• บรรณาลัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yut_nt.com@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-19
  • จำนวนเรื่อง : 66
  • จำนวนผู้ชม : 405101
  • ส่ง msg :
  • โหวต 105 คน
จากอดีตถึงปัจจุบัน
ประวัติศาสตร์ทางสังคมคือสิ่งที่ทุกคนต้องเรียนรู้และเข้าใจในความเป็นรากเหง้าของตนเอง สิ่งที่นำมาซึ่งความสงบเรียบร้อยของสังคมที่หลากหลายบนแผ่นดิน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/yongyoot
วันเสาร์ ที่ 20 สิงหาคม 2554
Posted by บรรณาลัย , ผู้อ่าน : 12986 , 00:45:15 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน BlueHill โหวตเรื่องนี้

         เรื่องของนาฎศิลป์ที่กำลังเป็นโจทย์ แม้แต่เรื่องของเครื่องดนตรีและเสียงเพลง ความเหมือนในความแตกต่างที่มีรากร่วมทางวัฒนธรรมในอุษาคเนย์มาแต่ครั้งอดีต จนเกิดวิวัฒนาการเอกลักษณ์เฉพาะ

          หากลองรับสัมผัสในรายละเอียดของทำนองท่วงท่ามายาวัฒนธรรมในอุษาคเนย์ด้วยรูปทั้งสี่ดีๆจะได้รับรู้และเข้าใจถึงเสน่ห์เฉพาะของประเทศนั้นๆ

          แม้ว่าหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวดังกล่าวปรากฏอยู่ในหลายๆที่ไม่ว่าจะเป็นภาพสลัก ภาพวาด  แต่ใช่ว่าจะเป็นแหล่งที่มาและมีต้นกำเนิดในประเทศนั้น

         หากแต่นั่นอาจเป็นการจงใจเพียงเพื่อทนุบำรุงรักษาถ่ายทอดงานศิลปะของเหล่าศิลปินโบราณที่เคยได้พบเห็นในมุมต่างๆ ทิ้งไว้ให้เป็นมรดกเหล่านี้เป็นแหล่งศึกษาสืบสานแก่อนุชนรุ่นหลังซึ่งเป็นการรักษาที่มั่นคงกว่า ดั่งคำที่ว่า "คนตายแต่งานศิลปะไม่มีวันตาย" 

         ปฎิเสธไม่ได้ว่างานศิลปะมีการเลื่อนไหลเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยและภูมิศาสตร์ทางวัฒนธรรม แต่ที่สำคัญงานศิลปะแขนงต่างๆเป็นเครื่องมือที่สร้างสรรค์ไปสู่สุนทรียะร่วมในการดำเนินชีวิต ให้เกิดสันติสุขในสังคมโลก  

         ใกล้ตัวอย่างในกัมพูชาและไทยที่ดูเผินๆแยกไม่ออกเลยว่าเหมือนหรือแตกต่าง หากแต่สัมผัสได้ถึงเสน่ห์

          ลองดูตัวอย่างอะไรๆในเรื่องเดียวกันที่กล่าวมาข้างต้น หลายอย่างที่มีในไทยและในกัมพูชาก็มีเหมือน"คล้ายดุจติดแปะ (เซิ๊ชโด๊จแบ๊ะปฺเติ๊ด )" ตามสำนวน แถวๆอีสานใต้ว่ากัน

ทับหลังชิ้นหนึ่งเข้าใจว่าสมัย"ซ็อมโบร์เปร็ยคุฮฺ" สักเกตดีๆ นักดนตรีเหล่านี้น่าจะเป็น "เนี๊ยะพนมหรือเนี๊ยะเลออ(ชาวเขาหรือคนเหนือ) ลักษณะการนุ่งผ้าเหมือนชาวเขาบางเผ่าในปัจจุบัน เช่น ชาวพน็อง ญาราย กรึ่ง กูย ภาคเหนือของเขมร เข้าใจว่าแสดงท่าทางการนิ้วมือทำวีดเป่าปากให้เกิดเสียง ถัดมาสองคนดีดแซเดียวเครื่องดนตรีที่แพร่หลายสมัยนั้น หรือคนไทยรู้จักในชื่อพิณน้ำเต้ามีวิวัฒนาการสู่พิณจำนวนหลายสายที่เรียกว่า พิณเปี๊ยะของทางล้านนา  แซเดวปัจจุบันในกัมพูชาเครื่องดนตรีชนิดนี้ได้รับการฟื้นฟู ครั้งหนึ่งในประเทศไทยเคยมีเล่นเช่นในจังหวัดสุรินทร์ที่เรียกว่า ขฺแซมูย แต่ปัจจุบันหาคนเล่นเป็นแทบไม่มีแล้ว  เช่นเดียวกันเครื่องดนตรีชนิดนี้ทำจาก ลูกน้ำเต้ามาทำเป็นกระโหลกเกิดเสียงทุ้มก้องเป็นพืชที่ชาวเขานิยมปลูกคนเขมรที่สูงแถบรัตนคีรี มณด็อลคีรี สตรึงเตร็งบางส่วน เรียกว่า คฺโลก แลเรียกดนตรีชนิดนี้ว่า เป็ยคฺโลก ถัดมาเป็นบุคคลกำลังแสดงท่าทางฟ้อนรำประลองดูท่วงท่าเก้งก้างเหมือนภาพสลักที่ฐานอะไรสักสมัยจามปา และถัดมาคงเป็นรูปคนเป่าแคนน้ำเต้า ซึ่งนิยมแพร่หลายของชาวเขา

         ทับหลังชิ้นนี้แสดงถึงการละเล่นของชาวพนม การละเล่นที่นิยมในสมัยนั้น เป่าปาก ดีดพิณคฺโลก เป่าแคนน้ำเต้า อาจจะเป็นการละเล่นทางพิธีกรรมเพื่อบูชาเทพเจ้าอะไรสักอย่าง

มาดูชิ้นนี้

เป็นวงนักดนตรีสตรี คนแรกดีดเครื่องดนตรีเป็นพิณอะไรสักอย่าง ซึ่งปัจจุบันกัมพูชาไม่น่าจะมีเล่นแล้ว แต่ในพม่า กะเรี่ยง นั้นนิยมมาก ผู้หญิงอีกคนถือ แซแดว คงกำลังแสดงท่วงท่าดีด ใช้เทคนิคแบบไม่ประกบแนบกับอกกระมั้ง ซึ่งจะให้เสียงกังวาลกว่า

     ภาพจำหลักเครื่องดนตรีประเภทนี้นิยมมากในสมัยบายน ปรากฎในภาพจำหลักที่ปราสาทบายน และปราสาทบางแห่งที่ร่วมสมัยกัน เช่น บ็อนเตียยซฺมาร ตาปรม

ส่วนภาพชิ้นนี้

ภาพชิ้นนี้ มีนักดีดพิณสายเรียงเป็นแผง สตรีสองคนถัดมา ดีดพิณค่ำเต้าพิณลง เทคนิคพิสดารอีกเทคนิคหนึ่ง คงจะให้เสียงกังวาลไม่แพ้เทคนิคในกลุ่มสตรีภาพสลักที่สอง แต่ที่ชัดเจนสตรีนักดนตรีคนที่สองดีดพิณที่มีถึงสองเต้า เท่าเธอ แต่เทคนิคการดีดพิณชนิดนี้ของสตรีสังเกตดีๆไม่ยักจะประกบเต้าแนบกับหน้าอกของเธอ

มาดูรูปนี้เป็นวงของชายหนุ่มมั่ง ดีด แซเดวสองเต้า เทคนิคการดีดไม่ต่างจากสตรี ให้จังหวะด้วยการปรบมือ ท่าทางไพเราะเสนาะหูน่าดู มีเพียงพิณด้ามเดียวบรรเลงเป็นเพลงได้

       ภาพสลักเหล่านี้อยู่ในช่วงสมัยบายน

มาดูภาพสลักนักดนตรีที่ปราสาท "นอกอเวือด" บ้าง ภาพสลักนี้ ถูกสลักขึ้นเพิ่มเติมสมัยหลังเมืองพระนครธม เริ่มมีการ นำเครื่องเป่่า มาบรรเลงประสม เครื่องดนตรี แซเดว    รวมทั้ง มีเครื่องตีทำจากโลหะตีประกอบจังหวะด้วยไม่ใช้ปรบมือแล้ว เจ็บมือ                                                                                                                                                                                                    

ว่าด้วยเรื่องดนตรีแล้วลองมาดูเรื่องหนังๆ บ้าง

ไทยมี"หนังใหญ่" ในกัมพูชามี"ซฺแบกทม" แปลตามตัวเลยครับ ซฺแบก แปลว่า หนัง  ส่วน ทม แปลว่า ใหญ่ รวมแล้ว ความหมาย เหมือนไทยเลย คือหนังใหญ่

                           

                                           ซฺแบกทม ในเรื่อง เรียมเกร์

ซฺแบกทม มีในกัมพูชาเมื่อไหร่ไม่รู้ นะครับ แต่ดูน่าจะเป็นการแสดงหนังรุ่นน้องกว่าและเป็นลักษณะญาติๆกันเพราะเรื่องที่แสดงคล้ายกัน คือเรื่อง รามเกียรติ์ ในกัมพูชา เรียก เรียมเกร์

ซฺแบกทม นิยมมาก ในแถบเขมรภาคตะวันตก เมือง บัตดัมบอง เซียมเรียบ โปซัต กัมปอต ซึ่งอยู่ในแถบที่เชื่อมต่อบริเวณอ่าวไทยและภาคใต้ช่วงกลางๆของไทย วัฒนธรรมการแสดงหนังใหญ่จึงมีการเลื่อนไหล ด้วยปัจจัยทางการติดต่อบนปากอ่าวไทยไปสู่ภาคใต้ 

      

                    การ เจิดซฺแบกทม กัมพูชาภาคตะวันตก โดยเฉพาะที่เมือง บัตดัมบอง

                  

                     การแสดงท่าขึ้นเกี้ยวกันของนักเชิดหนังเมื่อตัวหนังต่อสู้กัน

         อันนี้คล้ายๆหนังตะลุงของทางภาคใต้ของไทย ในกัมพูชาก็มี นิยมเล่นกันในแถบกัมพูชาทางภาคใต้แถบเมือง กัมปอต แกบ กำปงสปือ โปซัต บางพื้นที่

                                       

         เรื่องราวพื้นบ้านตลกขบขันสมัยปัจจุบันแฝงคติสอนใจ สังเกตตัวหนังสตรี สวมเสื้อชายยาว เขมรเรียก อาวอำป็วง(เสื้อกระบอก) นิยมมากของสมัยแถบภาคใต้ของกัมพูชา โดยเฉพาะชาวเขมรเชื้อสายจามมุสลิม 

         

              อันนี้เรื่องจักรๆวงๆ สังเกตคนเชิดตัวนาง เป็นสตรีแต่งตัวเหมือนนางรำเพื่อเชิด การเชิดใช้คนเชิดหนึ่งคนต่อตัวหนังหนึ่งตัว ยืน เดินไปมา เชิดกันเป็นหมู่มาก ต่างจากการเชิดหนังตะลุงทางภาคใต้ของไทย

นอกจากนั้นก็ยังมีการแสดงอื่นๆอีกมากมาย ที่คล้ายคลึงกับของไทย ทั้งการแสดงที่เป็นแบบแผนของหลวง และของชาวบ้าน ประเภทระบำ เช่น

  รฺบำ กั๊วะ ตฺรอ ลอก           

คล้ายการแสดง เซิ้งกะลา หรือ กะโป๋ ของชาวอีสาน แต่ของกัมพูชา มีท่วงท่าลีลาจังหวะที่เป็นแบบแผน เนิบนาบ ช่วงต้น ช่วงกลางและท้าย จะเริ่มเร่งเร้า สนุกสนาน ต้นกำเนิดระบำนี้เกิดที่แถบภาคตะวันตกของกัมพูชา แถวเมืองพระตะบอง และลงไปแถบภาคใต้ของกัมพูชา

             

                          รบำ เนี๊ยะซัต ประดิษฐ์ขึ้นจากวิถีชีวิตชาวบ้านทำการดำรงชีพจับสัตว์ด้วยอุปกรณ์พื้นบ้าน เช่น สุ่ม(องรุต) ชะนาง(ชฺเนียง) วิถีชีวิตส่วนใหญ่ของชาวนาลุ่มน้ำ  ใช้อุปกรณ์พื้นบ้านประกอบการแสดงน่าสนใจสะท้อนวิถีชีวิตชาวบ้านชนบทได้อย่างมีเสน่ห์

                นอกจากนั้นเมื่อถึงเข้าสู่ฤดูหนาว หน้าเกี่ยวข้าว ลมหนาวพัดเข้ามา การร็วตคฺแคลง แถบเมืองโปซัต จะเริ่มขึ้น เป็นเทศกาลใหญ่ เช่นเดียวกับ เทศกาลว่าวไทย เมืองบุรีรัมย์ของไทย

                        

                

                 อันนี้  เรือม การแสดง ตามแบบธรรมเนียมของหลวง

                         

                           มีอะไรๆอีกเยอะที่คล้ายๆการละเล่นในไทย เช่น การวิ่งวัวเทียมเกวียน(ร็วตโกนิมระเตี๊ยะ)   วิ่งวัวลาน(ร็วตโกเลียน) คล้ายๆที่แถวๆเพชรบุรี ราชบุรี   อื่นๆอีกเยอะ

                    





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
บรรณาลัย วันที่ : 22/08/2011 เวลา : 22.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yongyoot

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
บรรณาลัย วันที่ : 22/08/2011 เวลา : 22.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yongyoot

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
veerasak28 วันที่ : 22/08/2011 เวลา : 02.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/veerasakt1


ที่ภาคกลางของไทยก็พบเครื่องดนตรีแบบพิณเปี๊ยะครับ โดยพบเป็นประติมากรรมรูปบุคคลมีปีก(กินนร?)กำลังเล่นอยู่

ประติมากรรมชิ้นนี้ประดับอยู่ที่จุลประโทน จ.นครปฐม มีรูปแบบศิลปกรรมแบบทวารวดีครับ อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๔ ครับ

โดยเครื่องดนตรีประเภทนี้ วัฒนธรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับอิทธิพลมาจากเครื่องดนตรีของอินเดียครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ศุภศรุต วันที่ : 20/08/2011 เวลา : 21.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักวิชากวน

เป็นข้อมูล ที่เยี่ยมมากครับ
คนที่ "เข้าใจ" ก็จะ "เข้าใจ"

คนที่ "อวิชชา" ย่อมไม่เข้าใจ ใน"วัฒนธรรม"
เมื่อไม่เข้าใจ
ก็จะหลงได้ง่าย

อย่างเช่นหลงชาติ โดยไม่รู้และไม่เข้าใจ ความเป็รนมาของมนุษย์ ในยุคสมัยที่ทุกสิ่ง

คือ " รากเหง้า" เดียวกัน



ความคิดเห็นที่ 2 (0)
บรรณาลัย วันที่ : 20/08/2011 เวลา : 14.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yongyoot

เค้านาฎศิลป์ศิลปะดนตรีต่างๆเฟื่องฟูอยู่ในพื้นที่ซีกตะวันออกของทะเลสาปเขมร อิทธิพลต่างๆจึงคล้ายสยามอีกทั้งพื้นที่แถบนี้เคยอยู่ในการปกครองสยามมาก่อน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 20/08/2011 เวลา : 06.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

ผม ไปพบ พระหัตถเลขา พระพุทธเจ้าหลวง เรื่องการวางสาย
ดทรเลขจากกรุงเทพฯไป พระตบองศรีโสภณ ที่เป้นของไทยเราเวลานั้น พ.ศ.2424-2425
กล่าวถึงนายปาวี นักล่าอาณานิคมตัวแสบ เป็นช่างวางสายโทรเลข
ต่อมาเป็นนักสำรวจลุ่มน้ำโขง แล้วมาเป็นกงศุล ช่วง หลัง
หลักฐานประวัติศาสตร์ เรามีทำทำการไปรษณ๊ย์ที่นั้น

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เสียงจากชมพูทวีปสู่ดินเเดรสุวรรณภูมิ

การบรรเลง กระเเสมูย หรือ พิณน้ำเต้า ต้นตระกูล พิณเปี๊ยะล้านนา บรรเลงโดย "บรรณาลัย" ชื่อบทเพลง โยล (ไกว)

View All
<< สิงหาคม 2011 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



[ Add to my favorite ] [ X ]