• บรรณาลัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yut_nt.com@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-19
  • จำนวนเรื่อง : 66
  • จำนวนผู้ชม : 405370
  • ส่ง msg :
  • โหวต 105 คน
จากอดีตถึงปัจจุบัน
ประวัติศาสตร์ทางสังคมคือสิ่งที่ทุกคนต้องเรียนรู้และเข้าใจในความเป็นรากเหง้าของตนเอง สิ่งที่นำมาซึ่งความสงบเรียบร้อยของสังคมที่หลากหลายบนแผ่นดิน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/yongyoot
วันอาทิตย์ ที่ 1 มิถุนายน 2551
Posted by บรรณาลัย , ผู้อ่าน : 13605 , 23:04:10 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 ปกา - ผกา ในบทปฏิพากย์เจราภาษากันตรึม

        เรื่องราววันนี้ขอนำพี่น้องชาวบล็อก ที่มีความสนใจติดตามเรื่องราววัฒนธรรมพี่น้องเชื้อสายเขมรอีสานใต้ในประเทศไทย   เข้ามาทำความเข้าใจในปกาพรรณไม้ชนิดหนึ่งที่ปรากฏใน บทปฏิพากย์เจราภาษากันตรึม   หรือที่เรี่ยกว่าบทเจรียง หรือจำเรียง   ที่หมายถึงการร้อง  

    "  ปกา , ผกา "  เป็นภาษาเขมร  แปลว่า   ดอกไม้  

              การปรากฏชื่อดอกไม้ ใน บทปฏิพากย์เจราภาษากันตรึมนั้นนักประพันธ์บทเจรียงได้หยิบยกดอกไม้ที่มีความโดดเด่นเรื่องความหอมและความงามซึ่งมีเอกลักษณ์สามารถนำมาเปรียบเปรยความงามของผู้หญิงดุจดังความงามและความหอมของ "ปกา - ผกา "   ซึ่งเท่าที่ได้ยินได้ฟังมา   ปกา(ดอกไม้)ที่ปรากฏในบทเจรียง นั้นส่วนใหญ่มีเฉพาะดอกไม้ที่ให้ความหอมและความงามซึ่งปรากฏในบทเจรียงกันตรึมในวัฒนธรรมเขมรอีสานใต้ของไทย  มีไม่มาก 

              ชื่อดอกไม้ที่ปรากฏในบทเจรียงกันตรึมที่ปรากฏในบทร้องและใช้ตั้งเป็นชื่อบทร้องที่ถือว่ามีความเก่าแก่ใช้เจรียงกันมา   คือ " บทปการันเจก "  

                   บทร้องนี้เป็นการตัดพ้อเปรียบเปรยหญิงสาวประดุจดอกลำเจียกที่กำลังบานแล้วจากไกลไปกับคนอื่นคนไกล

                               

        ที่มาภาพ :  http://www.212cafe.com/freewebboard/view.php? user=maipradab&id=30

              ปการันเจก   หรือ   ดอกลำเจียก  ที่ออกดอกดอกสุกงอมเต็มที่กลีบเกสรจะแตกกออก  ละอองเกสรจะส่งกลิ่นหอมตลบอบอวนหลายร้อยเมตร   ปการันเจกนั้นจะออกดอกเฉพาะปการันเจกป่าหรือที่ขึ้นในป่าเท่านั้นแตกต่างกับต้นรันเจกที่ปลูกเพื่อนนำใบมาทอเสื่อ

                 

 ที่มาภาพ :   http://www.212cafe.com/freewebboard/view.php?user=maipradab&id=30

                :  http://www.212cafe.com/boardvip/view.php?user=watpo&id=38

          ลูกของปการันเจกที่ออกผลสีเขียวและสุกส้มเหลืองหลังจากสลัดทิ้งละอองเกสร และเกสรดอกลำเจียกที่ รุ่ยร่อนเกสรคนเขมรนิยมนำมาอบผ้าไหมติดทนนานและทำขนมที่เรี่ยกว่า นมปการันเจก(ขนมดอกลำเจียก)

      ปการันเจกนี้ที่ปรากฏในบทเจรียงกันตรึมอันเก่าแก่เข้าใจว่ามีมาก่อนการปรากฏชื่อดอกไม้อื่นในบทเจรียง   เเสดงให้เห็นว่า  ดอกไม้ชนิดนี้มีความหอมมากๆๆซึ่งปัจจุบันต้นไม้ชนิดนี้จะออกดอกยากมาก   และหายากในปัจจุบัน                         

 

                                                              ที่มาภาพ :http://www.pantown.com/board.php? 

ปกาโปเปียล  หรือ  ดอกพยอม  ก็เป็นหนึ่งในชื่อดอกไม้ที่ปรากฏในบทเจรียงบทหนึ่ง  มีเนื้อความที่ว่า  

                   "สรอเน้าะปกาโปเปียล         สรอเน้าะปกาโปเปียล

                 เธลือบสะเตียบอังแอล         บองสมเลียปกาเต็อว

                 เมียนสัจกะเด็ยปดำ             ปรับเตือนบองเน็อว

                 บองสมเลียปกาเต็อว            สร็อกบองเน็อวฉงาย ฯ"

               (  สงสารเจ้าดอกพยอม          สงสารเอยเจ้าดอกพยอม

                  พี่เคยลูบโลมประนอมขวัญ   ต้องจากเจ้าไปเสียเเล้ว

                  มีสิ่งใดที่จะฝากคำ              ขอให้บอกพี่ขณะที่ยังอยู่

                  พี่ต้องลาเจ้าไปแล้ว              เพราะบ้านพี่อยู่ไกล )

 คัดบางตอนจาก สงบ  บุญคล้อย." กันตรึม, ดนตรี ".สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน  ฉบับต้นแบบ (2538) หน้า 19

จากบทเจรียงดังกล่าว  เป็นการเจรจาฝากฝังคู่รักที่อีกฝ่ายต้องจากไกล  การใช้ดอกพยอม  เปรียบเปรียบในบทดังกล่าวเป็นการแสดงให้เห็นถึง  การเปรียบหญิงงามประดุจดอกไม้ที่ขาวบริสุทธิ์ ที่ชูช่อสูงส่งบนที่สูง  เมื่อชายใดหมายหรือห่างไกลต้องใช้ความสามารถในการเอื้อมเด็ด  และเมื่อได้มาแล้วต้องดูแลทนุถนอมอย่างดีแม้จะแห้งเฉา

         

                                                                                  ที่มาภาพ :http://www.pantown.com/board.php? 

ปกาโปเปียล หรือ  ดอกพยอม  ที่ออกดอกชูช่อเป็นพวงพู่ระย้าขาวสวยงาม  ยืนต้นสูงใจพื้นดินมาก  ผมเองเคยเห็นในทุ่งนายืนต้นนับสิบต้นในช่วงประมาณปลายเดือนมกราคม ถึงปลายเดือน มีนาคม  ดอกพยอมจะบานสะพรั่งขาวไปทั้งพุ่มบนต้นสวยงาม  และส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ   ชาวเขมรในบางพื้นที่อีสานใต้ของไทยนิยมนำดอกไม้ดังกล่าวมาประดับปะรำพิธี  ปัญโจลมม็วต (พิธีการเข้าทรงเเม่มด)

      ปการันดูล หรือ  รันนูล   หมายถึง   ดอกลำดวน  เช่นเดียวกับชื่อดอกไม้ต่างๆที่กล่าวมาข้างต้นที่ปรากฏและนำมาใช้ประพันธ์ในการเปรียบเปรียบหญิงในบทเจรียงกันตรึมในวัฒนธรรมเขมรอีสานใต้ ซึ่งเป็นที่นิยมและปรากฎในบทร้องทั้งเก่าและใหม่ที่ได้เเต่งขึ้นสำหรับร้องกันตรึม

               เช่นในบทร้องทำนองกั๊จปกา(เด็ดดอกไม้)  ตอนหนึ่ง  ปรากฏเนื้อร้องกันตรึม 

    

                ที่มาภาพ : http://sunflower05.multiply.com/photos/album/95#4  

    การนำดอกลำดวนนำมาเปรียบเปรยถึงการทนุถนอมดอกไม้ที่มีค่า ทั้งความงามและความหอมกับหญิงที่ตนรักที่ชายคนหนึ่งต้องพลัดพราก  จากคนรักที่ตนหมายปอง 

            การนำดอกลำดวนหรือปการันดูลมาใช้ในบทเจรียงนี้เป็นที่นิยมมาก  เเสดงให้เห็นว่า เป็นดอกไม้ทรงคุณค่าในเรื่องความหอม  ความงามของกลีบดอกที่เเข็งแรง   ทนทานต่อสภาพแวดล้อม  แม้จะพลิดอกในช่วงฤดูร้อน แต่ ความหอมและความงามต่างเป็นที่หมายปองของคนทั่วไปที่ต้องการจะเด็ด  มาเป็นเจ้าของ   เปรียบได้กับความงามของหญิงที่มีกิจติศัพท์เรื่องความงามเฉกเช่นกลิ่หอมของดอกลำดวน ที่ฟุ้งขจรไปทั่ว   ถึงผู้ที่ได้พบเห็น  ต่างสรรเสริญหมายบอกให้มาเป็นเจ้าของหรือคู่ครองแก่บุตรหลานตน

          

                                    ปกากำพลึง     หรือ  ดอกพลับพลึง

          ที่มาภาพ : http://www.bloggang.com/viewdiary.php?

                        ; http://www.fujifilm.co.th/forum/showthread.php?t=196

        เช่นเดียวกันในบทกั๊จปกา ที่ปรากฏชื่อปการันดูล ในเนื้อร้อง นอกจากนั้นยังปรากฏชื่อดอกไม้ในบทเดียวกันนี้  ชื่อว่า  ปกากำพลึง  หรือ  ดอกพลับพลึง                      

      

 ปกาโดง     หรือ   ดอกมะพร้าว    ปรากฏในบทร้องเพลงแซนการ์(เเต่งงาน)ของศิลปินกันตรึมพื้นบ้านอีสานใต้    ปกาโดงเป็นดอกไม้ที่ต้องใช้ในพิธีกรรมการแต่งงานของชาวไทยเชื้อสายเขมรที่จะขาดมิได้

                                                    ที่มาภาพ : http://www.tourthai.com

  

  ที่มาภาพ : http://www.pharm.su.ac.th/thai/Public_relations/Areca/picture/F7.jpg

ปกาสลา  หรือ  ดอกหมาก   เช่นเดียวกัน  ดอกไม้ดังกล่าวยังปรากฏในบทร้องเพลงแซนการ์(เเต่งงาน)ของศิลปินกันตรึมพื้นบ้านอีสานใต้    ปกาสลายังเป็นดอกไม้ที่ต้องใช้ในควบคู่กันกับปกาโดงในพิธีกรรมการแต่งงานของชาวไทยเชื้อสายเขมร

                   

 ที่มาภาพ :  http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=ambulance&month=07-  2007&date=11&group=12&gblog=1

                        ปกาสะตราว  -  ปกา ตะตราว   หรือ   ดอกกันเกรา

              ปกาสะตราว   เป็นดอกไม้ที่    ถูกนำมาใช้เปรียบเปรยผู้หญิง ปรากฏในบทร้องของนักร้องศิลปินอีสานใต้   เป็นภาษาเขมรที่ถูกแต่งขึ้นในบทร้องประกอบทำนองเพลงกั๊จปกาอย่างไพเราะ   โดยมีเนื้อร้องปรากฏ   ชื่อดอกไม้ในท่อนท้ายบทเพลง   

                 บทร้องที่ปรากฏชื่อดอกไม้ชนิดนี้ เป็นการนำดอกไม้ที่มีความหอม  ที่ต้องการสื่อให้เห็นถึงช่วงเวลาที่ดอกไม้แบ่งบาน   เวลาที่ดอกไม้ต้องกลับมาเจอเจ้าของตามที่ให้คำสัญญาไว้   เปรียบเสมือนสาวที่ไปทำงานต่างถิ่นต่างแดนที่ให้คำสัญญาแก่คู่รักเมื่อถึงเวลาต้องกลับมาเจอหน้ากัน   

                ซึ่งการนำ  ปกาสะตราว  มีใช้ประพันธ์บทเจรียงนี้  เป็นสิ่งที่บอกถึง  ฤดูกาลที่ได้ที่ที่ปกาสะตราวแบ่งบานเต็มที่  ถึงเวลาแล้วที่ความงามของสาวเจ้าจะกลับมาพบกับคู่ใจที่หมายปอง

