• youthana
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yparanan@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-13
  • จำนวนเรื่อง : 144
  • จำนวนผู้ชม : 180343
  • จำนวนผู้โหวต : 371
  • ส่ง msg :
  • โหวต 371 คน
<< สิงหาคม 2010 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 31 สิงหาคม 2553
Posted by youthana , ผู้อ่าน : 783 , 11:30:49 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

น้ำท่วมกรุงเทพฯ: ทางออก VS ทางตัน (2)
(ชุด พลิกภัยพิบัติโลก...ด้วยพลังคิดบวก)

เพื่อปรับปรุงพัฒนางานและองค์กร ท่านจะเลือกปรึกษาใคร ระหว่าง นักวิชาการเจ้าทฤษฎี กับ ผู้ปฏิบัติงานจริง
คมคิด: แผนงานของดวงความคิด เป็นของนักคิด แต่คำตอบของลิ้น มาจากนักปฏิบัติ
 
Q: คุณหมอครับ ผมเห็นด้วยครับว่า น้ำท่วมกรุงเทพฯ เป็น Big Problem ต้องแก้ด้วย Big Solution เพราะจากการที่องค์การกองทุนสัตว์ป่าสากล เปิดเผยผลการศึกษาสภาพภูมิอากาศของเมืองใหญ่ในภูมิภาคเอเชียนั้น กรุงเทพฯติดโผเมืองใหญ่ที่มีความเสี่ยงสูง คือ ระดับ 5 ที่จะเกิดภัยธรรมชาติเนื่องจากภาวะโลกร้อน ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม และเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน และการที่จะใช้กลยุทธ์คิดมุ่งทางออก (Solution-focused thinking) โดยเน้นไปที่จุดแข็ง มากกว่าจะชี้จุดอ่อน ผมก็เห็นด้วยนะครับ แต่เวลาปฏิบัติจริงจะทำอย่างไรครับ

A: ดร.นพ.ยุทธนา ภาระนันท์ ก่อนอื่น การคิดมุ่งทางออกอาจพบเห็นได้ง่ายๆ ในชีวิตการทำงานประจำวันของเรานะครับ ดังตัวอย่างนี้

บริษัทยักษ์ใหญ่ในการผลิตเครื่องสำอางของญี่ปุ่นได้รับการร้องเรียนจากทางลูกค้าว่าสบู่ที่ลูกค้าซื้อไม่มีสบู่มาด้วย คือได้แต่กล่องเปล่าๆมา ก่อนจะเสียลูกค้าไปมากกว่านี้ ผู้บริหารจึงสั่งให้วิศวกรรีบแก้ไขปัญหานี้โดยเร็ว

วิศวกรที่รับผิดชอบได้แก้ปัญหาโดยการสร้างเครื่อง X-ray เพื่อการตรวจดูว่าภายในของกล่องสบู่มี สบู่หรือไม่และเพื่อการนี้ก็ได้ให้คน 2 คนคอยเฝ้าที่จอเพื่อดูให้แน่ใจได้ว่าไม่มีการหลุดของกล่องที่ไม่ได้บรรจุสบู่ไปแน่นอนว่าคน 2 คนที่ดูจอมอนิเตอร์คงไม่สนุกในการทำงานนี้เท่าไหร่

ด้วยปัญหาเดียวกัน พนักงานหน้างานที่บริษัทเล็กแห่งหนึ่ง เขาไม่ได้แก้ปัญหาโดยการสร้างเครื่อง X-ray แต่สิ่งที่เขาทำคือ ไปซื้อพัดลมที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม แล้วนำมาเป่าที่รางสายพานขณะที่กล่องสบู่วิ่งผ่าน กล่องที่ไม่ได้บรรจุสบู่เมื่อถูกลมก็จะปลิวออกนอกสายพานลำเลียงเอง

บางครั้งพนักงานธรรมดา ก็มีไอเดียสร้างสรรค์แก้ปัญหาได้ไม่แพ้วิศวกร (แถมยังเหนือกว่าอีก) ใช่มั้ยครับ สิ่งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร คำตอบอยู่ไม่ไกลจากตัวเรา นั่นคือสมองซีกขวาครับ สมองซีกขวาเด่นในการคิดสร้างสรรค์สิ่งแปลกๆ ใหม่ ขณะที่สมองซีกซ้ายเด่นในเรื่องคิดวิเคราะห์ใช้เหตุใช้ผล บางปัญหาอาจแก้ได้ไม่ยากหากใช้สมองซีกขวามาช่วย

จิตวิทยาเชิงบวกมองว่า การคิดมุ่งทางออกเป็นการใช้ศักยภาพสมองซีกขวามาช่วยขบแก้ปัญหา มีลักษณะ 7 ประการด้วยกัน ได้แก่ (Source: Adapted from Sharry, John. (2001:17). Solution-Focused Groupwork. London: Sage Publications.)
1) จดจ่อที่การเปลี่ยนแปลงและความเป็นไปได้
2) สร้างเป้าประสงค์ในอนาคตที่พึงประสงค์
3) สำรวจและใช้จุดแข็งและทรัพยากรที่มีอยู่ให้เต็มที่
4) เปิดใจเรียนรู้จากผู้อื่น แหล่งอื่นที่ทำสำเร็จ
5) อาศัยความร่วมมือ ทีม เครือข่าย
6) ใช้ความคิดสร้างสรรค์และอารมณ์เชิงบวก
7) มองไปที่อะไรถูก อะไรที่ได้ผล

แต่ใครล่ะจะคิดมุ่งทางออกได้เก่งๆ ลองสำรวจตนเองดังนี้ครับ

แบบสำรวจนักคิดมุ่งทางออก (Solution-focused thinker test) (กรุณาศึกษาเพิ่มเติมที่ www.HowAreYou.co.th)

ในช่วงที่ผ่านมา เกิดอะไรขึ้นเมื่อท่านเจอกับปัญหาที่แก้ไขได้ยาก
กรุณาให้คะแนนแต่ละข้อตามจริง
ไม่จริง  จริงบางครั้ง  ค่อนข้างจริง  จริง
1 2 3 4
1. ฉันมักคิดไปในทางลบ แง่ร้าย ทำให้รู้สึกหนักใจและวิตกกังวลกับปัญหา
2. เมื่อแก้อะไรไม่ได้ก็ไม่ต้องแก้ ก็ปล่อยเลยตามเลยไป
3. ฉันก็รอหัวหน้าขยับก่อน รอให้พร้อมก่อนแล้วค่อยหันมาแก้ไขจริงๆจังๆ
4. ฉันจะหงุดหงิด กล่าวโทษผู้ที่เกี่ยวข้องกับปัญหา และกดดันให้เขาแก้ปัญหาให้จงได้
5. ใครๆ ก็เจอปัญหาทั้งนั้น จะต้องไปเครียดอะไรมากมายนักเล่า ไปหาอะไรกินดีกว่า

แปลผล:
คะแนน  5-8 9-16 17-20
แปลผล  ดีมาก: ให้เป็นแบบอย่าง  ดีพอใช้: ให้พัฒนาบางข้อ  ปรับปรุง:รีบปรึกษาหารือ
ข้อเสนอแนะ: ข้อใดได้คะแนนมาก ท่านอยากเห็นข้อนั้นเป็นอย่างไร ท่านจะเริ่มทำอย่างไร ตลอดจนใช้ทักษะคิดมุ่งทางออกในครั้งถัดไปช่วยได้


กับปัญหาที่ท่านเจออยู่ ท่านมองแบบไหนระหว่าง “ทำไม่ได้” กับ “ไม่ได้ทำ”?

------------


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน