• mr.zakkman
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mr.zakkman@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-19
  • จำนวนเรื่อง : 24
  • จำนวนผู้ชม : 99854
  • ส่ง msg :
  • โหวต 53 คน
รถซอกแซก
แนวคิดใหม่ของยานพาหนะส่วนตัว สำหรับการเดินทางในเมืองใหญ่ยุคเศรษฐกิจพอเพียง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/zokzak
วันจันทร์ ที่ 16 กรกฎาคม 2550
Posted by mr.zakkman , ผู้อ่าน : 17651 , 10:17:37 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


รถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบของ Nissan

ไหนๆเราก็กำลังจะสนับสนุนให้มีการผลิตรถโมเดลใหม่ที่เรียกว่า Eco-Car ขึ้นมาแล้ว ทำไมไม่ให้ผลิตรถยนต์ลูกผสม (Hybrid) หรือรถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่ใช้น้ำมันและไม่สร้างมลพิษไปเลยก็ไม่รู้ กลับจะผลิตรถที่ยังคงใช้น้ำมันและยังสร้างมลพิษอยู่เหมือนเดิม ทั้งที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์เกือบทุกยี่ห้อก็ล้วนมีแผนการผลิตรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้ากันอยู่แล้วทั้งนั้น ตั้งแต่รถไฟฟ้าคันเล็กๆไปจนถึงรถสปอร์ตไฮบริดราคาแพงอย่าง Ferrari รุ่น MilleChili ที่ตอนนี้ยังเป็นแค่รถตันแบบ และยังมีผู้ผลิตหน้าใหม่ที่ผลิตรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า 100% ออกมาขายแล้วอย่าง Venturi และ Tesla

ส่วนเรื่องที่ต้องการให้มีรถยนต์ราคาถูก ก็น่าจะใช้มาตราการควบคุมได้ และรถยนต์นำเข้าจากจีนและอินเดียที่กำลังจะเข้ามาจะช่วยกดราคารถยนต์ในตลาดได้เอง

ถ้าอย่างนั้น เรามีเป้าหมายอย่างไรในการผลิตรถที่เราตั้งชื่อว่า Eco-Car ?

ผมไม่ค่อยแน่ใจว่าเป้าหมายทั้งหมดของโครงการนี้คืออะไร แต่ถ้าจะย้อนอดีตไปดูตั้งแต่จุดเริ่มต้นของโครงการนี้ตั้งแต่รัฐบาลทักษิณ1จนถึงรัฐบาลปัจจุบัน ผ่านมือรัฐมนตรีมาแล้วหลายคนใน 3 รัฐบาล เช่น นายพินิจ นายวัฒนา นายสุริยะ จนมาถึงนายโฆษิตในปัจจุบัน เป้าหมายแต่แรกที่จะให้เป็น Product Champion ตัวที่ 2 ต่อจากรถกระบะ เพื่อเชิดชูการเป็น Detroit of Asia ในสมัยนายพินิจ มาถูกดัดแปลงแก้ไขสเปคบางส่วนโดยเฉพาะเรื่องตัวถังโดยนายวัฒนา จนจ่ออยู่หน้าห้องประชุม ครม. แต่ก็ไม่ทันที่นายวัฒนาถูกปรับออกไปเสียก่อน จนมาพบจุดจบอยู่ที่นายสุริยะที่สั่งปิดโครงการนี้ เพราะเห็นว่าอาจจะมาทำลายตลาดรถกระบะในประเทศ และแล้วก็มาถึงรัฐบาลปัจจุบันที่ ครม. ผ่านความเห็นชอบแล้ว โดยดูเหมือนเป้าหมายหลักจะอยู่ที่ต้องการให้มีตลาดรถประหยัดน้ำมันและลดมลพิษในประเทศ ตามที่กำหนดสเปคอัตราสิ้นเปลืองไว้ที่ไม่น้อยกว่า 20 กม./ลิตร และปล่อย CO2 ไม่เกิน 120 ก./กม. ซึ่งเป็นมาตราฐานไอเสียที่ยุโรปจะบังคับใช้ในปี 2010

ถ้ามีรถยนต์ขนาดเล็กราคาถูกและประหยัดน้ำมันแบบนี้เข้ามาในตลาดรถยนต์ของไทย ก็จะทำให้ตลาดรถยนต์คึกคักขึ้นมาก ผู้บริโภคจะมีรถหลายแบบให้เลือกซื้อ ส่วนจะบรรลุวัตถุประสงค์หรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าจะทำให้ประชาชนใช้รถมากขึ้นหรือจะซื้อมาใช้แทนรถยนต์รุ่นอื่นที่กินน้ำมันกว่า ถ้ากลายเป็นทำให้ประชาชนใช้รถยนต์มากขึ้น(และเป็นหนี้มากขึ้นด้วย) อย่างเช่น แทนที่พ่อลูกหรือสามีภรรยาจะนั่งรถไปคันเดียวกันเหมือนเดิม ก็แยกเป็นสองคัน หรือเคยนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินไปทำงาน ก็ขับรถคันเล็กไป-กลับแทน (เพราะค่าจอดรถ+ค่าตั๋วแพงกว่าค่าน้ำมัน) จากเดิมไม่ค่อยอยากใช้รถเพราะเปลืองค่าน้ำมัน ก็อาจใช้รถง่ายขึ้นเพราะรู้สึกว่าประหยัด ถ้าเป็นแบบนี้ก็เท่ากับเพิ่มการใช้น้ำมันโดยรวมและเพิ่มมลพิษเข้าไปอีก รถตามสเปค Eco-Car นี้จะประหยัดน้ำมันกว่ารถขนาดเล็กในปัจจุบันอย่าง CITY หรือ VIOS (ซึ่งทำได้ประมาณ 18 กม./ลิตร) ราว 10-20% แต่ด้วยจำนวนการผลิตที่จะผลิตเพิ่มขึ้นมาอีก 1 แสนคัน สมมติว่าขายในประเทศแค่เพียง 3 หมื่นคัน รวมกับรุ่นที่มีอยู่แล้วในตลาด (ปีที่แล้วรถยนต์ขนาดต่ำกว่า 1500 ซีซี ขายในประเทศประมาณ 1 แสนคัน ส่งออกอีกประมาณ 5 หมื่นคัน) ก็จะทำให้จำนวนรถใหม่บนถนนเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% แล้ว จึงเกิดคำถามว่า แล้วจะลดการใช้น้ำมันและมลพิษกันจริงๆหรือ? (หรือว่ามีเป้าหมายเป็นอย่างอื่น)

ปัจจุบัน ตลาดรถยนต์แบบ Eco-Car หรือชื่อจริงๆที่เรียกในวงการรถยนต์คือ Sub-compact Car นี้มีอยู่แค่ในไม่กี่ประเทศ เช่น ญี่ปุ่น อิตาลี่ ฝรั่งเศษ ที่มีถนนแคบๆอยู่เต็มเมือง การใช้รถขนาดเล็กจึงเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนเมืองของที่นั่น ความประหยัดเป็นเพียงผลพลอยได้ของการใช้งาน และที่สำคัญทั้งในญี่ปุ่นและยุโรปตะวันออก เช่น เช็ค หรือโปแลนด์ ก็มีโรงงานผลิตรถแบบนี้อยู่แล้ว ด้วยกำลังการผลิตแต่ละรุ่นมากกว่าโครงการ Eco-Car ของเรา 3-4 เท่า ดังนั้นถ้าจะผลิตรถแบบเดียวกันในจำนวนที่น้อยกว่าและยังต้องขนใส่เรือไปขายในตลาดที่ใช้รถพวกนี้แถมบวกภาษีเข้าไปอีก ไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่จะแข่งกับเจ้าตลาดได้ ส่วนการจะสร้างตลาดใหม่ก็ต้องรู้ด้วยว่าทั้งจีนและอินเดียกำลังจะผลิตรถขนาดเล็กแบบนี้โดยตั้งเป้าหมายราคาขายไว้ที่ระดับ $5,000 หรือ 200,000 บาท จะสู้เขาอย่างไร แม้แต่บริษัท CP ก็กำลังจะสั่งรถเล็กจากจีนเข้ามาขาย โดยไม่ต้องง้อเงื่อนไขเรื่อง Eco-Car นี้เลย TOYOTA ก็สามารถสั่ง AYGO จากโรงงานในอินโดนีเซียเข้ามาขายได้ หรือแม้แต่ลดสเปคและราคาของ VIOS ลงก็ทำได้

นี่เป็นการบ้านที่บริษัทรถยนต์หลายยี่ห้อคงต้องคิดให้ตก ส่วนการบ้านของรัฐบาลก็ต้องตอบให้ได้ว่า การเพิ่มสินค้าและทางเลือกให้ผู้บริโภคของโครงการนี้ จะกลายเป็นทำให้การใช้น้ำมันและมลพิษสูงขึ้นหรือไม่? ลองดูในประเทศจีนเอง ชาวเมืองเซี่ยงไฮ้แทบจะไม่มีอากาศหายใจ เพราะจำนวนรถยนต์เพื่มขึ้นอย่างมากมาย แย่งอากาศคนหายใจและปล่อยก๊าซพิษออกมาทำร้ายอีก จนรัฐบาลจีนต้องหาทางคุมกำเนิดประชากรรถยนต์ วิธีหนึ่งคือบุกตลาดต่างประเทศ


ภาพจาก beifan.com

บริษัทรถยนต์ทุกยี่ห้อสามารถเคลื่อนย้ายฐานการผลิตไปได้ทุกแห่งในโลกที่จะทำกำไรให้เขาได้ดีที่สุด ในเมื่อบริษัทรถยนต์เหล่านี้มีโรงงานประกอบรถ Sub-Compact car ตั้งอยู่ในตลาดหลักที่ไม่ต้องเสียค่าขนส่งอยู่แล้ว สามารถผลิตมากเท่าไหร่ก็ได้โดยการใช้หุ่นยนต์ จะซื้ออะไหล่หรือชิ้นส่วนราคาถูกจากประเทศไหนก็ได้ หรือแม้แต่ตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคนี้อย่าง อินเดีย จีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ก็มีโรงงานผลิตรถยนต์พวกนี้อยู่แล้ว สามารถนำเข้าหรือส่งออกโดยอาศัยข้อตกลงทางภาษีกับไทยหรือในกลุ่ม ASEAN ง่ายและเสี่ยงน้อยกว่า ทำไมเขาจะต้องการเข้ามาตั้งโรงงานประกอบที่นี่ด้วยเงื่อนไขที่เราตั้งไว้ อาจจะมี 1 หรือ 2 ยี่ห้อก็ได้ที่ยังไม่มีฐานการผลิตรถประเทศนี้ในภูมิภาคนี้สนใจใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกจริงๆ ลำพ้งตลาดในประเทศคงมีไม่เท่าไหร่ ถ้าตั้งราคาขายในประเทศถูกกว่า VIOS หรือ CITY ไม่ถึงแสนบาท ผ่อนต่างกันแค่เดือนละพันสองพัน ผมไม่คิดว่าจะมีคนไทยมากนักจะยอมซื้อรถคันเล็ก และถ้ากลายเป็นรถที่มีภาพลักษณ์ว่าเป็นรถราคาถูก วัสดุหรือชิ้นส่วนไม่มีคุณภาพ ไม่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวก คนไทยส่วนมากคงยอมเพิ่มเงินเพื่อไม่ให้ตัวเองถูกคนอื่นดูว่า "กระจอก"

แต่เรื่องที่สำคัญมากที่ต้องตอบให้ได้คือ เรื่องการประหยัดน้ำมันและลดมลพิษ ที่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของเกือบทุกประเทศ จำเป็นต้องดูภาพรวมทั้งหมด หรือว่าเราจะสวนทางคนอื่นและเน้นการขยายตัวของอุตสาหกรรมรถยนต์(แบบเก่า)อีกแล้ว

จึงกลายเป็นคำถามว่า มันเป็น Eco-Car จริงๆ หรือเป็นแค่ Small Car อีกคัน ที่ทำให้ส่วนรวมต้องใช้น้ำมันและปล่อยมลพิษมากกว่าเดิม ?
ถ้าอย่างนั้นใครจะได้หรือเสียประโยชน์จากโครงการนี้ ?
จะมีมาตรการอื่นที่ดีกว่านี้หรือไม่ ?

คราวหน้าค่อยมาคุยต่อนะครับ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
mr.zakkman วันที่ : 17/07/2007 เวลา : 09.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/zokzak
http://www.oknation.net/blog/zokzak


แบบนี้ ปตท ของเราก็มีเอี่ยวด้วยซิครับ ผมว่าบริษัทรถยนต์เองก็คงไม่ค่อยอยากขายรถยนต์ไฟฟ้าเท่าไหร่ ถ้าไม่ถูกบังคับให้แก้ไขปัญหาเรื่องมลพิษจากรถยนต์ที่ตัวเองผลิต ปล่อยออกมาจนท่วมโลก เพราะเขาจะขายอะไหล่และบริการซ่อมเกือบไม่ได้เลย เนื่องจากมันไม่มีทั้งเครื่องทั้งเกียร์ ตลอดอายุใช้งานคงเปลี่ยนแค่แบตเตอรี่ ผ้าเบรค อะไรอีกไม่กี่อย่างเท่านั้น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Tokyoboy วันที่ : 16/07/2007 เวลา : 18.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tokyo
All Japan

บริษัทน้ำมันมีอิทธิพลทางการเมืองโลกสูงครับ
เป็นอีกเหตุผลสำคัญที่ อีโคคาร์จริงๆเกิดไม่ได้

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คนแซ่ลิ้ม วันที่ : 16/07/2007 เวลา : 15.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/greenblog

สังคมเราอยู่ในช่วงชุลมุนและฝุ่นตลบกลบอากาศที่เลวร้าย
เราไม่มีDirectionที่จะบอกทุกคนว่า เรากำลังจะไปทางไหน ทุกคนรีบกินอย่างมูมมามเพราะเวลามีจำกัดแล้วเราจะหวังอะไรจากประเทศนี้ทุกอย่างที่ตั้งกฎขึ้นมาใหม่มีอะไรอยู่เบื้องหลังทั้งนั้นรวมทั้งรถเมล์ Anyway ชอบรูปรถที่โชว์มาตั้งแต่หน้าก่อนๆ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ดำดูดี วันที่ : 16/07/2007 เวลา : 10.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/audas

อยากได้ไปขับซักคันจังค่ะ...แวะมาเชิญไปชมคลิปวีดีโอคำสารภาพโจรลักรถจยย.ทำไปเพราะบูชารัก http://www.oknation.net/blog/audas/2007/07/06/entry-1

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


ปกติท่านขับรถยนต์ส่วนตัวไปทำงานและกลับบ้านวันละกี่กิโลเมตร
น้อยกว่า 10 กม.
50 คน
10-20 กม.
28 คน
20-30 กม.
13 คน
30-40 กม.
11 คน
40-50 กม.
16 คน
มากกว่า 50 กม.
46 คน

  โหวต 164 คน