• พราวนภา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-09-02
  • จำนวนเรื่อง : 78
  • จำนวนผู้ชม : 215349
  • จำนวนผู้โหวต : 255
  • ส่ง msg :
  • โหวต 255 คน
<< พฤศจิกายน 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 27 พฤศจิกายน 2552
Posted by พราวนภา , ผู้อ่าน : 7332 , 21:19:21 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

..

ตลุยเมืองเลย ..ตอนที่ 3 ::

.

นอนภูสวนทราย ไหว้พระเจ้าองค์แสน สักการะดินแดนสัจจะและไมตรี

..

.

การสำรวจหาสถานที่ท่องเที่ยวและพักแรมเป็นส่วนหนึ่งในการลงพื้นที่สำรวจด้วยเช่นกัน  เพราะเมื่อเสร็จสิ้นจากภารกิจในวันทำกิจกรรมแล้ว ก่อนเดินทางกลับก็จะต้องมีการท่องเที่ยวพักผ่อนด้วย

.

จังหวัดเลยเป็นเมืองแห่งขุนเขาซึ่งก็ไม่พ้นที่จะท่องเที่ยวซึมซับบรรยายกาศแห่งความหนาวเย็นของป่าเขา  ทีมงานไม่เลือกที่จะเดินทางไป ภูหลวงหรือภูกระดึง เพราะเหตุว่า  ในช่วงเทศกาลวันหยุดติดต่อกัน จะมีคนจำนวนมากเข้าไปท่องเที่ยวตามแหล่งขึ้นชื่อต่างๆ  และที่ อช.นาแห้วก็มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามไม่แพ้ที่ใดๆ

.

.

อช.ภูสวนทราย  อ.นาแห้ว

หน้าฝนยังเต็มไปด้วยหมอก

.

อุทยานแห่งชาติภูสวนทรายหรืออุทยานแห่งชาตินาแห้ว  ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อปี 2537  ในพื้นที่ 73225 ไร่(117 ตร.กม.)ของอุทยานเต็มไปด้วยทิวเขาสลับซับซ้อน

โดยมี ยอดภูตีนสวนทราย เป็นยอดเขาที่สูงที่สุด ประมาณ 1408 เมตร สามารถมองเห็นทิวทัศน์ผืนป่าทั้งสองฟากฝั่งไทยลาว  มีจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกสำหรับคนที่ขี้เกียจตื่นเช้า  และมีจุดกางเต้นท์ที่สูงที่สุดในประเทศไทย

.

.

อช.ภูสวนทราย อยู่ห่างจาก อ.นาแห้วประมาณ 22 กม.  การเดินทางเมื่อผ่านอำเภอนาแห้วมา 2 กม.ถึงบ้านเหมืองแพร่ จะมีทางแยกซ้าย(ทางหลวงหมายเลข 1268) ระยะทางประมาณ 18 กม. จะเห็นป้ายทางเข้าอุทยาน เลยเข้าไปอีก 4 กม.  ก็จะถึงที่ทำการอุทยาน แวะเข้าไปหาข้อมูลกันก่อนค่ะ..

.

ภายในที่ทำการฯจะมีข้อมูลต่างๆให้เราได้ศึกษากันค่ะ 

ข้างๆที่ทำการจะมีบ่อเลี้ยงเต่าปูลูด้วย

ก่อนถึงอช.ภูสวนทราย ระหว่างทางจะผ่านน้ำตกต่างๆอยู่ริมทาง  เช่น น้ำตกคริ้ง  น้ำตกช้างตก  น้ำตกวังตาด น้ำตกเหล่านี้ห่างกันประมาณ 1-1.5 กม. วันนั้นฝนตกหนักเลยไม่ได้แวะ..

.

ทางขึ้นค่อนข้างชัน แต่มีราวบันไดช่วย 

.

ขึ้นไปสำรวจข้างบนกันดีกว่าค่ะ

การจัดวางพื้นที่ต่างๆ จะใช้ที่ราบบนเนินเขาทำเป็นลานกางเตนท์  ลานตั้งแคมป์ไฟ  และลานกิจกรรมต่างๆ

ลานแคมป์ไฟ สำหรับกิจกรรมกลางคืน.

.

ถัดขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง เป็นลานกิจกรรมและกางเต้นท์ค่ะ

.

ห้องน้ำที่นี่สะอาดมากๆ  มีลานโล่งๆด้านข้างเอาไว้ประกอบอาหารด้วย

.

ชั้นบนสุดจะเป็น โรงอาหาร จะมีอาหารไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวด้วย 

สำหรับที่พัก หากไม่กางเต้นท์นอน ทางอุทยานมีบ้านพักไว้บริการเหมือนกัน

บ้านพักแบบ 2 คนหรือเป็นหมู่คณะมีให้เลือกค่ะ 

บ้านหลังใหญ่ ซ่อนอยู่ในร่มไม้ เป็นส่วนตัวมากๆ..

.

จะไปไหนต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อน  อันตราย..

.

.

ภูหัวห้อม (หน่วยพิพักษ์อช.ภูสวยทรายที่1)

ภูหัวห้อม เป็นที่ตั้งของหน่วยพิพักษ์อุทยาน  บนยอดภูมีจุดชมวิว มองเห็นทิวเขาสลับซับซ้อนที่กั้นพรมแดนไทย-ลาวได้ชัดเจน  โดยเฉพาะ เนิน1428 ที่เคยเป็นจุดขัดแย้งระหว่างประเทศกรณีบ้านร่มเกล้า

.

จุดชมวิวภูหัวห้อม จะมีภาพและจุดต่างๆให้ดูเปรียบเทียบกับของจริง

ตรงไหนน้า  เนิน1428

.

ภูหัวห้อมอยู่ห่างจาก อช.นาแห้วประมาณ 10 กม.ค่ะ

..

อช.ภูสวนทรายอาจจะเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งสำหรับคนที่ชอบสัมผัสอากาศหนาว  .

.

...

.

ไหว้พระเจ้าองค์แสน วัดโพธิ์ชัยบ้านนาพึง อ.นาแห้ว

.

วิหารเก่าแก่สมัยปลายกรุงศรีอยุธยา

.

ยุ้ยร่วมทีมสำรวจในการลงพื้นที่ครั้งที่ 2 เพราะตั้งใจอย่างมากที่จะมาวัดนี้ให้ได้ค่ะ  วัดนี้อยู่ระหว่างทาง นาแห้ว- ด่านซ้ายค่ะ  ออกจาก อ.นาแห้วมาประมาณ 16 กม.

.

.

วัดโพธิ์ชัยบ้านนาพึงเป็นวัดโบราณ ที่มีมาก่อนการตั้งหมู่บ้าน สันนิษฐานว่าสร้างเมื่อปลายกรุงศรีอยุธยา  วัดนี้มีพระพุทธรูปเก่าแก่อายุหลายร้อยปี และจิตรกรรมฝาผนังสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์

.

.

เมื่อพวกเราลงจากรถ คุณปู่ถ่วงก็เดินมาทักทายพร้อมกับเชิญให้พวกเราไปไหว้พระเจ้าองค์แสนที่กุฏิเจ้าอาวาส  คุณปู่ถ่วงท่านทำหน้าที่บรรยายเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับวัดนี้ให้เราฟังอย่างละเอียด 

.

    

.ปู่ถ่วงและข้อมูลของพระเจ้าองค์แสน

.

พระเจ้าองค์แสน หรือ พระเจ้าแสนห่า พระพุทธรูปสมัยเชียงแสนตอนปลาย

ต้องทำลูกกรงไว้กันขโมย

ประวัติพระเจ้าองค์แสน..

..

พระเจ้าองค์แสน หรือเรียกอีกชื่อว่า  “พระเจ้าแสนห่า”  สร้างขึ้นที่เมืองเชียงแสน  หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์  มีขนาดหน้าตักกว้าง 13 นิ้ว  สูง 24 นิ้ว  รอบอก 23 นิ้ว  เป็นพระพุทธรูปปางขัดสมาธิราบ  พระพักต์ยาวรี  ยอดพระเมาฬีเป็นเปลวเพลิง  พระสังฆาฏิเป็นท้องนาค  เดิมทีประทับที่เมืองหงสาวดีประเทศพม่า  ออกจากพม่ามาอยู่ที่เมืองลำพูน  ออกจากลำพูนมาอยู่ที่เมืองหลวงพระบาง  ออกจากหลวงพระบางประเทศลาว  ได้เสด็จมาประทับอยู่ที่วัดโพธิ์ชัยบ้านนาพึง

ตามประวัติเล่าสืบต่อกันมาว่า  เหตุที่ตั้งชื่อว่า “พระเจ้าแสนห่า” ก็เพราะพระเจ้าองค์แสนเมื่อไปประทับอยู่ ณ ที่ใดก็จักมีฝนตกน้ำท่าอุดมสมบรูณ์  เมื่อครั้งที่พระเจ้าองค์แสนเสด็จมาประทับที่วักโพธิ์บ้านนาพึงนั้นพระเจ้าองค์แสนได้เสด็จมาทางอากาศ    ขณะที่เสด็จมานั้นได้นำ ฆ้องน้อยห้อยศอกและปืนติดตัวมาด้วย 1 กระบอก  พร้อมกับมีพระพุทธรูปติดตามมาด้วย 2 องค์   มีชื่อว่า “พระเจ้าแก้ว”  หรือชาวบ้านเรียกว่า “ลูกพระเจ้าองค์แสน”  เมื่อพระเจ้าองค์แสนเหาะมาทางอากาศมาประทับที่วัดโพธิ์ชัยบ้านนาพึง  ได้เกิดความอัศจรรย์ใจแก่คนในสมัยนั้นเป็นอย่างมาก  และได้นำความเจริญรุ่งเรืองแก่คนในสมัยนั้น  ทำให้ชาวบ้านเกิดความเลื่อมใสศรัทธา  จึงสร้างพระขึ้นอีกองค์เพื่อเป็นคู่กับพระเจ้าองค์แสน  มีชื่อว่า “พระเจ้าองค์เทียม”  (สันนิฐานว่าสร้างขึ้นที่บ้านนาพระในปัจจุบัน)   นอกจากนั้นยังเชื่ออีกว่าหากแยกพระเจ้าองค์แสนและพระเจ้าองค์เทียมออกจากกัน  จะทำให้เกิดอุบัติเหตุ โรคภัยไข้เจ็บ  ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล  ทำให้ประชาชนเดือดร้อน

ในสมัยอดีตพระเจ้าองค์แสนเสด็จมาประทับอยู่ที่วัดบ้านนาพึงบ้างและเสด็จไปประทับที่อื่นบ้างเป็นประจำโดยใช้แก้วที่เกตุนำพาเสด็จ   แต่เมื่อครั้งไฟไหม้กุฏิในวัด  พระเจ้าองค์แสนจะเสด็จออกมาแล้วเกิดเหตุ เกตุไปชนกับประตูโบสถ์จนทำให้เกตุแก้วหัก  แก้วที่อยู่บนเกตุ เสด็จไปอยู่ที่ต้นโพธิ์เป็นเวลา 3 เดือนส่อสว่างไปทั่วบริเวณต่อมาก็วูบหายไป  ส่วนพระเจ้าองค์แสนตกอยู่ที่เดิมและประจำอยู่ที่วัดโพธิ์ชัยบ้านนาพึงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ต่อมาทางหลวงพระบางประเทศลาวได้สืบหาจนรู้ว่า  พระเจ้าองค์แสนมาประดิษฐานที่วัดโพธิ์ชัยนาพึง  จึงจะมาอัญเชิญพระเจ้าองค์แสนกลับเมืองหลวงพระบาง  ได้นำขบวนช้างมาอัญเชิญกลับ  แต่ก็ไปไม่ได้ช้างไม่ยอมเดิน  จึงจำเป็นต้องประดิษฐานไว้ที่เดิมจนเป็นพระคู่บ้านของชาวตำบลนาพึงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ตามคำสันนิฐานของเจ้าหน้าที่พิพิธภณฑ์สถานแห่งชาติและผู้รู้บางท่าน  ซึ่งได้นำรูปถ่ายไปเปรียบเทียบกันพระในสมัยต่างๆ  พระเจ้าองค์แสนเป็นพระยุคเชียงแสนรุ่นหลัง  มีศิลปะคล้ายคลึงไปทางหลวงพระบางต้นพุทธศตวรรษที่ 20 (พ.ศ. 2000)  ถ้ามองผิวเผินจะคล้ายไปทางสุโขทัยยุคปลายและอู่ทอง 

พระเจ้าองค์แสนเป็นพระพุทธรูปที่มีความศักดิ์สิทธิ์และได้แสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์อยู่เนืองๆ  ใครต้องการเสี่ยงทายเพื่อให้รู้จักเหตุการณ์ต่างๆก็จักได้รู้และใคร่ขอพรอะไรก็จักได้ดังปรารถนาเพราะอานุภาพของพระเจ้าองค์แสนนั่นเอง

ให้ข้อมูลโดย  ปู่ถ่วง

เรียบเรียงโดย นายอดิเรก กุลศิริ  อาสาพัฒานารุ่นที่ 61บ้านนาพึง

.....

.

.

เมื่อไหว้พระแล้วไปชมภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วิหารกันค่ะ..

.

.

วิหารวัดโพธิ์ชัยบ้านนาพึง

.

วิหารหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า อาราม เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าก่ออิฐถือปูน หันหน้าไปทางทิศเหนือ มีประตูทางเข้า 3 ทางคือ ทิศเหนือ ทิศตะวันออกและทิศตะวันตก

.

หลังคาทรงจั่วมุงด้วยไม้แป้นเกล็ด มีชายคาปีกนก โดยรองรับด้วยเสาไม้  หลังคาวิหารต่ำมาก ซึ่งเป็นรูปแบบเฉพาะของอาคารท้องถิ่นจังหวัดเลยและยังช่วยป้องกันภาพจิตรกรรมฝาผนังอีกด้วย

.

.

พระประทานภายในวิหาร

.

  

.

จิตรกรรมฝาผนังที่ปรากฏอยู่ด้านใน เขียนเรื่องเกี่ยวกับพุทธประวัติ พระเวสสันดรชาดก  และวรรณกรรมท้องถิ่น  ซึ่งสะท้อนให้เห็นสภาพชีวิตและความเป็นอยู่และการนับถือศาสนาของชาวบ้านในช่วงปลายสมัยอยุธยา

.

.

.

.

.

ที่ผนังด้านทิศเหนือมีจารึกว่า  “ภาพเขียนดังกล่าวเขียนขึ้นเมื่อ ศักราช 1214”   ซึ่งตรงกับ พ.ศ.2395 ตรงกับสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4

.

  

.

  

ช่องหน้าต่าง

.

 

ผนังด้านนอกและหลังคาวิหาร

ผนังด้านนอกเขียนเรื่อง เนมิราชชาดก สังข์ศิลป์ชัยและการะเกต เขียนขึ้นในปี พ.ศ. 2459

.

ลักษณะลายเส้นและการใช้สี บ่งบอกถึงความมีอิสระและเป็นศิลปะพื้นถิ่นอย่างแท้จริง

.

ออกจากวิหารมาเดินดูรอบๆวัดกันค่ะ

หอพระไตรปิฏก  ..สูงมาก

.

เกราะโบราณ..ทำจากไม้..

.

ศาลหลวงปู่คำ..

.

อุโบสถ..

.

ศาลาการเปรียญ เสาและพื้นเป็นของเก่าค่ะ

.

ล้างเท้าก่อนขึ้นศาลานะคะ

.

หอระฆัง

.

วันอาทิตย์เด็กๆจะมาเรียนพุทธศาสนากันค่ะ..

หากมีโอกาสผ่านมาอย่าลืมแวะมาเยี่ยมชมกันนะคะ  วัดแท้ๆที่ไม่ใช่วัดพุทธพานิชย์

..

..

..

.

สักการะพระธาตุศรีสองรักแห่งดินแดนสัจจะและไมตรี

.

.

พระธาตุศรีสองรัก

.

ก่อนเดินทางกลับเข้า กทม. ผ่านอำเภอด่านซ้าย แวะสักการะบูชาพระธาตุศรีสองรักกันก่อนค่ะ..

.

เห็นคำขวัญประจำอำเภอด่านซ้ายก็ยังนึกแปลกใจว่ามีความหมายอะไร  จนกระทั่งมาแวะสักการบูชาพระธาตุศรีสองรัก จึงเข้าใจความหมายค่ะ

.

.

.

พระธาตุศรีสองรักเป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวด่านซ้ายและเมืองเลย  ตลอดจนพี่น้องชาวลาวที่อยู่อีกฟากลำน้ำเหือง  พระธาตุนี้ตั้งอยูบนเนินเขาริมลำน้ำหมัน สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอุธยา

.

.

 

.

องค์พระธาตุมีลักษณะศิลปกรรมแบบล้านช้าง  ก่ออิฐถือปูนสูงประมาณ 30เมตร  ฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมไม้สิบสอง  องค์ระฆังทรงบัวเหลี่ยม  สัณฐานคล้ายคลึงกับ พระธาตุพนม พระธาตุหลวง(เวียงจันทน์) พระธาตุศรีโคตรบอง(แขวงคำม่วน)  และพระธาตุอื่นๆแถบลุ่มน้ำโขง  ผิดกันที่ทรงจะป้อมหรือชะลูดกว่ากัน

.

.

.

องค์พระธาตุ สร้างขึ้นเพื่อเป็น “อุเทสิกเจดีย์”  (เจดีย์ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้ศาสนาโดยไม่กำหนดว่าจะต้องเก็บรักษาสิ่งใด)

.

.

ของสำคัญที่บรรจุไว้ในองค์พระธาตุนั้น เชื่อกันว่า กษัตริย์ทั้งสองพระองค์ บรรจุพระพุทธรูปและพระธรรมคัมภีร์ ตามคตินิยมทางพระพุทธศาสนา

.

พระธาตุศรีสองรักสร้างขึ้นเมื่อสมัยอุธยา พ.ศ. 2103  เพื่อเป็นสักขีพยานในการทำสัญญาพระราชไมตรีระหว่าง สมเด็จพระมหาจักรพรรดิแห่งอาณาจักรอยุธยาและพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช มหาราชแห่งอาณาจักรล้านช้าง

ด้วยในระยะนั้นกรุงศรีอยุธยาอยู่ในภาวะไม่สู้ปลอดภัยจากการรุกรานของพม่า ที่แผ่อิทธิพลมายังลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำโขง  กษัตริย์ทั้งสองอาณาจักรต่างทรงเห็นว่าควรรวมกำลังเพื่อความมั่นคง  จึงทรงกระทำสัตยาธิฐานว่าจะไม่ล่วงล้ำดินแดนของกันและกัน

ไทยกับเขมรทำไมไม่มีอย่างนี้นะ..

เหตุที่เลือกเนินริมน้ำหมันเพราะว่าเป็นจุดสมมุติว่าเป็นด่านเขตแดนรอยต่อของเขตอิทธิพลของอาณาจักรทั้งสอง

.

.

.

ทุกวันเพ็ญเดือนหก ชาวด่านซ้ายจะมีประเพณีสมโภชพระธาตุนี้ สืบต่อกันมาหลายร้อยปี  โดยการทำ “ต้นผึ้ง” มาถวายองค์พระธาตุ

.

.

ต้นผึ้งทำด้วย ไม้และกาบกล้วย ทำเป็นโครงสามเหลี่ยมปิรามิด ประดับด้วย ขี้ผึ้งรูปดอกไม้  เทียนเวียนหัว(เทียนแท่งที่ฟั่นยาวพอคาดรอบหัว)  และเทียนเซ่นคนเซ่นสัตว์ (เทียนแท่งเล็กๆจำนวนเท่ากับสมาชิกในครอบครัวและสัตว์ใหญ่ในบ้าน 

.

.

 

.

.

อุทยานการศึกษา

.

มองจากด้านหน้าพระธาตุ จะเห็นทิวเขาอยู่รายรอบ..

..

.......

จบเรื่องราวของ "ตะลุยเมืองเลย"แต่เพียงเท่านี้

.

Entryนี้ยาวมากเพราะเอาเรื่องทั้งสามเรื่องมารวมกัน..

.

ป.ล. ขอบคุณที่มาเยี่ยมเยียนทักทายกันนะคะ.. ^_"  ...

..

..


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
sanandaman วันที่ : 05/12/2009 เวลา : 04.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sananda
นักเดินทางทุกเรื่องเล่า..เรื่องราว...

(0)
แวะมาสวัสดีทักทายยามเช้า วันพ่อ วันนี้

ก่อนการออกเดินทางของผมครับ

ไปเที่ยวอ่ะครับ วังน้ำเขียวและ อวท.ทับลาน

รักพ่อ พ่อรัก รักพ่อนะครับ
ความคิดเห็นที่ 2
ดินเดินทาง วันที่ : 01/12/2009 เวลา : 12.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/din-travel

(0)

สวัสดีคุณยุ้ย

ข้าม กทม มาเที่ยวด้วยคนเนาะ

ชอบสายหมอก
ชอบภูเขา
ชอบสถานที่เก่อน
ชอบเจาของบ้าน

รักษาสุขภพาดีดีน๊า

สู้ๆ เป็นกำลังใจให้กันและกัน

ด้วยใจ
ดิน
ความคิดเห็นที่ 1
Reggae วันที่ : 28/11/2009 เวลา : 19.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Reggae
"บนท้องฟ้ามีดาวหลายล้านดวง แล้วดาวดวงใดเล่าที่เป็นของเธอ"

(0)

สวัสดีจ๊ะยุ้ย ตอนนี้เมืองเลยคงหนาวมากแล้ว
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน