• ยุวดี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yuwadee@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-06
  • จำนวนเรื่อง : 156
  • จำนวนผู้ชม : 224054
  • ส่ง msg :
  • โหวต 85 คน
yuwadee
สารคดี/บทความ/เรื่องแต่ง แนวศิลปวัฒนธรรม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/yuwym
วันศุกร์ ที่ 31 สิงหาคม 2550
Posted by ยุวดี , ผู้อ่าน : 4538 , 16:22:54 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

(พระธาตุดอยตุงสององค์ สมัยครูบาศรีวิชัยเป็นผู้ออกแบบตามศิลปะล้านนา)

เป็นเวลานานกว่าสองเดือนที่ตุ๊เจ้าวัดพระธาตุดอยตุงเริ่มคุ้นชินกับภาพขององค์พระธาตุในโอบล้อมของฉากกั้นป้องกันอันตราย และกั้นสายตาของผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลายที่มานมัสการพระธาตุบนยอดดอยอยู่ทุกขณะ ทั้งยังคุ้นตาบรรดานายช่างผู้ขมีขมันบูรณะองค์พระธาตุอยู่ในระหว่างนี้
 อากาศบนยอดดอยเย็นเยียบตลอดทั้งปี นานทีจึงจะมีแสงแดดส่องลอดปลีเมฆลงกระทบองค์พระธาตุ
 เช่นเช้าแรกที่เหล่านายช่างเตรียมลงมือกะเทาะเปลือกเจดีย์องค์นอก วันนั้นเป็นวันเสาร์ ฝนเทลงมาตลอดวัน ทั้งเครื่องมือกลไกในการกะเทาะก็ติดขัด ต้องปรับแก้แบบ คณะช่างไม่สามารถปฏิบัติงานได้ เหล่านั้นล้วนเป็นไปตามคำทักของตุ๊เจ้าที่ว่าวันเสาร์ฤกษ์ไม่ดี ให้รอเวลาไปอีกวันหนึ่ง พร้อมแนะให้คณะช่างถวายเครื่องบูชาองค์พระธาตุเป็นการบอกกล่าวเสียก่อน
 เมื่อคณะช่างผู้รับงานจากกรมศิลปากรดำเนินการทุกอย่างตามคำแนะนำนั้น วันต่อมาพวกเขาจึงสามารถปฏิบัติการกะเทาะยอดเจดีย์ได้สำเร็จ
 ทันทีที่คมเลื่อยบนรางซึ่งปรับแบบมาสำหรับวัตถุทรงโค้งสัมผัสบนผิวเจดีย์ แดดแรงก็เบียดเมฆครึ้มพลิ้วไปกับสายลมอ่อน จนเมื่อดับเครื่องเลื่อยเพื่อขยับรางไปยังตำแหน่งใหม่ แดดก็หุบกลับ คล้ายรอให้นายช่างตั้งรางเรียบร้อยแล้วจึงค่อยเปิดทางสว่างอีกครั้ง เป็นเช่นนี้จนคณะนายช่างจัดการเลื่อยยอดเจดีย์จนครบวงรอบ
 สิ่งศักดิ์สิทธิ์บันดาลให้การบูรณะปฏิสังขรณ์พระธาตุดอยตุง พ.ศ.2550 เป็นไปอย่างเรียบร้อย

                                                       .................................................................

                      

(พระธาตุดอยตุง พ.ศ.2516 เป็นทรงปราสาท)

 พระบรมธาตุดอยตุงตั้งอยู่บริเวณวัดพระธาตุดอยตุง ต.ห้วยไคร้ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย มีถนนเส้นเล็กๆ แยกจากบ้านห้วยไคร้ขึ้นไปจนถึงองค์พระบรมธาตุ
 ตามตำนานเล่าว่าเดิมสถานที่แห่งนี้มีชื่อว่าดอยดินแดง อยู่บนเขาสามเส้นของกลุ่มลาวจก ในสมัยพระเจ้าอุชุตะราช กษัตริย์องค์ที่ 3 แห่งราชวงศ์สิงหนวัต ผู้ครองโยนกนาคนคร ราวปี 1452 พระมหากัสสปได้นำพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระรากขวัญเบื้องซ้าย(ไหปลาร้า) ของพระพุทธเจ้ามาถวาย ตามคำทำนายของพระพุทธองค์ว่า "ดอยดินแดงแห่งนี้ ต่อไปจะเป็นที่ประดิษฐานพระมหาสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในภายภาคหน้า"
 พระเจ้าอุชุตะราชมีพระราชศรัทธา ได้เรียกหัวหน้าลาวจกมาเฝ้า พระราชทานทองคำจำนวนแสนกษาปณ์ ให้เป็นค่าที่ดินบริเวณดอยดินแดงแก่พวกเขา แล้วทรงสร้างพระสถูปขึ้น โดยนำธงตะขาบยาว 3,000 วา ไปปักบนดอย เมื่อหางธงปลิวไปไกลเพียงใด ให้กำหนดเป็นฐานพระสถูปเพียงนั้น ดอยดินแดงจึงได้ชื่อใหม่ว่าดอยตุง (ตุงแปลว่าธง) เมื่อสร้างพระสถูปเสร็จ จึงนำพระบรมสารีริกธาตุบรรจุไว้
 ครั้นสมัยพระเจ้าเม็งรายมหาราช แห่งราชวงศ์ลาวจก พระมหาวชิระโพธิเถระได้นำพระบรมสารีริกธาตุมาถวายจำนวน 50 องค์ พระเจ้าเม็งรายโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุขึ้นอีกองค์หนึ่ง เหมือนกับพระเจดีย์องค์เดิมทุกประการเพื่อตั้งคู่กัน พระธาตุดอยตุงจึงมีพระเจดีย์คู่จนถึงทุกวันนี้ และเนื่องจากปู่เจ้าลาวจกกับพระยาเม็งราย ต้นวงศ์กษัตริย์เชียงใหม่ต่างก็ประสูติในปีกุญ (หรือปีกุน) พระธาตุดอยตุงจึงถือเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนปีกุน
 พ.ศ.2470 ครูบาศรีวิชัยได้ทำการบูรณะองค์พระธาตุในแบบล้านนา กล่าวคือเป็นเจดีย์ก่ออิฐสอปูน ทรงระฆัง 8 เหลี่ยม ตั้งบนฐานปัทม์(บัว) 8 เหลี่ยม ประดับลูกแก้วอกไก่ 1 ชิ้น ฐานล่างสี่เหลี่ยมจตุรัสลด 3 ชั้น องค์ระฆังและบัลลังก์ 8 เหลี่ยมรองรับปล้องไฉน มีปลียอดประกอบฉัตร 5 ชั้น

(พระธาตุสมัยครูบาศรีวิชัยยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์)

ต่อมาในปี 2516 ในยุคเผด็จการทหารเรืองอำนาจ ผู้นำสมัยนั้นได้สั่งการให้ปรับเปลี่ยนแบบเจดีย์องค์พระธาตุดอยตุง จากรูปแบบสถาปัตยกรรมล้านนามาใช้แบบของส่วนกลาง โดยมอบหมายให้ อ.ประกิต (จิตร) บัวบุศย์ เป็นผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง
 อ.จิตรนั้นเป็นผู้มีใจอนุรักษ์และเคารพในศิลปกรรมท้องถิ่น เมื่อได้รับคำสั่งที่ไม่อาจปฏิเสธ ท่านจึงได้คิดค้นวิธีการเปลี่ยนแบบโดยอนุรักษ์สถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมไว้ด้วย ท่านตัดสินใจใช้วิธีหล่อคอนกรีตมาประกอบครอบเจดีย์คู่ทั้งสององค์ นับแต่นั้นพระธาตุดอยตุงจึงมีรูปโฉมเป็นเจดีย์ทรงปราสาท สมัยต้นรัตนโกสินทร์ เป็นที่คุ้นตาผู้มีจิตศรัทธาเรื่อยมา ก่อนที่จะมีการบูรณะใหม่ใน พ.ศ.นี้ เพื่อกลับไปใช้รูปแบบสถาปัตยกรรมท้องถิ่นล้านนาซึ่งถูกครอบทับอยู่ภายใน

                              ................................................................

                           

                                   (ผู้ออกแบบจงใจสร้างครอบทับเพื่ออนุรักษ์พระธาตุองค์เดิมไว้ภายใน)

ช่วงประมาณสองเดือนก่อน มีข่าวว่ากรมศิลปากรได้จัดประชุมร่วมกับชาวบ้าน จ.เชียงราย จนได้ข้อยุติว่าจะทำการบูรณะโดยเลาะเจดีย์องค์ปัจจุบันออก โดยชาวบ้านได้สอบถามว่าเจดีย์ที่เลาะออกนั้นจะดำเนินการอย่างไร เพราะอย่างไรเสียชาวบ้านและนักท่องเที่ยวต่างชินกับองค์พระธาตุนี้แล้วแม้จะไม่ใช่องค์ดั้งเดิมก็ตาม ทางเจ้าคณะอำเภอจึงแนะนำว่า ให้นำองค์พระธาตุที่เลาะออกแล้วไปประดิษฐานที่วัดน้อยดอยตุง บริเวณด้านล่าง ก่อนขึ้นถึงพระธาตุดอยตุง
 เกี่ยวกับความเป็นมาของโครงการบูรณะพระธาตุดอยตุงนั้น อารักษ์ สังหิตกุล อธิบดีกรมศิลปากร ชี้แจงว่ากรมศิลปากรบรรจุโครงการดังกล่าวไว้เป็นส่วนหนึ่งในวาระเฉลิมฉลองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงครองราชย์ครบ 60 ปี ในปี 2549
 "โครงการแรกเริ่มใช้งบกลางประมาณ 22 ล้าน เมื่อปี 2549 เหตุผลที่ต้องบูรณะอีกประการที่สำคัญคือมีการเปลี่ยนแปลงทางสถาปัตยกรรม เมื่อก่อนพื้นที่อยู่ในพื้นที่ล่อแหลม สมัยนั้นคงอยากใช้สถาปัตยกรรมที่แสดงความเป็นไทยแล้วก็เลือกแบบของภาคกลางไปใช้ ซึ่งจริงๆ ในแง่การอนุรักษ์เป็นปรัชญาที่ไม่ค่อยถูกนักเพราะการที่จะรื้อฟื้นวัฒนธรรม ต้องยอมรับวัฒนธรรมท้องถิ่นที่หลากหลาย เดิมเป็นสถาปัตยกรรมล้านนา เมื่อเรารู้ว่าแบบที่เป็นอยู่ไม่ถูกต้อง ก็ได้รื้อฟื้นให้กลับไปสู่สถาปัตยกรรมล้านนาแบบเก่า"
 นอกจากบูรณะองค์พระธาตุแล้วยังบรรจุแผนปรับปรุงภูมิทัศน์ไว้ด้วย
 "ปี 2551 เราตั้งงบไปประมาณ 28 ล้าน เพื่อทำเรื่องพระอุโบสถ ซึ่งยังเป็นสถาปัตยกรรมแบบภาคกลางก็จะปรับปรุงให้กลับเป็นแบบล้านนา แล้วก็จะสร้างศูนย์ข้อมูลที่ลานด้านล่าง คือผู้มีจิตศรัทธาหรือนักท่องเที่ยวมาแล้วอาจเข้าไปหาข้อมูลในศูนย์นี้ก่อน แล้วค่อยขึ้นไปนมัสการพระธาตุ ผมอยากเน้นว่าถึงจะเป็นเรื่องความหลากหลายของวัฒนธรรมท้องถิ่น แต่พระธาตุองค์นี้ก็เป็นสมบัติของคนไทยทุกคน เป็นวัฒนธรรมของชาติไทย คนในชาติทุกคนมีสิทธิร่วมกันในการดำเนินการ"
 "ก่อนหน้านี้มีศิษยานุศิษย์ของวัดท่าซุงได้บริจาคเงินไว้ เขาเสนอว่าจะเป็นไปได้มั้ยถ้าจะขอหุ้มทองจังโก คือเอาแผ่นโลหะมาบุดุนตามลวดลายองค์พระธาตุแล้วปิดทององค์เดิม ผมก็ส่งเรื่องไปให้ทางฝ่ายวิชาการพิจารณาในแง่ความถูกต้องว่าทำได้มั้ย ดูแล้วเป็นทรงแบบรูปบัว ไม่มีประติมากรรมติดที่ ก็คิดว่าน่าจะเป็นไปได้ ผู้สนับสนุนก็บอกว่าให้คิดเป็นเงินมาเลยว่าถ้าทำได้ต้องใช้เงินเท่าไร อยากจะบริจาคเต็มที่" อธิบดีอารักษ์กล่าว
 
                                       ................................................................

                            

                                (นาทีเลาะพระธาตุดอยตุงจากส่วนยอดในการบูรณะวันแรก)


จุมภฏ ตรัสศิริ นายช่างโยธา 7 สำนักโบราณคดี กรมศิลปากร ผู้ควบคุมการบูรณะพระธาตุดอยตุง เล่าว่าประมาณ 4 ปีก่อน มูลนิธิมีชัย ฤชุพันธุ์ ได้ศึกษาพบว่าพระธาตุองค์ปัจจุบันสร้างครอบพระธาตุแบบล้านนาสมัยครูบาศรีวิชัย จากนั้นจึงเสนอเรื่องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายพิจารณา ผู้ว่าฯ ได้ตั้งกรรมการโครงการอนุรักษ์โบราณสถานพระธาตุดอยตุงกลับคืนสู่สมัยล้านนา มีการจัดประชุมหลายรอบจนได้ข้อยุติ ให้กรมศิลปากรเป็นผู้จัดงบประมาณการบูรณะ
 "ผมเป็นกรรมการฝ่ายวิชาการก็ได้ไปพบท่านอาจารย์จิตรเพื่อหารือและขออนุญาตรื้อแบบของท่าน ท่านก็กรุณามาก ไม่ติดใจ และยังหอบอัลบั้มภาพสมัยที่ท่านทำการบูรณะเมื่อปี 2516 ให้อีก ท่านว่าเขาสั่งมาก็ต้องทำ อัลบั้มภาพของท่านมีภาพเจดีย์ทรงล้านนาเดิมด้วย ท่านบอกว่าท่านออกแบบเป็นทรงปราสาท สไตล์รัชกาลที่ 3 กรุงรัตนโกสินทร์ มีซุ้ม 4 ด้าน"
 ในฐานะนายช่างสถาปัตยกรรม จุมภฏยอมรับว่าอาจารย์จิตรนั้นมีฝีมือเยี่ยมยอด สมกับตำแหน่งศิลปินแห่งชาติ
 "อาจารย์จิตรท่านเก่งมาก ท่านหล่อเป็นชั้นๆ แล้วไปประกอบปั้นพิมพ์ปูนปั้นบัวหงายบัวคว่ำ แล้วทำไม้แบบกั้นด้านใน จากนั้นก็ลงปูน บางช่วงแนบสนิท บางช่วงมีช่องว่างขนาดคนเดินลอดได้ ผมเข้าไปดูยังเห็นทองที่ปิดพระธาตุองค์เดิมอยู่เลย แบบของอาจารย์จิตรนั้นทำหุ้มของเดิม ไม่ได้ทำลายของเดิมแม้แต่น้อย ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแบบและอนุรักษ์ไปในตัว"
 ประมาณกลางเดือนกรกฎาคม 2550 คณะนายช่างทำการตัดเลาะเจดีย์ออก เริ่มต้นจากส่วนยอดไล่ลงมาจนถึงฐาน ใช้เวลาประมาณ 4 สัปดาห์
 นอกจากนี้ยังมีการขุดตรวจชั้นดินทางโบราณคดี พบร่องรอยหลักฐานซากพระเจดีย์พระธาตุสมัยก่อนครูบาศรีวิชัยอีกด้วย
 "ผลการขุดตรวจสอบพบร่องรอยพระธาตุดอยตุงรุ่นแรกอยู่ใต้ดินลึกไปอีก 2 เมตร เป็นฐานสี่เหลี่ยมผืนผ้า สมัยแรกนี้พังทลายลงเหลือแต่ฐานสี่เหลี่ยม แสดงว่าแรกทีเดียวพระธาตุมี 1 องค์ แล้วมีการสร้างวิหารเล็กๆ อยู่ด้านข้างอีก 1 องค์ ต่อมาถึงได้มีการสร้างเจดีย์เพิ่มอีก 1 องค์ เป็น 2 องค์ แล้วถึงเป็นรุ่นครูบาศรีวิชัยมาสร้างฐานหุ้มอีกประมาณ พ.ศ.2470 ไล่มาถึงสมัยอาจารย์จิตรในปี 2516 หลังจากอาจารย์จิตรถึงมีการสร้างต่อเติมโบสถ์ต่อจากวิหารองค์เดิม ดูลักษณะสถาปัตยกรรมแล้ว อายุไม่เกิน 30 ปี"
