง   ป่า    เป็นภาษาส่วย   ปรือคันนั้นคนสมัยใหม่รุ่นหลังเข้าใจว่า  โรเมีย๊ะส์  หมายถึง  ระเมี๊ยะส์   ที่แปลว่า  คัน     ซึ่งมีลักษณะการออกเสียงที่คล้ายกับคำว่าเเรด   ซึ่งกลุ่มคำเหล่านี้มีการออกเสียงที่คล้ายกับคำว่าโรเมี๊ยะส์แต่คนละความหมาย   คือ   ระเมียด (ขมิ้น)   ระเมื๊อ (คัน)  เมี๊ยะ(ทอง)

ถึงอย่างไรก็ดีบางระมาดนั้นบอกได้เลยว่าเป็นภาษาเขมรแต่การออกเสียงนั้นเป็นแบบไทย  ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเกี่ยวโยงความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับคนเขมรในเรื่องของภาษาแต่ยังไม่อาจสรุปได้แน่ชัดว่าบางระมาดนั้นเป็นชุมชนคนเขมรเดิมที่ก่อตั้งชุมชน  ซึ่งต้องรอการศึกษาและค้นคว้าเพื่อให้ทราบเรื่องราววิวัฒนาการทางสังคมวัฒนธรรมภาษาที่หลงเหลืออยู่ในสังคมไทยสมัยอดีตจนกระทั่ง

ที่มา : ประภัสสร์  ชูวิเชียร.วัดโบราณในคลองบางระมาด .วารสารเมืองโบราณ :ฉบับที่  4  ตุลาคม -ธันวาคม 2549 .73 - 87.

         ส่วนอีกสถานที่หนึ่งซึ่งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานครที่ทุกคนอาจมองข้ามคือ   ย่านนางเลิ้ง 

        นางเลิ้ง  นั้น ในพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน2525ปรากฎคำว่า  ฉนังชึ่งหมายถึงหม้อเป็นภาษาเขมร และบางท่านให้ความเห็นที่สอดคล้องกับคำความหมายในพจนานุกรรมว่า  น่าจะเพี้ยนมาจาก  ภาษาเขมร  จากคำสองคำคือ   ฉนัง  แปลว่า  หม้อ  เพี้ยนมาเป็น   นาง   ในภาษาไทย     เลิง  แปลว่า  ขึ้น   เพี้ยนมาเป็นเลิ้ง     จริงๆแล้วถ้ารวมคำเรี่ยก  ฉนังเลิง  แปลว่า  ขึ้นหม้อ  น่าจะหมายถึง  การปั้นหม้อ  การเอาหม้อขึ้น  การส่งหม้อ   ขึ้นหม้อ 

          และปรากฎพระราชพงศาวดารที่กล่าวถึงความเกี่ยวข้องของชุมชนเขมรในกรุงรัตนโกสินทร์รัชกาลที่ 1 ของเจ้าพระยาทิพากรวงศ์(ขำบุญนาค)  ในตอนหนึ่ง กล่าวถึงรัชกาลที่3  ทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้   ไพร่หลวงเกณฑ์บุญ  มาอาศัยอยู่บริเวณสนามกระบือ ซึ่งเป็นบริเวณวัดสุนทร ธรรมทาน หรือ วัดแคนางเลิ้งในปัจจุบัน 

      ซึ่งรายละเอียดในพงศาวดารดังกล่าวได้กล่าวถึงรายละเอียดของเจ้านายเขมรที่เข้ามาอยู่ในเมืองไทยนี่อาจเป็นประเด็นสนับสนุนว่าชุมชนในย่านนี้มีความสัมพันธ์ในด้านอิทธิพลการเข้ามาของภาษาเขมรที่ใช้เรี่ยกย่านนี้  ทำให้สถานที่ที่เคยเป็นที่ตั้งวังของเจ้านายเขมรที่เข้ามาอาศัยในประเทศไทยได้รับอิทธิพลการเรี่ยกชื่อย่านนี้   และเป้นอื่นไปไม่ได้ย่านนี้มีคลองผ่านอาจเป้นแหล่งดินที่สำคัญในการนำดินมาปั้นหม้อ  จนอาจเป็นแหล่งค้าขายหม้อ จนเป้นที่เรี่ยกชื่อนี้ว่า  ฉนังเลิง  จนกระทั่งในที่สุด ก็เพี้ยนมาเป็นนางเลิ้งในปัจจุบัน   แต่อย่างไรก็ดีถ้าเป็นได้ว่าชุมชนแถบนี้มีความเกี่ยวโยงกับหม้อดังคำเรี่ยก แล้วทำไมไม่ปรากำหลักฐานสิ่งที่แสดงถึงตัวหม้อลงเหลือไว้ให้เห็น หรือมีความเกี่ยวโยงในแง่อื่นใดของชื่อที่มาในสถานที่แห่งนี้เล่า

ที่มาข้อมุลประกอบการเขียนhttp://www.culture.go.th/knowledge/pculture/bangkok1/1_1.html

 นิตย์    คำอุไร.เรื่องเล่าชาวกรุง: เด็กวังนางเลิ้ง..วารสารเมืองโบราณ :ฉบับที่  4  ตุลาคม -ธันวาคม 2549 .134- 140.

         เรื่องราวที่นำเสนอต้องการที่จะนำเสนออิทธิพลของภาษาวิวัฒนาการของชุมชนที่มีมาตั้งแต่ในสมัยโบราณจนกระทั่งเป็นปัจจุบันเพื่อให้เกิดการตระหนักและเรียนรู้ในความเป็นของชุมชนที่มีความเกี่ยวโยงทางประวัติศาสตร์สังคมของตนเองและรอบข้าง   เพื่อในมาซึ่งความเข้าใจและหวงแหนเกิดความรักความสามัคคีในสังคมของตนเองและสังคมประเทศในความหลากหลายทางวัฒนธรรม




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
โกนแขมร วันที่ : 23/01/2008 เวลา : 13.47 น.

ยังมีอีกมากมายที่ไม่ได้กล่างในที่นี้เช่น
แหลมฉบัง คำว่า ฉบัง แปลว่า รบ หรือ ต่อสู้กัน
สทิงพระ คำว่า สทิง ออกเสียงเขมรว่า สตึง แปลว่า ลำห้วย สทิงพระ จึงแปลว่า ลำห้วยที่มีพระมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สิงสถิตอยู่

มีอีกมากครับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
nepal วันที่ : 27/09/2007 เวลา : 11.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nepal

หนุ่มหล่อแห่งลุ่มนำโขง

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
nepal วันที่ : 27/09/2007 เวลา : 11.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nepal

เรื่องน่าสนใจนะไอ้แก

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ความทรงจำสีจาง วันที่ : 27/09/2007 เวลา : 10.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/likesmail

ความรู้แน่นปึกเลยนะ สาระเยอะจริงเลยพ่อคุณ


ความคิดเห็นที่ 11 (0)
แม่หมี วันที่ : 26/09/2007 เวลา : 13.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ได้ความรู้ใหม่ๆ ว่าแต่ภาษาเขมรนี่ยากจังค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ประชุมประทีปไศลภูลี้เขาบังภู วันที่ : 22/09/2007 เวลา : 16.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puprasit
puprasit

นับเป็นข้อเขียน อ้างอิงได้แน่นปึ๊กจริงๆ ผมเขียนด้วยหลายประการ มีข้อเสนอนิดเดียว ตรง "นางเลิ้ง" ในอีกกลุ่มหนึ่ง เช่น ภาษิต จิตรภาษา ใน"ศิลปวัฒนธรรม"(จำเล่มไม่ได้) ระบุว่า เป็นคำลาว อี กลายมาเป็น นาง(ซึ่งพบทั่วไปในการตั้งชื่อสถานที่ หมู่บ้านในประเทศนี้) เลิ้ง อ้างว่า คือถ้วยขนาดใหญ่ (ถ้าจำผิดก็ขออภัย เพราะเขียนสด) ท้ายนี้ต้องขอบคุณที่นำเสนอเป็นวิทยาทาน ครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
แอร์ทีโบน วันที่ : 20/09/2007 เวลา : 10.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/airhead
Hello we a t-bone enjoy with us and enjoy yourself mann 

ความรู้แน่นเอี้ยด ชอบๆ
มาหาผมบ้างนะ พี่ตูน

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
นำผึ้งเดือนห้า วันที่ : 20/09/2007 เวลา : 09.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chicku

`` ชอบแนงนี้หรอคะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
hi-august วันที่ : 20/09/2007 เวลา : 09.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hi-august
<"u">..ชีวิตที่สมบูรณ์แบบต้องมีกำแพงดีๆให้พักพิง<u">

อรุณเบิกฟ้า
นกกาโบยบิน

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
โบละโบ้ วันที่ : 19/09/2007 เวลา : 23.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bolabo


เพื่อนเองก็ไม่รู้จะพูดอะไร....ได้แต่อวยพรให้เพื่อนสมหวังดังที่ตั้งใจไว้
เป็นกำลังใจให้เพื่อนคนนี้เสมอเด้อ...

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
numouse_2007 วันที่ : 19/09/2007 เวลา : 22.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/numouse
ถ้าเราลดความ "เห็นแก่ตัว" ให้น้อยลงบ้าง อะไรๆ มันคงจะดีกว่านี้ และถ้ายิ่งจัก "ยอม" บ้างคงจะดี


สวัสดีค่ะ...
สีสันสุดยอดเลยค่ะ ...
ภาษาเขมรยากจัง.. ภาษาท้องถิ่นทุกวันนี้ก็จะหายแล้วด้วย
ช่วยกันรักษากันหน่อยเนอะ
สวัสดีตอนดึกค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พราวนภา วันที่ : 19/09/2007 เวลา : 21.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yui

ความคิดเห็นที่ 32
บรรณาลัย วันที่ : 19/09/2007 เวลา : 20.23 น.
http://www.oknation.net/blog/yongyoot
ที่เมืองสุรินทร์ของอีสานใต้เราก็มีผ้าสวยๆนะครับ
..เคยไปเที่ยวที่บ้านทอผ้าไหมค่ะ..จำชื่อบ้านไม่ได้ค่ะ..
..สวยงามมาก..
*****************
ขอบคุณนะค่ะที่ไปเยี่ยมเยียน...
และได้ความรู้กลับไปค่ะ..

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
วิหคพลัดถิ่น วันที่ : 19/09/2007 เวลา : 20.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vihokpludtin
..'AVihok's Family@Mafia War



ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมที่บ้านค่ะ
ก็เคยได้รู้เรื่องเกี่ยวกับอิสานใต้มาบ้างนะคะ

แต่ก็ยังงง และ สงสัย ไม่หายกับ ส่วย และ กูย

โอกาสหน้า นำมาเล่าให้ฟังบ้างนะคะ

มีคนบอกว่า คือเชื้อชาติเดียวกัน แต่ทำไมจึง

ได้เรียกต่างกัน เป็นเรื่องที่สงสัยมานานค่ะ


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ศุภศรุต วันที่ : 19/09/2007 เวลา : 19.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักวิชากวน

คำโบราณมากมายมีที่มีที่แตกต่างไปตามชุมชนที่หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนเข้ามาอยู่อาศัย

ชื่อหนึ่งในสมัยหนึ่งอาจกร่อนเสียง เปลี่ยนคำ แล้วถูกคนอีกสมัยหนึ่งมาใช้เรียก

ชื่อท้องถิ่นอาจบอกเล่าประวัติศาสตร์มากมาย
และอาจจะไม่ได้บอกอะไรเลย นอกจากชื่อที่เรียกต่อกันมา



ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เก้าอี้สีแดง วันที่ : 19/09/2007 เวลา : 10.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wanwalitna
++ มิตรภาพและความทรงจำที่ดี ++

มาทักยามเช้าจ้า ดีจ้งความรู้ใหม่นะเนี่ย ไม่เคยรู้มาก่อนเลย แล้วไปทักกันมั่งนะ ขอบคุณจ้า

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เสียงจากชมพูทวีปสู่ดินเเดรสุวรรณภูมิ

การบรรเลง กระเเสมูย หรือ พิณน้ำเต้า ต้นตระกูล พิณเปี๊ยะล้านนา บรรเลงโดย "บรรณาลัย" ชื่อบทเพลง โยล (ไกว)

View All
<< กันยายน 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            



[ Add to my favorite ] [ X ]