               ปกาสะตราว    เป็นไม้ พุ่มยืนต้นสูงใหญ่   ถึงต้นเดือน มีนาคม   ถึงปลายเดือนพฤษภาคมปกาสะตรวจะแบ่งบานเต็มที่    ส่งกลิ่นหอมฟุ้งขจรรอนแรมไปไกล  โดยเฉพาะช่วงเช้าๆที่ต้องน้ำค้างดอกสะตราวจะส่งกลิ่นหอมไปทั่ว      ในวัฒนธรรมคนเขมรนิยมนำมาร้อยมาลัย  หรือนำดอกไม้ไปลอยน้ำตลอดจนนำไปถวายพระและที่สำคัญนิยมไปกั๊จปกาในพิธีกั๊จปกาซ่งพนมกระซั๊จ(เด็ดดอกไม้ปักเจดีย์ทราย)ในเทศกาลสงกรานต์

                                   

ส่วนภาพดอกไม้ข้างล่างสองภาพนี้  ไม่เกี่ยวกับ  ดอกไม้ที่ปรากฏหรือนำมาใช้ประพันธ์เปรียบเปรยความงามหญิงในบทร้องกันตรึมแต่อย่างใด   แต่เห็นว่า  สวยดี  และไม่ค่อยเป็นที่รู้จักชื่อ ในภาษาเขมร  จึงนำมาให้ชมความงามและรู้จักชื่อในภาษาเขมรอีสานใต้ของไทย

                     

                           เขมรเรี่ยก    ปการันเดง  ไทยเรี่ยก   ดอกข่า 

                                                    ที่มาภาพ :   http://static.flickr.com

                       เคยกั๊จ(เด็ด)มาเล่น   ปลูกไว้ในสวน   ดอกสวยแปลกดีไม่ค่อยเห็น

  

                           ปกาตรอตึงทงัย - ตะตึงทงัย     ดอกกล้วยไม้ 

ที่มาภาพ : http://www.lannaworld.com/cgi/lannaboard/reply_topic.php?id=4725

           เคยเห็นของจริงแถวบ้าน   ต้นดอกไม้ชนิดนี้ขึ้นบนกิ่งต้นไม้ใหญ่และสูงราวๆตึก  10   ชั้น   น่าฝนความชื้นเหมาะๆ  ต้นแตกใบเท่าหวีกล้วย    แถมยังออกดอกสีขาวแกมม่วงสวยงาม      สวยอย่างกะดอกไม้สวรรค์





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ชัชวัลย์พงศ์ยุทธนาธรรม วันที่ : 27/07/2008 เวลา : 17.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chatchawan

ออนซอน (อรชร) หลาย
ผมมักภาษาเขมร ทึ่ง และสะออน
ในความหลากหลายของภาษามนุษย์
ขอบคุณหลาย สุดยอด ๆ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
คนใกล้ฟ้า วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 19.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konklaifa

ไปดูงานครั้งหนึ่งที่สวนพฤกษศาสตร์ แม่ริม
เห็นต้นกันเกรา และดอกครั้งแรกในชีวิต
หอมค่ะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
คนใกล้ฟ้า วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 19.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konklaifa

สวัสดีค่ะ
..
ภาพสวยมากค่ะ
..
http://www.oknation.net/blog/konklaifa/2008/07/22/entry-1

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
จินตนากาล วันที่ : 19/07/2008 เวลา : 13.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Manake


ประเทศไทยมีภาษาวัฒนธรรมประเพณีหลากหลายมากมายอยู่ทั่วทุกภาค..ขอจงศึกษาไม่เสียหาย..

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
chamnong วันที่ : 24/06/2008 เวลา : 19.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chamnong
~~ วันดีๆ มีเสมอ ~~

สวัสดีพี่ยุทร พี่ยุทรส่งที่อยุ่มาให้หน่อยสิครับผมจะได้ไร้ท์เพลงกันตรึมที่ผมมีให้

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
เอื้อยนาง วันที่ : 21/06/2008 เวลา : 12.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ouynang

หอมดอกจิกมาหวั่ง ๆ
หอมดอกฮังมาว่อนหว่อน
หอมดอกสะหมั่งมาอูดเอ้า
คือสิเฒ่ากะบ่เป็น...เจ้าเอ้ย

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
สารวัตรเอ๋ วันที่ : 21/06/2008 เวลา : 11.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cop-guide
ส - า - ร - วั - ต - ร - เ - อ๋

