• youthana
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yparanan@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-13
  • จำนวนเรื่อง : 144
  • จำนวนผู้ชม : 180345
  • จำนวนผู้โหวต : 371
  • ส่ง msg :
  • โหวต 371 คน
<< เมษายน 2010 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 19 เมษายน 2553
Posted by youthana , ผู้อ่าน : 1073 , 11:14:03 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

การเปิดใจฟังกัน...กุญแจไขการเจรจาเพื่อสันติ

เมื่ออีกฝ่ายเสนอทางเลือกอื่นเพื่อแก้ปัญหาได้เหมาะสมยิ่งขึ้น ท่านมีแนวโน้มอย่างไร ระหว่าง ตอบโต้ กับ ไตร่ตรอง

คมคิด: บุคคลที่วางใจในความคิดของตัวเป็นคนเขลา   แต่ผู้ที่สนใจคำทักท้วง เป็นผู้หยั่งรู้

นายแดงไม่เคยหยุดพูดได้เลย ทุกอย่างที่เขาพูดมักจะเป็นเรื่องทำนอง “ดูสิว่าผมฉลาดแค่ไหน!” และเอาเล่าเรื่องต่างๆ ซ้ำไปซ้ำมา จนกว่าเขาจะได้รับคำตอบอย่างที่เขาต้องการ

อยู่มาวันหนึ่ง ลูกค้าที่อาวุโสมากที่สุดของเขา (และเป็นลูกค้าเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ของเขาด้วยเช่นกัน) ก็เรียกเขาเข้าไปในห้องประชุมและกล่าวว่า “ผมอยากจะบอกอะไรคุณสักอย่างนะครับ ผมไม่ค่อยพอใจใน...” “หรือครับ ผมเสียใจจริงๆ” แดงพูดแทรกในทันที “มันอยู่นอกเหนือการควบคุมของผมจริงๆ ครับ เพราะพวกเราไม่ค่อย...”

“เดี๋ยวก่อนครับ” ลูกค้าพยายามพูดต่อไป “ผมไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้น ผมไม่พอใจเกี่ยวกับ...”  “อ๋อ ครับ” แดงขัดจังหวะอีกครั้ง “เรื่องนั้นไม่ใช่ความผิดของเราเลยครับ เพราะว่า...”
“หยุดก่อน !” ลูกค้าขัดจังหวะเขาทันที “สิ่งที่ผมพยายามจะพูดก็คือ ผมอยากจะเลิกทำงานกับคุณ ไม่ใช่แค่เพราะความผิดพลาดที่คุณเคยก่อไว้หรอกนะ แต่สาเหตุหลักเป็นเพราะ...กรุณาอย่าขัดจังหวะผมอีกนะครับ  เพราะคุณไม่เคยปล่อยให้ผมพูดจบประโยคได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ! ผมไม่รู้สึกว่าคุณกำลังฟังผม หรือให้ความสำคัญกับสิ่งที่ผมพูดแม้แต่น้อย” 

หลังจากนั้นเขาก็เดินจากไป โดยปล่อยนายแดงให้ประหลาดใจ อย่างไรก็ตาม นายแดงกลับบอกว่าลูกค้าคงจะไม่ได้พูดจริงจัง (แต่ลูกค้าพูดอย่างนั้นจริงๆ)

อะไรทำให้นายแดงแม้ได้ยิน แต่กลับไม่เข้าใจสิ่งที่ลูกค้ากำลังสื่อออกมา หรือทึกทักว่าเข้าใจ แต่เป็นกลับเข้าใจผิด นั่นเป็นเพราะกรอบความคิดที่ไม่ยืดหยุ่น หรือความเชื่อแบบฝังหัว  จิตวิทยาเชิงบวกมองว่าการเปิดใจเรียนรู้ (Open-mindedness) เป็นกุญแจสำคัญในการประสานความคิดเห็นที่แตกต่างเข้าด้วยกัน อันเนื่องมาจากแต่ละฝ่ายมีความจริงใจอยากแก้ปัญหา ไม่มีวาระซ่อนเร้นเพียงเพื่อประโยชน์ของตนหรือพวกพ้อง แต่ยินดีปรับเปลี่ยนเพื่อประโยชน์ส่วนร่วม อันนำมาซึ่งประโยชน์มากโทษน้อยแก่ทุกฝ่าย

เนื่องจากบางคนไม่รู้ตัวว่าตนเองกำลังปิดใจอยู่ แต่กลับอ้างเหตุผลที่ดูดี (ซึ่งไม่ใช่เหตุผลที่แท้จริง) อธิบายพฤติกรรมตนเองว่าทำไมจึงทำเช่นนั้น ดังนั้นเพื่อเราทุกคน ทุกฝ่าย จะไม่ตกอยู่ในวังวนของเหตุผลจอมปลอมอันเกิดมาจากกลไกป้องกันตนเอง (Defense mechanism) ของจิตใจที่บกพร่อง (ดังคำกล่าวที่ว่า “จิตใจก็เป็นตัวล่อลวงเหนือกว่าสิ่งใดทั้งหมด  มันเสื่อมทรามอย่างร้ายทีเดียว  ผู้ใดจะรู้จักใจนั้นเล่า”) เรามาสำรวจตนเองก่อนดีมั้ยครับ

แบบสำรวจจิตใจที่ลวงตนเอง (Deceived defense mechanism test) (กรุณาศึกษาเพิ่มเติมที่ www.HowAreYou.co.th)
กรุณาให้คะแนนแต่ละข้อตามจริง
ไม่จริง  จริงบางครั้ง  ค่อนข้างจริง  จริง
1 2 3 4
ครั้งล่าสุดเมื่อมีคนมาวิจารณ์ เตือนสอนหรือสอบสวนท่าน ท่านตอบสนองอย่างไร?
1. ฉันต่อปากต่อคำ พูดยียวน วกวนกับคนที่พูดถึงเรื่องดังกล่าวนั้น
2. ฉันปฏิเสธความรับผิดชอบต่อเรื่องที่เกิดขึ้น มากกว่าจะแสดงตัวร่วมเข้าแก้ไขคลี่คลาย
3. ฉันตอบเลี่ยงๆ หรือเบี่ยงเบนประเด็น ทำให้เรื่องดังกล่าวดูไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
4. ฉันแสดงอาการชื่นชม ยกย่อง ให้เกียรติอีกฝ่ายเป็นพิเศษ เผื่อว่าจะช่วยให้การพูดคุยประนีประนอมกันได้ หรือผ่อนหนักเป็นเบาได้
5. อะไรดีๆ ฉันพูดเข้าหาตัวเอง แต่ อะไรแย่ๆ ฉันโยนให้คนอื่น
6. ฉันพูดเน้นถึงสิ่งดีๆ ที่ฉันได้ทำ โดยพยายามไม่เอ่ยหรือพูดก็เพียงน้อยนิดถึงสิ่งที่ตนเองทำผิด ทำบกพร่อง
7. ฉันให้เหตุผลรองๆที่ฟังดูดี โดยละเลยเหตุผลหลักๆ ที่เป็นสาเหตุต้นตอของเรื่องดังกล่าวไป ทำให้ผลกระทบที่อาจมาถึงฉันจะได้ไม่รุนแรงนัก
8. ฉันกล่าวโทษผู้อื่น หรือ สิ่งอื่น มากกว่าจะยอมรับผิดในส่วนของตนเอง
9. ฉันยอมรับผิด ก็ต่อเมื่อจำนนด้วยพยานหลักฐาน
10. แม้ต้องรับผิด รับโทษ ฉันก็พยายามไม่ให้ตัวเองเสียหน้าหรือเสียชื่อเสียงมากนัก

แปลผล:
คะแนน  10-15 16-25 26-40
แปลผล  ดีมาก:
ให้เป็นแบบอย่าง  ดีพอใช้:
ให้พัฒนาบางข้อ  ปรับปรุง:
รีบปรึกษาหารือ
ข้อเสนอแนะ: ข้อใดได้คะแนนมาก ท่านอยากเห็นข้อนั้นเป็นอย่างไร ท่านจะเริ่มทำอย่างไร

ครั้งล่าสุด การเจรจาเพื่อสันติในบ้านเมือง
ท่านคิดว่าใครกำลังถูกจิตใจของตนเองล่อลวงบ้าง?
จะลดผลกระทบนี้ได้อย่างไร?
------------


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน