*/
  • กนกโบตั๋น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2006-12-14
  • จำนวนเรื่อง : 103
  • จำนวนผู้ชม : 466547
  • จำนวนผู้โหวต : 71
  • ส่ง msg :
  • โหวต 71 คน
วันอาทิตย์ ที่ 25 มกราคม 2558
Posted by กนกโบตั๋น , ผู้อ่าน : 2565 , 21:30:24 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน Chaoying , BlueHill โหวตเรื่องนี้


คนเราไม่ควรหาผลกำไรมาเกินไปจากธรรมชาติที่บริสุทธิ์
ควรสงวนภูกระดึง ไว้ให้คนที่พร้อมทั้งแรงกายและแรงใจ
รวมถึงอนุชนคนรุ่นหลัง ที่ต้องการเดินขึ้นไปสัมผัสธรรมชาติอย่างแท้จริง

ความงามของภูกระดึงคือธรรมชาติป่าเขา วิวผาอันสวยงาม น้ำตกแสนชุ่มฉ่ำ และเส้นทางที่ใช้เท้าเดินขึ้น
ถ้าปล่อยให้มีการสร้างกระเช้าไฟฟ้า ความสะดวกสบายเพิ่มขึ้น คนก็จะแห่กันมากขึ้น
ความเป็นธรรมชาติอันบริสุทธิ์จะค่อยๆหมดไป

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน
ภูเขา ยอดดอย โตรกผา เหมาะสำหรับคนรักธรรมชาติเท่านั้น
แหล่งท่องเที่ยวที่ถนนเข้าถึงมีจำนวนมากมายให้เลือก
ไม่จำเป็นที่ทุกคนจะต้องไปทุกแห่ง
และไม่จำเป็นที่จะต้องทำสถานที่ท่องเทียวให้เหมือนกันทุกแห่ง

เป็นบทความที่น่าสนใจจากเว็บไซต์มูลนิธสืบ นาคะเสถียร เขียนขึ้นโดยกลุ่มโอเคเนเจอร์

ทำไมจึงไม่เอากระเช้าขึ้นภูกระดึง

1. บนหลังแปภูกระดึง ไม่เหมือนบนยอดเขาหวงซาน ไม่เหมือนธารน้ำแข็งไห่โหลวโกว ที่จีน ไม่เหมือนโอวคูคานิที่ญี่ปุ่น ไม่เหมือนเกาะลังกาวีที่มาเลเซีย หรือแม้กระทั่งไม่เหมือนที่เขาคอหงส์ที่สงขลา ที่ที่กล่าวมานั้น นักท่องเที่ยวมีพื้นที่ให้เดินอย่างจำกัดมาก มีเส้นทางแน่นอน ชัดเจน บางที่มีรั้วกั้นไม่สามารถออกนอกทางเดินได้ แต่ที่ภูกระดึงบนหลังแปนั้นพื้นที่กว้างใหญ่มาก นับสิบๆตารางกิโลเมตร แม้จะมีทางเดินที่ทำเป็นทางไว้ แต่คนก็ออกนอกพื้นที่ ออกนอกเส้นทางได้ตลอดเวลา คนยิ่งมากก็ยิ่งไร้การควบคุม ธรรมชาติย่อมเกิดความเสียหายอย่างแน่นอน

2. คนมากเกินกว่าที่ธรรมชาติจะรับได้ ความยากที่ต้องเดินเท้าขึ้นเขา 5.5 กม. เป็นเครื่องคัดกรองคนให้พอเหมาะพอควรกับธรรมชาติที่จะรองรับได้ แต่เมื่อคนมากเกินไป ตามอัตราความถี่ของกระเช้า ที่จะสามารถบรรทุกคนขึ้นมาได้ จะทำให้มีคนอยู่กันจนเกลื่อนภูกระดึง และธรรมชาติย่อมถูกกิจกรรมของมนุษย์ที่มากมาย ทำลายลงอย่างรวดเร็ว แม้กระทั่งเวลาที่ภูกระดึงปิดปีละ 4 เดือน ก็ไม่อาจฟื้นสภาพได้ทัน

3. อุทยานแห่งชาติภูกระดึง อยู่ท่ามกลางการรายล้อมของชุมชน มีการรบกวนจากมนุษย์ สัตว์ป่าจึงขึ้นมาอาศัยบนหลังแปมาก เราจึงมักพบเห็นช้างป่า หมาไน หมาจิ้งจอก เก้ง กวาง บนภูกระดึงบ่อยครั้ง เมื่อลงไปก็ไม่ปลอดภัย ขึ้นมาอยู่บนหลังแปนักท่องเที่ยวก็มาก จะเกิดการเผชิญหน้าระหว่างสัตว์ป่ากับนักท่องเที่ยว (ปัจจุบันยังมีช้างทำร้ายนักท่องเที่ยวอยู่เนืองๆ โดยเฉพาะเส้นทางไปผานกแอ่นในตอนเช้ามืดที่นักท่องเที่ยวนิยมไปดูพระอาทิตย์ขึ้น)

4. ทำลายอาชีพของลูกหาบที่เป็นคนเล็กคนน้อย ชาวบ้านศรีฐาน และบริเวณใกล้เคียง เมื่อถึงหน้าเปิดภู จะมีอาชีพเสริม แต่เป็นรายได้หลัก คือการมารับจ้างหาบสัมภาระนักท่องเที่ยวขึ้นภูกระดึง กก.ละ 30 บาท วันหนึ่งๆ ลูกหาบสามารถหาบได้ 20-60 กก./เที่ยว ลูกหาบใช้เวลา ราว 3-4 ชม.จากที่ทำการด้านล่าง ขึ้นไปจนถึงหลังแปและต่อไปจนถึงที่ทำการอุทยานฯ บนภูถือเป็นรายได้ที่ดีสำหรับคนที่ไม่มีทางเลือกในสังคมมากนัก ทั้งเป็นรายได้เสริมจากการรอเก็บเกี่ยวในนาที่ภาคอีสานทำนาได้แค่ครั้งเดียว แค่พอได้ข้าวกิน รายได้จากการเป็นลูกหาบในช่วงเปิดภูจึงเป็นรายได้ที่เลี้ยงครอบครัว ส่งลูกเรียน กระเช้าจะมาแย่งงาน แย่งอาชีพ แย่งรายได้จากคนเหล่านี้ไปจนหมดสิ้น

5. ตัดหนทางทำมาหากินเล็กๆน้อยๆของร้านค้าระหว่างทาง ร้านค้าที่ขายอาหาร เครื่องดื่ม ของขบเคี้ยวระหว่างทางที่ซำต่างๆ นั้น เป็นชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียงกับภูกระดึง ที่ปีหนึ่งจะมีกำไรเล็กๆน้อยๆจากการขายของให้นักท่องเที่ยว การโอภาปราศรัย การทักทาย สร้างสัมพันธ์ การเข้าอกเข้าใจกันระหว่างนักท่องเที่ยวและร้านค้าริมทางเดิน เมื่อกระเช้ามาถึงก็จะไม่มีนักท่องเที่ยวเดินขึ้น รายได้ที่พอมีบ้างอันน้อยนิดก็จะหายไป การมาของกระเช้า นอกจากจะทำลายธรรมชาติแล้ว ยังทำลายแหล่งรายได้ของคนจนด้วย

6. กรมอุทยานฯพยายาม สร้างความร่วมมือ ให้ประชาชนที่อยู่รอบๆป่า มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่า ซึ่งบางพื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ชาวบ้านก็ขายสินค้าของที่ระลึกกับนักท่องเที่ยวได้ เมื่อเขามีรายได้จากธรรมชาติใกล้บ้าน เขาก็จะอยากช่วยกันดูแลรักษาเอง แต่สำหรับภูกระดึง เหมือนภาครัฐหลอกให้ชาวบ้านช่วยกันดูแลรักษาป่า แล้วเอาป่าที่เขาดูแลไปให้นายทุน(หรือกลุ่มทุนที่ใหญ่กว่า) หาผลประโยชน์

ทำไมเขาถึงอยากสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง

1. จะได้เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุหรือคนพิการได้ขึ้นไปเที่ยวภูกระดึง
- ภูกระดึง เปิดโอกาสให้คนทุกคนเสมอภาคกัน เพียงแต่คนที่จะขึ้นภูกระดึงอาจจะต้องมีความสามารถทางร่างกายประกอบ คนที่คิดว่าขึ้นภูกระดึงไม่ไหว ก็ไปเที่ยวที่อื่นได้ ไม่จำเป็นว่าจะต้องขึ้นภูกระดึงให้ได้ คนอายุ 70 คงไม่มีใครอยากจะไปต่อย K-1 เพราะ K-1 เหมาะกับคนที่ร่างกายยังแข็งแกร่ง เมื่อร่างกายเราไม่เหมาะกับการต่อย K-1 เราก็ไปเล่นกีฬาแบบอื่นที่เหมาะกับความสามารถของร่างกายได้ ภูกระดึงก็เช่นเดียวกัน

2. กระเช้าจะได้ลดปริมาณคนที่ค้างบนภูกระดึง
- คนที่ขึ้นภูกระดึงส่วนใหญ่ ไม่ได้เพียงขึ้นไป แค่ถ่ายรูปแล้วลง เพราะแหล่งท่องเที่ยวต่างๆบนภูกระดึง ห่างไกลกันนับสิบกิโล คนส่วนใหญ่จึงมักค้างคืน และไม่มีหลักประกันเลยว่าคนขึ้นกระเช้าไปแล้วจะลงในวันนั้น ยิ่งจะตรงกันข้ามคนจะยิ่งไปค้างคืนกันมากยิ่งขึ้น

ในปัจจุบัน คนจะมากบนหลังแปตั้งแต่ช่วง 5 ธันวาคม- เทศกาลปีใหม่ แต่ก็ไม่มากจนแออัด โดยเฉลี่ยทั้งฤดูกาลที่เปิดการท่องเที่ยว จะมีคนค้างคืนบนภูกระดึง ประมาณ 500 - 1000 คนเท่านั้น คนจะหนาตาที่บริเวณลานกางเต็นท์เมื่อกลับมาจากการท่องเที่ยว เท่านั้น ในแต่ละวันนักท่องเที่ยวจะกระจายกันออกไปเดินเที่ยว จำนวนนักท่องเที่ยวในปัจจุบันจึงเพียงพอที่ธรรมชาติจะรองรับได้

3. กระเช้าจะได้ขนขยะลงได้
- ปัญหาขยะบนภูกระดึงสามารถทำได้โดยไม่ต้องสร้างกระเช้า มีมาตรการที่เข้มงวดอย่างอื่นมากมาย ที่สามารถควบคุมปริมาณขยะได้ ถ้าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการอย่างเข้มงวด และไม่มีหลักประกันเลยว่ากระเช้าจะขนขยะลงให้

4. ในกรณีฉุกเฉิน กระเช้ามาสามารถขนคนเจ็บลงได้อย่างรวดเร็ว
- ในอดีตที่ผ่านมา จำนวนคนบาดเจ็บบนภูที่ต้องรีบขนส่งลงมาพื้นล่าง มีไม่ถึง 5 % เหตุผลข้อนี้จึงไร้น้ำหนักอย่างมาก

5. ลูกหาบที่แบกหาม จะมีสุขภาพที่ไม่แข็งแรง มีปัญหาด้านสุขภาพ
- ลูกหาบที่หาบของขึ้นภูกระดึง ไม่ต่างอะไรกับจับกังที่แบกข้าวสารลงเรือ หรือกรรมกรแบกหามทั่วไป ทั้งเป็นการสมัครใจ เพราะค่าตอบแทนนั้นคุ้มค่า สิ่งที่ลูกหาบกลัวไม่ใช่สุขภาพที่เป็นผลมาจากการหาบสัมภาระ หากแต่เป็นงานและอาชีพของเขาที่จะหายไป ถ้าห่วงใยสุขภาพเขาดั่งว่า ก็ควรหาอาชีพมาให้เขาด้วย ไม่ใช่ไปแย่งอาชีพเขาแล้วลอยแพ

6. ลูกหาบจะลดจำนวนลง จะมีคนใหม่ๆ มาทดแทนน้อย
- ในอดีต มีลูกหาบขึ้นทะเบียนจำนวนมาก แต่ปัจจุบันมีน้อยกว่าในอดีตจริง แต่ก็มีลูกหาบรุ่นใหม่มาทดแทนอยู่เรื่อย เพราะนี่เป็นงานที่อยู่ใกล้บ้านเขา ในปัจจุบัน ลูกหาบมีเกินจำนวนสัมภาระ ทุกๆ เช้าจึงมีลูกหาบที่มารอเก้อโดยไม่ได้แบกของขึ้นภูมากมาย สามารถไปดูได้ที่บริเวณลานชั่งสัมภาระ ที่อุทยานฯ ภูกระดึงทุกเช้า จะเห็นลูกหาบมีเกินสัมภาระ

7. ในช่วงเทศกาล สัมภาระมีมาก จนลูกหาบมาบริการไม่ไหว
- สัมภาระตกค้างนั้นเป็นที่การจัดการของอุทยานฯ ที่ไม่เคยทำให้การควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยวให้เป็นจริงขึ้นมาได้ตามที่วางกติกามาเลย ปัญหานี้สามารถจัดการได้โดยทำให้นักท่องเที่ยว-สัมภาระ สอดคล้องกับความสามารถของลูกหาบที่รองรับได้ ไม่ใช่แก้โดยการสร้างกระเช้าขึ้นมา ซึ่งยิ่งจะตอกย้ำว่า กระเช้าจะยิ่งขนคนขึ้นไปบนภูกระดึงอย่างมากมาย ไม่ได้ขนคนลงอย่างที่พยายามจะชวนเชื่อ อีกทั้งปรากฏการณ์ที่นักท่องเที่ยวจะมากขนาดนั้น ในหนึ่งปีมีไม่เกิน 2 ช่วง (5 ธันวาและช่วงปีใหม่)

8. ชาวบ้านสามารถขายของที่ระลึกหรือสร้างที่พักนักท่องเที่ยวได้
- แหล่งท่องเที่ยวที่ขายของที่ระลึกได้ทั่วโลก นักท่องเที่ยวมักเกิดความประทับใจในแหล่งท่องเที่ยวก่อน ในเมื่อคนนั่งกระเช้าขึ้นไปถ่ายรูป แล้วนั่งกระเช้าลงมา ความประทับใจไม่ได้เกิดขึ้นเพียงได้นั่งกระเช้าขึ้น เมื่อความประทับใจไม่เกิดขึ้น เขาจะซื้อของที่ระลึกเพื่ออะไร แล้วในเมื่อขึ้นและลงภูกระดึงได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง ทำไมเขาจะต้องลงมานอนบ้านพักที่อยู่ด้านล่างด้วย สู้เดินทางไปเชียงคาย ไปภูเรือ หรือไปที่อื่นๆดีกว่าไหม เหตุผลที่ยกมาข้อนี้ จึงเหมือนสร้างวิมานให้ชาวบ้านเคลิ้ม แต่ไม่อาจเป็นจริงได้

9. กระเช้าจะทำให้เศรษฐกิจของบ้านศรีฐานดีขึ้น
- ยังมองไม่ออกว่าจะดีขึ้นได้อย่างไร ในเมื่อรายได้จากบัตรค่าขึ้นกระเช้าก็ไม่ได้ตกกับชาวบ้าน การขายของที่ระลึก หรือบ้านพักที่ไม่เห็นจำเป็นว่าจะต้องพักค้างแรมนั้นก็ไม่อาจจะเกิดขึ้นจริง ตรงกันข้ามถ้าการขึ้นภูกระดึงสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว บริษัททัวร์ต่างๆ จะบรรจุการนั่งกระเช้าขึ้นภูกระดึงเป็นหนึ่งในนั้น แล้วไปที่อื่นต่อ ซึ่งบริษัททัวร์ต่างๆจะรู้ดี ไม่มีใครมาให้ลูกทัวร์พักค้างแรมที่บ้านศรีฐานให้เสียเวลา ชาวบ้านจะถูกหลอกตามเคยแต่ค่าจ้างหาบของ กำไรจากการขายของริมทางตามซำต่างๆ ที่ออกจากนักท่องเที่ยว จ่ายไปโดยตรงกับผู้ค้าหรือผู้รับจ้าง นี่ต่างหากที่จะทำให้เศรษฐกิจของบ้านศรีฐานดีขึ้นจริง ชาวบ้านมีเงินจับจ่ายใช้สอย แต่กระเช้า เงินจะไปกระจุกกับบริษัท ซึ่งไม่รู้ว่าเงินก้อนนั้นจะถูกส่งเข้ากรุงเทพหรือไปที่ไหน แต่ที่แน่ๆ ชาวบ้านศรีฐานไม่ได้อะไรเลย

คำถามที่ต้องตอบ

- เมื่อขนคนแก่ คนพิการขึ้นไปข้างบนได้แล้ว จะให้เขาไปท่องเที่ยวที่ไหน ที่ท่องเที่ยวบนภูกระดึงไม่ได้อยู่แค่ลานกางเต๊นท์ หรือสถานีกระเช้า แต่อยู่ห่างกันนับกิโลเมตร มีแต่คนที่มีความสามารถเดินได้เท่านั้นจึงจะไปเที่ยวได้ เมื่อเอาคนแก่หรือคนพิการขึ้นไปแล้ว จะมีการสร้างถนน เอารถยนต์ขึ้นไปวิ่งรับส่งให้คนเหล่านี้เที่ยวต่อไปได้อีกหรือไม่ ถ้าเป็นอย่างนั้น ยิ่งเป็นการทำลายภูกระดึง อย่างย่อยยับที่สุด

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 กนกโบตั๋น ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 26/01/2015 เวลา : 20.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

ไม่เอากระเช้าขึ้นภูกระดึง ควรให้เดินกันไปตามธรรมชาติของมนุษย์ด้วย หากเดินไม่รอด ก็ไม่ต้องขึ้น เหมือนที่ฝ่ายอยากทำกระเช้าพยายามบอกว่า ให้คนแก่ขึ้นได้ด้วย เมืองไทยน่าเบื่อ ที่จ้องจะทำลายทรัพยากรธรรมชาติลูกเดียว..ปล่อยให้อยู่เฉยๆ ตามสภาพของธรรมชาติมั่งไม่ได้หรือไง..ไม่ได้ตังค์มั้ง..แต่ภาพแรก ไม่ชอบเลย การก่อสร้างหลักกิโลยักษ์ๆ แบบนี้ เห็นทุกแห่ง ไม่สร้างสรรค์เท่าไหร่เลย

ความคิดเห็นที่ 6 กนกโบตั๋น , BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ควายธนู วันที่ : 26/01/2015 เวลา : 13.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/anythings

ปล.ไม่อยากได้กระเช้าขึ้นภูฯ

ความคิดเห็นที่ 5 กนกโบตั๋น , BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ควายธนู วันที่ : 26/01/2015 เวลา : 13.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/anythings