 รายละเอียดในการเลาะองค์เจดีย์นั้น ทางห้างหุ้นส่วนจำกัดฐานอนุรักษ์เป็นผู้รับงานนี้
 "เราต้องออกแบบเครื่องมือที่ใช้ถอดชิ้นส่วนพระธาตุใหม่ ต้องทำรางสำหรับตัดโดยเฉพาะ เพราะพระธาตุมีความเว้าโค้ง ต้องค่อยๆ เลื่อนรางตัดออกทีละรอยจนครบรอบประมาณ 8 ครั้ง เริ่มจากถอดบนยอดเจดีย์ก่อน วางแผนไว้ว่าจะตัดให้ได้ 19 ชิ้น ชิ้นละประมาณ 500 กิโลกรัม เราต้องตัดต่อโครงสร้างคอนกรีตให้ตรงเพื่อชาวบ้านอาจนำไปประกอบเป็นองค์ใหม่ตามต้องการ หรือถ้าท้องถิ่นไม่ต้องการ จะนำไปจัดแสดงนิทรรศการ บอกพัฒนาการความเป็นมาของการสร้างพระธาตุก็ได้ เราตั้งใจทำให้ดี ต้องบอกกล่าวไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนลงมือ"
 ปัจจุบันนี้ พระธาตุเจดีย์แบบล้านนาสมัยครูบาศรีวิชัยเผยโฉมให้เห็นเต็มทั้งสององค์แล้ว หลังจากถูกซ่อนอยู่ภายในมานานถึง 34 ปี
 "เจดีย์สมัยครูบาสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ เป็นปูน คลส.หุ้มอยู่ ขาดแต่หัวเม็ดน้ำค้างบนปลียอดเท่านั้น เรายังพบว่าด้านในมีร่องรอยของพระธาตุยุคก่อนหน้านั้นซ้อนอยู่อีก 2 ยุค แต่ยังไม่ชัดเจน ตอนนี้นักโบราณคดีกับช่างอนุรักษ์กำลังมาขุดค้นด้านหลังของพระธาตุ"
 จุมภฎเผยด้วยว่างานในช่วงต่อไปเป็นการปฏิสังขรณ์องค์พระธาตุในปัจจุบัน หรือพระธาตุแบบล้านนาสมัยสมัยครูบาศรีวิชัยให้สมบูรณ์ดังเดิม คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมปีนี้ รวมถึงการปรับปรุงภูมิทัศน์ต่างๆ ได้แก่ ทุบศาลาทิ้งเพื่อปรับเป็นพื้นที่สีเขียว
 "เราจะคงวิหารเดิมไว้ วิหารตอนนี้กลายเป็นโบสถ์ไปแล้ว วิหารนี้น่าจะเก่าแก่ก่อนสมัยครูบาศรีวิชัย ภาพโบราณสมัยครูบาจะเห็นวิหารเหลือแต่ผนังด้านเดียว ท่านครูบาก็ไม่ได้ปรับปรุงอะไร แต่มุงด้วยวัสดุชั่วคราวเป็นสังกะสี นี่เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จะอนุรักษ์ไว้ พอถึงปีงบประมาณ 2551 คงสามารถเปิดศูนย์ข้อมูลได้"
 ถึงวันนี้ใครที่เดินทางขึ้นดอยตุงเพื่อนมัสการพระธาตุดอยตุงคงได้สัมผัสกับองค์เจดีย์คู่โฉมเดิมที่มีอายุยาวนาน 80 ปีแล้ว
 เป็นองค์พระบรมธาตุดอยตุงแบบล้านนาสีทองอร่าม ท่ามกลางสายหมอกแห่งดอยดินแดง





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Romeoza วันที่ : 06/09/2007 เวลา : 21.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/romeoza

สวัสดีล้านนาเจ้า

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
hooknoi วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 16.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hooknoi
บ้านนายนกฮูก

เคยไปเมื่อปีที่แล้ว ตอนนั้นยังไม่ได้เริ่มบูรณะเลย จะรอดูครับว่าบูรณะแล้วจะสวยเหมือนเก่าหรือเปล่า

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
psty วันที่ : 01/09/2007 เวลา : 15.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prasityoo

ได้ความรู้ดีมาก และได้เห็นศรัทธาของคนยุคก่อน

ขอบคุณมากครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ศุภศรุต วันที่ : 31/08/2007 เวลา : 18.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักวิชากวน

ต้องขออภัย
กรณีดอยตุงนี้ ผมไม่เห็นด้วย
หากใช้วิธีคิดแบบนี้ จะมีกรณีการปรับเลี่ยนสิ่งก่อสร้างอีกมากมาย ใช้งบประมาณเพื่อ"ผู้รับเหมา" ที่รู้ใจอีกเท่าไหร่
ทั้งในภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้

การตัดสินว่าใครเผด็จการไม่ใช่หน้าที่ของกรมศิลปากร
และไม่มีสิทธิไปใช้อ้างเพื่อการเปลี่ยนแปลง

กรมศิลปากรก็เกิดจากเผด็จการ
และทำงานแบบเผด็จการไม่ต่างกัน

งบประมาณต้องถมให้อีกเท่าไหร่ หากใช้โมเดลดอยตุงไปจับงานสร้าง 30 - 40 ปีที่ผ่านมา

โบราณสถานมันพินาศจากการบูรณะแบบ"รับเหมา"หมดแล้วใช่ไหม จึงย้อนกลับมาเล่นสิ่งก่อสร้างในช่วงนี้แทน

งานนี้ไม่เห็นด้วยครับ

ต้องขึ้นไปถ่ายรูปใหม่ และเชื่อว่าโบสถ์วิหารคงไม่สร้างเล็ก ๆ ตามในรูปเก่าแน่ ๆ คงใช้เงินอีกมากถมสร้างให้อลังการใหญ่โต

คอยดูสิ สุดท้ายก็สร้างใหม่ เงินใหม่ พวกฉันได้ถลุงงบเช่นเดิม


ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Supawan วันที่ : 31/08/2007 เวลา : 17.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สัปดาห์หน้าหวังว่าคงจะได้ไปดอยตุงค่ะ

แวะมาทักทายยามเย็นวันศุกร์ค่ะ คงมีความสุขนะคะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
อิตถี วันที่ : 31/08/2007 เวลา : 16.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hansiao
วันหนึ่งมีมากกว่า ๒๔ ชั่วโมง..

ข้อมูลเพียบจริงๆ
จำได้เคยไป ดอยตุงแต่นานมาแล้วค่ะ
ขอบคุณสำหรับความรู้นะค่ะ


ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 31/08/2007 เวลา : 16.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

อ่านอิ่มเลยครับ...

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
siampatriot วันที่ : 31/08/2007 เวลา : 16.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/siampatriot
แวะมาเยี่ยมคร๊าบบบบ

"อ.ประกิต (จิตร) บัวบุศย์" น่ากราบงามๆ ท่านจริงๆ เลย...
อุตหาห์รักษาไว้ให้....

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
nutye วันที่ : 31/08/2007 เวลา : 16.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nutye
[บล๊อกผม]...ต่ำกว่า 18 ปีควรพิจารณาให้ดีไม่งั้นเสียวตาย 

อยากไปง่ะแต่ไม่ว่างเลย
ฝากไปเที่ยวด้วยนะครับ
แล้วมาเยี่ยมบ้างนะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

วิวาห์วิชาการ

แต่งทั้งทีขอแปลกๆ อย่างที่ฝันไว้ พอทำได้สมใจก็อยากอวดคนอื่น

View All
<< สิงหาคม 2007 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]