• mr.zakkman
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mr.zakkman@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-19
  • จำนวนเรื่อง : 24
  • จำนวนผู้ชม : 99837
  • ส่ง msg :
  • โหวต 53 คน
รถซอกแซก
แนวคิดใหม่ของยานพาหนะส่วนตัว สำหรับการเดินทางในเมืองใหญ่ยุคเศรษฐกิจพอเพียง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/zokzak
วันอังคาร ที่ 24 กรกฎาคม 2550
Posted by mr.zakkman , ผู้อ่าน : 9037 , 00:11:00 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

วันนี้ผมจะขอพูดถึง Eco-Car ต่ออีกครั้งครับ
อย่างที่พูดในตอนที่แล้วว่า นอกจากโครงการ Eco-Car ของเราแล้ว ประเทศอื่นๆในภูมิภาคนี้ก็มีการผลิตรถยนต์ขนาดเล็กราคาถูกเช่นกัน ซึ่งสามารถนำเข้ามาขายในบ้านเราโดยได้รับยกเว้นภาษีนำเข้าตามข้อตกลงระหว่างกัน ทั้งแบบทวิภาคีและในกลุ่ม ASEAN อย่างเช่น ..

- อินเดีย - มีทั้ง Renault และ Tata Motors เตรียมผลิตรถยนต์ราคาต่ำกว่า USD3,000 โดยเฉพาะ Tata อาจเข้ามาตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ราคาถูกในไทยด้วย
- มาเลเซีย - ก็มีโรงงานผลิตรถยนต์ของตัวเองหลายยี่ห้อ ทั้ง Proton, Perodua และ Naza ผลิตรถยนต์ราคาถูกกว่า 3 แสนบาทออกมาขายแล้ว
- อินโดนีเซีย - มีทั้งโรงงานผลิตรถขนาดเล็กของ Toyota, Suzuki และ Chery ของจีน (ที่บริษัท CP เตรียมจะนำเข้ามาขายปลายปีนี้)
- จีน - ก็ยังมีผู้ผลิตรถยนต์อีกนับร้อยราย ซึ่งยังจะมีผู้นำเข้ามาจำหน่ายในไทยอีกหลายราย

แล้วอย่างนี้ ใครได้ใครเสียในโครงการ Eco-Car กันบ้างล่ะครับ


- บริษัทรถยนต์ในโครงการ Eco-Car ได้ตลาดในประเทศเพิ่มขึ้นอีกหลายหมื่นคัน และสามารถใช้สิทธิพิเศษทางภาษีส่งออกในภูมิภาคนี้ได้อีกด้วย
- บริษัทนำเข้ารถยนต์ราคาถูกจากประเทศอื่น สามารถตั้งราคาขายสู้กับ Eco-Car ได้ สังเกตุได้ว่าหลังจากตัวเลขภาษีสรรพสามิตของ Eco-Car ประกาศออกมาที่ 17% CP ประกาศตามหลังมาเกือบจะทันทีว่าจะขายรถยี่ห้อ Chery รุ่น QQ ในราคา 320,000 บาท
- ผู้บริโภคมีโอกาสได้เลือกซื้อรถยนต์ขนาดเล็กที่มีราคาต่ำกว่าในปัจจุบันลงประมาณแสนกว่าบาท
- รัฐบาลมีรายได้จากภาษีเพิ่มมากขึ้น ถึงแม้จะลดอัตราภาษีสรรพสามิตลง แต่ด้วยจำนวนรถที่จะออกมาขายเพิ่มขึ้นอีกปีละเกือบแสนคัน หรืออีกเกือบหนึ่งเท่าของรถยนต์ที่มีขนาดเครื่องยนต์ต่ำกว่า 1500 ซีซีที่ขายได้ในปัจจุบัน
- ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ขายสินค้าได้มากขึ้น ซึ่งก็จะทำให้เสียภาษีให้รัฐมากขึ้นด้วย
- คนไทยอีกหลายพันคนจะมีงานทำ

ถ้าอย่างนั้นก็ win-win ซิครับ มีความสุขกันทุกคน

แต่ว่า ไม่มีอะไรที่จะได้มาโดยไม่เสียอะไรไป
เพราะฉะนั้น สมการนี้จึงยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ครับ
เนื่องจากละเลยตัวแปรอีกสองตัวที่ทำให้สมการนี้ไม่สมดุล คือ ..
ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงและมลพิษ โดยรวม

ถึงแม้รถยนต์ขนาดเล็กเหล่านี้จะสิ้นเปลื้องเชื้อเพลิงและปล่อยมลพิษน้อยกว่ารถยนต์แบบอื่นๆ แต่ด้วยราคาที่ต่ำและจำนวนการผลิตที่มีมากมาย เมื่อถูกกระตุ้นด้วยการโฆษณาและการตลาดหลายรูปแบบ ประกอบกับความจำเป็นในการเดินทางในเมืองที่ระบบขนส่งมวลชนด้อยประสิทธิภาพ  เหล่านี้ทำให้มีจำนวนรถยนต์ออกมาท่วมถนนเต็มไปหมด จนเกือบไม่มีที่ว่างให้รถวิ่งได้ในบางเวลา

ถ้าหากเป็นเมื่อ 20 ปีก่อน ตัวแปรทั้งสองนี้อาจไม่มีความสำคัญและไม่จำเป็นต้องเอามาคิดก็ได้ แต่ ณ ปัจจุบัน ที่น้ำมันดิบกำลังจะหมดโลกและมลพิษกำลังจะทำให้โลกถึงกาลวิบัติ
ตัวแปรทั้งสองนี้จึงมีความสำคัญอย่างมาก จนไม่สามารถละเลยได้

ลองกลับไปดูผลลัพธ์กันใหม่ อย่างละเอียดอีกทีครับ

- เม็ดเงินส่วนใหญ่ทั้งจากการขายรถและค่าอะไหล่ยังคงตกอยู่กับผู้ผลิตรถยนต์และผู้ผลิตชิ้นส่วนหลักเช่น ตัวถัง เครื่องยนต์และเกียร์ ซึ่งเป็นของบริษัทต่างชาติทั้งหมด
- บางส่วนตกกับบริษัทคนไทยที่ผลิตชิ้นส่วนปลีกย่อยซึ่งส่วนใหญ่ป้อนโรงงานประกอบรถยนต์อยู่แล้ว (บริษัทใหม่ๆต้องใช้เวลานานกว่าจะผ่านการตรวจสอบคุณภาพและต่อรองราคา)
- บางส่วนจะเป็นค่าจ้างแรงงานช่างฝีมือในอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งก็ขาดตลาดอยู่แล้ว และยังจะมีการใช้หุ่นยนต์มาแทนแรงงานคนมากขึ้น
- รัฐบาลเก็บภาษีต่างๆได้มากขึ้น แต่ก็ทำให้ต้องนำเข้าน้ำมันมากขึ้นด้วยเช่นกัน จากปริมาณรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นอีกปีละหลายหมื่นคัน
- มลพิษในเมืองและปัญหาเรื่องโลกร้อนจะรุนแรงมากขึ้น ปริมาณก๊าซ CO2 จะถูกปล่อยออกมามากขึ้น สวนทางกับความพยายามแก้ปัญหาเรื่องโลกร้อนของนานาชาติ
- คนในเมืองและตำรวจจราจรจะเป็นโรคทางเดินหายใจกันมากขึ้น เนื่องจากรถพวกนี้เกือบทั้งหมดจะถูกใช้งานในเมือง

ดังนั้น ดูเหมือนยิ่งเราขยายการผลิตและเพิ่มจำนวนรถยนต์ลงบนถนนมากเท่าไร ไม่ว่าจะเป็น Eco-Car หรือรถยนต์ราคาต่ำ ก็เท่ากับเรายิ่งทิ้งปัญหาเรื่องมลพิษและสร้างความแปรปรวนของดินฟ้าอากาศจากการที่โลกร้อนขึ้นให้ลูกหลานของเราต้องเผชิญในอนาคตมากขึ้นเท่านั้น นอกจากจะมีมาตรการอื่นบังคับและส่งเสริมให้มีการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อยมลพิษโดยรวมลดลง เช่น ภาษีสิ่งแวดล้อม
และต้องทำอย่างจริงจังจนสามารถเอาชนะอิทธิพลทางการตลาดของผู้ผลิตรถยนต์ให้ได้ด้วย

Compact Car คันนี้จอดอยู่กลางน้ำท่วมครั้งใหญ่ในรอบ 60 ปีของอังกฤษเมื่อสองสามวันก่อน (จาก www.bbc.co.uk)
หรือไม่เราก็ต้องคิดหักมุม ข้ามอุตสาหกรรมแบบเดิมๆที่สร้างปัญหาให้กับโลกและตัวเราเอง แล้วตั้งเข็มทิศไปหาอุตสาหกรรมของโลกใหม่ที่ลดการใช้พลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ที่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องโลกร้อนด้วย แต่ในเมื่อรัฐบาลประกาศโครงการนี้ออกไปแล้ว ทางเลือกอีกทางคือเปิดแผนการสนับสนุนการผลิตรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าทุกชนิดอย่างเข้มข้นจริงจังกว่าโครงการ Eco-Car ควบคู่ไปด้วย ต้องสร้างแรงจุงใจให้ทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้อย่างเต็มที่ ในฐานะที่เขาเป็นผู้ริเริ่มที่รับความเสี่ยงในการลงทุนผลิตสินค้าที่ตลาดไม่คุ้นเคย และผู้ใช้ที่ต้องเสียสละความสะดวกสบายปรู๊ดปร็าดทันใจที่เคยได้จากการใช้รถยนต์ที่ใช้น้ำมัน ทั้งนี้เพื่อพิทักษ์รักษาสิ่งแวดล้อมให้กับส่วนรวม จะต้องไม่ใช่การสนับสนุนแบบกะท่อนกะแท่นเล็กๆน้อยๆเหมือนในปัจจุบัน แต่รัฐบาลก็ต้องใช้ความกล้าหาญเช่นเดียวกับรัฐบาลของหลายประเทศในการทำเรื่องที่แตกต่างจากแนวทางการขยายเศรษฐกิจแบบเดิมๆ และยังจะต้องต้านทานกับอำนาจทุนมหาศาลของธุรกิจยานยนต์และน้ำมันให้ได้ด้วย

ว่าแต่ ใครจะกล้าเริ่ม?


ภาพจาก petersharp.com

น่าจะถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนจากการเป็น Detroit of Asia ที่เต็มไปด้วยควันพิษ ให้สะอาดขึ้น ให้เป็น Green of Asia ซึ่งประเทศไทยมีทั้งชัยภูมิ มีมรดกวัฒนธรรมและทรัพยากรที่เหมาะสมอยู่แล้ว คนไทยก็มีพื้นเพจิตใจที่อ่อนโยน ยังคงมีความโอบอ้อมอารี มีความเป็นมิตรกับธรรมชาติและเพื่อนมนุษย์มากกว่าประเทศทางตะวันตก (แต่คุณลักษณะดีๆเหล่านี้กำลังจะจางหายไป เพราะอำนาจอิทธพลของธุรกิจการเงินรวมกับวัตถุสิ่งของที่ตายแล้ว ทำให้คนไทยยอมเอาชีวิตตัวเองไปแลกกับวัตถุที่ไร้ชีวิตจิตใจ)


สีเขียวเป็นสีแห่งชีวิต เราควรจะต้องเปลี่ยนจากการพัฒนาเศรษฐกิจของโลกเก่า ที่เติบโตมาอย่างยาวนานบนอุตสาหกรรมที่ไร้ชีวิตและสร้างสิ่งที่เป็นพิษให้กับมนุษย์ ทำให้มันสะอาดขึ้นเป็นมิตรมากขึ้น พร้อมทั้งมุ่งไปสู่การสร้างเศรษฐกิจยุคใหม่ที่มีชีวิตชีวา สร้างสรรค์การเจริญงอกงามของชีวิตอย่างยั่งยืน ทำให้มนุษย์มีความสุขและปลอดภัยขึ้น มากกว่าตอบสนองแค่สิ่งฉาบฉวยและความสะดวกสบาย

ณ วันนี้ เทคโนโลยี่มีความพร้อมแล้วสำหรับการผลิตและใช้รถยนต์ไฟฟ้าซึ่งน่าจะเป็น the Real Eco-Car ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าพันธุ์แท้ (EV:Electric Vehicles) และพันธุ์ทาง (HV:Hybrid Vehicles, PHEV:Plug-in Hybrid Electric Vehicles) หลายประเทศทั้งในอเมริกา ยุโรป และเอเชีย สนับสนุนการใช้รถยนต์พลังงานสะอาดชนิดนี้อย่างจริงจัง แต่ทำไมประเทศไทยยังไม่เอาจริงกับเรื่องนี้เสียที?

มันเป็นเรื่องง่ายและไม่ต้องเสี่ยงที่จะตามคนอื่น
มันอาจจะเหนื่อยที่จะหาทางเดินของตัวเองให้เจอ
แต่มันต้องทั้ง เก่ง กล้า สามารถ จึงจะนำหน้าคนอื่นได้

สุดท้าย ผมขอฝากถึงนายกฯคนใหม่ ช่วยพิจารณาปรับสีประเทศไทยให้เป็น Green Country ด้วยครับ ขอให้บรรจุเป็นวาระแห่งชาติ ยกเลิกการทำตัวเป็นอึ่งอ่างพองลมแข่งกัน สนับสนุนเศรษฐกิจแบบยั่งยืน พัฒนาคนที่สุขภาพและจิตใจมากกว่าตัวเลขรายได้ปลอมๆที่ไปกู้เขามาใช้จ่าย สนับสนุนภาคการเกษตรมากกว่าไปดึงอุตสาหกรรมสีดำมาปล่อยมลพิษในประเทศไทย และที่สำคัญที่สุดคือ สนับสนุนคนดีให้มีอำนาจมากกว่าคนไม่ดี เพราะทุกอย่างถูกสร้างขึ้นหรือทำลายลงด้วยคนเท่านั้น





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 31/07/2007 เวลา : 19.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ruarob

ผมว่ากลุ่มแรกที่จะกล้าเริ่ม ต้องลองมองกลุ่มที่มีศักยภาพและอยากทำแบรนด์ไทยเอง อย่างไทยรุ่ง รัฐลองยื่นข้อเสนอดี ๆ ให้ อาจมีความตกลงเกิดขึ้นได้บ้างครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
xpresso วันที่ : 24/07/2007 เวลา : 10.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/xpresso
The Power of Crack!!   ขออภัยในความไม่สะดวก!


โอมมม...จง...ทำระบบขนส่งมวลชนเถิดเอย..

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
มะลิ วันที่ : 24/07/2007 เวลา : 02.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mali

ประชาชนไม่เสี่ยงหรอกครับมีแต่ได้ประโยชน์แต่จะให้ดีควรลงมือทำเอง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คนว่างงาน วันที่ : 24/07/2007 เวลา : 01.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Cantona

ยังไม่พร้อมครับ

ยังไม่มีเงิน

ฮ่าๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


ปกติท่านขับรถยนต์ส่วนตัวไปทำงานและกลับบ้านวันละกี่กิโลเมตร
น้อยกว่า 10 กม.
50 คน
10-20 กม.
28 คน
20-30 กม.
13 คน
30-40 กม.
11 คน
40-50 กม.
16 คน
มากกว่า 50 กม.
46 คน

  โหวต 164 คน