กลับมาชวนไปเที่ยว พื้นที่สีชมพู อ.ยะหา จว.ยะลาครับ

http://www.oknation.net/blog/cop-guide/2008/06/21/entry-1

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
สารวัตรเอ๋ วันที่ : 16/06/2008 เวลา : 14.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cop-guide
ส - า - ร - วั - ต - ร - เ - อ๋

สวัสดีคร๊าบมาชวนไปเที่ยว
Tour of duty ตอน ทัวร์ หนุกหนาน ถนนข้าวสาร กทม.
http://www.oknation.net/blog/cop-guide/2008/06/16/entry-1
ว่างๆเชิญแวะเข้ามาอ่านนะครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
อัปสรสวรรค์ วันที่ : 10/06/2008 เวลา : 18.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aupsornsawan
<<<ที่นี่มีจดหมายวรรณกรรม>>>(เล่ม ๖ อวลดอกไม้เลือดนก) 

แวะมาเยี่ยมคะ

แซวๆ ค.ห.2 ฮ่าๆๆ พูดอะไรแปลไม่ได้เลย

อิอิ

อัปสรฯ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
สารวัตรเอ๋ วันที่ : 08/06/2008 เวลา : 12.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cop-guide
ส - า - ร - วั - ต - ร - เ - อ๋

มาชวนเที่ยวงานสมโภชศาลหลักเมือง และกาชาด จว.ยะลา ว่างๆเชิญแวะเข้ามาอ่านนะครับ
http://www.oknation.net/blog/cop-guide/2008/06/07/entry-1

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
สารวัตรเอ๋ วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 12.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cop-guide
ส - า - ร - วั - ต - ร - เ - อ๋

หวัดดีครับมาทักทาย..ดอกไม้สวยๆดูแล้วทำให้สดชื่น
ว่างๆเชิญแวะเข้ามาอ่านนะครับ
Tour of duty ทัวร์ แบบหินๆ ก็เที่ยวโรงโม่หิน จว.ยะลา
http://www.oknation.net/blog/cop-guide/2008/06/04/entry-1

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
chawa วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 04.06 น.
Mixed & Matched

เวลาเก็บตาลนั้น คนเขมรจะใส่กิ่ง "โปเปล" หรือ พยอม ลงไปในกระบอกไผ่ที่เก็บน้ำตาลด้วย กิ่งพยอมจะช่วยรักษาน้ำตาลไม่ให้เปรี้ยวเร็วเกินไป

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
chawa วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 04.04 น.
Mixed & Matched

ขอบคุณครับ
หามานานแล้วว่าศัพท์เดิมของกล้วยไม้น่าจะเรียกว่าอะไร (ได้บ้าง) เนื่องจากภาษาเขมรมาตรฐานเปลี่ยนมาใช้ศัพท์ฝรั่งเศส "ออกิเด" จนลืมศัพท์เก่าไปแล้ว

ในหนังสือพืชบอกไว้ว่า ต้นตัวผู้ จะเรียกว่าต้นลำเจียก ต้นตัวเมียจะเรียกว่า ต้นเตย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
มะอึก วันที่ : 05/06/2008 เวลา : 08.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

ผมก็ชอบดอกกันเกราครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
sarokkarow วันที่ : 02/06/2008 เวลา : 18.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wongsangam
เซราะกราว

ปะกา รัญแจก โอ้... ปะกา รัญแจก
อัมปูม แต รีก...อัมปูม แต รีก เมียน กีย์ โจล กัจ
ทา เนียง นึง บอง มึน เตือน ดัจสรัจ
เมียน กีย์ โจล กัจ เมียน กีย์ โจล กัจ กัจตรูง บองโตว.

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
feng_shui วันที่ : 02/06/2008 เวลา : 17.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

งามมากๆ

เสียงพ้องกับคำไทยนิดๆด้วยนะคะ
ชอบ ปการันเจก มาก ฟอร์มดอกสวย
โหวต หน่อย
หุ หุ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เสียงจากชมพูทวีปสู่ดินเเดรสุวรรณภูมิ

การบรรเลง กระเเสมูย หรือ พิณน้ำเต้า ต้นตระกูล พิณเปี๊ยะล้านนา บรรเลงโดย "บรรณาลัย" ชื่อบทเพลง โยล (ไกว)

View All
<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



[ Add to my favorite ] [ X ]