อุทยานฯควบคุมจำนวนคนไม่ได้จริงๆ
เคยขึ้นภูฯเมื่อกว่าสิบปีก่อน เริ่มเดินจากข้างล่าง 8 โมงเช้า
ถึงที่ทำการอุทยานฯบนหลังแป สองทุ่ม กลุ่มเพื่อนกระจัดกระจาย
กว่าจะได้กินมื้อเย็น สี่ทุ่ม ได้ยินมาว่ามีนักท่องเที่ยวขึ้นภูฯ หมื่นกว่า

ความคิดเห็นที่ 4 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
กนกโบตั๋น วันที่ : 26/01/2015 เวลา : 13.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yugi

-ความคิดเห็นที่ 2 คุณBlueHill
ทางเครือข่ายคัดค้านกระเช้าไฟฟ้าถูกระดึง จัดทริปไปภูกระดึง ช่วง 30 ม.ค.-2 ก.พ. ถ้าสนใจ ลงชื่อได้จากทางเฟสบุ๊คมูลนิธิิสืบฯ ครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
กนกโบตั๋น วันที่ : 26/01/2015 เวลา : 13.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yugi

-ความคิดเห็นที่ 1 คุณพาจรดอทคอม
ขอบคุณที่สนใจเรื่องภูกระดึงเราครับ
ปกติข้อมูลสนับสนุนการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภุูกระดึงมีอยู่ทั่วไป หากค้นหาทางกูเกิ้ล ผมหยิบมาเอาดูก็ได้ครับ แต่ข้อมูลคัดค้านนั้น แทบไม่ปรากฎอย่างเป็นทางการกครับ

ลองคลิกไปอ่านตามลิงก์ได้เลย
https://www.google.co.th/search?q=%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B6%E0%B8%87&biw=1360&bih=653&source=lnms&sa=X&ei=AePFVMLBKoqi8QWZkYKgCw&ved=0CAcQ_AUoAA&dpr=1

ความคิดเห็นที่ 2 กนกโบตั๋น ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 26/01/2015 เวลา : 09.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

การขึ้นภูกระดึงต้องเดินทางเป็นส่วนใหญ่ ตั้งแต่ที่ทำการผ่านความลาดชันระดับต่างๆ 30, 40, 60, 80 องศา ผ่านซำต่างๆ ได้เห็นสภาพป่าตั้งแต่เต็งรัง เบญจพรรณ ดิบแล้ง ดิบเขา สู่ป่าสนเขาและทุ่งหญ้าบนยอดภู ตนไปเที่ยวมาแล้ว 3 ครั้ง ประทับใจความหลากหลายของสัตว์ พืชพรรณ นกไต่ไม้นานาชนิด ถ้าไม่เดินเท้าจะไม่มีโอกาสได้เห็น

อีกข้อสงสัยจุดเที่ยวต่างๆ บนภูกระดึงไกลกัน จากที่ทำการไปผาหล่มสัก 8 กม. ถ้าผู้สูงอายุ หรือไม่มีความสามารถในการเดิน ขึ้นไปถึงยอดด้วยกระเช้าแล้ว สามารถเดินไปไหวกันไหม

จะเกิดอะไรต่อไป มีถนน มีรถรับ-ส่งตามจุดไหม
มีร้านค้า ห้องน้ำเพิ่มไหม

ความคิดเห็นที่ 1 กนกโบตั๋น ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พาจรดอทคอม วันที่ : 25/01/2015 เวลา : 21.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pajondotcom
Pajondotcom

แม้ผมไม่ไปภูกระดึง...ก้ไม่เห็นด้วยที่จะให้มี ด้วยเหตุผลดังรายละเอียดที่ได้กล่าวมาในบล็อคแหละครับ..แต่ก็อยากฟังความจากฝ่ายจะให้สร้างบ้างครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน