• mr.zakkman
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mr.zakkman@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-19
  • จำนวนเรื่อง : 24
  • จำนวนผู้ชม : 99880
  • ส่ง msg :
  • โหวต 53 คน
รถซอกแซก
แนวคิดใหม่ของยานพาหนะส่วนตัว สำหรับการเดินทางในเมืองใหญ่ยุคเศรษฐกิจพอเพียง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/zokzak
วันศุกร์ ที่ 22 มิถุนายน 2550
Posted by mr.zakkman , ผู้อ่าน : 3271 , 09:07:28 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

วันนี้มาดูรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในอังกฤษ จนได้รางวัลชนะเลิศ City Category, Car Buyers Guide, Environmental Transport Association Awards 2006-2007 สองปีซ้อน ทั้งที่เพิ่งเริ่มขายมาได้แค่ 3 ปี แถมเป็นของอินเดียอีกด้วย แต่ประเทศนี้มีผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์คุณภาพดีราคาถูกจำนวนมากซึ่งกำลังจะเป็นคู่แข่งกับไทยและอาจจะเข้ามาตีตลาดในประเทศไทยด้วยซ้ำ

(pictured by Martyn Goddard)
คันนี้เป็นรถที่บริษัทอินเดียร่วมทุนกับบริษัทอเมริกันมาตั้งแต่ปี 1994 (ไม่เกี่ยวกับอังกฤษซะด้วยซ้ำ) โดยใช้เวลาพัฒนาอยู่ 7 ปี จนกระทั่งผลิตขายในอินเดียครั้งแรกในปี 2001 และส่งเข้าไปขายที่อังกฤษในปี 2004 ปัจจุบันเฉพาะที่อังกฤษขายไปแล้วเกือบพันคัน ราคาขายประมาณ 5 แสนบาท ! พอๆกับรถยนต์คันเล็กของอังกฤษเองอย่าง Ford Fiesta ซึ่งมีขนาดพอๆกับ Jazz หรือ Yaris แต่ก็ยังขายได้เฉลี่ยวันละคัน ทั้งๆที่เล็กกว่า นั่งได้แค่สองคน วิ่งได้เร็วแค่ 60 กม./ชม. ความแข็งแรงปลอดภัยก็สู้ไม่ได้ เรียกว่าซื้อมาแล้วเจ้าของไม่ได้อะไร แต่สังคมส่วนรวมได้ประโยชน์เต็มๆ เสียงหนวกหูก็ลดลง ก็าซพิษในอากาศลดลง ความเสี่ยงจากอุบัตเหตุที่ทำให้การบาดเจ็บหรือพิการของคนเดินถนนจากรถที่ขับเร็วก็น้อยลง แล้วทำไมคนอังกฤษถึงยอมซื้อ เขาเสียสละกันขนาดนี้เลยหรือ
ผมว่าทัศนคติหรือจิตสำนึกของแต่ละคนต่อสังคมส่วนรวมก็คงเป็นส่วนหนึ่งที่จำเป็นต้องมี แต่แค่นี้คงไม่พอที่จะทำให้ต้องควักกระเป๋าเป็นเงินก้อนใหญ่ขนาดที่ต้องทำงานกันเป็นปีๆกว่าจะได้มา ผู้บริหารประเทศอย่างกระทรวงคมนาคม กระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลังของอังกฤษและผู้บริหารท้องถิ่นอย่างผู้ว่าการนครลอนดอนจึงต้องหาทางสนับสนุนกันเต็มที่ให้ประชาชนใช้รถยนต์ไฟฟ้าแทนรถที่ใช้น้ำมัน จนกระทั่งบอกได้เลยว่าถ้าใครซื้อรถยนต์ไฟฟ้าทำนองนี้ไปใช้ในกรุงลอนดอน จะสามารถคืนทุนได้ในปีเดียว ! ปีต่อๆไปนี่เกือบจะเรียกว่าใช้ฟรีด้วยซ้ำ (ของเรานี่ มีโปรโมชั่นให้ประชาชนกู้เงินได้สารพัดรูปแบบ ดาว์นน้อยผ่อนนาน หรือบางทีผ่อนดาว์นได้อีก เรียกว่าตอนนี้ทุกอย่างผ่อนได้หมด คนไทยมีโอกาสเหลือเฟือที่จะมีสถานะภาพเป็นลูกหนี้ คนที่ซื้อรถใหม่ป้ายแดงนี่ ผ่านไปสี่ห้าปีก็ยังเป็นหนี้อยู่เลย บางทีผ่อนค่ารถจนหมดแล้ว ราคารถที่เหลือตอนนั้นยังน้อยกว่าค่าน้ำมันกับค่าซ่อมที่จ่ายๆไปเสียด้วยซ้ำ ขายออกไปก็ขาดทุนลูกเดียว แถมตลอดเวลาที่ใช้มาก็สร้างมลพิษให้สังคม แต่ถ้าใช้รถยนต์ไฟฟ้าแบบนี้ได้กำไรหลายลูกทีเดียว มาดูกันดีกว่าครับว่าเขาคิดมาได้ยังไง)

1. ค่าน้ำมัน ที่อังกฤษประมาณลิตรละ 70 บาท(1 ปอนด์) สมมติว่าใช้รถวันละ 20 ไมล์ หรือปีละ 4,000 ไมล์(ประมาณ 6,400 กม.) ค่าชาร์ตไฟประมาณ ไมล์ละ 70 สตางค์ (1 เพนนี) ตกปีละ 2,800 บาท (40 ปอนด์) ถ้าเทียบกับรถที่กินน้ำมัน 10 กม./ลิตร เท่ากับประหยัดค่าน้ำมันได้ปีละ 40,000 บาท
2. ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีถนน (vehicle excise duty) ปีละ 20,000 บาท (300 ปอนด์)
3. ได้รับยกเว้นค่าเข้าใจกลางเมือง (London Congestion Charge) วันละ 560 บาท (8 ปอนด์) ตกปีละ 140,000 บาท
4. ได้ส่วนลดค่าจอดรถหรือจอดฟรีได้ทั้งวัน จากค่าจอดวันละ 35 ปอนด์ รวมแล้วประมาณปีละ 420,000 บาท (6,000 ปอนด์)
5. มีที่ชาร์ตไฟฟรีให้ในที่จอดรถ
6. จ่ายค่าประกันภัยแบบต่ำสุดปีละ 300 ปอนด์ซึ่งต่ำกว่ารถทั่วไปหลายร้อยปอนด์
7. หักค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีได้ 100% สำหรับบริษัทที่ซื้อ และยังมีส่วนลดภาษีเป็นพิเศษให้อีก

รวมๆแล้วก็เกินค่ารถแล้วครับ สังเกตุว่าทั้ง road tax, congestion charge และ parking fee จะแพงมาก ทั้งนี้เพราะเขาต้องการกันรถไม่ให้วิ่งเข้ามาในเมืองมากนัก เพราะทำให้รถติดและอากาศเสียอย่างร้ายแรง ตอนนี้ได้ข่าวมาว่าต่อไปเขาจะขึ้นราคาและจะคิดราคาตามระดับการปล่อย CO2 เช่นรถรุ่นนี้ปล่อย CO2 220g/km จะต้องจ่ายแพงกว่ารถรุ่นที่ปล่อย CO2 150g/km ส่วนรถรุ่นที่ปล่อยก๊าซพิษน้อยกว่า 100g/km จะเสียน้อยมากหรืออาจไม่ต้องเสียเลย หลักการของเรื่องนี้ก็ง่ายๆครับ ใครทำร้ายส่วนรวมมากก็ต้องจ่ายคืนมาก เพื่อเอาเงินไปแก้ไขปัญหา คล้ายๆหลักการของภาษีสรรพสามิต ที่เราเคยเรียกว่าภาษีบาปหรือภาษีฟุ่มเฟือย แต่หลักการนี้คงใช้ไม่ได้ในบ้านเรา เพราะกลายเป็นว่าใครทำร้ายสังคมมากยิ่งได้กำไรมาก เพราะประหยัดต้นทุนได้มากกว่า ยกตัวอย่างเช่น รถเมล์ รถบรรทุก ที่ประหยัดค่าซ่อมบำรุงที่จะต้องทำให้รถมีสภาพที่ดีและปลอดภัยอยู่เสมอ จนวิ่งกันควันดำปี๋ ประตูเสีย เบรคแตก วิ่งชนชาวบ้านชาวช่องเจ็บตายกันบ่อยๆ รถบรรทุกที่บรรทุกหนักเกินพิกัดมาก จนทำให้ถนนพังเสียหายทั่วประเทศ ทั้งหมดนี่ก็ยังมีให้เห็นอยู่เป็นสิบๆปี ไม่เคยหายไปจากถนนในเมืองไทย แม้แต่ภาษีสรรพสามิตของรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าก็ยังสูงกว่ารถตุ๊กตุ๊กสองเท่า สูงกว่ารถกระบะดัดแปลงสามเท่า (อัตราภาษี 10% 5% และ 3% ตามลำดับ) ประเทศเราคงมีหลักการวิธีคิดเรื่องแบบนี้เป็นแบบเฉพาะตัวไม่เหมือนประเทศอื่น

ที่จริงเร็วๆนี้เราก็เคยมีแนวคิดว่าจะเก็บ road tax เหมือนกัน แต่คงทำได้ยาก เพราะมีแรงต่อต้านเยอะจากรอบด้าน ทั้งจากเจ้าของรถหลายล้านคันในกรุงเทพและบริษัทที่ขายรถ รวมทั้งระบบขนส่งมวลชนของเราก็พึ่งอะไรไม่ค่อยได้นอกจากรถไฟฟ้าสองสายที่มีอยู่ตอนนี้ แต่ในอนาคตก็ไม่แน่ เราอาจจะเอาอย่างเมืองใหญ่ในประเทศอื่นๆก็ได้ ไม่อย่างนั้นรถในกรุงเทพก็มากขึ้นทุกวัน ถนนก็มีเท่าเดิม ไม่รู้จะทำยังไง จะจัดการจราจรพิศดารยังไงก็เหมือนเดิม

ว่าแต่ถ้ามีรถยนต์ไฟฟ้าแบบนี้มาขายในบ้านเรา จะมีคนซื้อหรือเปล่าก็ไม่รู้? ถ้ารัฐบาลหรือ กทม. ไม่มีมาตรการสนับสนุนคงไม่มีใครซื้อแน่ ยิ่งคนไทยไม่ได้ซื้อรถเพื่อใช้งานเป็นหลักอย่างคนยุโรป แต่ยังต้องใช้เป็นเครื่องประดับฐานะอีกด้วย ใครซื้อรถหน้าตาเหมือนกบเคโระแบบนี้มาขับใน กทม. ต้องใจถึงและน่านับถือจริงๆ แบบนี้ถึงน่าจะเป็นผู้มีฐานะตัวจริงที่จ่ายเงินซื้อของมาใช้โดยคิดถึงส่วนรวมด้วย และไม่ต้องรอให้ใครมาก้มหัวคำนับหรือยกมือไหว้(เฉพาะตอนที่ขับรถเก๋งคันหรู)




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
กิมท้ง วันที่ : 05/06/2008 เวลา : 10.57 น.


อีกมุมด้านข้าง ชมสินค้ากันไปก่อนนะครับ ถูกหวยเมื่อไรผมว่าจะซื้อให้ลูกขับไปโรงเรียนซักคัน (ฝากไว้ก่อนเถอะ ไม่รวยบ้างก็แล้วไป)

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
กิมท้ง วันที่ : 05/06/2008 เวลา : 10.53 น.


คห.9 ราคา 250,000 มีขายในไทยนะ แต่เป็นรถไฟฟ้าแบบในรูป ใกล้เคียงรถเด็กเล่น ยังตั้งราคาเสียสูง ดูแล้วเป็นของเล่นคนรวยมากกว่า ใช้งานจริงไม่ได้
เมื่อนึกถึงรถยนต์ไฟฟ้าราคายุติธรรมและใช้งานจริงได้ในไทยแล้ว ชอกช้ำระกำใจในชะตาชีวิตเหลือเกิน พี่น้องครับ!

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 23/06/2007 เวลา : 17.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

แม้ตัวเองขับรถไม่เป็น ขอแอดไว้ให้แฟนอ่านนะคะ


ความคิดเห็นที่ 9 (0)
จักรยานอากาศ วันที่ : 23/06/2007 เวลา : 14.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nachaporn

ถ้าประเทศไทย มีขายราคาถูก ไม่เกิน 250.000 บาท ก็แร่มเลยพี่

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ออกปากออกแบบ วันที่ : 23/06/2007 เวลา : 09.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/designspeakout

เรื่องน่าสนใจมากครับ ได้ความรู้ดีโดยเฉพาะการจัดการเรื่องการจราจรของลอนดอน เคยไปเมืองนี้มาอยู่พักเห็นรถแบบนี้เหมือนกันรู้สึกหน้าตามันประหลาดๆ จะเหลี่ยมก็ไม่เหลี่ยม จะมนก็ไม่หมด แต่เล็กกะทัดรัดดีครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ลุงต้าลี่ วันที่ : 23/06/2007 เวลา : 09.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loongdali

อยากให้ผลิตในไทยเร็ว ๆ รัฐบาลอย่ารอช้า

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ชานบ้านชานเมือง วันที่ : 23/06/2007 เวลา : 08.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/threenation

คนไทยก็คิดเองได้ แต่นั้นนักการเมืองไม่ต้องการ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
nuning วันที่ : 23/06/2007 เวลา : 00.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/openning

อยากมีไว้สักคันอะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 22/06/2007 เวลา : 18.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

น่าสนใจนะครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
pat วันที่ : 22/06/2007 เวลา : 18.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pat

กะทัดรัด มากๆๆๆๆ น่าสนมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆแต่กลัวอย่างเดียว กลัวบรรทุกเบียด จัง ประเทศไทยเนี๊ย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
มิสนอราห์ วันที่ : 22/06/2007 เวลา : 11.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/missnorah

โห เล็กจริงๆ น่าใช้ในเมืองแท้ๆ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นายโจอี้ วันที่ : 22/06/2007 เวลา : 09.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mrjoey

รัฐบาลต้องให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2007 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


ปกติท่านขับรถยนต์ส่วนตัวไปทำงานและกลับบ้านวันละกี่กิโลเมตร
น้อยกว่า 10 กม.
50 คน
10-20 กม.
28 คน
20-30 กม.
13 คน
30-40 กม.
11 คน
40-50 กม.
16 คน
มากกว่า 50 กม.
46 คน

  โหวต 164 คน